มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไปทอดกฐินที่วัดน้ำบ่อหลวง






หกโมงเช้าของวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ คณะของเราจำนวน ๕๑ ชีวิตก็ได้เดินทางออกจากมูลนิธิเพื่อไปทอดกฐิน ณ วัดน้ำบ่อหลวง จังหวัดเชียงใหม่

ในขณะที่รถได้วิ่งผ่านบริเวณหน้าพุทธมณฑลนั้น อาจารย์บุษกร เมธางกูร ได้นำพวกเรากราบลาพระศรีทศพลญาณฯ พระประธานพุทธมณฑล และจากนั้นก็เริ่มต้นการสวดมนต์ทำวัตรเช้า เพื่อเป็นสิริมงคลแก่หมู่คณะต่อไป




เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่ง พวกเราก็ได้เดินทางถึงจังหวัดพิษณุโลก และได้เข้าไปนมัสการพระพุทธชินราช และพระพุทธรูปสำคัญองค์ต่างๆ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในบริเวณวัด พร้อมกับการเปิดฉากการทำทานกุศลกันอย่างขมีขมันด้วยการใส่เงินลงในตู้รับบริจาคที่มีอยู่เป็นจำนวนมากภายในพระวิหาร

หลังจากนั้นคณะของเราก็เดินทางต่อไปยังจังหวัดลำพูนโดยมีเป้าหมายที่จะเข้ากราบนมัสการพระธาตุหริภุญชัย โดยในระหว่างทางก็มีการเล่มเกมกันหลายชนิดโดยการนำของพิธีการฝ่ายชายและฝ่ายหญิง สลับกับการชมภาพยนตร์เกาหลี

โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 15:45:42 น.] ( IP = 125.27.177.86 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1




ซึ่งระหว่างการเดินทางในช่วงนี้แม้จะมีความสนุกสนานแต่ก็ยังมีลุ้นอยู่ว่าเราจะไปทันกำหนดเวลาก่อนที่วัดจะปิดประตูหรือไม่ และเพื่อความปลอดภัยของหมู่คณะท่านเจ้าคุณเมธีฯ (พระราชปฏิภาณโสภณ) ผู้นำคณะของพวกเราก็ได้กรุณาโทรศัพท์ประสานงานไปยังวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารเป็นการล่วงหน้า เพื่อขอเข้าไปนมัสการองค์พระธาตุในยามวิกาล ซึ่งทางวัดได้ให้ความเมตตาแก่พวกเราเป็นอย่างดี





และเมื่อไปถึงวัดพระธาตุหริภุญชัยแล้ว คณะของเราก็ได้เข้าไปกราบองค์พระธาตุสมปรารถนาและสวดมนต์บูชาด้วยความเคารพในพุทธสถานเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นก็ออกเดินทางต่อไปยังวัดน้ำบ่อหลวง จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นจุดหมายปลายทาง

โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 16:02:25 น.] ( IP = 125.27.173.253 : : )


  สลักธรรม 2




เช้าวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒ พวกเราได้ตื่นกันแต่เช้า พร้อมกับความกระตือรือร้นที่จะได้ร่วมงานกุศลคือกฐินทาน โดยหลังจากที่รับประทานอาหารเช้ากันเสร็จแล้วหลายคนก็เริ่มนำเงินออกมาทำบุญเพื่อสมทบกองกฐินในวันนี้ ทั้งที่แต่ละคนนั้นได้บริจาคเงินเข้ากองกลางเพื่อสมทบกับกองกฐินตั้งแต่ก่อนออกเดินทางมาแล้วจำนวนคนละ ๕๐๐ บาท

ดังนั้น บรรยากาศในเช้าวันนี้จึงมีเสียงแห่งกุศลมากระทบโสตประสาทอยู่เรื่อยๆ ว่า “ขอทำบุญด้วยค่ะ” และก็จะมีเสียงอนุโมทนาของอาจารย์บุษกร ดังอยู่ไม่ขาดระยะ และเมื่อท่านอาจารย์ฯ รับเงินไว้จนเต็มมือแล้วก็จะนำมาส่งมอบให้ผู้รวบรวมโดยจะมีการพร้อมใจกันส่งเสียงนับเงินทีละใบในมือของอาจารย์อย่างสนุกสนานซึ่งเป็นที่น่าประทับใจมาก

โดยเฉพาะในช่วงสายก่อนที่จะแห่องค์กฐินไปยังพระอุโบสถ ..ในขณะนั้นมีการสรุปยอดเงินบริจาคอยู่ที่ ๑๗๕,๒๔๓ บาท พอมีเสียงประกาศออกไปให้ทราบถึงจำนวนเงินดังกล่าวก็มีการกรูกันเข้ามาสมทบเงินบริจาคกันอีกครั้งโดยมีท่านอาจารย์ฯ เป็นผู้บริจาคปิดท้ายซ้ำอีกหนรวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๑๙๐,๐๐๐ บาท อันเป็นยอดเงินบริจาคของคณะนักศึกษาพระอภิธรรม มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 16:03:03 น.] ( IP = 125.27.173.253 : : )


  สลักธรรม 3



และเมื่อทุกคนมีความสุขใจในการทำทานกุศลอย่างร่าเริงแล้ว ท่านอาจารย์ฯ ก็ได้เติมความสุขครั้งใหญ่ให้พวกเราอีกครั้งด้วยการกล่าวนำตั้งเจตนาทำกุศลอธิษฐานถวายเงินสมทบกองกฐินและกล่าวคำถวายกุศลแด่ครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณ ดังมีเนื้อความว่า

“ก่อนที่จะแห่องค์กฐินเราก็มามองเงินที่กองอยู่ตรงนี้ว่า ไม่มีคำว่า "เงินของเรา" แล้ว แม้จากในกระเป๋าจะเป็นเงินของเรา แต่เมื่อเราได้บริจาคออกมา "ความเป็นของเรา" ก็หายไป

ถ้าเรารู้ว่าเป็นของเราหรือตัวตนของเรานั้น ..เราก็จะมีความมัจฉริยะก็จะเกาะแฝงเข้าไปกับคำว่าของเรา แต่เมื่อเราหยิบเงินนี้ออกมาบริจาคแล้วจึงไม่ใช่เงินเราแต่เป็นเงินบุญ

คำว่า "เงินบุญ" มีค่ามาก และก็ "ต้องห้าม" มาก หากนำไปใช้ผิดเจตนาก็บาป พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า การที่พระภิกษุสงฆ์ยักยอกเงินเพียงหนึ่งมาสกก็บาปหนัก แม้เพียงแค่อำพรางปิดบังหรือซ่อนเร้นเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่ามีเงินอยู่ตรงนี้ก็บาปหนัก

แต่ขณะนี้เรา ไม่ใช่คนบาปแต่กำลังเป็นคนบุญ ฉะนั้น เงินจำนวน ๑๙๐,๐๐๐ บาทนี้ เป็นเงินที่พวกเราทุกคนปิติใจ พร้อมกันจะกล่าวคำอธิษฐานว่า

ด้วยความศรัทธาปสาทะ ที่จะเพียรละ เพียรระวัง เพียรสร้าง และเพียรรักษา กาย วาจา และใจของตนเองให้บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง และเครื่องร้อยรัดต่างๆ

ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงเพียรอบรมเจริญสติ เจริญปัญญา ใฝ่หาคุณธรรม สร้างสิ่งที่ดีงามโดยเฉพาะการกระทำทาน และช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบในครั้งนี้

ข้าพเจ้าทั้งหลายมีเจตนามุ่งหมายจะร่วมการกระทำกฐินตามพระพุทธประสงค์ที่ทรงอนุญาตไว้ให้สำเร็จลุล่วงไป ณ วัดน้ำบ่อหลวง ที่ข้าพเจ้าเดินทางมาในครั้งนี้

ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สละทรัพย์ด้วยความยินดีมีศรัทธาในการกระทำ เชื่อบาปและเชื่อบุญ เชื่อผลบาปและผลของบุญ จึงเร่งสร้างทุนเป็นเสบียงแห่งชีวิตเพื่อเดินทางในวัฏฏะสงสารอย่างไม่ลำบาก และเพื่อสร้างบารมีธรรมนำความเจริญมาสู่ชีวิตให้มากยิ่งขึ้นในกาลต่อไป

เงินที่อยู่ ณ เบื้องหน้าของข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นจำนวน ๑๙๐,๐๐๐ บาทนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายพร้อมใจกันนำมาทอดกฐินในวันนี้เพื่อความสุขและความสวัสดีที่จะเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า พร้อมทั้งเป็นอุปนิสัยนำส่งให้ข้าพเจ้าเป็นผู้สันทัดในทานมัย และสามารถทำลายมัจฉริยะความตระหนี่ถี่เหนียวออกจากจิตใจไปให้ได้

ด้วยกุศลบารมีครั้งนี้ ขอจงได้เป็นพลวะปัจจัยยังผลให้ข้าพเจ้า มีความมั่นคงในศรัทธาทั้ง ๔ สามารถหลีกหนีความชั่ว เกรงกลัวผลบาป กำราบจิต

ขอให้ข้าพเจ้าอย่ามีทิฏฐิวิบัติ มีความตั้งมั่นอยู่ในสัมมาทิฏฐิ มีความดำริชอบประกอบไปด้วยคุณธรรม เพื่อนำทางชีวิตให้พ้นจากความกันดารทั้งหลาย และสู่จุดหมายคือมรรคผลนิพพานได้โดยเร็วเทอญ.

ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายกุศลครั้งนี้แด่หลวงพ่อเสือ ท่านอาจารย์บุญมี ท่านพระครูศรีโชติญาณ และคณาจารย์ทั้งหลายที่อบรมสั่งสอนให้นิสัยแก่ข้าพเจ้ามาจนทุกวันนี้ ขอท่านทั้งหลายจงปีติปราโมทย์ในศิษย์คนนี้ด้วยเทอญ

และให้กุศลนี้สามารถเป็นกรรมนิมิต เป็นกรรมอารมณ์ เป็นคตินิมิตฝ่ายกุศลนำผลให้ข้าพเจ้ามีสุคติภูมิเป็นที่ตั้งยังชีวิตให้พบหลวงพ่อเสือได้สมความปรารถนาเทอญ”

โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 16:07:24 น.] ( IP = 125.27.173.253 : : )


  สลักธรรม 4




หลังจากนั้นเมื่อประธานกฐินได้เดินทางมาถึงแล้ว พวกเราก็ช่วยกันแห่องค์กฐินไปยังพระอุโบสถ โดยมีการเวียนทักษิณาวัตรสามรอบ ก่อนที่จะนำผ้ากฐินและเครื่องบริวารกฐินทั้งหลายไปจัดวางไว้ในที่อันควร





และแล้วก็เข้าสู่ช่วงเวลากุศลอีกชนิดหนึ่ง คือการฟังธรรมตามกาล โดยมีท่านเจ้าคุณพระราชปฏิภาณโสภณ เป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนาในเรื่อง “พิธีทอดกฐิน” ซึ่งท่านได้อธิบายความเป็นตั้งแต่ครั้งสมัยที่ได้รับพระพุทธานุญาตให้รับผ้ากฐินเป็นครั้งแรก อานิสงส์ของการทอดกฐิน และลำดับความเป็นมาของการทอดกฐินจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งนับว่าเป็นการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผู้ที่ได้รับฟัง เพราะอาจเรียกได้ว่าเป็นการพูดถึงเรื่องที่ควรรู้ทุกเรื่องในพิธีทอดกฐินอย่างเต็มเวอร์ชั่น


โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 16:22:46 น.] ( IP = 125.27.175.95 : : )


  สลักธรรม 5




และเมื่อพิธีทอดกฐินได้เสร็จสิ้นลงแล้ว คณะของเราก็ได้ออกเดินทางไปชมเมืองเชียงใหม่ในช่วงบ่ายโดยมีพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และพระธาตุดอยสุเทพเป็นเป้าหมาย





ซึ่งในระหว่างเดินทางนี้ท่านอาจารย์ฯได้นำรายชื่อผู้บริจาคมาอ่านให้ฟังอีกครั้งเพื่อสร้างความปีติใจ และท่านได้กล่าวอนุโมทนากับผู้ผู้บริจาคทุกคนว่า

“หลังจากที่เราได้ตั้งเจตนาในการทำกุศลกฐินทานมาตั้งแต่ต้นและมีความตั้งใจอยู่ในบุญจนเสร็จพิธีแล้วนั้น ก็จะเห็นว่ากำแพงบุญของเราได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ร่วมบริจาคเงินกันที่มูลนิธิ และเกิดขึ้นขึ้นโดยกระทันหันอย่างมากมายในช่วงเวลาที่อยู่ ณ วัดน้ำบ่อหลวงแห่งนี้

ก็ขออนุโมทนากับทุกท่านที่ได้ร่วมบริจาคกันมาและมีความตั้งมั่นอยู่ในกุศล ขอจงยังความสำเร็จและบรรลุธรรมอันเป็นเครื่องรู้ได้ทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน...อนุโมทนา”

โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 16:25:45 น.] ( IP = 125.27.175.95 : : )


  สลักธรรม 6




และหลังจากที่พวกเราได้ไปสวดมนต์ เวียนทักษิณาวัตร และร่วมปิดทองคำเปลวที่องค์พระธาตุอย่างสุขใจแล้ว เมื่อกลับมาถึงรถอันเป็นพาหนะของเราท่านอาจารย์ฯก็มีความคิดที่จะทำกุศลให้ยิ่งๆ ขึ้นไปอีกด้วยการขอฉันทานุมัติจากพวกเราทุกคนที่จะนำเงินกองกลางส่วนที่เหลือจำนวน ๒๓,๐๐๐ บาท ไปทำกุศลที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย โดยท่านเจ้าคุณพระราชปฏิภาณโสภณได้ไปดำเนินกิจกรรมกุศลไว้ที่นั่นแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งทุกคนก็ยินยอมพร้อมใจกันที่จะร่วมบริจาคทรัพย์นี้เข้าร่วมการกุศลดังกล่าวด้วยความยินดี ดังนั้น ท่านอาจารย์ฯ จึงได้นำพวกเรากล่าวถวายในทันทีทันใดว่า

“ข้าพเจ้าทั้งหลายขอกราบถวายเงินจำนวน ๒๓,๐๐๐ บาทนี้ เพื่อร่วมสมทบกับพระคุณเจ้าในการสร้างเจดีย์ และบูรณะปฏิสังขรณ์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ขอพระคุณเจ้าได้โปรดรับเงินอันบริสุทธิ์จากเตนาของข้าพเจ้าทุกคน ได้ด้วยเทอญ”

และเมื่อท่านเจ้าคุณพระราชปฏิภาณโสภณรับประเคนเสร็จแล้ว ท่านอาจารย์ได้กล่าวว่า “คนดีทำอะไรก็ไม่มีวันหมดทรัพย์หรือจนหนทาง เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราได้ร่วมกันทำในครั้งนี้ ขอจงได้เป็นพลวปัจจัยให้เราพี่น้องที่เดินทางร่วมกันมาทุกคนนี้

ตราบใดที่ยังมีภพชาติอยู่ในวัฏฏะสงสาร ขอให้สถานที่นั้นเป็นที่มีพระพุทธศาสนาตั้งมั่นอยู่ ขอให้เราพี่น้องมีโอกาสพบกัน ได้ร่วมทางทำบุญด้วยกัน และเป็นกัลยาณมิตรซึ่งกันและกัน เมื่อพบกันในภาพชาติใดก็ขอให้มีดวงตาและดวงใจเป็นไปเพื่อทำทาน ศีล และภาวนา อย่าได้มีอุปสรรคทุกๆ ประการ ขอให้ศัตรูพ่ายพิษภัยแพ้ อยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน..ขออนุโมทนา”





หลังจากนั้นพวกเราก็ได้ไปสวดมนต์ยังวัดพระสิงห์ก่อนที่จะรับประทานอาหารเย็นแล้วเดินทางกลับที่พัก

โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 16:29:15 น.] ( IP = 125.27.175.95 : : )


  สลักธรรม 7




เช้าวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ อันเป็นวันเดินทางกลับ หลังจากที่นำสัมภาระไปเก็บที่รถเรียบร้อยแล้ว ท่านอาจารย์ฯก็ได้นำทุกคนไปกราบลาท่านเจ้าอาวาส พร้อมกับได้ถวายปัจจัยเป็นค่าอาหารและค่าน้ำ-ค่าไฟบำรุงวัดอีกจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท และในท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกพรำอยู่นั้นท่านเจ้าอาวาสก็ได้กรุณาเดินมาส่งพวกเราจนถึงรถ ท่านอาจารย์ฯจึงได้นำพวกเรากราบลาท่านอีกครั้ง





ระหว่างทางคณะของเราได้แวะซื้อของฝากกันที่กาดทุ่งเกวียน และออกเดินทางต่อไปยังจังหวัดลำปางเพื่อกราบนมัสการพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งในสถานที่แห่งนี้ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เราได้กุศลกันอย่างร่าเริง ไม่ว่าจะเป็นการสรงน้ำองค์พระธาตุที่มีกรรมวิธีที่น่าตื่นเต้นเพราะมีการเปิดโอกาสให้เราสามารถสรงน้ำด้วยมือของเราเองโดยการชักรอกถังบรรจุน้ำขึ้นไปยังบริเวณกลางองค์พระธาตุเพื่อทำการสรง ซึ่งหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงเชียร์ไปพร้อมกับการชักรอกนี้ด้วย

โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 16:31:43 น.] ( IP = 125.27.175.95 : : )


  สลักธรรม 8




นอกจากนี้ก็มีการทำบุญสร้างฉัตรทองคำที่ยอดองค์พระธาตุ การสวดมนต์ไหว้พระ และการฟังมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่มาบรรยายประวัติความเป็นมาและสถานที่สำคัญภายในวัดให้รับฟังจนถึงที่ ซึ่งหลายคนประทับใจมากกับการบรรยายครั้งนี้เพราะได้รับฟังเรื่องราวต่างๆ อย่างน่าตื่นเต้น และก็น่าทึ่งไปกับมัคคุเทศก์ผู้บรรยายที่สามารถพูดอธิบายได้อย่างต่อเนื่องในเรื่องราวต่างๆ แบบไม่มีจังหวะพักจนดูเหมือนจะไม่ได้หายใจเอาเสียเลย ฉะนั้น ในโอกาสนี้พวกเราจึงมีการทิปให้กับมัคคุเทศก์ในจำนวนไม่น้อยเลย





และหลังจากที่ร่ำลามัคคุเทศก์ ท้องถิ่นกันแล้ว พวกเราก็แยกย้ายกันไปกราบพระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐานภายในวัดก่อนที่จะมาขึ้นรถและเดินทางกลับมูลนิธิโดยสวัสดิภาพ ซึ่งในช่วงท้ายก่อนที่จะล่ำลากันไปนั้น ท่านเจ้าคุณพระราชปฏิภาณโสภณได้ให้พรกับพวกเราว่า

“ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอุปสรรคอะไร ถึงจะมีฝนตกลงมาบ้างแต่ก็ไม่ทำให้เราเสียเวลามาก แม้จะมีปัญหาเกิดขึ้นมาบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่อยากให้พวกเราเก็บเอาสิ่งที่ดีที่เป็นกุศลมาไว้ให้ติดอกติดใจอยู่ในความสุข พระท่านบอกว่าบุญนั้นเป็นชื่อของความสุข เพราะฉะนั้นเราทำบุญกันมาแล้วก็ขอให้มีแต่ความสุขกาย ความสบายใจ มีชีวิตที่เจริญงอกงาม ปรารถนาสิ่งใดที่ดีที่ชอบ ขอกุศลคุณงามความดีที่เป็นไปแล้วนี้จงอำนวยให้เป็นไปได้ ขอให้สำเร็จตามความมุ่งมาดปรารถรนาทุกประการเทอญ”

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ


โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 16:36:13 น.] ( IP = 125.27.175.95 : : )


  สลักธรรม 9




















โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 16:37:30 น.] ( IP = 125.27.175.95 : : )


  สลักธรรม 10















โดย ศาลาธรรม [28 ต.ค. 2552 , 16:37:59 น.] ( IP = 125.27.175.95 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org