| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผ้าห่มกิเลส
สลักธรรม 1
ทำไมธรรมชาตินั้นบังคับบัญชาไม่ได้? เพราะธรรมชาตินั้นเป็นทุกข์ ทุกข์คือทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ เช่น เรานั่งนานๆ.. เราก็เมื่อย เราทนไม่ได้..เราต้องเปลี่ยนอิริยาบถ ทุกข์ก็เกิดขึ้น
ทุกข์เกิดขึ้นเพราะอะไร ? เพราะมีอำนาจของอนิจจัง คือ ความไม่เที่ยง ฉะนั้น อนิจจัง ทุกขัง ปรากฏขึ้นอยู่เนืองๆ ในเรานี่แหละ ธรรมชาติที่เป็นอนิจจัง ทุกขังเหล่านั้นจึงเป็นอนัตตา เพราะเราไม่สามารถบังคับบัญชาให้เป็นไปตามประสงค์จำนงหมายของเราได้
เราก็จะเห็นได้ว่าชีวิตนี้อยู่ยาก และที่เราอยู่รอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะว่า เรามีผ้าห่ม ..ผ้าห่มกิเลสที่คอยห่มกายห่มใจของเรา
อาภรณ์ประดับร่างกายแฟนซีชีวิตก็เป็นผ้าห่มกาย ส่วนผ้าห่มใจก็คือ เรามีความพอใจ เรามีความไม่พอใจ เรามีความเห็นผิด หรือเรียกว่าวิปลาสธรรม จึงทำให้เกิดความวิปลาสอยู่เนืองๆ แล้วก็หลงว่า เราดีรวมทั้งกายของเราก็ดี ใจของเราก็ดีนี่คือวิปลาสธรรม เหตุเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะมีผ้าห่มอยู่สองผืน ห่มกายและห่มใจ
ฉะนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่เราจะถอดผ้าห่มเหล่านั้นออกไป อาศัยอากาศอันบริสุทธิ์ อากาศที่เย็นด้วยพระมหากรุณาธิคุณ อากาศที่เย็นและอบอุ่นไปด้วยความรักและบริสุทธิ์ด้วยพระบริสุทธิคุณเพื่อมาชโลมจิตใจของเราให้เป็นไปเพื่อความก้าวล่วงจากวัฏฏภัย ด้โดยไว โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2552 , 09:07:41 น.] ( IP = 125.27.175.41 : : )
สลักธรรม 2
วันนี้ก็มีผู้มาใหม่ที่สนใจด้านการปฏิบัติวิปัสสนาก็จะขอเกริ่นนำสักเล็กน้อยก่อนที่จะให้คุยเป็นการเฉพาะกลุ่มต่อไป
การที่มีเป้าหมายในการปฏิบัติเพื่อเข้าถึงมรรคผลนิพพานนั้นเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเลยค่ะ และสำนักวิปัสสนาอ้อมน้อยที่ตั้งขึ้นมานั้น อาศัยการปฏิบัติรูปนามขันธ์ห้า ถ้าเราไม่รู้จักรูปนามขันธ์ห้า การปฏิบัติของเราจะเข้าถึงพระนิพพานไม่ได้เด็ดขาด
เพราะว่าถ้าเผื่อเรามานั่งหลับตาท่องภาวนาพุทโธ ก็ได้บุญเหมือนกันเพราะจิตเป็นสมาธิแต่ถึงพระนิพพานไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ปัญญา และการที่จะมีปัญญาก็จะทำให้ถึงพระนิพพานได้ โดยในการปฏิบัติจะต้องมีมนสิการ
เพราะถ้าไม่มีมนสิการ ก็จะไม่สามารถแทงตลอดในธรรมจึงไม่ได้เข้าถึงอนิจจลักษณะ ทุกขลักษณะ อนัตตลักษณะ ทั้งสามลักษณะนั้นต้องมีทั้งมนสิการและการแทงตลอดจึงจะเข้าถึงได้
อย่างลูกศิษย์คนหนึ่งไปเข้าปฏิบัติมาหนึ่งพรรษา ก็ได้สติที่ดีขึ้น ได้มนสิการบ้าง แต่ไม่ได้แทงตลอด เพราะถ้าแทงตลอดเมื่อใดก็จะต้องได้ทั้งมนสิการเต็มและแทงตลอดได้ การที่เราไปปฏิบัติกันเป็นเดือนเป็นปีและยังไม่มีผลที่ไปถึงสภาพธรรมของจิตที่ได้วิสุทธิเพราะว่าเราได้แค่มนสิการเป็น แต่การมนสิการของเราไม่แทงตลอด หรือเป็นเพราะว่ากำลังมนสิการเป็นแล้วก็หมดเวลาเข้าปฏิบัติพอดี โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2552 , 09:08:44 น.] ( IP = 125.27.175.41 : : )
สลักธรรม 3
ฉะนั้น ท่านต้องมีมนสิการ และแทงตลอดสายไปโดยจะต้องอาศัยธรรมสามอย่าง คือ สติมา สัมปชัญโณ และอาตาปีในการปฏิบัติ คือมีสติระลึกรู้ในปัจจุบัน ปัจจุบันคืออะไร? ปัจจุบันมีสองอย่างได้แก่ ปัจจุบันธรรม กับ ปัจจุบันอารมณ์
ปัจจุบันธรรม เช่น ตอนนี้อากาศเย็น มีความเย็นมาเรื่อยๆ นี่คือสิ่งที่ทุกคนสัมผัสได้หมด ทุกคนได้รับอากาศเย็นๆ นี่เป็นปัจจุบันธรรม แต่รู้สึกเฉพาะตนเช่น คนรับรู้สึกเย็นแล้วบอกหนาว บางคนร้อน อากาศเย็นบางคนเฉย หรือบางคนปวดปัสสาวะขึ้นมา การปวดในขณะนั้นเป็นความรู้สึกส่วนตัว นั่นเป็นอารมณ์ปัจจุบันส่วนตัว
การปวดเช่นนี้มีกับทุกคนได้ นั่นเป็นปัจจุบันธรรม แต่ในขณะใดเมื่อเป็นส่วนตัว นั่นเป็นปัจจุบันอารมณ์ และกิเลสก็เกิดขึ้นที่ปัจจุบันอารมณ์
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จะต้องมีสติระลึกรู้ อยู่ตลอดเวลาว่ามีอะไรเกิดขึ้น ก็คือการเกิดขึ้นนั้นเป็นปัจจุบันอารมณ์ส่วนตัว กิเลสจะเกิดขึ้นตรงนี้ เช่นถ้าเผื่อเราหิวเกิดขึ้นเป็นปัจจุบันอารมณ์ แล้วเราปล่อยให้ความหิวมีอิทธิพลเปิดทางให้กิเลสคือ เรารู้สึกไม่สบายแล้ว ไม่ชอบ หรืออยากกินข้าวขึ้นมา หรืออยากทานก๋วยเตี๋ยวขึ้นมา
ฉะนั้น ความหิวเป็นทุกข์อย่างหนึ่ง แต่เราปล่อยให้ความอยากเข้ามา กิเลสจึงเกิดขึ้นจากการอาศัยทุกข์นั้น นี่แหละปัจจุบันอารมณ์เป็นที่เกิดกิเลส
โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [24 พ.ย. 2552 , 09:09:01 น.] ( IP = 125.27.175.41 : : )
สลักธรรม 4
เมื่อเราไปซื้ออาหารตอนหิว และเขาตักให้ช้าเราก็รู้สึกไม่พอใจ .. ในขณะนั้น เราเป็นที่ตั้งแห่งการเกิดโลภ โกรธ หลง จึงจะต้องมีสติ ตัวหนึ่งซึ่งคอยระลึกรู้ตามอาการของอารมณ์ต่างๆ หนึ่งอย่าง แต่จะใช้แต่สตินั้นก็ไม่พอ เพราะสติเพียงแค่ตามระลึกรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมีบัญญัติกับปรมัตถบัญญัติก็คือความรู้สึกที่เราเคยๆ แต่ปรมัตถคือมีแต่รูปและนามเท่านั้นเอง ฉะนั้น ความหิวเป็นรูปหรือเป็นนาม ..เป็นนาม เวลาหิวต้องกำหนดนามหิว เพื่อปฏิเสธเราออกไป และเวลานั่งใครนั่ง? ไม่ใช่เรานั่งจึงต้องมีมนสิการลงไปว่า ความรู้สึกขณะนี้คือรูปนั่ง
จึงต้องมีรูปนามเป็นอารมณ์ตลอดเวลา และรูปนามนี่แหละเมื่อแจกแจงแล้วก็คือขันธ์ ๕ อายตนะ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ สัจจะ ๔ ปฏิจจสมุปบาท ซึ่งเป็นอารมณ์ของวิปัสสนากรรมฐานทั้งนั้นเลย แต่ย่นย่อแล้วก็คือรูปกับนามนั่นเอง
มูลนิธิฯ ของเราจึงอาศัยอันที่แคบและสั้นที่สุดคือ ขันธ์ ๕ ซึ่งก็คือรูปนาม และในรูปนามนี่เองก็มีไตรลักษณ์ ..ลักษณะทั้งสามอย่างคือ นิจจลักษณะ ทุกขลักษณะ และอนัตลักษณะ การที่เราดูหรือเพ่งอะไรมากๆ ดูอยู่บ่อยๆ ก็จะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือความหมายของความทุกข์ ความไม่เที่ยง และทุกข์อันไม่เที่ยงคืออนัตตา โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2552 , 09:09:27 น.] ( IP = 125.27.175.41 : : )
สลักธรรม 5
การที่เราเข้าไปอยู่คนเดียว นอกจากระวังความคิดไม่ให้ฟุ้งซ่าน ไปสำรวมกาย วาจา ใจให้มีสติสัมปชัญญะแล้ว ก็จะต้องมีความเพียรระลึกรู้อยู่แค่รูปนามนี้ เพื่อจะให้ความปรากฏการณ์ของสัจจธรรม ความเป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่มีเกิดขึ้นมาจากเหตุปัจจัย มีไตรลักษณ์ครอบคลุมอยู่ก็จะปรากฏขึ้นมาให้โยคาวจรผู้ปฏิบัติได้เห็น
เมื่อผู้ใดเห็นไตรลักษณ์ ผู้นั้นจิตก็จะละคลายออกจากความกำหนัดคือความยินดี การที่เราไปปฏิบัติกำหนดว่า รูปนั่ง กำหนดนามเห็นได้นั่นก็ไม่ใช่เรา แต่นั้นก็ยังเป็นเรากำหนดอยู่
แต่เมื่อใดที่สติสัมปชัญญะมีกำลังมากพอแล้ว เขาจะสามารถสาดส่องมาให้เห็นได้ว่า ธรรมชาติรูปของนั้นที่เราเข้าไปกำหนดนั้นมีความเสื่อม ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ บังคับบัญชาไม่ได้ จิตผู้นั้นก็จะคลายออกจากความกำหนัด ปราศจากทุกข์ และผู้ใดที่คลายออกจากการกำหนัด ก็คือผู้ที่สามารถเป็นที่พึ่งแห่งตนได้แล้ว และปราศจากทุกข์ก็คือขั้นอริยชนต่อไป
ขอความสุขความเจริญ ความมีสติความมีปัญญา ความเลื่อมใสศรัทธา และจิตที่ตั้งมั่นที่จะพาตนเองให้พ้นทุกข์พ้นโศกพ้นโรคพ้นภัย จงสมมาดปรารถนา สิ่งใดที่ท่านคิด สิ่งใดที่ท่านหวัง จงอย่าได้แคล้วคลาดไปจากเจตนา และขอให้คุณพระคุณเจ้าทั้งบารมีธรรม จงคุ้มครองรักษาทุกท่าน ให้มีความสุขกายให้มีความสุขใจ รักษาความเลื่อมใสและความศรัทธาอันเป็นตัวนำพาชีวิตนั้นข้ามโอฆะสงสารได้ทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน อนุโมทนาค่ะ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2552 , 09:10:53 น.] ( IP = 125.27.175.41 : : )
สลักธรรม 6
โดย good [25 พ.ย. 2552 , 00:44:08 น.] ( IP = 110.164.92.62 : : )
สลักธรรม 7
โดย Missu [25 พ.ย. 2552 , 00:55:12 น.] ( IP = 110.164.92.62 : : )
สลักธรรม 8
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียนมา ก็ไม่พ้น "รูป และ นาม" ที่ประกอบไปด้วยไตรลักษณ์ แต่เรายังมิอาจประจักษ์ได้อย่างแท้จริง เพราะยังไม่สามารถละคลายออกจากความกำหนัดยินดีในรูปนามได้ ก็ด้วยกิเลสที่พอกพูนถมทับอย่างหนาแน่นห่อหุ้มใจไว้นั่นเอง
สติมา สัมปชัญโณ อาตาปี เท่านั้นที่จะช่วยคลี่คลายทุกข์ต่างๆ ออกไปจากใจได้
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [25 พ.ย. 2552 , 09:56:03 น.] ( IP = 124.121.178.44 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |