| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ฉลาดทำบุญ (๔)
![]()
ฉลาดทำบุญ (๔)
เรียบเรียง โดย พระชาย วรธมฺโม พระไพศาล วิสาโล
ตอนที่ ๒ ทำบุญ : เรื่องนี้มีคำตอบ
ตอนที่ผ่านมา
พิธีกรรมในงานบุญ (ต่อ)
ถาม อย่างความเชื่อที่ว่า ตักบาตรพระอย่าลืมถวายน้ำด้วย กลัวตายไปแล้วจะไม่มีน้ำดื่ม หรืออยากให้บุญนี้ไปถึงผู้ล่วงลับไปแล้ว จะได้ไม่หิวโหย เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนี้แท้จริงเป็นอย่างไร
ตอบ มันก็เป็นความเชื่อในระยะ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา อันนี้ก็เกิดจากเสียงเล่าลือว่า คนที่ตายไปแล้วพบว่าตัวเองไม่มีน้ำกิน เกิดความหิวโหย อันนี้เป็นความเชื่อ แต่ที่แท้แล้วการทำบุญทางพุทธศาสนานี้ไม่เหมือนการทำกงเต็ก การทำกงเต็กมีการเผาเงินกระดาษ รถหรือบ้านกระดาษ เพราะเชื่อว่าผู้ตายจะได้รับสิ่งเหล่านั้นในภพหน้าด้วย แต่พุทธศาสนาไม่ได้มีความเชื่ออย่างนั้น
การทำบุญของพุทธศาสนานั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่การทำบุญด้วยใจที่บริสุทธิ์และเป็นกุศล ขณะเดียวกัน วัตถุที่เราให้ก็เป็นประโยชน์แก่ผู้รับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำ บ่อยครั้งปรากฏว่าญาติโยมที่ถวายน้ำบรรจุขวดใส่บาตรพระ กลับทำให้ท่านลำบาก เพราะต้องหอบหิ้วน้ำหลายขวดกลับวัด หลายครั้งสิ่งที่เราถวายพระกลับมากเกินความต้องการ หรือเกินความจำเป็นของท่าน ในแง่นี้การทำบุญก็มีอานิสงส์ไม่เต็มที่
การทำบุญที่ได้อานิสงส์มาก ต้องเป็นการถวายของที่เป็นประโยชน์แก่ผู้รับ
โดย ณรังษี [8 ก.ย. 2552 , 10:18:13 น.] ( IP = 125.27.173.127 : : )
สลักธรรม 1
ถามอันนี้อาจจะเป็นรูปธรรมอันหนึ่งของความเชื่อที่กลายเป็นพิธีกรรมที่ทำกันสืบเนื่องกันมา
ตอบ นี่ไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัส แต่เป็นเพียงคำแนะนำหรือความเชื่อของคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเคยไปนรกมาก่อนแล้วฟื้นขึ้นมา
โดย ณรังษี [8 ก.ย. 2552 , 10:18:49 น.] ( IP = 125.27.173.127 : : )
สลักธรรม 2
ถามความเชื่อเรื่องการถวายสังฆทานเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ เพื่อเป็นการตัดกรรม การไปสร้างพระพุทธรูปถวายวัดเพื่อช่วยให้คนป่วยอาการดีขึ้น ถือเป็นการทำบุญหรือเปล่า
ตอบ อันนั้นก็เป็นการทำบุญได้เหมือนกัน เป็นการมุ่งให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่เรานับถือซึ่งได้ล่วงลับไป แต่ว่าการทำบุญอย่างนี้เราก็ต้องพิจารณาดูว่า เหมาะกับโอกาสหรือเหมาะกับผู้รับหรือเปล่า แล้วก็จะต้องเข้าใจจุดมุ่งหมายของการทำบุญแต่ละอย่าง เช่น การถวายสังฆทาน สังฆทานก็คือต้องถวายแก่หมู่สงฆ์
วัตถุประสงค์ของการมีสังฆทานก็คือเพื่อประโยชน์แก่หมู่สงฆ์ ไม่ได้มุ่งเพื่อประโยชน์ของผู้ให้ ทั้งไม่ได้มุ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ใครที่นอกเหนือจากสงฆ์หรือส่วนรวม
