| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล" (๔)
![]()
![]()
"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล" (๔)
ตอนที่ผ่านมา
ประวัติการต่อสู้ของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูรนั้น แม้ไม่ได้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่มักจะปรากฏสอดแทรกอยู่ในการบรรยายของท่านเสมอถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่กว่าจะมีการดเนินงานเผยแผ่อย่างเป็นปึกแผ่น
อย่างเช่นในคราวหนึ่งในขณะที่ท่านบรรยายพระอภิธรรมปริจเฉทที่ ๘ อยู่นั้นท่านก็ได้พูดถึงพระคุณของพระอนุรุทธาจารย์ผู้รจนาพระอภิธัมมัตถสังคหะขึ้นว่า
คัมภีร์พระไตรปิฎก ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ได้แยกเป็นพระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ พระสุตตันตปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ และพระอภิธรรมปิฎก ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า พระอภิธรรมมีจำนวนเท่ากับพระวินัยกับพระสูตรรวมกัน ในพระอภิธรรมนี้มี ๗ คัมภีร์ด้วยกัน คือ ธัมมสังคณี วิภังค์ ธาตุกถา ปุคคลบัญญัติ กถาวัตถุ ยมก และปัฏฐาน และธัมมสังคณีหรือที่เราเรียกกันว่า มาติกา เป็นคัมภีร์ที่ ๑ และคัมภีร์ทุกคัมภีร์ของพระอภิธรรมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะศึกษา
แต่ที่เราศึกษากันได้นี้ ท่านนักศึกษาจะต้องขอบคุณพระอนุรุทธาจารย์ เพราะพระอนุรุทธาจารย์ภิกษุชาวลังกาท่านนี้เป็นผู้ที่ทรงไว้ซึ่งความรู้ในพระอภิธรรม พระสูตร และพระวินัย ท่านได้แต่หนังสือชื่ออภิธรรมมัตถสังคหะ รวมมทั้งหมด ๙ ปริจเฉทที่เราเรียนกันนี้แหละ
โดย ศาลาธรรม [15 พ.ย. 2552 , 22:56:31 น.] ( IP = 61.90.97.39 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ท่านพระอนุรุทธาจารย์นี้เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับธรรมะ ได้เห็นว่าธรรมะนี้กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปหมดยากแก่ผู้ใดผู้หนึ่งจะศึกษา เช่น เรื่องของการปฏิบัติที่ไปแทรกอยู่ในพระสูตรต่างๆ พูดเรื่องจิตเจตสิกก็ปนกันไปในคัมภีร์ต่างๆ เพราะฉะนั้นท่านที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในธรรมะทั้ง ๓ ปิฎก จึงได้แยกแยะรวบรวมเป็นหมวดเป็นหมู่ขึ้นมาเพื่อให้เราศึกษาได้ง่าย
โดยที่เราจะได้เรียนกันผ่านมาและที่จะได้เรียนกันต่อไปข้างหน้าในแต่ละปริจเฉท ซึ่งเริ่มต้นปริจเฉทที่ ๑ ว่าด้วยเรื่องจิต ปริจเฉทที่ ๒ ว่าด้วยเรื่องเจตสิก ปริจเฉทที่ ๓ - ๔ - ๕ ว่าด้วยเรื่องจิตเจตสิกรวมกัน ปริจเฉทที่ ๖ ว่าด้วยเรื่องรูป ปริจเฉทที่ ๗ ว่าด้วยเรื่องหมวดธรรมในการปฏิบัติ ปริจเฉท ๘ ว่าด้วยเรื่องปฏิจจสมุปบาทและมหาปัฏฐาน ปริจเฉท ๙ ว่าด้วยเรื่องสมาธิและวิปัสสนาทั้งหมด
พระอนุรุทธาจารย์ท่านนำมาแยกย่อยออกมาจนกระทั่งเป็น ๙ ปริจเฉท ซึ่งในขณะนี้เรากำลังเรียนปริจเฉทที่ ๘
ถ้าหากว่าเราไม่มีพระอนุรุทธาจารย์ เราก็จะไม่ได้เรียนปริจเฉท ๑ ที่ว่าด้วยจิต ก็จะไม่มีใครมีปัญญาที่จะสามารถอ่านพระอภิธรรมปิฎก เช่น ธัมมสังคณี คัมภีร์ที่ ๑ หรือ วิภังค์ ธาตุกถา ปุคคลบัญญัติ กถาวัตถุ ยมก และปัฏฐานได้
เพราะฉะนั้นคัมภีร์พระอภิธรรมทุกคัมภีร์ จึงเป็นคัมภีร์ธรรมะที่มีภาษาบาลีวางไว้เฉยๆ ไม่มีใครถอดออกมาเลย กี่ร้อยปีมาแล้วที่นักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายที่เราว่าเป็นผู้รู้ ก็รู้แค่ภาษาบาลีเท่านั้นเอง ไม่สามารถที่จะถอดพระอภิธรรมออกมาจริงจังได้
ที่ถอดออกไม่ได้ก็เพราะว่าไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรม ๙ ปริจเฉทเสียก่อน อยู่ๆ จะไปนำธัมมสังคณีไปถอดก็จะไปถอดไหวหรือ ท่านลองไปอ่านดูเถอะครับว่าจะมี บาลีและมีคำแปลวางไว้เท่านั้น แต่ใครๆ อ่านแล้วก็ไม่รู้ว่าอะไร
โดย ศาลาธรรม [15 พ.ย. 2552 , 22:57:17 น.] ( IP = 61.90.97.39 : : )
สลักธรรม 2
ด้วยเหตุนี้ พระอนุรุทธาจารย์ท่านมีความกรุณาเป็นอันมาก เมื่อมีความรู้ความเชี่ยวชาญแล้ว ท่านก็ไม่ทอดทิ้งกลัวประชาชนทั้งหลายจะเรียนกันไปไม่ได้ จึงได้แยกย่อยคัมภีร์พระอภิธรรมทั้ง ๗ คัมภีร์ ออกมาเป็นอภิธรรมมัตถะสังคหะ ๙ ปริจเฉท
เมื่อเราได้เรียนอภิธรรมมัตถะสังคหะทั้ง ๙ ปริจเฉทนี้แล้ว เราก็จะสามารถเรียนคัมภีร์พระอภิธรรมทั้ง ๗ คัมภีร์ ได้ ถ้าท่านนักศึกษาศึกษาปริจเฉท ๘ ที่ผมพูดวันนี้ไปจนจบถึงปริจเฉท ๙ และอยากจะเรียนคัมภีร์ที่ ๑ ไปจนถึงคัมภีร์ที่ ๗ ท่านจะไปศึกษาค้นคว้าเอาเองก็ยังได้ ขอเพียงให้เรียน ๙ ปริจเฉทจบเสียก่อนเท่านั้น
ท่านนักศึกษาก็จะเห็นว่า ประเทศไทยทั้งประเทศพระภิกษุหลายแสนรูปรวมเวลาหลายร้อยปี เราไม่เคยมีหนังสือพระอภิธรรมออกมาเลย ก็เพราะไม่มีใครมีปัญญาเขียนออกมาได้ เดี๋ยวนี้เราก็ยังเขียนออกมาไม่ได้ ( พ.ศ.๒๕๑๐ )
ในสมัยที่ผมเรียนพระอภิธรรมคือก่อน พ.ศ ๒๔๙๖ ตอนนั้นใครๆ เขายังหาว่า เรียนในสิ่งที่ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่เทวดาเขาเรียนกัน และหาครูสักคนเดียวในประเทศไทยก็ไม่มี ถึงแม้จะมีคนแก่ที่เคยเรียนมาบ้าง เช่น คุณพระพิธปริญญา ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และอาจารย์แนบ มหานีรานนท์
ทั้งสองท่านนี้ก็เรียนมาจากพระพม่าเหมือนกัน ไม่ได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ไม่มีใครเลยจริงๆ ในประเทศไทยที่รู้พระอภิธรรมโดยไม่ต้องเรียนมาจากประเทศพม่า อาจารย์แนบท่านก็เรียนมาจากวัดปรก ซึ่งพระพม่ามาพักอยู่ที่วัดปรก อาจารย์สาย สายเกษม ฆราวาสชาวพม่าท่านก็เรียนจากพม่าเหมือนกันแล้วก็สอนอยู่ที่เชียงใหม่และต่อมาก็มาสอนอยู่ที่วัดระฆัง มีคนเรียนอยู่ ๕ - ๑๐ คน เท่านั้น
เพราะว่าคนสมัยเก่าอธิบายไม่กว้างขวาง มีความเข้าใจมากจริงแต่ก็อธิบายเฉยๆ ว่าคำบาลีว่าอย่างนี้ คำแปลว่าอย่างนี้ และอธิบายนิดหน่อย คนทนเรียนไม่ไหวก็กลับบ้านและก็ไม่มาอีก เพราะไม่อธิบายกว้างขวางให้คนเรียนทนอยู่ได้ เมื่อใจไม่โสมนัสเสียแล้วมันก็ทนไม่ไหว
โดย ศาลาธรรม [15 พ.ย. 2552 , 22:57:53 น.] ( IP = 61.90.97.39 : : )
สลักธรรม 3
ด้วยเหตุนี้ ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า เรานี้มีแต่ปริมาณ คือจำนวนพระมากที่สุด เราก็ไม่อยากว่าประเทศไทยเรา แต่ความจริงมันเป็นอย่างนั้นที่มีพระจำนวนเป็นแสนแต่ไม่มีใครรู้พระอภิธรรมจริงๆ เลยสักคนเดียว แต่เราต้องอาศัยพม่า
และที่พม่ารู้ก็ไม่ได้หมายความว่า ชาวพม่าจะต้องเก่งแต่ก็เพราะเหตุที่ว่า ประเทศอินเดียมีอิสลามชาวอินเดียโจมตีพระพุทธศาสนาทำลายวัดฆ่าพระเป็นจำนวนมาก พระอรหันต์หลายท่านได้เดินทางมายังประเทศพม่า เพราะฉะนั้นในประเทศพม่าจึงมีพระอภิธรรมขยายออกไป เพราะพระอรหันต์ท่านมีความรู้ความเข้าใจ ซึ่งเวลานี้เราก็มีอรรถกถาและฎีกาของพม่าตั้ง เจ็ดสิบกว่าเล่มที่เราจะแปล
ท่านนักศึกษาก็จะเห็นว่า ประเทศไทยเราอวดว่าเรานี้เป็นประเทศที่พระพุทธศาสนาเฟื่องฟู เราเฟื่องฟูแต่ปริมาณเท่านั้นคือจำนวนคน มีพระภิกษุมากและประชาชนนับถือพระพุทธศาสนาก็มากเป็นสำมะโนครัวไว้ในสมุด แต่ไม่มีใครเข้าใจจริงๆ ทำไมผมถึงกล้าพูดเช่นนั้น ผมไปหมิ่นประมาทคนทั้งประเทศได้อย่างไร
แน่นอน ..ผมพูดได้เพราะเหตุว่า เมื่อคราวสังคายนาเมื่อพ.ศ. ๒๕๐๐ ในประเทศพม่า เราไม่มีคนเลยสักคนเดียวที่จะไปสังคายนาพระอภิธรรมปิฎกกับเขา เขาก็เชิญอาจารย์ของผมไปอาจารย์ซึ่งเป็นชาวพม่า แล้วก็มีพระไทยไปรวมด้วย แต่ผู้ที่ไปเป็นตัวตั้งตัวตีพูดบาลีพูดอธิบายอะไรนั้นก็คือพระอาจารย์ชาวพม่า
ผมได้เคยเล่าว่า ในสมัยนั้นหนังสือพิมพ์พม่าชมเชยไทยว่า ไทยนี่เก่งมาก พระที่มาสังคายนาพูดภาษาพม่าเหมือนกับพม่าพูด ..ก็ความจริงท่านเป็นพม่าต่างหาก ไม่มีพระไทยเลยที่จะไปพูดอย่างนั้น ผมก็ไปสังคายนาร่วมด้วยแต่ไม่ได้หมายความว่าไปทำหน้าที่พูด เพียงแต่ไปฟังเพราะไปในนามของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ก็ไปร่วมการสังคายนาในประเทศพม่าอยู่หลายวัน
เขาก็เข้าประชุมกันทุกวัน ผมก็ดูเหตุการณ์รู้ว่าเขาสังคายนากันอย่างไร คนไทยก็หมดท่าเลยขายหน้า แต่ชาวบ้านพม่านั้นไม่รู้หรอกก็นึกว่าพระไทย แต่ว่าพระผู้ใหญ่หรือพระที่ท่านรู้จักพระอาจารย์ของผมก็ดีเขาก็หาว่าไทยไม่มีฝีมือ เพราะไม่มีใครมาสังคายนาพระอภิธรรมได้ มีแต่พระพม่าที่เขามาสอนเราอยู่แล้วก็กลับคืนไปสังคายนากับเขาอีกที
โดย ศาลาธรรม [15 พ.ย. 2552 , 22:58:20 น.] ( IP = 61.90.97.39 : : )
สลักธรรม 4
ด้วยเหตุนี้ประชาชนคนไทยนับถือพระพุทธศาสนา ก็ไม่ได้ศึกษาธรรมที่ลึกซึ้ง เมื่อพูดเรื่องตายเรื่องเกิดก็อธิบายกันไม่ค่อยจะได้ เมื่อพูดเรื่องกรรมที่ให้ผลชาติชาติหน้าก็อธิบายไม่ค่อยจะถูก ดังนั้นคนก็มีความไม่เชื่อถือกันมากมาย เพราะอธิบายถึงความลึกซึ้งไม่ได้ก็ไม่เชื่อถือ เมื่อไม่เชื่อถือแล้วความเสียหายก็จะเกิดขึ้นกับประชาชนของเราคือคนไทย
เพราะนับถือพระพุทธศาสนาแต่ทว่าไม่รู้จริง ท่านนักศึกษาไปดูตำรับตำราก็ได้ว่ามีตำราพระอภิธรรมสักเล่มไหมล่ะที่พิมพ์มาตั้งแต่สมัยเก่าน่ะมีไหม ตอนนั้นผมกำลังค้นคว้าศึกษาอยู่ ผมก็หาไปหมดไม่ว่าภาคไหนของประเทศ ผมมีจดหมายติดต่อขอซื้อหนังสือเพื่อจะค้นคว้าหาความรู้เรื่องพระอภิธรรม ก็ไม่มีเลย มีอยู่ที่มหามกุฏราชวิทยาลัยก็มีแต่หนังสือบาลีและคำแปลเท่านั้น ไม่มีคำอธิบายว่าอะไรก็อ่านไม่เข้าใจ
ก็จะเห็นได้ว่า พระไตรปิฎกเฉพาะพระอภิธรรมปิฎก ๗ คัมภีร์นี้เราไม่กระดิกหูกันทั้งนั้น ในสมัยนั้นที่ผมกำลังศึกษาและเริ่มบรรยายครั้งแรกที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย อยู่หน้าวัดบวรนั้นเปิดโรงเรียนเมื่อพ.ศ. ๒๔๙๖ เป็นการเปิดโรงเรียนจริงจัง ทำไมผมจึงบอกว่าเปิดโรงเรียนจริงจัง ก็เพราะว่าที่เรียนกับพระพม่าก็ดีที่เรียนตามวัดก็ดีไม่ได้เป็นการเปิดโรงเรียนจริงจัง เพราะอะไร? ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง
อย่างผมไปเรียนนี่พระพม่า(ท่านอาจารย์เตชินทะ ธัมมาจริยะ และท่านอาจารย์สัทธัมมโชติกะ ธัมมาจริยะ)ท่านก็นั่งสอน เก้าอี้นั่งเรียนก็ไม่มีเรียนอยู่ในศาลา เราก็ไปหาลังไม้ฉำฉาคนละลัง คือไปซื้อลังสบู่มาคนละลังแล้วถึงเวลาเรียนผมก็เอามาวางไว้ข้างหน้า เพราะตัวเราอ้วนมันก็นั่งลำบากที่จะต้องนั่งเรียนกับพื้นโดยใช้ลังไม้ฉำฉาเป็นโต๊ะ ใช้เขียนไปเขียนมาถามกันบ้าง พูดกันบ้าง ถกเถียงกันบ้าง ผมก็หนีโรงเรียนบ่อยๆ เพราะฟังไม่ออกว่าพระพม่าท่านพูดอะไร เพราะเสียงท่านฟังยาก เราก็เลยแปลไม่ได้
เราเองก็สอนอาจารย์พม่าเราด้วยให้พูดภาษาไทย คือระหว่างที่พูดอธิบายกันอยู่นี้ก็สอนภาษาไทยกันไปด้วย เช่นท่านพูดว่า "อ้อน" คำเดียวนี้ เราก็ไม่รู้ว่า "อ้อน"นั้นหมายความว่าอย่างไร บางทีใช้เวลาตีความถึง ๑๕ นาที ว่าคำเดียว "อ้อน" นี้แปลว่าอะไร ตีความตั้งนานตีความไม่แตก เพราะข้อความจากบาลีนี้มันไม่เข้ากับ "อ้อน" เลยนี่ ในที่สุดเราตีความกันจนถึงได้รู้ว่า ไม่ใช่"อ้อน" แต่เป็น "อ้วน" ต่างหาก อย่างนี้เป็นต้น
โดย ศาลาธรรม [15 พ.ย. 2552 , 22:58:54 น.] ( IP = 61.90.97.39 : : )
สลักธรรม 5
ท่านนักศึกษาก็จะเห็นว่าตอนเรียนนั้นเอาลังไม้ฉำฉามาวาง พอตอนเลิกเรียนก็เอาลังไม้ฉำฉาไปไว้ใต้ถุนศาลา บางทีเด็กๆ ก็ไปลากเล่นตามถนน พอนักเรียนมาก็หาโต๊ะของตนเองไม่ได้ก็มีจนต้องไปซื้อลังมาใหม่ นี่แหละผมถึงได้บอกว่า โรงเรียนจริงจังยังไม่ได้เปิด
จากนั้นผมก็ยืนหน้าชั้น เวลานั้นมีนักเรียนสิบกว่าคนเท่านั้นแหละ แล้วผมก็ประกาศว่าท่านผู้ใดจะสร้างโต๊ะสร้างเก้าอี้บ้าง ผมจะขอเชิญชวนร่วมกันสร้างกับนักศึกษาที่มีอยู่ประมาณสิบคนกว่าๆ คราวนั้นคิดจะสร้างถึงสามสิบตัวให้เกินกว่าจำนวนนักเรียนหน่อย ผมให้คนอื่นช่วยกันบริจาคตามกำลังแล้วส่วนที่เหลือผมจะออกเอง นั่นแหละครับจึงมีโต๊ะเรียนเหมือนอย่างนี้ นับเป็นการเริ่มต้นในครั้งนั้นที่มีโต๊ะเรียนจริงๆ
ต่อมาผมก็มาเปิดโรงเรียนที่พุทธสมาคมฯ บรรดาประชาชนที่มาเรียนก็มาซักท่านั้นท่านี้กันมากมาย หาว่าไม่ใช่พุทธพจน์ มีหนังสือออกมาโจมตี และก็เอามาขายในโรงเรียนของเรา ว่าเรามาสอนอะไรก็ไม่รู้ ไม่ใช่เรื่องของพระพุทธเจ้าสอน และบางรายก็ร้ายยิ่งกว่านั้น หาว่าไปเอาธรรมะพม่ามาสอน
ที่นี้พุทธสมาคมมีกรรมการหลายสิบคน แต่มีกรรมการที่รู้พระอภิธรรมอยู่สองสามคนเท่านั้น คือ มีผม อาจารย์แนบ และหลวงปริญญาโยควิบูลย์ เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์ ตอนหนั้นหลวงปริญญาฯก็เพิ่งเริ่มเรียนยังใหม่อยู่
เมื่อมีเรื่องราวต่อว่าต่อขานเข้ามา และโรงเรียนเราก็เปิดแล้ว นายกฯพุทธสมาคมฯ คุณสัญญา ธรรมศักดิ์ ก็เปิดอภิปรายขึ้นว่าเราจะต้องวิจัยกันเสียก่อนว่าสอนอะไรกัน ตกลงก็เลยมีการวิจัยโดยตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งประมาณ ๒๐ คน ชื่อ "ภาคีธรรมวิจัย" เพื่อวิจัยพระอภิธรรม มีพระมหาเปรียญ ๘ ประโยค ๙ ประโยค เข้าเป็นกรรมการคณะวิจัยเป็นส่วนมาก
แต่พระมหาเหล่านั้นไม่ได้เรียนพระอภิธรรมจริงๆ รู้แต่ว่าบาลีว่าอย่างนี้ แปลเป็นไทยว่าอย่างนี้ เท่านั้น สุชีพ ปุญญานุภาพ นี่คนหนึ่งที่เป็นกรรมการแต่ท่านดีท่านไม่โจมตีไม่ว่า แต่มหาคนอื่นนั้นว่ากันมาก ระหว่างวิจัยก็ทะเลาะกันเรื่อย เพราะคนวิจัยไม่รู้เรื่อง กรรมการเป็นมหาก็จริงแต่ไม่ได้เรียนพระอภิธรรม
โดย ศาลาธรรม [15 พ.ย. 2552 , 22:59:18 น.] ( IP = 61.90.97.39 : : )
สลักธรรม 6
หลวงปริญญาฯเป็นประธาน ผมเป็นเลขาฯ และคุณแนบก็เป็นกรรมการคนหนึ่งร่วมกันวิจัย วิจัยกันไปวิจัยกันมา ก็ทะเลาะกันทุกวัน ทะเลาะกันว่า พระอภิธรรมอันนี้มาจากไหนอย่างไร ทำไมจึงมาสอนกันแบบนี้ ผมก็ยืนขึ้นโต้อย่างไม่ยอมแพ้ เรียกได้ว่าถ้าไม่ใช่นักธรรมะก็คงจะลงมือลงไม้กันบ้าง เพราะการถกเถียงก็มีคำพูดหมิ่นประมาทมา
ยกตัวอย่างเช่น กรรมการคนหนึ่งหาว่า "พวกพระอภิธรรมนี้สร้างภาพขึ้นจากเรื่องราวต่างๆ อธิบายไปตามใจของตน" อีกคนหนึ่งก็พูดว่า "พระอภิธรรมนี้เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เป็นส่วนเล็กน้อยของธรรมะส่วนใหญ่" คนที่พูดนี้มีตำแหน่งใหญ่เป็นมหาเปรียญ ๙ ประโยคเสียด้วย
ผมก็ยืนขึ้นพูดว่า "คุณมหาจะให้ผมพูดกี่วัน ผมจะพูดไม่จบเลยนะ และไม่ซ้ำด้วย หาว่าเรื่องเล็กน้อยน่ะจะให้ผมพูดกี่วัน ต้องเปลี่ยนถ้อยคำเสียนะ เพราะพระอภิธรรมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยทั้ง ๗ คัมภีร์ จะให้ผมพูดตั้งแต่เช้าถึงเย็นก็ได้ เอาไหมล่ะแบบไม่ให้ซ้ำเลย จะพูดให้คุณหรือใครฟังก็ได้ แล้วคุณดูซิว่ามีซ้ำไหม"
ไปๆ มาๆ หลวงปริญญาฯ ก็ลาออกไป ผมก็ลาออก ภาคีธรรมวิจัยก็ล้มไม่มีการวิจัย ส่วนโรงเรียนก็สอนกันต่อเพราะผมไม่หยุด ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๖ มาจนกระทั่งถึงบัดนี้ยังไม่หยุดเลยนะครับ แต่มันย้ายไปย้ายมาที่โน่นที่นี่
ว่าถึงการต่อสู้ในเรื่องนี้แล้วก็ไม่ใช่เล่นๆ เวลานั้นหนักมาก เพราะประชาชนเขาไม่เข้าใจ แม้แต่พูดเรื่องเทวดาหน่อยเดียวก็ยังไม่ได้ พูดเรื่องผีก็ไม่ได้ ผมก็พยายามเลี่ยงไม่พูดหรอกเมื่อถึงบทที่เกี่ยวกับเปรตอสุรกาย ขืนพูดไปคนนั้นเอะอะคนนี้เอะอะหาว่าแต่งขึ้น มีผีสางที่ไหน และเวลานั้นคนกำลังพูดถึงว่าผีไม่มีจริงกันอยู่ด้วย และถ้าเราว่ามีก็แย่เลยเพราะคนมาฟังผมแล้วได้ยินว่ามีผีก็หนีไปเสียเยอะเพราะไม่เชื่อ
นี่เล่าให้ฟังย่อๆ สักนิดนึง เสียเวลาสักหน่อยก็ดีนะครับจะได้รู้ที่มา ว่าพระอภิธรรมนั้นเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และลึกซึ้งแต่เราเพิ่งจะเรียนรู้กันมาเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะหลายร้อยปีมาแล้วเราไม่มีปัญญาแปลออกมา
โดย ศาลาธรรม [15 พ.ย. 2552 , 22:59:42 น.] ( IP = 61.90.97.39 : : )
สลักธรรม 7แสงชวาลสว่างฉานไปทั่วทิศ
คือศิษยานุศิษย์ผู้ศึกษา
ได้เรียนรู้พระอภิธรรมนำปัญญา
จากเล่มเทียนเจิดจ้า...พระอาจารย์บุญมี
ห้าสิบปี..ที่ท่านมุ่งมั่นสอน
เพื่อรื้อถอนความเห็นเดียรถีร์
ออกจากจิตผู้ลุ่มหลงโลกีย์
ได้เกิดมีปัญญาพาพ้นภัย
ท่านเติมต่อก่อแสงแท่งเทียนศิษย์
เนรมิตให้กระจ่างสว่างไสว
หนุนปวงศิษย์..สร้างศิษย์กระจายไป
เพื่อสืบสานการให้แสงปัญญา
หากไม่มีเทียนครูผู้ให้แสง
ศิษย์มิอาจรู้แจ้งในศึกษา
หากไม่มีพระอาจารย์ผู้เมตตา
หรือจะมีศิษย์เก่งกล้าการบรรยาย
มาบัดนี้สิบแปดปีที่ท่านลับ
น้อมคำนับนำผลกุศลถวาย
จัดพิธีรำลึกวันท่านวางวาย
ศิษย์ทั้งหลายกราบเคารพนบพระคุณ
![]()
โดย ศาลาธรรม [15 พ.ย. 2552 , 23:02:31 น.] ( IP = 61.90.97.39 : : )
สลักธรรม 8![]()
ขอเชิญศิษยานุศิษย์ทุกท่านร่วมงาน
"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล"
ณ ศาลาเสือพิทักษ์ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
๙.๓๐ - ๑๑.๐๐ น.ปาฐกถาธรรมเรื่อง ทิฎฐิมานะ โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวรารามฯ
๑๑.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
๑๒.๓๐ น. พิธีบูชาครู และเปลี่ยนผ้าจีวรหุ่นขี้ผึ้ง รูปเหมือนพระอาจารย์บุญมี เมธังกุโร
๑๓.๐๐ น. พระสงฆ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์
![]()
โดย ศาลาธรรม [15 พ.ย. 2552 , 23:03:11 น.] ( IP = 61.90.97.39 : : )
สลักธรรม 9มาตามอ่านเรื่องราวการต่อสู้ของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ด้วยความทราบซึ้งใจยิ่งนักเลยครับ และยังนึกภาพของท่านออกได้เป็นอย่างดี
ความเด็ดเดี่ยวของท่าน แทรกไว้ด้วยความเมตตากรุณาอย่างมั่นคง ที่จะธำรงไว้ซึ้งพระสัทธรรมอันล้ำค่า จึงนับได้ว่าชีวิตของท่านนั้น มอบถวายไว้เพื่อจรรโลงพระอภิธรรมอย่างที่สุด ท่านจึงเป็น ปูชนียบุคคล ที่ควรแก่การยกย่องและระลึกบูชาในพระคุณอย่างสูงสุดเลยครับ
ด้วยความเคารพในพระคุณของท่าน
และพร้อมกตัญญูต่อท่านเสมอครับ
วิชิต ธรรมรังษี
![]()
โดย วิชิต ธรรมรังษี [16 พ.ย. 2552 , 07:33:45 น.] ( IP = 58.9.145.25 : : )
สลักธรรม 10มาอ่านประวัติของท่านพระอาจารย์บุญมี ที่ท่านต่อสู้เพื่อรักษาพระอภิธรรม และให้ประชาชนมีความรู้ในเรื่องราวของชีวิตที่ถูกต้อง
กราบบูชาพระคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพค่ะโดย เซิ่น [16 พ.ย. 2552 , 22:11:39 น.] ( IP = 58.8.54.239 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |