มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลักพระพุทธศาสนาที่ควรทราบ




หลักการกระทำด้วยความเพียร

หลักพระพุทธศาสนา การกระทำด้วยความเพียรของตนเอง เป็นหลักสำคัญที่ควรปฏิบัติ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีทางได้มาโดยที่เราไม่ลงมือทำ

ต้องการให้บ้านเราสะอาด แต่ถ้าเราไม่ลงมือทำความสะอาด ก็ไม่มีทางที่บ้านจะสะอาดไปได้ ต้องการให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรดี ก็ต้องมั่นดูแล บำรุงรักษา และก็ควรทำด้วยความพากเพียรหรือวิริยะ คือ ทำให้สม่ำเสมอตลอดไป

และก็เหมือนกัน นักเรียน นักศึกษา ทั้งหลายที่ต้องการสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ตนต้องการให้ได้ แต่ไม่อ่านหนังสือ ไม่ทำความเข้าใจในวิชานั้นๆ แล้วคิดหรือว่าจะสามารถสอบได้ดังที่ปรารถนา ก็คอยแต่จะให้ผู้อื่นช่วยอยู่ร่ำไป ใช้เส้นสายบ้าง

หรือแม้กระทั้งการทุจริตก็สามารถทำได้โดยที่ไม่มีความรู้สึกละอายใดๆเลย และส่วนใหญ่หรือเกือบจะทั้งหมด ต้องมีการบนขอกับสิ่งที่เขาเชื่อว่าสามารถช่วยได้ หรือที่เขาเรียกกันว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เราต้องเชื่อหลักกรรม (การกระทำ) เมื่อกรรมดีผลกรรมก็ย่อมดี ไม่มีทางนอกเหนือไปจากนี้ได้

เราทำดีก็ดีอยู่แล้ว ในการกระทำ
ทำชั่วก็ชั่วอยู่แล้วในการกระทำ

เราไม่ต้องคิดถึงผลกรรมว่าจะเป็นอย่างไร เพราะทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเป็นไปตามปัจจัย เราทำดีผลย่อมดี ทำชั่วผลย่อมชั่วหรือไม่ดี ตามเหตุที่ทำ หรือ เรียกว่า อิทัปปัจจยตา

ถ้ายังไม่รู้จักกันก็ขอให้ไปหาศึกษาดู จะยังไม่ขอกล่าวในตอนนี้ น้อยนักที่จะมีคนที่ยึดมั่นในการกระทำของตนเอง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองให้สูงยิ่งๆขึ้น

โดย เทพธรรม [14 ต.ค. 2552 , 08:29:27 น.] ( IP = 58.9.147.10 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หลักการพัฒนาตามหลักไตรสิกขา

ก็เป็นหลักสำคัญของพุทธศาสนาอีกหลักหนึ่ง เราต้องพัฒนาตนเองให้ดียิ่งๆขึ้น อย่าให้ย่ำอยู่กับที่ เกิดมาทั้งทีไม่มีการพัฒนา ย่ำอยู่กับที่ตลอดตั้งแต่เกิดจนตาย อย่างนี้ก็ไม่ไหว ชีวิตก็ไร้ค่า เกิดมาเป็นมนุษย์ใช่ว่าจะเป็นสัตว์ประเสริฐ โดยทันทีตามที่เข้าใจกัน แต่มนุษย์ประเสริฐได้ด้วยการฝึกฝนพัฒนาตนเอง ถ้าไม่ฝึก หาประเสริฐไม่ ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า

ทนฺโต เสฏโฐ มนุสฺเสสุ
ในหมู่มนุษย์ ผู้ประเสริฐสุดคือ ผู้ฝึกตนดีแล้ว

มนุษย์ถ้าไม่ฝึกฝนพัฒนาตนเอง ก็สู้สัตว์บางชนิดยังไม่ได้ ดูตอนแรกเกิด มนุษย์เกิดมา ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ต้องอาศัยพ่อแม่ค่อยดูแลเป็นเวลาหลายปี กว่าจะสามารถช่วยตัวเอง หรือดำรงชีพอยู่ได้ด้วยตัวเอง บางคน ๒๐ ปียังช่วยตัวเองไม่ได้เลย

แต่สัตว์เกิดมาใช้เวลาเพียงชั่วครู่ ก็สามารถเดินตามพ่อแม่ไปไหนต่อไหนได้แล้ว เช่น ม้า วัว ควาย ฯลฯ หรือลูกเป็ด เกิดมาเดี๋ยวเดียว พอแม่มันลงน้ำ มันก็วิ่งตามแม่ลงน้ำได้ ถ้าเป็นมนุษย์ล่ะก็ตาย สถานเดียว แต่ เมื่อมนุษย์มีการฝึกฝนพัฒนาตนแล้ว สัตว์ทั้งหลาย หรือแม้แต่ เทวดา พรหม ก็สู้ไม่ได้

มนุษย์สามารถพัฒนาตนให้เป็นเลิศทางปัญญา หรือแม้กระทั้งการพัฒนา หรือประดิษฐ์สิ่งต่างๆมาใช้ได้

ดูอย่างเทคโนโลยีต่างๆ สุดที่สัตว์อื่นๆ จะสามารถทำได้ เพราะสัตว์นั้นอยู่ได้ด้วยสัญชาตญาณ ไม่สามารถฝึกฝนตนเองได้ จะมีบ้างบางชนิดที่ฝึกได้ แต่ก็ต้องอาศัยมนุษย์ฝึกให้ เช่น ช้าง ลิง นก ฯลฯ แต่ก็สามารถฝึกได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เหมือนมนุษย์ สามารถฝึกฝนพัฒนาตนเองได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

โดย เทพธรรม [14 ต.ค. 2552 , 08:32:33 น.] ( IP = 58.9.147.10 : : )


  สลักธรรม 2

หลักความไม่ประมาท

"วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่"

วันเวลาที่ผ่านไป อย่าให้ผ่านไปเปล่า วันหนึ่งๆไม่มากก็น้อยควรได้อะไรบ้าง ที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและแก่ผู้อื่น เกิดมาทั้งทีไม่สร้างประโยชน์ ไม่สร้างคุณงามความดีทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นเลย ก็เสียชาติเกิด เรียกว่า ชีวิตที่ไร้คุณค่า

แม้ผู้นั้นจะมีอายุตั้ง ๑๐๐ ปีก็ตาม ก็สู้ผู้มีอายุเพียงวันเดียว แต่ทำประโยชน์อย่างที่สุดไม่ได้ ฉะนั้นเราควรไม่ประมาทกับเวลาที่ผ่านไป ควรทำเวลาให้มีประโยชน์อย่างที่สุด ด้วยการ ทำลายกิเลส ของตนเอง ให้เบาบางลงไปที่ละเล็ก ทีละน้อย

เมื่อทำเช่นนี้ ผู้อื่นก็ได้รับประโยชน์ด้วย เช่น เราลดความตระหนี่ลง เราก็มีการให้เพิ่มขึ้น ผู้อื่นก็ได้รับประโยชน์จากของที่เราให้ เราไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่น ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ผู้อื่นก็ได้รับประโยชน์ เพราะไม่ถูกเบียดเบียน

ถ้าได้ฝึกตนอยู่อย่างนี้ แม้รู้ว่าจะต้องตายในวันพรุ่งนี้ ก็ไม่รู้สึกกลัว ไม่รู้สึกเสียดายเวลา เพราะเราได้ทำประโยชน์ อย่างที่สุดแก่เวลาที่ผ่านไปแล้ว แม้จะต้องตายก็ขอตายอยู่ด้วยการฝึกอบรมจิต จึงขอให้เราทุกคนดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท ดังที่พระผู้มี พระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานว่า

"ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราจักเตือนพวกเธอทั้งหลายว่า

สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
พวกเธอทั้งหลาย จงยังประโยชน์ ตนและท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด ดังนี้ นี่เป็นวาจาครั้งสุดท้ายของตถาคต"

โดย เทพธรรม [14 ต.ค. 2552 , 08:35:25 น.] ( IP = 58.9.147.10 : : )


  สลักธรรม 3

หลักการพึ่งตนเอง

พึ่งอะไรก็ไม่ดีเท่าการพึ่งตนเอง คนส่วนมากหรือเกือบจะทั้งหมด ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง จะทำอะไรทีก็ต้องเที่ยวบนบาน อ้อนวอนกับสิ่งที่ทึกทักเอาเองว่าศักดิ์สิทธิ์ ให้ช่วยทำให้สำเร็จด้วย ถ้าสำเร็จจะมีของมาตอบแทน ก็เหมือนกับติดสินบน นั่นแหละ

บางคนมีความรู้สึกว่ารับไม่ได้ กับการไม่ยอมรับของผู้อื่น(มีปัญญา) ก็เลยบอกว่า "ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่" ก็ควรบอกเขาไปว่าไม่ได้ลบหลู่แต่อย่างใด

แต่ หลักของพระพุทธศาสนานั้น ไม่ได้ให้ความสนใจหรือให้ความสำคัญเลยว่าสิ่งศักดิ์จะมีหรือไม่มี เพราะไม่คิดหวังพึ่งอยู่แล้ว

ถ้าเชื่อกันว่ามีจริงๆ ก็อยากจะให้คิดพิจารณาเรียนรู้ ด้วยว่า ถ้ามีจริงแล้วช่วยอะไรเราได้บ้าง มีสักครั้งหนึ่งไหมที่ช่วยทำในสิ่งที่เราต้องการ ให้เป็นผลสำเร็จได้ โดยที่เราไม่ต้อง ออกแรงทำเองเลย

คนดีจะพยายามช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็เหมือนกัน ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงและดีจริง ก็เป็นที่แน่นอนว่า โดยคุณธรรมแล้วจะต้องช่วยเรา โดยไม่ต้องรอให้เราอ้อนวอน หรือติด สินบนเลย

ถ้าเราหวังแต่จะให้ผู้อื่นช่วยอยู่ล่ำไปแล้ว ตัวเราเองจะมีค่าอะไรกับความสำเร็จนั้นๆ จะทำอะไรเองก็ไม่ได้เลย ไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความกล้าหาญพอที่จะทำเองได้ เป็นคนใจเสาะเปราะบาง แล้วจะดำรงชีพอยู่ด้วยตัวเองอย่างไรได้ ไม่มีทางที่ใครๆจะให้เราพึ่งได้ตลอดไป

ฉะนั้น ขอให้ฝึกฝนการกระทำด้วยตัวเอง เชื่อมั่นตัวเองว่าสามารถทำสิ่งต่างๆได้ เชื่อมั่นในคุณธรรมของตัวเอง ถ้าเรามีคุณธรรมจริง ใครๆก็เชิดชูบูชา ยินดีให้การช่วยเหลือ โดยที่เราไม่ต้องปริปากขอเลย



สรุป หลักพุทธศาสนาที่กล่าวมา คือ

หลักการกระทำด้วยความเพียร
หลักการพัฒนาตนตามหลักไตรสิกขา
หลักความไม่ประมาท
และ หลักการพึ่งตนเอง


ทั้งหมดนี้ขอให้ช่วย กันนำไปเผยแพร่ ด้วยความหวังว่าความงมงายจะลดน้อยลง หรือหมดไปจากพุทธศาสนิกทั้งหลายครับ


โดย เทพธรรม [14 ต.ค. 2552 , 08:40:40 น.] ( IP = 58.9.147.10 : : )


  สลักธรรม 4



โดย น้องกิ๊ฟ [14 ต.ค. 2552 , 15:16:57 น.] ( IP = 125.27.158.202 : : )


  สลักธรรม 5


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [14 ต.ค. 2552 , 17:35:24 น.] ( IP = 124.121.178.103 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [14 ต.ค. 2552 , 21:30:56 น.] ( IP = 58.8.52.24 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org