| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การอ่านเป็นวาระแห่งชาติและเป็นภาระแห่งชาติ ๒
ธรรมะปฏิสันถาร
พระราชวิจิตรปฏิภาณ
ตอนที่ผ่านมา
ตอนที่แล้วเขียนเรื่อง การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นภาระแห่งชาติ ซึ่งดูเหมือนว่าไปติการทำงานของรัฐบาลทุกยุคและรัฐมนตรี กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ดูเหมือนว่ารู้ดีกว่าผู้ปฏิบัติ และดูเหมือนว่าจะไม่มีข้อแนะนำอะไรจากการติๆๆ ซึ่งถ้าใครคิดเช่นนั้นก็ดูเหมือนว่า คิดผิด
การอ่าน ไม่ใช่ การบ้าการอ่าน ตะบี้ตะบันอ่านหนังสือไปทั้งหมด รัฐบาลต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่า อ่านอย่างไร? อ่านอะไร? อ่านแล้วทำอย่างไร? อ่านแล้วจะเอาความรู้ไปทำอะไร? และจะอ่านได้ที่ไหน? ถ้าไม่กำหนดด้วยตนเองก่อน มัวแต่จ้างบริษัทโฆษณาจัดนิทรรศการและทำการประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ เงินทองจากการที่จะไปซื้อหนังสือให้เด็กอ่านก็มีอัน อันตรธานไปกับการจัดการส่งเสริมการอ่าน โดยมีผู้นำไปเปิดงาน แล้วก็เดินดูนิทรรศการ เด็กทั้งหลายไม่ได้สัมผัสงาน เด็กบ้านนอกไม่มีโอกาสเดินทางไปดูงาน สุดท้ายก็ละลายงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ มันเป็นของอย่างนี้ทุกยุคทุกสมัยของรัฐบาล รวมถึงรัฐบาลนี้ด้วย
ที่วัดสุทัศนเทพวรารามนี้มีชายคนหนึ่งเป็นนักอ่านเขาอ่านทั้งวัน จำได้ว่าตั้งแต่ พ.ศ.2527 -2552 เขาผู้นี้อ่านหนังสือวันละ 500 หน้า แต่ถึงวันนี้เขาก็ยังอาศัยวัดอยู่ เป็นนักอ่านที่เอาแต่การอ่าน งานการไม่ทำ เขาไม่สนในชีวิตของใครทั้งสิ้น เขาสนใจแต่หนังสือที่เขาถือ เขาบ้าการอ่านแบบไม่อยากมีเมีย แต่เขาก็ต้องอาศัยวัดอยู่แล้วก็ต้องติต้องด่ากันเรื่อยไป หนังสือที่เขาอ่านเป็นหนังสือนิยายจีนแปลรวมเล่ม นิยายไทย แต่เขาอ่านเท่าไรๆ เขาก็เป็นจอมยุทธ์ฤทธิ์มีดสั้นไม่ได้ เป็นได้แต่จอมขี้เกียจสายตาสั้น วิสัยทัศน์สั้น ลี้คิมฮวงขี้เมา แต่ตัวเขาขี้เกียจ เขาไม่สามารถเป็นนักเขียนนวนิยายได้ เพราะอะไร? เพราะเขาขาดจุดมุ่งหมายในการอ่านนั่นเอง
โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [11 ก.ย. 2552 , 21:52:05 น.] ( IP = 61.90.28.33 : : )
สลักธรรม 1ทุกวันนี้มิใช่คนไทยไม่อ่านหนังสือ แต่บางคนเขาอ่านแบบไร้จุดมุ่งหมาย เขาจึงอ่านหนังสือที่ไร้ประโยชน์ ขาดหนังสือสาระที่จะอ่าน ขาดวิธีการอ่าน ขาดข้อเตือนใจในการอ่าน ขาดสถานที่ที่จะอ่าน ขาดความคิดที่ว่าอ่านแล้วจะได้อะไรจากการอ่าน ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง ที่ต้องจัดกระบวนการให้ครบ ในไม่ช้าเราก็จะได้รับผลจากการกระตุ้นการอ่าน จนคนไทยเป็นคนรักการอ่าน
ขั้นแรก
ต้องให้รู้วิธีการอ่านแบบคือ
ใจจดจ่อ
ปากกาดินสอจดบันทึก
ท่องและนึกทบทวน
ขั้นที่สอง
ให้ทุกคนถามตนเองทุกวัน และเขียนไว้ที่หนังสือทุกเล่ม ว่า...
1 วันอ่านหนังสือดีมีสาระกี่หน้า
1 สัปดาห์เข้าห้องสมุดค้นคว้ากี่ครั้ง
1 เดือนจ่ายสตางค์ซื้อหนังสือดีๆ กี่เล่ม
ขั้นที่สาม
ต้องแสดงตัวอย่างของหนังสือที่จำเป็นต้องอ่าน และ ประโยชน์อย่างแท้จริงที่จะได้รับจากการอ่าน (ซึ่งขอแสดงประโยชน์ของหนังสือเป็นตัวอย่างดังนี้) และถ้าเขาไม่อ่าน เขาไม่สามารถจะประสบความสำเร็จดังนี้โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [11 ก.ย. 2552 , 21:53:13 น.] ( IP = 61.90.28.33 : : )
สลักธรรม 2
โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [11 ก.ย. 2552 , 22:01:34 น.] ( IP = 61.90.28.33 : : )
สลักธรรม 3ตามตัวอย่างสรุปหนังสือที่จะเกิดผลต่อชีวิต ท่านผู้รับผิดชอบพอจะให้ผู้อ่านเขาสรุปหนังสือที่เขาอ่านแต่ละเล่มได้หรือยัง แล้วก็ลองคิดดูว่าถ้าปลูกฝังเด็กไทยให้อ่านหนังสือทุกเรื่องที่ปรากฏข้างต้นนี้ เขาก็จะรักการอ่านเป็นอุปนิสัยจนถึงฝังในสันดานเพียงแต่ว่า...พวกเขามีหนังสือให้อ่านกันหรือเปล่า...หือ?
ที่สำคัญ ต้องเขียนเตือนใจว่า
ไม่รักการเรียนรู้ภาษาไทย..............เป็นอะไรไม่ได้
อ่านภาษาไทยไม่แตกฉาน..............เป็นนักศึกษานักวิชาการไม่ได้
![]()
โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [11 ก.ย. 2552 , 22:07:26 น.] ( IP = 61.90.28.33 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |