| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
โลกธรรมช้ำชอก
สลักธรรม 1
โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [18 ก.ย. 2552 , 22:36:44 น.] ( IP = 61.90.27.108 : : )
สลักธรรม 2ที่ได้แต่งโลกธรรมอำพรางนี้ก็เพราะว่ารำลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร ตามประวัติเล่าว่าตอนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ยังทรงพระชนม์อยู่ สมเด็จฯโต เป็นที่กระเดื่องเลื่องลือ มีผู้คนนับถือในสมณศักดิ์ของท่านด้วยหวังใกล้ชิดและหวังจะได้รับประโยชน์ว่าเป็นศิษย์หัวโปรดของสมเด็จฯโต ครั้นสิ้นรัชกาลที่ 4 เมื่อ ร.5 ครองราชย์เริ่มต้น สมเด็จฯ โตก็หายไปจากวัดระฆังฯ ครั้นต่อมารัชกาลที่ 5 ทรงรำลึกจึงรับสั่งให้ตามหาตัวสมเด็จฯโต ก็มีอันหากันจ้าละหวั่น มีผู้ไปพบสมเด็จฯ โตเที่ยวธุดงค์อย่างโดดเดี่ยวอยู่ตามเขาในจังหวัดสระบุรี ร.5 จึงรับสั่งให้นิมนต์กลับวัดระฆังฯ ดังเดิม จากนั้นมาผู้คนก็ห้อมล้อมเหมือนดั่งเดิม
หันมาดูเรื่องพระเวสสันดรตอนที่ครองราชย์รุ่งเรืองแต่งตั้งขุนน้ำขุนนางไว้มากมาย แต่ครั้นพระองค์ถูกเนรเทศจนต้องไปถือศีลบำเพ็ญพรตที่เขาวงกตในป่าดงดิบไกลลิบลับตา จะหาอำมาตย์ข้าราชการบริพารสักคนดั้นด้นค้นไปปฏิบัติป้องปัดพระองค์สักคนหนึ่งก็ไม่มี มีแต่มัทรี ชาลี กัณหา ที่เสด็จเป็นเพื่อนทุกข์คลุกความยากแค้นแสนเข็ญ ส่องให้เห็นความเป็นจริงว่าในโลกใบนี้ มีโลกธรรมอำพรางอยู่ในคนทั้งหลาย ประเภท ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับนาย ฉิบหายผมหนี ได้ดีผมกลับ ตกอับผมทิ้ง
วันที่ 30 กันยายน ของทุกปี เป็นวันเกษียณอายุราชการ ลูกจ้างของหน่วยงานราชการ ใครที่เคยคิดว่ามีอำนาจ ดำรงชีวิตอย่างหลงเหลิงระเริงยศศักดิ์ ครั้งถึงวันที่ 1 ตุลาคม ก็จะโศกตรมขมขื่น จากวันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป จะไปทางไหนใครเขาจะไหว้กราบหมอบราบเหมือนเดิมเป็นไม่มี กลับมาที่ทำงานเดิมก็ไม่มีเก้าอี้นั่ง มันเป็นธรรมดาของโลกธรรมที่ตนเองก็เคยทำต่อคนที่เกษียณก่อนหน้า วันนี้ต้องมาประสบโลกธรรมเอง ต้องทำใจโดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [18 ก.ย. 2552 , 22:39:32 น.] ( IP = 61.90.27.108 : : )
สลักธรรม 3ที่วัดสุทัศนเทพวรารามนี้ วันที่ผ่านมา พระเดชพระคุณพระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ดำรงตำแหน่งอีก 2 ตำแหน่ง คือ เจ้าคณะภาค 4 และ กรรมการมหาเถรสมาคม มีพระเถร เณร ชีห้อมล้อม กิจนิมนต์มิได้ขาดไม่ไปไม่ได้ คนทั้งหลายเขาบอกว่าเขาเสียใจ วันนี้ท่านอาพาธไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ มหาเถรสมาคมยกเป็นกิตติมศักดิ์ งานประชุมมหาเถรสมาคม ก็ไม่สามารถไปปฏิบัติหน้าที่ได้นับเป็นเวลากว่าปี ยามนี้คนที่ชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ก็ไม่มีใครมา พระที่เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ไม่เห็นหน้าแม้แต่สักรูปเดียว ทั้งๆ ที่เคยแต่งตั้งเจ้าคณะอำเภอมาเป็นร้อย รองอำเภอ เสนอตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ผลักดันพระอุปัชฌาย์ ผลักดันพระเป็นพระครู เจ้าคุณจำนวนไม่น้อย ยามนี้อยู่เดียวเปลี่ยวดาย นอกจากนี้ยังได้ยินการกะเก็งว่า...ถ้ามหาเถรสมาคมปลดจากกรรมการมหาเถรสมาคมแล้ว เจ้าคุณรูปไหนจะได้มาเป็นแทน ใครจะเป็นรองเจ้าคณะภาค 4 ถ้ามีอันถึงแก่ชีวิตรูปนั้นรูปนี้จะได้ขึ้นมาเป็นรองสมเด็จฯ อันดับหนึ่ง...เห็นอย่างนี้แล้วก็อยากจะรำพึงถึงโลกธรรมว่า...
ยามมียศ............. คนคด............ ก็คลาคล่ำ
ยามตกต่ำ........... ขี้คด............... ก็ลดหาย
ยามมีเงิน............ ขี้ขอ............... รอรอบกาย
ยามหมดเงิน....... ขี้ขอหาย.......... ไม่เห็นเงา
ก็แล้วไย............. จึงตะกาย......... หมายมียศ
เพื่อชี้คต............ สอพลอ............ กันหนอเล่า
รายก็เพื่อ........... ขี้ขอ................. พะนอพะเน้า
แล้วไยเล่า.......... จึงแส่ซ่า........... หาเรื่องอีก
![]()
โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [18 ก.ย. 2552 , 22:46:47 น.] ( IP = 61.90.27.108 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |