| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล" (๑)
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ผลงานการทุ่มเทด้วยความเสียสละของท่านนั้นได้ปรากฏผ่านคุณภาพของลูกศิษย์และผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาว่าสามารถละคลายจากความเห็นผิดอย่างสุดโต่งได้หลายประการ มีการประพฤติที่เป็นไปตามทำนองคลองธรรม มีการปฏิบัติธรรมที่เจริญเพิ่มขึ้นในชีวิต มีการช่วยกันเผยแผ่พระอภิธรรมไปยังสถานที่ต่างๆ อย่างเต็มความสามารถ
และความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นของผู้ที่เข้ามาศึกษาพระอภิธรรมนี้ได้เป็นประโยชน์ที่เกื้อกูลไปในอนาคตชาติและเป็นต้นทุนที่จะยังประโยชน์สูงสุดให้เกิดขึ้นในชีวิตได้
ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร คือ บุคคลที่เป็นพระคุณที่สามที่หล่อหลอม สร้างเสริม ชี้แนะ และสร้างชาวพุทธให้เป็นพุทธศาสนิกชนอย่างแท้จริง ท่านเป็นครูที่เพียบพร้อมด้วยวิชาความรู้และความสามารถในการปฏิบัติ
ดังนั้น วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ก็จะเป็นวันที่ครบรอบ ๑๘ ปีแห่งการจากไปของพระอาจารย์บุญมี เมธังกุโร (บุญมี เมธางกูร) ประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ จึงนับเป็นโอกาสสำคัญอีกวาระหนึ่งที่มวลหมู่คณะศิษย์จะได้ประพฤติธรรมบำเพ็ญกุศลให้เกิดมงคลแก่ชีวิตตนเองด้วยการระลึกถึงพระคุณของ "ปูชนียบุคคล" บุคคลที่ควรเชิดชูบูชา
ประวัติอาจารย์บุญมี
โดย ศาลาธรรม [9 พ.ย. 2552 , 07:07:40 น.] ( IP = 58.9.96.100 : : )
สลักธรรม 2
ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นบทบาทการเผยแผ่พระอภิธรรมปิฎกของท่านเป็นไปอย่างเข้มข้นและแข็งขัน เพราะนอกจากท่านจะบรรยายให้ความรู้อยู่ภายในสถานที่คืออภิธรรมมูลนิธิแล้ว แม้ภายนอกสถานที่ท่านก็ยินดีที่จะเดินทางไปบรรยายให้ความรู้พร้อมทั้งคณะทีมงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เรียกได้ว่ากิจกรรมการเผยแผ่พระอภิธรรมในสมัยของท่านนั้นเต็มไปด้วยความทรหดอดทนเพราะพระอภิธรรมปิฎกยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเช่นในสมัยปัจจุบัน การออกไปเผยแผ่ในช่วงแรกจึงมากไปด้วยความท้าทายและการแสดงข้อขัดแย้งทางความเชื่อของบุคคลในระดับต่างๆ โดยเฉพาะนักวิชาการในสมัยนั้น
ซึ่งอาจารย์วรรณสิทธิ์ ไวทยะเสวี ได้กล่าวถึงการต่อสู้ของท่านอาจารย์บุญมีไว้ว่า
"ข้าพเจ้าได้รู้จักกับท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ในฐานะเป็นศิษย์นักเรียนพระอภิธรรม ซึ่งท่านบรรยายอยู่ที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๒
ท่านอาจารย์บุญมีฯ เป็นนักต่อสู้เพื่อพระอภิธรรมคนสำคัญท่านหนึ่ง ซึ่งขณะนั้นใครต่อใครพากันประณามคัดค้านว่า อภิธรรมไม่ใช่พุทธพจน์บ้าง อภิธรรมไม่ได้มาในรูปแบบพุทธพจน์บ้าง หรือว่าอภิธรรมเป็นธรรมะของเทวดาเขาเรียนกัน ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์จะต้องเอามาเรียนและด้วยเหตุต่างๆนานา อีกมาก
แต่ท่านก็ยังยืนหยัดต่อสู้เพื่อเผยแพร่พระอภิธรรมสู่ประชาชนอย่างเต็มกำลังสติปัญญาที่สามารถของท่าน จนถึงกับได้จัดตั้งมูลนิธิขึ้นชื่อว่า อภิธรรมมูลนิธิ
โดย ศาลาธรรม [9 พ.ย. 2552 , 07:08:02 น.] ( IP = 58.9.96.100 : : )
สลักธรรม 3
และภายใต้ความแข็งขันทรหดอดทนเพื่อการเผยแผ่พระอภิธรรมนั้น ท่าอาจารย์บุญมีได้ยืนยันเจตนารมณ์ของท่านไว้ว่า
ผมได้แสดงออกโดยการบรรยายอยู่เสมอ และเขียนไว้ในหนังสือหลายเล่มด้วยกัน ยืนยันถึงผลร้ายที่สั่งสอนกันอยู่โดยทั่วไป ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่กว้างขวางไพศาลไปทั่วโลก
คือสอนกันว่า มันสมองนั้นเป็นตัวจิตใจ สมองสั่งให้ร่างกายทำอะไร หรือสั่งให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ สมองเป็นตัวการที่มีความรู้สึกนึกคิด และจดจำทุกๆอย่างได้
เมื่อผมเป็นนักเรียนก็ได้เรียนมาเช่นนี้ ครั้นต่อมาเป็นครูก็สอนนักเรียนเช่นนี้ต่อไปอีกถึง ๑๐ กว่าปี แล้วจะให้ประชาชนทั่วไปในโลกเขาเข้าใจเป็นอย่างอื่นไปกระไรเล่า
การสอนว่าสมองเป็นจิตใจ ก็เป็นเสมือนหนึ่งสอนว่าชาติหน้าไม่มี การทำบุญทำบาปจะก่อให้เกิดเป็นผลไปในชาติหน้าไม่ได้ สัตว์ทั้งหลายเมื่อตายลงแล้วก็ถูกฝังจมเป็นดิน หรือถูกเผาเป็นเถ้าถ่านไปฯ
วิทยาศาสตร์ได้นำเอาความลับมืดของธรรมชาติออกตีแผ่ แล้วยักย้ายถ่ายเทเปลี่ยนแปลง หรือพลิกแพลงธรรมชาติให้เป็นสิ่งประดิษฐ์แปลกๆ ใหม่ๆ มาบำรุงบำเรอความสุขให้แก่เราทางร่างกายภายนอก ถ้าเราไม่รู้ความจริงของธรรมะ เราก็จะหลงเตลิดเพลิดเพลินไปกับวัตถุอันไม่มีขอบเขตจำกัดมากขึ้นๆ ในที่สุดก็ติดจมกับโลก กับวัตถุ
แต่ธรรมะสอนให้รู้ความจริงของธรรมชาติ แสดงให้เห็นความจริงของโลก ของวัตถุ ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ไม่มีสาระแก่นสาร เมื่อมีความไม่เที่ยงแท้แน่นอน ไร้สาระแก่นสารอันจะบังคับได้แล้ว ก็ย่อมเอาเป็นที่พึ่งมิได้ ก็ย่อมเป็นทุกข์โทษภัยอันมหาศาล ความปรารถนาโลก ปรารถนาวัตถุนั้น เป็นปัจจัยที่จะนำเราให้ต้องเกิดแล้วเกิดอีก ทุกข์แล้วทุกข์อีก ตายแล้วตายอีกต่อไป เพื่อรับความทุกข์ทนหม่นหมอง และความตายอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
โดย ศาลาธรรม [9 พ.ย. 2552 , 07:08:30 น.] ( IP = 58.9.96.100 : : )
สลักธรรม 4
และความเป็นนักสู้ผู้ทรหดนี้ ท่านยังได้ฝังรากแห่งการให้ธรรมะเป็นทานลงในดวงใจของผู้ศึกษาพระอภิธรรมว่า
"ท่านทั้งหลายลองพิจารณาดูชีวิตของตนเองที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ แล้วตั้งคำถามขึ้นในใจว่า ชีวิตของเรานี้มีความเป็นมาอย่างไร? ต่อไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไร? ชีวิตนี้มาจากไหน? ต่อไปข้างหน้าจะไปไหน?
ทำไมในบางคราวจึงมีความรู้สึกว่าว้าเหว่ใจขึ้นมา มีความรู้สึกคล้าย ๆ กับว่า ชีวิตนี้ตกอยู่ในความเปล่าเปลี่ยวเสียเหลือเกิน ไม่มีที่พึ่งพาทางใจอันจะทำให้เกิดความมั่นคงได้ หรือมีความรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังขาดอะไรสักอย่างยังไม่สมบูรณ์ แล้วก็ครุ่นคิดในเรื่องเหล่านี้ไปต่าง ๆ นานา
แต่เมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรมปิฎกแล้ว ความคิดต่าง ๆ เหล่านี้ก็หายไปทีละน้อย ๆ ชีวิตจะมีความหมายมากขึ้น จะมีความสุขความเยือกเย็นใจเป็นอันมาก ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อท่านผู้ใดได้ศึกษาแล้ว จึงมิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้ ต้องหาทางขยายความดีของพระอภิธรรมนี้ไปยังญาติมิตรต่อไป
ผมมาบรรยายพระอภิธรรม ที่พุทธสมาคมฯ นี้ มาทุกเสาร์ทุกอาทิตย์ เกือบทั้งปีไม่ค่อยได้ขาดเลย โดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีมาแล้ว การที่ทำได้เช่นนี้ก็เพราะพระอภิธรรมนั้นมีคุณค่ามากมายเหลือเกิน หรือพูดได้ว่าหาค่ามิได้ ทำให้ท่านนักศึกษาได้รับความสุขใจ ผมเป็นผู้บรรยายก็มีความสุขใจ
ยิ่งท่านนักศึกษาบางท่านบอกว่าเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้เรียน ฐานะความเป็นอยู่ครอบครัวไม่ดี มีรายได้ไม่พอ ลูกเต้าหลายคน มีความเดือดร้อนทางใจเหลือเกิน นอนไม่ค่อยหลับ เป็นห่วงครอบครัวว่าจะยากจนอดอยากประเดี๋ยวจะเป็นอย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้ ครั้นมาศึกษาพระอภิธรรมประมาณ ๑ ปี ก็ไม่ได้คิดอย่างเก่าแล้ว การนอนหลับก็เป็นปกติดี ความเจ็บไข้ได้ป่วยอันเนื่องมาจากความทุกข์ ความกังวลก็หายไปมาก
นี่ก็เป็นเหตุสำคัญเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมเกิดกำลังใจบรรยายพระอภิธรรมมานานนับสิบปีไม่ได้คิดจะเลิก แม้ผู้บรรยายท่านอื่น ๆ ที่ตามหลังผมมาและบรรยายอยู่ในเวลานี้ ก็ได้บรรยายกันมาคนละหลาย ๆ ปี ก็ด้วยเหตุผลอันเดียวกัน
โดย ศาลาธรรม [9 พ.ย. 2552 , 07:08:53 น.] ( IP = 58.9.96.100 : : )
สลักธรรม 5
สิบแปดปีเวียนครบบรรจบรอบ
ขอนบน้อบพระครูผู้อุดหนุน
ผู้เพียรสร้างสถานงานค้ำจุน
แผ่ร่มบุญกว้างใหญ่ให้ปัญญา
นับเวลาเกือบกว่าห้าสิบปี
ที่ท่านนี้ฉายแสงพระศาสนา
มูลนิธิอภิธรรมนำนาวา
ท่านเพียรมอบวิชาพ้นทุกจริง
มิเคยท้อรอใครให้หมายช่วย
ท่านยืนด้วยกำลังใจไม่เกรงกริ่ง
ประกาศความเป็นไปไร้แอบอิง
อภิธรรมคือสิ่งประเสริฐความ
ท่านเพียรไปปรากฏบทพิสูจน์
อภิปรายคำพูดและคำถาม
เพื่อให้เขารู้ซึ้งถึงนิยาม
ชีวิตคือรูปนามใช่อื่นใด
ท่านเพียรสร้างสถานวิปัสสนา
เพื่อพูนเพิ่มปัญญาให้ผ่องใส
ให้อารมณ์กรรมฐานงานของใจ
ชีวิตท่านมีเพื่อให้ตลอดมา
บัดนี้ครบเวลาคราพลัดพราก
ที่ท่านจากศิษย์ไปไกลนักหนา
ยังระลึกพระคุณท่านทุกเวลา
ขอบูชากราบกราน...พระอาจารย์บุญมี
![]()
โดย ศาลาธรรม [9 พ.ย. 2552 , 07:10:56 น.] ( IP = 58.9.96.100 : : )
สลักธรรม 6
ขอเชิญศิษยานุศิษย์ทุกท่านร่วมงาน
"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล"
ณ ศาลาเสือพิทักษ์ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
๙.๓๐ - ๑๑.๐๐ น.ปาฐกถาธรรมเรื่อง ทิฎฐิมานะ โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวรารามฯ
๑๑.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
๑๒.๓๐ น. พิธีบูชาครู และเปลี่ยนผ้าจีวรหุ่นขี้ผึ้ง รูปเหมือนพระอาจารย์บุญมี เมธังกุโร
๑๓.๐๐ น. พระสงฆ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์
โดย ศาลาธรรม [9 พ.ย. 2552 , 07:19:41 น.] ( IP = 58.9.96.100 : : )
สลักธรรม 7
ก้มกราบรำลึกนึกถึงครู
ชิ้นงานของท่านอาจารย์ยิ่งใหญ่มากจริงๆครับ และก็ยังได้อาศัยสร้างถักชีวิตมาได้จนทุกวันนี้จริงๆครับ
ท่านอาจารย์คือดวงประทีปแห่งชีวิตของหลายๆคน ท่านเป็นตัวอย่างชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสียสละ ความอดทน และการพร้อมเผชิญวิบาก กรอปด้วยการต่อสู้เพื่ออิสระภาพแห่งชีวิตที่แท้จริง
แม้ในวันนี้ท่านจะจากไปนานเหลือเกินแล้ว แต่รอยทางและรอยธรรมที่ท่านสร้างไว้เพื่ออนุชนรุ่นหลัง ยังปรากฏแสงสว่างแห่งชีวิตนั้นอย่างไม่มีวันเลือนจ่างลงเลย ยังมีผู้คนทักทอแพรธรรมพื้นนั้นสืบต่อมาจนวันนี้
นับเป็นบุญของลูกศิษย์ทั้งหลายที่มีโอกาสก้างเข้ามาเรียนรู้ชีวิตที่ถูกตรงตามหลักแห่ง พระอภิธรรม ที่มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิแห่งนี้ ซึ่งเป็นดั่งสถานที่ทำลายโมหะอวิชชาจริงๆครับ และเป็นโอกาสอย่างยิ่งที่เราท่านจะได้มีโอกาสทดแทนพระคุณท่าน ด้วยการมาร่วมงานในครั้งนี้จริงๆครับผม
ด้วยความเคารพในพระคุณของท่าน
และพร้อมกตัญญูต่อท่านเสมอครับ
วิชิต ธรรมรังษี
![]()
![]()
โดย วิชิต ธรรมรังษี [9 พ.ย. 2552 , 08:23:46 น.] ( IP = 58.9.144.191 : : )
สลักธรรม 8ขอน้อมกราบรำลึกถึงพระคุณของท่านพระอาจารย์มาล่วงหน้าก่อนงานนะคะ
แม้เวลาจะผ่านมานาน ก็อดระลึกถึงฐานธรรมที่ท่านอาจารย์ปูทางไว้ไม่ได้ ซึ่งทำให้คนรุ่นหลังๆได้มีโอกาสศึกษาหลักธรรมที่ถูกตรง
และก็สร้างความมั่นใจว่าได้เดินทางมาถูกทางโดย น้องอุ๊ [9 พ.ย. 2552 , 18:11:19 น.] ( IP = 125.24.44.132 : : )
สลักธรรม 9แม้ท่านพระอาจารย์บุญมี จะจากไปสิบกว่าปีแล้ว แต่สถานที่ที่ท่านก่อตั้ง คือมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิก็ยังคงเผยแผ่ให้ความรู้พระอภิธรรมที่ถูกตรง
ขอกราบรำลึกพระคุณท่านพระอาจารย์บุญมีค่ะโดย เซิ่น [9 พ.ย. 2552 , 20:52:42 น.] ( IP = 58.11.93.169 : : )
สลักธรรม 10
คิดถึงท่านอาจารย์มากครับ
และระลึกซาบซึ้งในพระคุณท่านเสมอมาครับ
![]()
![]()
โดย พี่เณร [12 พ.ย. 2552 , 08:27:22 น.] ( IP = 58.9.149.139 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |