มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสวงหา









แสวงหา



วันนี้ได้นำท่านทั้งหลายสวดมนต์หลายบทเพื่อจะได้พูดน้อยหน่อย เพราะวันนี้รู้สึกเหนื่อยมากกว่าทุกวันที่เคยเป็นมา จึงใช้เวลาในการสวดมนต์อยู่ในพระพุทธคุณให้มากๆ และพระพุทธคุณย่อมรักษาเราให้มีความสงบกาย มีความสุจริตวาจา มีความศรัทธาที่ใจ และเมื่อมีความศรัทธาเกิดขึ้นเราก็จะทำชีวิตของเราให้มีค่าและมีประโยชน์ขึ้นมาได้ อย่างที่ว่าเรื่องของสัปดาห์ที่แล้วที่พูดถึงการที่เราเสียเวลาไปอย่างมากมายกับ “ชีวิตที่ไร้สาระ”

คำว่า “ชีวิตนี้ไร้สาระ” เป็นคำพูดของพระท่านคือพระพุทธเจ้า เพราะถ้าเราไม่มีสาระธรรมนำชีวิตอยู่ชีวิตไร้สาระจริงๆ อย่างที่เราสวดมนต์อยู่ทุกเช้าและเตือนท่านเสมอว่า ...อย่าคิดว่าเราป่วยเจ็บแล้วจะเป็นทุกข์เพียงอย่างเดียว เพราะนั่นคือส่วนหนึ่งของทุกข์ที่เกิดขึ้นจากวิบาก แต่เรามีทุกข์ประจำคือทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย เป็นธรรมดา

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็ได้นำเรื่องมาอุปมาอุปไมยเพื่อให้ท่านทั้งหลายเกิดความรู้และความเข้าใจว่าเรานี้ตกอยู่ภายใต้ความประมาท เราทุกคนมีภรรยาคนละ ๔ คน คนที่หนึ่งเรารักมากที่สุด คนที่สองเรารักมาก คนที่สามเรารักรองลงมา คนที่สี่เราไม่รักเลย

นอกจากเราจะมีภรรยาถึงสี่คนแล้วเรายังต้องโทษถึงประหารชีวิตอีกด้วยคือต้องตายแน่นอน เมื่อไปบอกลาภรรยานั้น ภรรยาคนที่หนึ่งบอกว่า เมื่อเธอตายฉันจะจบกัน ภรรยาคนที่สองบอกว่า เมื่อเธอตายเขาบอกว่าฉันจะมีใหม่ ภรรยาคนที่สามบอกว่า ไม่เป็นไรฉันจะไปส่ง ส่วนภรรยาคนที่สี่บอกว่า ถ้าเราตายเขาจะตายตาม

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [21 ก.ย. 2552 , 13:25:49 น.] ( IP = 125.27.175.218 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




อุปมานี้ก็คือ ทุกคนมีภรรยาคนละสี่คน ภรรยาคนที่หนึ่งที่เรารักมากที่สุด คือร่างกาย เราดูแลตั้งแต่เล็ก อาบน้ำมากี่ครั้ง แปรงฟันมากี่ครั้ง ใส่เสื้อผ้ามากี่ตัว ซักให้เขากี่หน เราขยับเขยื้อนร่างกายเพื่อไม่ให้ปวด ไม่ให้เมื่อย กินยาสารพัด พยายามบริหารสารเพ ก็ตายแล้วจบกัน จบจริงๆ ไม่มีร่างคนไหนติดตามไปได้ต้องเน่าเปื่อย

ภรรรยาคนที่สองที่เรารักมาก คือ สมบัติ เงินทอง ข้าวของ เงินในแบงค์ นอกแบงค์ ทุกอย่างที่เป็นของๆเรา เมื่อตายแล้วเขาก็จะมีใหม่ สมบัติผลัดกันชม เขาก็ต้องมีเจ้าของคนใหม่

ภรรยาคนที่สามที่เรารักรองลงมาก็คือ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติพี่น้อง พอเราตายแล้วเขาไปส่ง ถือดอกไม้จันทน์ไปส่งเราที่เมรุ เขาก็ไปส่งได้แค่นั้นแล้วเราก็ไปตามลำพังเหมือนเดิม ให้ร้องไห้เป็นตายอย่างไรก็ส่งได้แค่เมรุหรือเตาเผา ไปกับเราไม่ได้

แต่ภรรยาคนที่สี่ที่เราเฉยๆ เขาบอกว่าเมื่อเราตายเขาจะตายตาม คือ บุญและบาป ที่จะตามเราไป ตามสนองให้ผลเรา ตามข้ามภพข้ามชาติไป ไม่ทอดทิ้งเราไป ภรรยาคนที่สี่ที่เราไม่เคยเหลียวแลเลยว่าขณะที่เรากำลังทำอยู่นี้เป็นบุญหรือเป็นบาป ดีหรือชั่ว ให้ผลอย่างไร ใครเป็นผู้ได้รับ เราไม่เคยใส่ใจเลยแต่เขาใส่ใจเราเสมอ เขาจะตามเราไปแม้เราจะไม่เหลียวแล

ฉะนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าคิดว่า เราควรจะทำอะไร เราควรจะรักภรรยาคนไหนแน่ ซึ่งตอนนี้ก็คงต้องกลับลำดับไปเป็นคนที่ ๔ - ๓ - ๒ -๑ และก็ต้องรู้จักใช้ภรรยาให้เป็น ใช้ให้มีค่าด้วย ก็เพราะว่า ..

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ก.ย. 2552 , 13:26:14 น.] ( IP = 125.27.175.218 : : )


  สลักธรรม 2




"เงินและเวลาอันยาวนานของชีวิต เป็นสิ่งที่น่ากลัวและน่าเบื่อหน่าย

แต่มนุษย์ยังไม่ฉลาดพอที่จะกลัว ยังแสวงหาอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ"


เรายังแสวงหากันอยู่อย่างตั้งใจ ..เราทุกคนยังไม่ฉลาดพอที่จะรู้ว่า สิ่งต่างๆเหล่านี้ “ ไร้สาระ ” เพราะความสุขไม่ได้อยู่ภายนอกเลย ความสุขอยู่ที่ใจของเรา ที่เราสามารถทำใจของเราให้รับอารมณ์ได้อย่างเช่น สักแต่ว่ารู้เฉยๆ ไม่ไปยินดียินร้าย ไม่ให้เกิดอภิชฌาและโทมนัส นอกจากนั้นเราสามารถค่อยๆ ผ่อนคลายกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลงให้ออกไปได้ด้วยการปฏิบัติวิปัสสนา

เรายังไม่ฉลาดพอที่จะกลัวเงินและเวลา ..เรายังชอบเงินและเวลาที่มีในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเกิดชาติไหน นับถือศาสนาอะไร เราก็มีเวลาเท่ากันคนละ ๒๔ ชั่วโมง แต่เราก็บ่นว่า เวลาไม่พอเลย แล้วก็ยังแสวงหาเงินกันอยู่ร่ำไป เราทำธุรกิจ เราทำงานเพื่อให้ได้เงิน แล้วยังทำงานล่วงเวลาอีก บางคนก็ทำขนมไปขาย ...เพื่อให้ได้เงินขึ้นมา

เราจะเห็นว่าธุรกิจทุกวันนี้ มีการเติบโตขึ้นมากมายก็เพื่อเงิน การงานต่างๆ ที่เราทำก็เพื่อเงิน นี่ไงคือไม่ฉลาดพอ เพราะเราไม่กินเงิน เรากินข้าว เราอาศัยปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค แต่เราไปลุ่มหลงเงิน ลุ่มหลงจนเป็นพระเจ้าของเรา

บางทีบาทเดียวเรายังไม่ยอมเสียเลย ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา อย่างเช่นในวงไพ่จะเสียเงินบาทหนึ่งก็ไม่ได้ไม่ยอม สลึงเดียงก็ต้องทอน ทั้งที่เวลาไปกินอะไรกันกลับเสียได้ยอมเป็นเจ้ามือเลี้ยงใครต่อใคร

เพราะฉะนั้นเวลาจะได้เงิน ..ก็จะคิดว่า ฉันต้องได้ ฉันต้องชนะ หรือเวลาจะเสียเงินแบบไม่เต็มใจเราก็จะไม่ยอมเลย แม้กระทั่งเศษสตางค์ก็นับหรือพลิกอยู่นั้นแหละว่าเป็นเหรียญบาทหรือเหรียญสองบาทเพราะกลัวว่าจะให้เกิน ..เราก็จะเห็นได้ว่าเงินนี้มีอำนาจ

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ก.ย. 2552 , 13:26:35 น.] ( IP = 125.27.175.218 : : )


  สลักธรรม 3




นอกจากนั้นมาดูในเรื่องของเวลา เวลาอันยาวนานของชีวิตเป็นสิ่งที่น่ากลัวและน่าเบื่อหน่าย แต่มนุษย์ยังไม่ฉลาดพอที่จะกลัวเวลา เรายังต้องการยาอายุวัฒนะ หรืออาหารเสริมเพื่อให้ชีวิตเราสดชื่นแจ่มใสอายุยืน ทั้งที่บางอย่างในร่างกายอายุมันหมดแล้ว เช่นยาเพิ่มสมรรถภาพบางอย่างที่ตอนนี้มีการประกาศให้ร้านขายยาขายได้โดยไม่ต้องควบคุม

หรืออย่างตอนขอพรจากพระก็ขอให้อายุยืน ขอให้หมดเคราะห์หมดโศก ซึ่งจริงๆ แล้ว การร้องขอเวลาอันยาวนานนี้ก็คือการร้องขอโรคอันยาวนานโดยอ้อมที่เราไม่รู้ตัว เพราะชีวิตนั้นตั้งอยู่บนพยาธิมีโรคภัยไข้เจ็บอยู่เสมอๆ โรคหิว โรคเมื่อย ปวดท้อง โรคฟัน โรคหู โรคตา แต่เราก็อยากได้เพราะเมื่อเวลายาวนานแล้วเราก็มีเวลาทำเงิน

เงินกับเวลาที่ได้มานี้คนโง่ๆ ที่ไม่ฉลาดพอก็จะไม่กลัว เพราะค่าของเงินนั้นไม่เที่ยง มีค่าเงินตก ค่าเงินขึ้น แต่เราตื่นเต้นแล้วก็ตูมตามไปกับเงินและทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาโดยการใช้ไม่เป็น ซึ่งความสุขของคฤหัสถ์มี ๔ อย่าง คือ

๑.ความสุขที่เกิดขึ้นจากการมีทรัพย์ ถ้าไม่มีก็แย่

๒.ความสุขที่เกิดขึ้นจากการได้ใช้สอยทรัพย์ พระพุทธองค์ไม่ได้บอกว่าสุขจากการได้เก็บทรัพย์ ความสุขจากการใช้ทรัพย์นั้นให้เป็นก็คือกินแต่พอเพียง ใช้แต่พอเพียง อยู่แบบพอเพียง และมีจาคะ มีการช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบ

๓.ความสุขที่เกิดขึ้นจากการไม่เป็นหนี้

๔. สุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ก.ย. 2552 , 13:26:52 น.] ( IP = 125.27.175.218 : : )


  สลักธรรม 4




คุณค่าของชีวิตไม่ได้อยู่ที่การมีเงินมากหรืออายุยาว คุณค่าของชีวิตอยู่ที่ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ตนและเพื่อนมนุษย์ เราได้มีโอกาสทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ตนและเพื่อนมนุษย์บ้าง และเป็นประโยชน์แก่ตนแท้หรือยัง

การมีอายุยืนโดยไร้ประโยชน์เรียกว่าเสียโอกาส การมีเงินโดยใช้เงินอย่างไร้ประโยชน์หรือไม่ใช้เลย ก็เป็นการเสียโอกาสที่จะสร้างอริยทรัพย์ การเสียเวลาไปก็คือการเสียโอกาสเพราะเวลาจะมีค่าเวลานั้นต้องประกอบไปด้วยปัญญา

สิ่งที่พยายามมาพูดทุกสัปดาห์นั้นก็เพื่อจะให้ต้องตื่นตัวสักทีหนึ่ง ไม่ใช่เป็นแบบรู้แล้ว...ไม่ตื่น

ที่นั่งกันอยู่นี่มีใครไม่รู้บ้างว่าบาปนั้นไม่ดี เรารู้กันทุกคน รู้ว่าอกุศลมี ๑๒ โลภะมี ๘ โทสะมี ๒ โมหะมี ๒ และใครตัดโลภะได้หมดแล้ว? พระอรหันต์

แต่พวกเราก็ตัดได้บ้างแต่ยังตัดไม่ขาด พระอรหันต์ท่านตัดได้ขาดทั้งหมด เรามักไปยกเรื่องการตัดกิเลสได้ให้พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ท่านหมดเลย ซึ่งเราเองก็ต้องตัด ต้องพยายามทำ

เรารู้หมดว่าอะไรเป็นของไม่ดี แต่เราก็ยังชอบอยู่ เรายังยินดีอยู่ ...จึงต้องค่อยๆคิด ค่อยๆแก้ ทำแต่ที่จำเป็น ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนไม่ดี ที่นั่งอยู่ตรงนี้หลวงพ่อท่านบอกว่าลูกพ่อเป็นคนดี แต่เป็นคนดีที่มีกิเลส เป็นคนดีที่ใฝ่ใจในธรรมะ มีความเพียร มีความสามารถในการศึกษาเล่าเรียน แต่เป็นคนดีที่มีกิเลส เพราะว่าเรายังไม่ใช่พระโสดาบัน

เราจะต้องเอาสิ่งเหล่านี้มาเตือนตนเอง และ ต่างคนต่างต้องพยายามนึกให้ได้ด้วย เช่น พี่ดาเป็นคนดีไหม ตอบ เป็นคนดี แต่ต้องเอาคำของหลวงพ่อมาเตือนว่า เราเป็นคนดีที่ยังมีกิเลส ไม่เช่นนั้นเราก็จะลืม ลุ่มหลงและก็รักอย่างงมงาย เหมือนกับตัวเราเองเราก็ว่าเราดี เราต้องเตือนตนเองว่าเราก็เป็นคนดีที่ยังมีกิเลสอยู่

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ก.ย. 2552 , 13:27:09 น.] ( IP = 125.27.175.218 : : )


  สลักธรรม 5



คนดีสองคนคุยกันเรื่องดีๆ มันก็ได้ดีมากขึ้น เช่น คุยธรรมะกันก็ดีมากขึ้นเพราะได้แลกเปลี่ยนทัศนะกัน แต่คนดีสองคนที่มีกิเลสเอากิเลสมาคุยกัน เช่น นี่ๆคนนั้นนะไม่ดี อีกคนก็ตอบใช่จริงๆด้วย โทสะมันพร้อมออกมาคุยด้วย

ฉะนั้น อย่าลืม.. อย่าทะนงตนว่าตนเองเป็นคนดี ประมาทไม่ได้เลย จึงต้องมีสติเตือนตนเองอยู่ตลอดเวลาว่าเราเป็นคนดีที่มีกิเลส

การที่เราพยายามหยุดและก็หยุดให้ได้ จะเหมือนเป็นตัวบั่นทอนหรือตัวเบรคทำให้เราคิดก่อนพูด คิดก่อนทำ ถ้าเราลืมไปว่าเราเป็นคนดีที่มีกิเลสแล้วพูดออกไป ก็พร้อมที่จะแสดงออกในโลภะ โทสะ และโมหะได้อย่างง่ายๆ

เวลาที่น่ากลัวก็คือเวลาของชีวิต ความลุ่มหลงและความงมงายเป็นของที่น่ากลัวที่สุด ไม่มีใครมาเตือนและมาพูดกับเราได้นานหรอก เราต้องเตือนตนสักที ต้องรู้ ต้องรู้แล้ว และเราต้องตื่นออกจากกิเลสด้วย

บางคนตื่นทำทุกอย่างเลยแต่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นทำไปเพื่ออะไร เรารู้แล้วเราจึงต้องตื่นออกมาจากกิเลสเหล่านี้ให้ได้ ไม่มากก็น้อย ต้องตื่นออกจากกิเลสทุกวัน ทำทุกวันแล้วเราจะได้ดีเอง

ก็ขอกุศลผลบุญและเจตนาที่ท่านตั้งใจ จงได้เป็นพลวปัจจัยให้ท่านนั้นยังประโยชน์อันสูงสุดของชีวิตได้ นึกคิดสมความปรารถนา ก้าวหน้าอยู่ในบุญ คุ้นกับความสงบและจบชีวิตจากสังสารวัฏได้โดยทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน ขออนุโมทนา


โดย น้องกิ๊ฟ [21 ก.ย. 2552 , 13:27:25 น.] ( IP = 125.27.175.218 : : )


  สลักธรรม 6


โดยปกตินั้นเราก็จะไม่รู้หรอกว่าเรานั้นมีความโง่อยู่ในตัวมากมาย พอได้ฟังท่านอาจารย์มันก็จะเกิดสติ ได้สติก็จะได้มีโอกาสเตือนตนเอง ทำให้ความไม่ดีเหล่านั้นก็ลดไปได้บ้าง ถือว่าเป็นประโยชน์มากทีสุด

เพราะถ้าอยู่ที่บ้านโอกาสที่เราจะทำอะไรๆให้เกิดบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ จนครบนั้นก็ทำไม่ได้ แต่ถ้าเรามาที่มูลนิธิโอกาสนั้นไปทางไหนบุญทั้งนั้น

เพราะฉะนั้น การมาที่นี่ได้ความรู้ ได้ท่านอาจารย์เตือนสติ ได้ฟังธรรมะ ได้ปฏิบัติ วิเศษมาก วิเศษจริงๆ นี่คือชีวิตที่มีคุณค่า

ได้ความรู้ ได้สติ ได้อะไรที่เป็นประโยชน์ ทำให้ความชั่วอันอัดแน่นในธรรมชาติของความเป็นมนุษย์คงจะลดลงได้บ้าง คิดว่ามันเป็นประโยชน์มาก ก็ต้องกราบขอบพระคุณบุญกุศลที่ได้ส่งเรามา ให้ได้พบสิ่งที่เป็นประโยชน์ สถานที่อันประเสริญ ครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณอันหาที่เทียบมิได้

โดย ปรารถนา นาชัยสิทธิ์ [21 ก.ย. 2552 , 13:33:32 น.] ( IP = 125.27.175.218 : : )


  สลักธรรม 7

ได้ข้อเตือนตนในการใช้ชีวิตให้มีสาระ และกระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนและเพื่อนมนุษย์ ไม่ได้อยู่ที่การแสวงหาเงินและเวลามากๆ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ และขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรงโดยไวค่ะ

อนุโมทนากับน้องกิ๊ฟค่ะ ที่นำประโยชน์มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [21 ก.ย. 2552 , 23:04:51 น.] ( IP = 61.90.28.165 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org