มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล" (๕)








"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล" (๕)



ตอนที่ผ่านมา

ความเป็นปูชนียบุคคล คือบุคคลที่ควรบูชาของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูรนั้น ไม่ใช่เพียงให้แนวทางหรือให้หลักการความรู้ทางปริยัติศาสนาเพียงเดียว แต่ท่านยังได้เพียรพยายามที่จะให้ความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแก่นักศึกษาพระอภิธรรมอย่างยิ่งยวด

นักศึกษาในสมัยก่อนนั้นเล่าว่า ช่วงที่มูลนิธิเพิ่งเริ่มดำเนินงานในระยะแรกนั้นในแต่ละปีท่านอาจารย์บุญมีจะงดการสอนช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ต่อมาเมื่อมูลนิธิได้สร้างสำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อยแล้วท่านก็ได้ไปเป็นอาจารย์สอบอารมณ์กรรมฐานอยู่เป็นประจำโดยสลับสับเปลี่ยนกับครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ มาทำหน้าที่

และเมื่อท่านได้เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัตร์อีกครั้ง ท่านก็ได้มาอยู่จำพรรษา ณ สำนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอ้อมน้อยโดยตลอดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้อย่างถึงที่สุดจวบจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านอาจารย์ได้แสดงความห่วงใยในการปฏิบัติธรรมของผู้ที่สนใจแต่ยังขาดความรู้ทางพระอภิธรรมไว้ว่า

"เมื่อผมได้ศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจจากในพระอภิธรรมปิฎกก็มีความซาบซึ้งตรึงใจ เพราะค้นคว้าหามากมายมายในวิชาการทางโลกทางวิทยาศาสตร์หลายสิบปีก็หาได้พบไม่ ความไม่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ความไม่เชื่อในเรื่องผีสางเทวดาเพราะเห็นว่าเป็นความเชื่อของคนหัวโบราณคร่ำครึล้าสมัยก็กลับเป็นไปตรงกันข้าม พระอภิธรรมปิฎกมิได้เกรงผู้ใดที่จะเข้ามาศึกษาแล้วพบความจริงอันไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะจากนักวิชาการชั้นไหน หรือนักปราชญ์ราชบัณฑิตชั้นใด หากแต่เกรงอยู่อย่างเดียวเท่านั้นนั่นก็คือ ผู้ที่ได้แต่ชอบพูดคัดค้าน ชอบหาอะไร ๆ เข้ามาหักล้าง แต่ไม่ยอมศึกษาจริงจังเท่านั้นเอง

บทพิสูจน์เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดและผีสางเทวดานั้น นอกจากทฤษฎีที่ได้ศึกษาแล้ว ยังมีการปฏิบัติอีกต่างหากโดยอาศัยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยอาศัยการทำสมาธิ การสะกดจิต และการเข้าทรง (เกี่ยวข้องกับผีสางเทวดาได้เพราะมีอดีตกรรมอุดหนุน)

ผมจะเอาตัวรอดโดยการปฏิบัติหนทางพ้นทุกข์โดยหันหลังให้ประชาชนไปง่าย ๆ ผมทำไม่ได้ เพราะผลประโยชน์อันใหญ่หลวงที่ชีวิตจะได้รับนั้นเหลือหลายจริง ๆ จึงได้ดิ้นรนขวนขวายที่จะเผยแพร่ความจริงอันยิ่งใหญ่นี้ออกไปสู่ประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

โดย ศาลาธรรม [18 พ.ย. 2552 , 08:53:45 น.] ( IP = 125.27.172.243 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



นอกจากอำนาจดังกล่าวแล้ว ก็เพราะว่า ได้ระลึกถึงภารกิจอันหนักในการแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตและเห็นอกเห็นใจในความทุกข์ยากของญาติมิตรผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งหลาย จึงได้บังเกิดความเมตตากรุณาจนเปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจ จนผมทอดทิ้งไปไม่ได้อย่างแน่นอน

ผมได้ศึกษาตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงเอาไว้จากในพระอภิธรรมปิฎกว่าเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดเป็นความทุกข์อย่างสุดแสนนั้นก็เป็นความจริงแท้แน่นอน ได้พบได้เห็นเพื่อนมนุษย์ผู้ต่อสู้อย่างสุดเหวี่ยงต้องตกระกำลำบากอย่างแสนสาหัส ก็พบอยู่เสมอ ๆ ได้เห็นเขาทั้งหลายต่างก็พากเพียรพยายามเพื่อแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตของตนซึ่งมีอยู่ทั่วไปในโลก ก็มิได้เป็นความเท็จ และเมื่อตายลงไปแล้ว ต้องเกิดเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน และสัตว์นรกก็มีมากมาย แต่ยากที่ผู้ใดใครทั้งหลายจะมองเห็นได้ จึงได้ประกอบกรรมที่ไม่ดีเป็นส่วนใหญ่

บางคนเห็น เศรษฐีมีล้นฟ้า แต่ร่ำรวยใหญ่ยิ่งขึ้นมาเพราะได้เบียดเบียนจากผู้อื่นแทบทั้งนั้นเมื่อตอนมีชีวิตอยู่ จะชี้นิ้วเอาอะไรก็ได้ ไม่ยากเย็นอะไรเลย แต่ครั้นถึงแก่ความตายผ้าผ่อนจะพันกายแม้แต่สักชิ้นหนึ่งก็ไม่มี ร่างกายก็ผอมโซดำมืดปราศจากสง่าราศรีได้แต่ร้องโหยหวนโอดครวญด้วยความหนาวเยือกเย็นจับใจ หิวโหยและกระจายจนเหลือที่จะอธิบายได้ว่ามีความทุกข์อย่างไร

บางคนเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ บางคนก็เป็นนักการเมืองตัวไม่ใช่ย่อย มีอำนาจล้นฟ้าเหมือนกัน จะชี้นิ้วสั่งการอะไรก็ได้ทั้งนั้น เพราะมีอำนาจเหลือหลาย ครั้นตายลงแล้ว ได้รับอาวุธบาดเจ็บทุกข์ทรมานแสนสาหัส หรือมีไฟลุกท่วมตัวอยู่ตลอดเวลา ต้องร้องดิ้นรนกระวนกระวายปิ่มว่าจะขาดใจตายหรือตายแล้วก็เกิดขึ้นมาใหม่ด้วยอำนาจของกรรมที่เรียกว่า กรรมชรูปได้ผลิตสร้างรูปกายขึ้นมาเรื่อย ๆ ตลอดเวลาอันนานแสนนาน

แม้สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้จะมีร่างกายเป็นปรมาณู แต่ก็มีจิตใจ และมีประสาทสัมผัสความร้อนหนาว หรือความเจ็บปวดได้เหมือนกายหยาบทั่วไป

โดย ศาลาธรรม [18 พ.ย. 2552 , 08:54:50 น.] ( IP = 125.27.172.243 : : )


  สลักธรรม 2



การศึกษาพระอภิธรรมทั้งหมดนั้น ผู้ศึกษาจะได้รับประโยชน์ที่เกิดจากการปฏิบัติวิปัสสนาด้วย เพราะว่าพระอภิธรรมทุกปริจเฉทและทุกคัมภีร์ เมื่อศึกษาแล้วก็จะเห็นว่า ความรู้ที่ได้รับแต่ละขั้นแต่ละตอน ล้วนแต่เป็นการนำทางสู่เหตุผลมากมาย และนำไปสุ่จุดหมายปลายทางคือความพ้นทุกข์ทั้งนั้น เป็นการนำให้เข้าถึงความลึกซึ้งของการปฏิบัติวิปัสสนาอย่างสำคัญทีเดียว

แต่เรื่องวิปัสสนากรรมฐาน เป็นเรื่องที่ยากมาก เป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง ถ้าไม่ลึกซึ้งจะเป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างไร ถ้าไม่ลึกซึ้ง จะทำลายกิเลสเราได้หรือ ท่านทั้งหลายเห็นได้จากสถานปฏิบัติหลายแห่ง จะค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ ย่อง แกล้งทำทั้งหมด ยกเท้าก้าวที ค่อย ๆ ก้าว กว่าจะก้าวลงไปได้ จะก้มก็ค่อย ๆ ก้ม ค่อย ๆ ดู ทำอะไรก็ค่อย ๆ ไปหมด

แม้จะกินข้าวมื้อหนึ่ง ก็ต้องใช้เวลายาวนาน เพราะต้องดูทุกอย่าง จะเอื้อมหยิบช้อน เอื้อมจับ ทำอะไร ๆ ก็ต้องดูหมด ดูตลอด ทั้ง ๆ ที่เราเข้าปฏิบัติ เพื่อให้เห็นเป็นอนัตตา มิใช่ตัวตน มีเหตุปัจจัยทำให้เกิดอย่างนี้ขึ้น เห็นเป็นรูป เป็นนาม แต่ที่ทำอยู่มันกลายเป็นอัตตาภาวนาไป นั่นคือแกล้งทำ เพื่อจะให้เห็นรูปเห็นนาม

ด้วยเหตุนี้ เราจึงทิ้งหนังสือไม่ได้ เพราะเป็นตำราที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้วางไว้ แต่เราทำตามตัวหนังสือทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะตัวหนังสือพูดเข้าไปไม่ถึงความจริงของการปฏิบัติ ดังนั้น ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องอาศัยผู้เคยฝึกฝนอบรม ได้เหตุได้ผลที่ถูกต้องมาแล้วช่วยแนะนำ

ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จำเป็นต้องมีความรู้ มีจิตใจที่ประกอบด้วยเหตุผลเสียก่อน ไม่เช่นนั้นการปฏิบัติจะล้มเหลว จะปฏิบัติกี่เดือนกี่ปี ผลดีจะเกิดขึ้นมาจากการปฏิบัติไม่ได้เลย เปรียบได้กับวิชาการทั้งหลาย เราต้องมีความรู้ เราจึงจะทำเรื่องนั้นได้ ถ้าเราจะเป็นช่าง เราต้องหัดวิชาช่าง ถ้าเราเป็นข้าราชการ เราต้องเรียนวิชาทำราชการ เราจะทำงานอะไรก็แล้วแต่ เราไม่มีความรู้ ทำไปก็ล้มเหลว เพราะทำไม่ถูกต้อง

โดย ศาลาธรรม [18 พ.ย. 2552 , 08:55:08 น.] ( IP = 125.27.172.243 : : )


  สลักธรรม 3



การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานก็เช่นกัน จำเป็นต้องทำความเข้าใจเสียให้ดีพอ หากเหตุผลในใจไม่มี ความเข้าใจในใจไม่มี การปฏิบัติจะไม่ถูกต้องเป็นอันขาด จะไม่ได้ผลอะไรเลย ได้ผลก็เป็นสมาธิไป

ผู้สมัครใจมาเข้าปฏิบัติ แม้ไม่รู้อะไรเลย ก็เท่ากับเป็นการเริ่มต้นหัด ถึงจะไม่ถูกต้องก็ตาม การเริ่มต้นครั้งแรกก็ช่างมันก่อน ค่อย ๆ หัด ค่อย ๆ ฝึกฝน เพื่อให้รู้ผล การเดิน เดินอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง แม้ผู้มาเรียนจริง ๆ เข้าปฏิบัติจริง ๆ ยังผิดอยู่ก็มีมาก

เคยมีผู้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานมาแล้ว ๓ - ๔ ปี ตั้งใจจะเข้าปฏิบัติเป็นเวลา ๑๕ วัน แต่เมื่อปฏิบัติไปได้ ๖ -๗ วัน ก็ขอลากลับบ้าน โดยอ้างเหตุผลว่า ตนจะขอกลับไปหาความรู้เพิ่มเติมสำหรับเรื่องปฏิบัติโดยตรง เพราะเมื่อมีการสอบอารมณ์ หลังจากได้แนะนำไปว่า ให้พิจารณารูป ท่าทางที่นั่ง ที่ยืน ที่เดิน เวลานั่ง ก่อนจะเปลี่ยนอิริยาบถ จากอิริยาบถนั่งเป็นเดินนั้น จะต้องดูก่อนว่า การที่จะไปเดินนั้นต้องมีเหตุ เหตุนั่งมันเมื่อย นั่งอยู่นานไม่ได้ ต้องไปเดิน ไม่ใช่ไปหาความสบาย แก้ปัญหาเมื่อยที่เรานั่งต่างหาก เราจึงเปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อให้เห็นว่า ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นทุกข์ ไม่ใช่เป็นสุข

แต่ท่านผู้นี้ปฏิบัติอย่างจริง ๆ จัง ๆ โดยดูให้เมื่อยนาน ๆ จนเมื่อยมาก จึงกำหนดใจว่า นั่งมันเมื่อย แล้วจึงเปลี่ยนอิริยาบถเป็นยืน นั้นกลายเป็นอัตตาภาวนาไป

โดย ศาลาธรรม [18 พ.ย. 2552 , 08:55:46 น.] ( IP = 125.27.172.243 : : )