สำหรับการทำบุญเพื่อตัดกรรมหรือการสะเดาะเคราะห์ก็เกิดจากความเชื่อว่า ได้เคยทำไม่ดีกับผู้อื่นที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร ความเชื่อนี้มีอิทธิพลมาก ถ้าเราต้องการที่จะลดทอนผลแห่งกรรมที่เราได้ทำไว้ เราก็สร้างความดี ความดีที่เราทำนั้นก็ทำได้หลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องทำสังฆทานเสมอไป
อย่างสมัยก่อนก็นิยมปล่อยนกปล่อยปลา การบวชหรือการเข้าวัดปฏิบัติธรรม ก็เป็นตัวอย่างที่มีอานิสงส์ด้วยเช่นกัน
โดย ณรังษี [8 ก.ย. 2552 , 10:19:07 น.] ( IP = 125.27.173.127 : : )
สลักธรรม 3
ถาม การทำบุญโดยเริ่มจากความคิดอยากได้ประโยชน์จากบุญที่กระทำลงไป หรือเลือกทำบุญที่จะได้ผลดีกับตัวเองมากๆ ทัศนคติเช่นนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ การทำบุญแบบนี้ก็มีประโยชน์อยู่ แต่พุทธศาสนาถือว่าการทำบุญอย่างนี้เป็นการยึดติด ยังมีความเห็นแก่ตัวอยู่ แท้ที่จริงมีการทำบุญที่ประเสริฐหรือมีอานิสงส์มากกว่านี้ นั่นคือการทำบุญที่ไม่หวังผลตอบแทน ไม่ได้ทำบุญเพื่อหวังรวย ไม่ได้ทำบุญเพื่อให้เกิดความสุขสบายในชาติหน้า เป็นการทำบุญเพื่อละตัวตน เพื่อลดละกิเลส
ทำไมเราถึงต้องให้ทาน ก็เพราะคนเรามักจะยึดติดในวัตถุ การที่พุทธศาสนาเน้นเรื่องการให้ทาน ก็เพื่อที่จะได้ละการยึดติดในวัตถุ เพื่อจะได้มีอิสรภาพ อย่างพระเวสสันดร ที่ท่านเน้นเรื่องทานก็เพราะว่าช่วยให้พระองค์ได้ละวางในสิ่งที่คนเรายึดถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยท่านมุ่งประโยชน์สูงสุดก็คือการเข้าถึงวิมุตติ คือ อิสรภาพ
โดย ณรังษี [8 ก.ย. 2552 , 10:19:24 น.] ( IP = 125.27.173.127 : : )
สลักธรรม 4
ถามแสดงว่าถ้าเรานึกถึงแต่ประโยชน์ของเราก็ได้บุญในด้านการทำประโยชน์ทางวัตถุ แต่ในแง่การยกระดับจิตใจยังไม่ได้รับ
ตอบ พุทธศาสนาถือว่าอานิสงส์ของบุญมี ๓ ขั้น ขั้นแรกเรียกว่าทิฏฐธัมมิกัตถะ หรือประโยชน์เบื้องต้น เช่น การมีปัจจัย ๔ เลี้ยงชีพ ไม่ยากไร้ เวลาเราใส่บาตร ประโยชน์ส่วนนี้เกิดขึ้นกับพระ คือท่านมีอาหารฉัน เวลาเราถวายข้าวสารอาหารแห้ง หรือถวายอุปกรณ์เครื่องใช้แก่พระ ก็เกิดประโยชน์ส่วนนี้ขึ้นมา
ขั้นที่ ๒ คือเกิดประโยชน์ที่เรียกว่าสัมปรายิกัตถะ หมายถึงการมีจิตใจผ่องใสสบาย ปราศจากความเศร้าหมองขุ่นมัว คนเป็นอันมากมุ่งอานิสงส์ข้อนี้ โดยเชื่อว่าบุญที่สะสมในชาตินี้จะอำนวยผลให้มีความสุขในภพหน้า
ประโยชน์ขั้นที่ ๓ ก็คือปรมัตถะ หมายถึงนิพพานหรือความเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ อันเกิดจากการละวางความยึดถือในตัวตน ถ้าเราทำบุญโดยหวังแค่ตัดกรรมหรือหวังรวย ประโยชน์ที่เกิดขึ้นมีเพียง ๒ ประการ คือ ทิฏฐธรรมมิกัตถะ กับสัมปรายิกัตถะ แต่ว่ายังไปไม่ถึงที่สุดที่ควรจะได้ก็คือ ปรมัตถะ
โดย ณรังษี [8 ก.ย. 2552 , 10:19:39 น.] ( IP = 125.27.173.127 : : )
สลักธรรม 5
ถาม เวลามีงานบุญ เจ้าภาพหวังจะให้งานออกมาดี เรียบร้อยถูกต้องที่สุด แต่ก็มักจะมีภาระให้ต้องจัดการหลายเรื่อง เป็นเหตุให้เกิดความขุ่นข้องขัดเคืองใจได้ง่าย คนจัดงานบุญควรวางใจอย่างไร เพื่อให้ได้บุญตามเจตนา
ตอบ อันนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าพิธีกรรมมีความจำเป็น เพราะว่าขณะที่เตรียมของถวายพระ หรือจัดการงานต่างๆ จิตใจเราจะขุ่นมัว แต่ว่าอย่างน้อยเราควรจะมีความสงบใจในช่วงที่เราถวายทาน การมีพิธีกรรมส่วนหนึ่ง ก็เพื่อทำให้คนที่กำลังวุ่นวาย พอมารับศีล มาบูชาพระรัตนตรัย กล่าวนะโม อรหัง สัมมา ความวุ่นวายที่เกิดจากการทำงานเตรียมงานก็จะค่อยๆสงบ จิตก็จะเป็นสมาธิ ดีกว่าออกจากครัวแล้วก็มาถวายของให้พระเลย จิตก็ยังวุ่นวายอยู่
เพราะฉะนั้น นี่คือความจำเป็นที่คนโบราณต้องมีพิธีกรรมเพื่อให้คนที่กำลังวุ่นวายจากการเตรียมงานได้มีโอกาสน้อมจิตให้สงบ ซึ่งก็ทำให้ได้รับอานิสงส์ของบุญเพิ่มขึ้น
แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้น เราควรเตรียมจิตเตรียมใจสำหรับงานบุญ โดยตระหนักอยู่เสมอว่า การที่เรามีสติในระหว่างที่เราทำงาน การที่เรามีสมาธิในระหว่างที่เราทำงานก็เป็นบุญ เป็นบุญมากด้วย ขณะเดียวกัน การระงับความหงุดหงิดขุ่นข้องหมองใจก็เป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งเหมือนกัน และมีความสำคัญมากด้วย ดัวนั้นจึงควรเอางานบุญเป็นโอกาสที่จะได้ฝึกฝนตนเองทางจิตใจ
คนส่วนใหญ่มักจะมีความเครียดจากการเตรียมงานก็เพราะว่ากลัวว่าจะทำได้ไม่ดี หรือว่าได้เงินน้อยไป นั่นเป็นเพราะเราไปให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าเรื่องของจิตใจ ถ้าเราทำโดยตระหนักว่าเจตนาและคุณภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญกว่าเงิน แม้เงินจะได้น้อยแต่เราทำด้วยเจตนาดีมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำ ก็เท่ากับได้บุญแล้ว นอกจากนั้นการวางจิตวางใจเช่นนี้ ยังช่วยให้เราได้ฝึกการปล่อยวางด้วย ถ้าเราปล่อยวางเป็นก็จะได้รับอานิสงส์แห่งบุญมากขึ้น
ดังนั้นจึงพึงระลึกว่า ระหว่างเตรียมงานก็เป็นการทำบุญด้วยอย่างหนึ่งโดย ณรังษี [8 ก.ย. 2552 , 10:19:57 น.] ( IP = 125.27.173.127 : : )
สลักธรรม 6
ถาม กรณีที่เราเป็นเจ้าภาพ จะต้องบอกบุญอย่างไรถึงจะไม่เป็นภาระกับผู้อื่น
ตอบ การบอกบุญคล้ายๆกับเป็นการเปิดโอกาสให้คนได้ทำดี อันนี้ก็เรียกว่าเป็นบุญอย่างหนึ่ง เรียกว่าปัตติทานมัย
คราวนี้เราต้องตั้งจิตว่า นี้เป็นการเปิดช่องให้คนได้ทำดีนะ เราอย่าไปยึดที่จำนวนเงินที่เราจะได้รับ หรืออย่าไปตั้งเป้าที่ตัวเงิน ถ้าเราไปให้ความสำคัญกับตัวเงินนี้เราจะทุกข์ ถ้าเกิดว่าเขาให้น้อยหรือบอกบุญแล้วเขาเฉย ไม่ได้ร่วมทำบุญ ก็อาจจะรู้สึกโมโห อันนี้ก็ไม่ได้บุญแล้ว เพราะบุญนี้มันต้องทำด้วยจิตที่เมตตา จิตที่เบิกบาน ทำแล้วจิตกลับหดหู่เศร้าหมอง มันก็ไม่ได้บุญ เรียกว่าทำบุญกลับได้บาป ต้องถือว่าเราเพียงแค่เปิดโอกาสให้คนทำดี ก็เป็นบุญแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ณรังษี [8 ก.ย. 2552 , 10:20:17 น.] ( IP = 125.27.173.127 : : )
สลักธรรม 7มาตามเก็บบุญและรู้คุณค่าต่อครับ
ขอบพระคุณและ ขออนุโมทนาที่นำเรื่องดีมีประโยชน์มาฝากครับโดย พี่เณร [8 ก.ย. 2552 , 17:58:10 น.] ( IP = 58.9.142.153 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |