มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธพิธีวิถีแห่งบุญ (๓)




การเวียนเทียน
ในวันสำคัญทางศาสนา

โดย พระธรรมกิตติวงศ์


ตอนที่ผ่านมา

ความหมายการเวียนเทียน คือ การถือดอกไม้ธูปเทียนที่จุดแล้วเวียนขวา (เวียนประทักษิณโดยให้สิ่งที่เวียนอยู่ ทางขวามือของตน)รอบปูชนียวัตถุหรือปูชนียสถาน ๓ รอบด้วยอาการสำรวมเคารพพร้อมทั้งน้อมใจระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยในขณะนั้นด้วยเป็นการแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัยด้วยกายวาจาและใจอย่างสูงสุดจัดเป็นบุญกิริยาอย่างหนึ่ง

ความมุ่งหมาย

ที่ท่านกำหนดให้มีพิธีเวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนาขึ้นนั้นก็เพื่อประกาศเกียรติคุณเทิดทูนพระคุณสมบัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้สมกับที่พระองค์เป็นพระศาสดาของเทพยดาและมนุษย์ทั้งหลายเพื่อเป็นการเตือนใจพุทธศาสนิกชนให้ซาบซึ้งในพระคุณสมบัติของพระองค์และพระรัตนตรัย เจริญภาวนามัยกุศลอีกส่วนหนึ่ง ดังปรากฏตามความในประกาศคณะสงฆ์ เมือวันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2496 ใจความว่า

“การเวียนเทียนที่เรียกว่าทำปะทักษิณนั้นมีความมุ่งหมายให้แสดงความเคารพต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาของพุทธศาสนิกชนทั้งปวงด้วยการเดินให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่เบื้องขวาของตนและสำรวมใจนึกถึงพระคุณของพระองค์วาจาบริกรรมคือกล่าวพระคุณของพระองค์ตลอดเวลาที่เวียนเทียนมือถือเครื่องสักการบูชาถือธูปเทียนดอกไม้ประนมเสมออกเพื่อให้จิตใจของตนอยู่กับพระไม่ส่งใจไปสู่ที่อื่นซึ่งมิใช่สิ่งที่ตนเคารพบูชาหรือมิใช่สรณะที่พึ่งสูงสุดของตน

การเวียนเทียนนี้เป็นการแสดงความเคารพบูชาตามหลักวัฒนธรรมของไทยเป็นระเบียบที่นิยมปฏิบัติกันมาแต่โบราณกาล”

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [15 ก.ย. 2552 , 12:05:33 น.] ( IP = 58.9.146.121 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มุ่งหมายให้ทำในวันเวียนเทียนนั้นมี 2 อย่างคือ

1.อามิสบูชา บูชาด้วยสิ่งสิ่งของ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน

2.ปฎิบัติบูชา ด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นเสียสละให้ทานรักษาศีลเว้นจากการทำความชั่วทุจริต เว้นจากการเบียดเบียนกัน งดเว้นจากอบายมุขทางแห่งความวิบัติทั้งหลาย ไม่เสพสุรายาเมา ไม่เล่นการพนันไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต งดเว้นจากการเที่ยวเตร่เฮฮาเว้นจากความฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย เมื่อเว้นแล้วก็อบรมจิตใจให้สงบให้นิ่งด้วยการเจริญภาวนาทำสมาธิ หรือฟังธรรมอ่านหนังสือธรรมสนทนาธรรมเพื่อให้เกิดปัญญาเป็นต้น

ประโยชน์ที่ได้รับ

การได้บูชาพระรัตนตรัยด้วยการเวียนเทียนก็ดี ด้วยการปฏิบัติบูชาตลอดวันก็ดี ย่อมเกิดผลดีต่อผู้กระทำเอง คือ

1.ได้ชื่อว่าเป็นศาสนิกที่ดีปฏิบัติกิจทางศาสนาตามหน้าที่ที่พึงทำแสดงถึงความไม่ย่อหย่อนทางจิตใจและศรัทธาต่อพระศาสนา

2.ได้รับความแช่มชื่นเบิกบานใจหลังจากได้ประกอบพิธีในวันนั้นแล้ว

3.ได้สั่งสมบุญบารมีอันเกิดจากการให้ทานรักษาศีลและเจริญภาวนาอันจะส่งผลให้ได้รับโภคสมบัติ รูปสมบัติ และปัญญาสมบัติสืบไป

4.ได้ทำชีวิตตนให้มีค่ายิ่งขึ้นด้วยการงดเว้นจากอบายมุขมุ่งปฏิบัติธรรมความดีเพิ่มพูนยิ่งขึ้น

5.ได้ชื่อว่าได้บูชาพระรัตนตรัยด้วยการบูชาอย่างยิ่งย่อมได้มงคลในชีวิต

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [15 ก.ย. 2552 , 12:10:59 น.] ( IP = 58.9.146.121 : : )


  สลักธรรม 2

วันสำคัญทางศาสนาที่นิยมทำพิธีเวียนเทียนนั้น ท่านกำหนดไว้ 4 วันคือ

1.วันวิสาขบูชา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น15ค่ำเดือน6(เดือนวิสาขะ)หรือขึ้น15ค่ำเดือน 7 ในปีอธิกมาส (ปีมีเดือน 8 สองหน) ที่กำหนดวันนี้เป็นวันสำคัญเพราะเป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน มาตรงกันในวันเดียวกันนี้ทั้ง 3 กาล นับเป็นอัศจรรย์หาไม่ได้ในบุคคลอื่น จึงนิยมทำการบูชาเป็นกรณีพิเศษ และกำหนดเป็นวันสำคัญทางศาสนามาแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี

2.วันอัฐมีบูชา ตรงกับวันแรม8 ค่ำเดือน6 (หรือเดือน7 ในปีอธิกมาส)เป็นวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระที่มงกุฏพันธนเจดีย์เมืองกุสินารา กำหนดให้เป็นวันสำคัญเพราะเป็นวันสุดท้ายที่พระสรีระของพระพุทธองค์ดำรงอยู่ในโลกและเป็นวันที่พระบรมสารีริกธาตุอุบัติขึ้นครั้งแรกในโลกเพราะเมื่อถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่คือพระบรมสารีริกธาตุ

3.วันมาฆบูชา ตรงกับวันเพ็ญเดือน3(เดือนมาฆะ)หรือเพ็ญเดือน4ในปีอธิกมาสมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในปีแรกที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นั่นเอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ เรียกกันต่อมาว่า “จาตุรงคสันนิบาต” หมายถึงการประชุมพร้อมกันขององค์ 4 คือ

1.พระอรหันต์ 1,250 องค์ มาประชุมพร้อมกัน
2.พระอรหันต์เหล่านั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุ ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง
3.ท่านเหล่านั้นมาประชุมกันโดยมิได้มีการนัดแนะกันมาก่อน แต่มีความคิดตรงกันพอดี
4.วันที่ประชุมนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนมาฆะ(วันนี้แม้ทางศาสนาพราหมณ์ก็ถือว่าเป็นวันสำคัญในศาสนาตนเรียกว่าวันศิวาราตรี)และในวันนั้นพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ในที่ประชุมนั้นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น โอวาทปาฏิโมกข์จัดเป็นหลักการของพระพุทธศาสนา เป็นคำสอนโดยย่อของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ และเป็นแนวทางในการเผยแผ่ธรรมและปฏิบัติธรรมของพระสาวกทั้งหลาย

อนึ่งในปีที่พระพุทธเจ้าทรงมีพระชนมายุครบ๘๐ปีพระองค์ทรงปลงอายุสังขารคือทรงกำหนดเวลา ว่างจะปรินิพพานในอีก 3 เดือนข้างหน้า ในวันเพ็ญกลางเดือน 3 นี้เช่นกัน วันมาฆบูชานี้ได้ถูกกำหนดว่าเป็นวันสำคัญทางศาสนาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [15 ก.ย. 2552 , 12:16:05 น.] ( IP = 58.9.146.121 : : )


  สลักธรรม 3

4. วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันเพ็ญกลางเดือน 8 (เดือนอาสาฬหะ) มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาตามประกาศสำนักสังฆนายก เรื่องกำหนดพิธีอาสาฬบูชาลงวันที่ 14 กรกฏาคม พุทธศักราช 2501 ซึ่งเป็นวันแรกที่ให้มีพิธีเวียนเทียนในวันเพ็ญอาสาฬหะขึ้นรวม 4 ประการ คือ

1.เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา

2.เป็นวันแรกที่พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมจักรประกาศสัจธรรมอันเป็นองค์แห่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ

3.เป็นวันที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาในวันนั้น

4.เป็นวันแรกที่บังเกิดพระสังฆรัตนะสมบรูณ์เป็นพระรัตนตรัยคือพระพุทธรัตนะพระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะ

5.อนึ่งอาจถือได้ว่าวันวิสาขบูชาจัดเป็นวันพระพุทธเพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าโดยตรงจึงกำหนดเป็นวันสำคัญขึ้น วันมาฆบูชาจัดเป็นวันพระธรรมเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการวางรากฐานพระ ธรรมคำสอนองพระพุทธเจ้า

วันอาสาฬหบูชาจัดเป็นวันพระสงฆ์เพราะว่าวันนี้เป็นวันที่พระสงฆ์อุบัติขึ้นเป็นครั้งแรกนี่ เป็นเพียงความนึกคิดและความเชื่อถือต่อๆกันมาเท่านั้นใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่มีการบังคับ

แต่วันสำคัญเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อให้หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเพื่อความจรรโลงใจและศรัทธาในพระรัตนตรัยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [15 ก.ย. 2552 , 12:18:21 น.] ( IP = 58.9.146.121 : : )


  สลักธรรม 4

ข้อพึงปฏิบัติในวันสำคัญทางศาสนา

ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีเมื่อวันสำคัญทางศาสนาเช่นนี้มาถึง เช้าควรตั้งจิตอธิษฐานให้แน่วแน่ว่าจะงดเว้นจากความชั่วทุจริตทุกชนิทั้งทางกายวาจาและใจและตั้งใจประพฤติตามคำสอนด้วยการทำความดีตลอดวันนั้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาด้วยการปฏิบัติธรรมคือ

- บริจาคทาน ตามเวลาโอกาสเท่าที่จะทำได้

- สมาทานศีล 5 หรือศีล 8 ตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยตนเองหรือรับจากพระ

- อบรมจิตให้สงบระงับจากกิเลส ด้วยการทำสมาธิภาวนาฟังธรรมสนทนาธรรมหรืออ่านหนังสือธรรมเป็นต้น

-ให้วันนั้นผ่านพ้นไปด้วยการทำจิตใจให้ผ่องใสรักษาอารมณ์ไม่ให้โกรธไม่ให้เกลียดใครไม่ดุด่าว่ากล่าวใครไม่ทำร้ายเบียดเบียนใครและงดเว้นจากอบายมุขทุกชนิด

-แผ่เมตตาถึงสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้อภัยแก่ผู้อื่นเสียสละช่วยเหลือบุคคลอื่นตามสมควร

-งดเดินทางไกลงดติดต่อธุรกิจและการชุมนุมทุกอย่างเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุให้เกิดความ
วุ่นวายใจทำให้ฟุ้งซ่านไม่สงบทั้งสิ้นข้อนี้แม้ทางราชการก็กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการประจำปีเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสทำความดีในวันนี้ได้เต็มที่

-ในตอนเย็นพึงไปวัดใดวัดหนึ่งเพื่อร่วมทำพิธีเวียนเทียน ร่วมกับพุทธศาสนิกอื่นๆระเบียบปฏิบัติในการเวียนเทียน

-เมื่อวันสำคัญนั้นๆ เวียนมาถึงให้ทางวัดประกาศให้พระภิกษุสามเณรและชาวบ้านทราบทั่วกันว่า จะประกอบพิธีเวียนเทียนในวันไหนเวลาเท่าไรและสถานที่ไหน

-เมื่อถึงเวลากำหนด ทางวัดให้สัญญาณระฆังประชุม พระภิกษุสามเณร ทายกทายิกาพร้อมกันที่อุโบสถหรือศาลาการเปรียญแล้วแต่จะกำหนด

-เพื่อรอเวลาให้ชาวบ้านมาพร้อมกัน พระภิกษุสามเณรควรทำวัตรเย็นและสวดพระสูตรที่เกี่ยวกับวันสำคัญนั้น ๆ ไปก่อนจบแล้วอาจให้ทายกทายิกาทำวัตรเย็นต่อก็ได้

-โดยทั่วไปจะมีพระธรรมเทศนาหรือปาฐกถาอธิบายพระสูตรที่สวดให้วันนั้นหลักจากเสร็จเวียนเทียนแล้ว แต่ปราฏกว่าชาวบ้านจะกลับเสียเป็นส่วนมาก ที่เหลือฟังอยู่จะมีก็แต่พระภิกษุสามเณรและทายกทายิกาแก่ ๆ ไม่กี่คน เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องอันนี้ ทางวัดจึงควรจัดให้มีการแสดงธรรมหรือปาฐกถาธรรมก่อนจะทำพิธีเวียนเทียน เป็นการให้ธรรมเป็นทานแก่ชาวบ้านได้ทั่วถึง ทั้งทำให้เขาได้รับประโยชน์จากการฟังธรรมโดยไม่รู้สึกตัวว่าถูกบังคับด้วย

-เมื่อพร้อมกันแล้ว หัวหน้าสงฆ์จุดเทียนและธูปคนจุดตาม (บางแห่งจุดที่หลัง) แล้วหันหน้าไปทางพระปฏิมา หรือปูชนียวัตถุปูชนียสถานที่จะเวียน หัวหน้าสงฆ์กล่าวคำบูชาเป็นวรรค ๆ ตามแบบ ทุกคนว่าตามด้วยการเปล่งเสียงได้ยินชัดเจน

-ต่อจากนั้น หัวหน้าสงฆ์เดินประนมมือถือดอกไม้ธูปเทียนนำแถวเวียนประทักษิณ ทุกคนเดินเรียงเป็นแถวหน้ากระดานแถวละ 2-3-4 คน แล้วแต่จะเหมาะ เว้นระยะห่างกันพอสมควร ตามหัวหน้าไปช้า ๆ

-ระหว่างเดินเวียนรอบที่หนึ่ง พึงตั้งใจระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า ด้วยบทว่า อิติปิโส ภควา... รอบที่สองระลึกถึงพระธรรมคุณด้วยบทว่าสฺวากฺขาโตภคควตาธมฺโม... รอบที่สามระลึกถึงพระสัฆคุณด้วยบทว่า สหุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ.. เมื่อครบสามสามรอบแล้วนำดอกไม้ธูปเทียนไปวางหรือปักไว้ ณ ที่ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้แล้วเข้าไปยังสถานที่ประชุมอีกครั้งหนึ่งกราบพระ 3 ครั้งแล้วสวดบทแผ่เมตตากรวดน้ำอุทิศสาวบุญกราบพระอีก 3 ครั้งแล้วกลับบ้านได้ ถ้าไม่ได้ทำวัตรสวดมนต์หรือเทศน์ก่อนทำพิธีเวียนเทียน เมื่อเวียนเทียนแล้วควรทำวัตรสวดมนต์และมีเทศน์ในตอนนี้

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [15 ก.ย. 2552 , 12:23:32 น.] ( IP = 58.9.146.121 : : )


  สลักธรรม 5

ข้อเตือนใจในการเวียนเทียน

เพื่อให้พิธีกรรมนี้เกิดความเรียบร้อยเป็นแบบแผนที่ดีของอนุชนและเกิดผลดีแก่ผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริง ในขณะที่เวียนเทียนจึงควรคำนึงถึงข้อต่อไปนี้

-ให้นึกอยู่เสมอว่าวันนี้เป็นวันศักดิ์สิทธ์เป็นวันสำคัญของศาสนาเป็นการแสดงความเคารพบูชาตามหลักวัฒนธรรมไทย จึงต้องปฏิบัติให้ถูกระเบียบแบบแผนอย่าแสดงกิริยาวาจาร้องเย้าแหย่หยอกล้อกันควรเดินด้วยอาการอันสงบ สำรวมมือเท้าและปากในขณะเดินเวียนเทียน

-ขณะเดินเวียนเทียนควรเว้นระยะให้ห่างกันพอควรอย่าให้ไฟธูปเทียนลวกลนผู้อยู่ใกล้ตนหรือทำเทียนหยดใส่หลังผู้เดินข้างตนเป็นการรบกวนผู้ที่ตั้งใจสำรวมจิตให้สงบด้วยการระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยอยู่ให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญเป็นการตัดหรือขัดขวางการทำความดีของผู้อื่น

-ผู้ใหญ่ที่เป็นครูบาอาจารย์ บิดามารดา หรือผู้ปกครองควรแนะนำตักเตือนหรือควบคุมศิษย์ ลูกหลาน หรือคนในปกครองของตนให้ปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามระเบียบในการเวียนเทียน อย่าให้พฤติผิดระเบียบอันเป็นการสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่นและเป็นการทำลายวัฒนธรรมของชาติของศาสนาเป็นที่น่าละอายแก่คนต่างชาติต่างศาสนาอย่างมาก

-ผู้มีอำนาจและผู้ใหญ่ควรจะได้ทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี ด้วยการไปร่วมประกอบพิธีกรรมนี้ด้วยตนเองพร้อมทั้งชักชวนผู้น้อยไปร่วมด้วยจักเป็นการปลูกฝังนิสัยรักประเพณีวัฒนธรรมไทยแก่อนุชนไทยได้ดีกว่าการชักชวนให้ทำเพียงอย่างเดียว

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร....นำมาฝาก [15 ก.ย. 2552 , 12:27:06 น.] ( IP = 58.9.146.121 : : )


  สลักธรรม 6

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ก.ย. 2552 , 12:59:41 น.] ( IP = 125.27.172.4 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org