  สลักธรรม 4



อัตตาภาวนา หมายความว่าจะดูความทรมานของร่างกายของเราที่เมื่อยอยู่ ให้เมื่อยนาน ๆ ที่จริง ไม่ต้องไปดูเมื่อย ให้เห็นชัดนาน ๆ เช่นเดียวกัน เวลาเห็นสุนัขหรือแมวเดินผ่าน มันก็เห็นอยู่แล้ว โดยไม่ต้องไปจ้องสุนัขหรือแมวที่เดินผ่าน

หรือแม้จะเดินไปตลาด เราจะไปจ้องหน้าคนนั้น จ้องหน้าคนนี้ จ้องของที่เขาขาย นั่นเป็นสิ่งผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่เราเห็นนิดเดียว ก็รู้ว่าเป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ ผู้หญิง หรือผู้ชาย เห็นสุนัข เห็นแมว เห็นนิดเดียวก็รู้แล้ว

ฉะนั้น การไปจ้องดูความปวดเมื่อย เป็นการจงใจทำเพื่อดู เป็นการแกล้งทำ ทั้งที่ความเป็นจริง ปวดเมื่อยนิดเดียว เราก็เปลี่ยนแล้ว อะไรหนุนหลังให้เราแกล้งทำ.. ตัณหาหนุนหลัง เพราะมันอยากดู อยากเห็นรูปนาม เพราะฉะนั้น การดูปวดเมื่อย ดูเมื่อยนาน ๆ แล้วจึงค่อยเปลี่ยนอิริยาบถ จึงเป็นอัตตาภาวนา มีตัณหาหนุนหลัง ทำเพื่อจะดู

ถ้าทำเพื่อจะดู ก็ไม่เป็นวิปัสสนา เพราะเป็นการทำเหมือนแกล้ง เช่นเดียวกับการยกมือ ค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ดูไป จะเห็นได้ว่า การดูนั้น เป็นดูเหมือนกัน แต่ดูมากไปหน่อย จึงปฏิบัติผิด

ส่วน สติปัฎฐานนั้น สติเป็นตัวแม่บท หรือตัวบทบาทใหญ่ที่จะใช้กำหนดในการพิจารณา เพราะฉะนั้น เมื่อคนได้ยินคำว่า สติปัฎฐาน ก็เพียรพยายามที่จะเอาสติมาตั้งหน้าอย่างเดียว โดยไม่ได้คำนึงถึงสัมปชัญญะ วิปัสสนาจึงไม่เกิด

ด้วยเหตุนี้ ในการกำหนดกายานุปัสสนาสติปัฎฐาน ท่านทั้งหลายจะต้องเข้าใจในเรื่องสัมปชัญญะ เรื่องของสติ ไม่ต้องพูดมาก เรากำหนดวางจิตลงไป วางจิตลงไปในแต่ละครั้ง เป็นสติอยู่แล้ว แต่สัมปชัญญะนี้ เป็นเรื่องยาก

โดย ศาลาธรรม [18 พ.ย. 2552 , 08:56:07 น.] ( IP = 125.27.172.243 : : )


  สลักธรรม 5

ผู้สืบทางสายตรงคงแสงฉาย
สิ้นความมืดวุ่นวายในปัญหา
คืออาจารย์บุญมีเปี่ยมปรีชา
ผู้หาญกล้าท้าพิสูจน์พูดความจริง

ไม่อ้อมค้อมน้อมพจน์สะกดจิต
ให้รู้คิดชีวิตของชายหญิง
ไร้ตัวตนคนสัตว์ให้แอบอิง
มีเพียงสิ่งมาประชุมกลุ่มรูปนาม

ท่านแก้ไขความเข้าใจที่พลาดผิด
ถอนคลายฤทธิ์ทิฏฐิอันล้นหลาม
ที่เนืองนองในใจผู้เขลาความ
ให้งดงามด้วยวิชาปัญญาธรรม

ท่านเพียรบ่มอบรมผู้ศึกษา
ให้ชีวามีกุศลพ้นถลำ
และเข้าใจบาทบทของกฎกรรม
ด้วยถ้อยคำเมตตาพาสุขใจ

หลายชีวิตได้คิดพ้นปัญหา
หลายครอบครัวหน้าตาเพิ่มผ่องใส
หลายดวงจิตอิ่มเอมกุศลมัย
หลายบุคคลเดินไปบนทางดี

สามสิบสี่ปีผ่านงานสร้างสรรค์
คุณค่าเอนกอนันต์ในวิถี
เกินเปรียบปานสิ่งใดในปฐพี
ที่ท่านนี้สละตนสร้างผลงาน

ปลุกปั้นคนให้รู้บุญและบาป
ปลุกปั้นศิษย์ให้ซึมทราบความกล้าหาญ
ปลุกปั้นศิษย์ให้ขึ้นเป็นอาจารย์
ปลุกปั้นฐานอภิธรรมสู่นครา

รอบปีนี้สิบแปดปีที่พลัดพราก
ดวงประทีปลาจากพระศาสนา
ด้วยแรงกรรมนำกาลมรณา
เหลือเพียงรอยคุณค่าแห่งอาจารย์

ขอนอบน้อมพร้อมจิตศิษย์ทั้งหลาย
กราบถวายกุศลที่สืบสาน
ไตรสิกขา ภาวนา ศีล และทาน
มาบวงสรวงกราบกรานท่านอาจารย์บุญมี



โดย ศาลาธรรม [18 พ.ย. 2552 , 08:58:55 น.] ( IP = 125.27.172.243 : : )


  สลักธรรม 6



ขอเชิญศิษยานุศิษย์ทุกท่านร่วมงาน
"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล"
ณ ศาลาเสือพิทักษ์ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒


๙.๓๐ - ๑๑.๐๐ น.ปาฐกถาธรรมเรื่อง ทิฎฐิมานะ
โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวรารามฯ

๑๑.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

๑๒.๓๐ น. พิธีบูชาครู และเปลี่ยนผ้าจีวรหุ่นขี้ผึ้ง รูปเหมือนพระอาจารย์บุญมี เมธังกุโร

๑๓.๐๐ น. พระสงฆ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์

โดย ศาลาธรรม [18 พ.ย. 2552 , 08:59:32 น.] ( IP = 125.27.172.243 : : )


  สลักธรรม 7


ไม่เคยได้มีโอกาสพบท่านพระอาจารย์บุญมีเลย ได้ยินแต่เสียงที่กอปร์ด้วยเมตตา เมื่อได้มาอ่านประวัติและผลงาน ก็ยิ่งประจักษ์ชัดในความเมตตากรุณาของท่าน โดยการทุ่มเทชีวิตเพื่อสืบสานงานพระศาสนาเพื่อช่วยเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายทั้งหลายให้ได้รู้จักพระอภิธรรมที่ทรงคุณค่าอันหาประมาณมิได้

ขอนอบน้อมกราบสักการะบูชาพระคุณท่านพระอาจารย์บุญมีด้วยความเคารพรักยิ่งค่ะ

โดย พี่ดา [18 พ.ย. 2552 , 09:32:10 น.] ( IP = 124.121.177.93 : : )


  สลักธรรม 8

มาตามรอยทางที่สว่างไปด้วยแสงธรรมของผู้กล้า ท่านอาจารย์ บุญมี เมธางกูร ครับ ยิ่งซาบซึ้งนักหนา กับเจตนาที่มุ่งให้ของท่าน

เกียรติประวัติ เกียรติคุณ ของท่านอาจารย์นั้นยิ่งใหญ่มาก และมีคุณประโยชน์มากเหลือที่จะพรรณา ณ.วันนี้ก็ได้แต่ระลึกในพระคุณ และก้มกราบของพรบารมีจากท่านให้เส้นทางชีวิตของตนเอง มีวิริยะในการทำความดีได้ตลอดไป

สิบนิ้วศิโรราบ
ก้มกราบในพระคุณ
จิตท่านเกื้อการุณย์
รำลึกคุณเสมอมา




วิชิต ธรรมรังษี


โดย วิชิต ธรรมรังษี [18 พ.ย. 2552 , 09:40:56 น.] ( IP = 58.9.150.202 : : )


  สลักธรรม 9

ขอน้อมกราบสักการะบูชาในพระคุณของท่านพระอาจารย์ค่ะ ขอเส้นทางได้มีโอกาสศึกษาและพบกับท่านพระอาจารย์ค่ะ

โดย น้องอุ๊ [18 พ.ย. 2552 , 22:37:00 น.] ( IP = 125.24.47.140 : : )


  สลักธรรม 10

มาอ่านประวัติของท่านอาจารย์ ที่มีความเมตตากรุณาด้วยการใช้ชีวิตเพื่อเผยแผ่ความจริงอันยิ่งใหญ่นี้ออกไปสู่ประชาชนให้มากที่สุด

กราบบูชาพระคุณท่านอาจารย์บุญมีด้วยความเคารพค่ะ

โดย เซิ่น [19 พ.ย. 2552 , 19:50:28 น.] ( IP = 58.8.51.250 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org