มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล" (๙)








"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล" (๙)



ตอนที่ผ่านมา

รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล ตอนที่ ๙ นี้นับเป็นตอนสุดท้ายในการลงกระทู้ก่อนที่จะวันจัดงานจริง ดังนั้น เพื่อลำดับเหตุการณ์ให้ระลึกถึงชีวิตและการต่อสู้ในการเผยแผ่พระอภิธรรมของท่าน จึงขอนำท่านผู้อ่านทุกท่านได้อ่านถ้อยแถลงที่ท่านอาจารย์ได้เขียนไว้ในหนังสือวารสารชีวิตฉบับปีที่ ๑๑ ว่า


จะเป็นด้วยอำนาจกรรมบันดาลหรืออย่างไร เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ผมมีความยุ่งยากวุ่นวายเกี่ยวด้วยธุรกิจการงานค่อนข้างมาก ต้องทำงานหนักในทางความคิดความอ่าน ต้องต่อสู้กับธุรกิจการงานอย่างเต็มเหนี่ยว โดยไม่ได้รับผลอะไรเป็นสาระแก่นสาร นอกจากกินอยู่หลับนอนไปวันหนึ่ง ๆ เท่านั้น เงินทองก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก จึงได้หนีร้อน ด้วยหวังว่าจะได้ไปพึ่งเย็น ดังนั้น เมื่อมีโอกาสโดยหาผู้มาทำงานแทนตัวได้ ผมจึงหาหนทางท่องเที่ยงตระเวนไปในกรุง เช่นดูหนังละคร และเต้นรำ เป็นต้น

เมื่อบังเกิดความเบื่อหน่ายในกรุงแล้ว จึงได้หาหนทางแก้ปัญหาด้วยการท่องเที่ยวไปตามจังหวัดต่าง ๆ เริ่มออกเดินทางไปภาคเหนือแต่ละจังหวัด ๆ จนกระทั่งถึงจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ ก็ต้องเข้าไปนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสวนดอกเสียหลายวัน การหนีร้อนไปพึ่งเย็นดังกล่าว ไม่ช้าไม่นานก็ต้องเลิกไปเอง เพราะหาได้เย็นจริง ๆ ไม่ เมื่อมีช่องทางจะออกทางไหน จึงได้หาโอกาสทดลองไปฟังธรรมะดูบ้างเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับสมาธิ จะได้เอามาใช้กับโรคนอนไม่หลับ

ผมได้ออกตระเวนไปฟังธรรมะในที่ต่าง ๆ ทั่วไปหลายแห่ง ก็ไม่ค่อยจะซาบซึ้งถึงใจนัก และในปีนี้เอง ผมก็ได้ข่าวว่า ที่วัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดธนบุรี มีการบรรยายพระอภิธรรมอยู่เป็นประจำ โดยอาจารย์พระภิกษุผู้เชี่ยวชาญชาวพม่า ผมจึงได้พาตัวเองมาจนถึงโรงเรียนแห่งนี้ ในวันหนึ่ง จะขอฟังดูสักพัก ดูทีหรือว่า พระอภิธรรม ที่ถือกันมาแต่โบราณว่าเป็นคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์นั้น จะให้อะไรได้บ้าง

เมื่อผมก้าวเข้าไปในโรงเรียน ซึ่งก็คือศาลาวัดหลังย่อม ๆ ที่อยู่ทางด้านกรมอู่ทหารเรือในขณะนี้ อาจารย์ยังไม่ได้ออกมาบรรยาย ในทันใดที่ผมก้าวเท้าเข้าไป ผมก็ถึงแก่สะดุ้งเพราะนักเรียนผู้ใหญ่ทั้งหลาย ทั้งหญิงทั้งชาย ที่ต่างคนต่างก็ขะมักเขม้นอ่านบ้าง เขียนบ้างสนทนากันบ้างเหล่านั้น ประมาณสักสิบคนเศษ ต่างก็นั่งกันอยู่บนพื้นศาลา และที่ข้างหน้าของแต่ละคนมีลังสบู่ไม้ฉำฉาซึ่งใช้เป็นโต๊ะเขียนหนังสือคนละ ๑ ลัง เก่าบ้าง ใหม่บ้าง ตามแต่ใครจะหามาได้ ดูเหมือนท่านักเรียนผู้ใหญ่ทั้งหลายจะเห็นว่าสถานที่เรียนจะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญเท่าใดนัก ขอให้ได้ความรู้ ขอให้ได้ประโยชน์แก่ชีวิตก็แล้วกัน

ผมว่าอำนาจของกรรมคงจะได้มาบันดาลจริง ๆ จะทำให้ผมได้ศึกษาในเวลาต่อมาจนสามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่นักศึกษารุ่นน้อง ๆ มาจนถึงบัดนี้ เพราะว่าได้มาพบกัลยาณมิตรเข้าในวันแรกเลยทีเดียว ท่านผู้นี้ได้แนะนำให้เห็นความสำคัญของการศึกษาและมีความอดทนที่จะศึกษา ทั้ง ๆ ที่ฟังความจากอาจารย์ไม่ค่อยจะเข้าใจ เพราะอาจารย์ผู้บรรยายเป็นพระภิกษุชาวพม่า ที่พูดภาษาไทย แล้วผู้ฟังที่ได้ฟังใหม่ ๆ มักจะคิดว่าท่านพูดภาษาพม่า กัลยาณมิตรผู้นี้ ท่านเรียนไปด้วย แล้วก็ได้ถอดใจความของอาจารย์ที่ผมฟังไม่ออกให้บังเกิดความเข้าใจไปด้วย แล้วได้ใช้ความปรารถนาดีของท่านพูดให้ผมเกิดกำลังใจขึ้นเป็นอันมาก ท่านผู้นี้ก็คือ คุณพระชาญบรรณกิจ อดีตรองอธิบดีกรมบัญชีกลาง

จากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ได้มีความสนิทสนมกับคุณพระชาญฯ โดยรวดเร็ว ผมได้ยินบางคนเรียกท่านว่าใต้เท้า ทั้ง ๆ ที่ผมก็ยังไม่ทราบว่าท่านได้รับราชการมาในตำแหน่งหน้าที่อะไร ผมก็เลยเรียกท่านว่า “ใต้เท้า” บ้าง ท่านได้ขอร้องผมว่า อย่าเรียกท่านว่าใต้เท้าเลย เราเป็นเพื่อนกัน ผมก็แย้งว่า เป็นเพื่อนกันได้อย่างไร ผมมีอายุอ่อนกว่าท่านค่อนข้างมากไปสักหน่อย ท่านก็ว่า ไม่สำคัญคนแก่กับคนหนุ่มเป็นเพื่อนกันก็ได้ สำคัญอยู่ที่ใจเรามาเรียนปรมัตถธรรม อันเป็นความจริงแท้แน่นอนที่ไม่มีวันคลอนแคลนเช่นนี้แล้ว ก็ควรที่จะทิ้งสมมติบัญญัติที่ไม่จำเป็นออกไปเสียบ้าง อย่างไรเราก็เป็นเพื่อนกันในธรรม แล้วตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็เรียกท่านว่า “คุณพระ” เฉย ๆ

โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:43:42 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


ในสมัยนั้น เราพากันตระเวนไปฟังธรรมะหลายแห่ง ที่เรียนกันเป็นประจำ ก็ที่วัดระฆังโฆสิตาราม โดยอาจารย์โชติกธัมมาจริยพระภิกษุชาวพม่า และที่วัดสามพระยาบรรยายโดยอาจารย์เตชินห์ อภิธัมมถิกธัมมาจริยพระภิกษุชาวพม่าเหมือนกัน โดยคุณวิชิต มณไฑวงศ์ เป็นล่ามแปลออกมาเป็นภาษาไทย นอกจากนี้ เราพากันไปฟังการบรรยายเป็นรายการปาฐกถาที่วัดมหาธาตุเป็นครั้งคราว และที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประจำทุกวันเสาร์ อาศัยที่ผมได้อ่านตำราของอาจารย์สาย สายเกษมมาบ้างแล้ว ก็เลยตามท่านไปได้

ผมกับคุณพระชาญบรรณกิจ มีอัธยาศัยต้องกันมาก ดังนั้น เวลาไปฟังธรรมะ ณ ที่แห่งใด ใคร ๆ ก็จะต้องเห็นเราทั้งคู่ จนบางคนพูดล้อว่า เราเป็นคู่รักกัน

วันหนึ่งผมได้ถามท่านว่าเรียนพระอภิธรรมมานานแล้วหรือ เพราะเห็นมีความเข้าใจพระอภิธรรมดีเหลือเกิน พระอภิธรรมนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ทั้งยังมีตัวเลขควบคุมอยู่ทั่วไป แต่น่าอัศจรรย์ใจจริง ๆ ท่านสามารถมีความเข้าใจแล้วอธิบายได้ แม้ตัวเลขต่าง ๆ ที่เร้นลับหรือซับซ้อนก็จดจำเอาไว้ได้ดี ผมเองก็ได้ถามท่านในหลักการและเรื่องตัวเลขบ่อย ๆ ท่านตอบว่า เสียใจที่มาเรียนเอาเมื่อมันแก่ไปเสียแล้ว

วันหนึ่ง เราทั้งสองนั่งคอยเรือยนต์ข้ามฟากอยู่ที่ท่าช้างวังหลวง ได้คุยธรรมะกันอยู่หลายเรื่อง ผมเห็นว่า ท่านจำอะไรได้มากนัก ผมจึงได้พูดขึ้นว่า คุณพระเก่งกว่าผมในเรื่องของพระอภิธรรม แต่คุณพระจะชนะผมไปเสียทุกสิ่งทุกอย่างนั้นไม่ได้ ท่านได้ถามว่า อะไรเล่าที่จะชนะไม่ได้ ผมได้ชี้ไปที่เรือยนต์ที่กำลังจะออกจากท่า แล้วพูดว่าคุณพระจะลองมาแข่งขันกระโดดลงท้ายเรือยนต์กันเอาไหม คุณพระจะรับคำท้านี้หรือไม่ ท่านหัวเราะแล้วตอบว่า ขอยอมแพ้ ความจริงผมก็คิดอยู่แล้วว่า ท่านคงจะไม่ยอมแข่งขันและยังไง ๆ ก็คงจะต้องแพ้ผมวันยังค่ำ เพราะท่านมีร่างกายสมบูรณ์ ค่อนข้างอ้วนมาก ผมทราบดีว่า แข่งขันกันอย่างไร ท่านก็ไม่มีวันชนะผมได้อย่างแน่นอน

เราได้พูดกันถึงเรื่องที่สำคัญที่สุด และบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง คือเมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรมมาพอเข้าใจแล้ว เราก็เห็นว่า เป็นเรื่องชีวิตอันยิ่งใหญ่และมีประโยชน์แก่ผู้ศึกษาเหลือหลาย ไม่มีวิทยาการใดในโลกจะเปรียบได้ ถ้าผู้ใดได้ศึกษาให้มีความเข้าใจแล้ว ก็จะได้รับความสุขความเยือกเย็นในอย่างน่าอัศจรรย์ จะคลายจากความทุกข์ความเร่าร้อนใจได้จริง ทั้งเป็นการปลูกฝังให้เกิดปัญญาบารมีแก่ผู้ศึกษา ทั้งในชาตินี้ ชาติหน้า และชาติต่อ ๆ ไปด้วย ความดีของพระอภิธรรมนั้นมีมากมาย แม้พรรณนาความดีนี้อย่างไรก็ไม่หมด

ผมได้หนีร้อน เพื่อหวังว่าจะได้พึ่งเย็นในวิธีการหลายอย่าง ทั้งในสารทิศต่าง ๆ แล้วการเดินทางหนีร้อนก็สะดุดหยุดลง เพราะเข้าไปสู่ความล้มเหลว ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะหาได้เย็นจริง ๆ ไม่ แต่บัดนี้ ความร่มเย็นเป็นสุขได้ย่างกรายเข้ามาแล้ว ผมได้พบหนทางที่จะเดินแล้ว ผมได้ก้าวเข้าไปสู่หนทางที่ปลอดภัยจากอันตรายใด ๆ ทั้งปวง เป็นหนทางสุดยอดของความปรารถนา เดี๋ยวนี้ผมแน่แก่ใจแล้ว เราหนีชีวิตของตนเองนั้นไม่ได้ ขืนหนีไปก็ต้องเสียเวลาเปล่า เพราะความยุ่งยากทั้งหลายมันเกิดขึ้นที่ชีวิตมันก็จะต้องแก้ปัญหานี้ตรงที่ ๆ มันเกิด จะไปแก้ที่อื่นได้หรือ ทั้งไม่มีวิธีการอื่นใด นอกไปจากทำความเข้าใจในเรื่องชีวิตเสียให้ดีเท่าที่จะทำได้ และจากในพระอภิธรรมปิฎก

โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:46:00 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : )


  สลักธรรม 2


ความทุกข์ความเดือดร้อนของเรา ทำให้เรารู้ว่าความทุกข์ความเดือดร้อนของคนอื่นเป็นอย่างไร ความสุขความเยือกเย็นใจที่เราได้รับจากการศึกษา ชักพาให้เราทั้งสองเฝ้าแต่คิดเฝ้าแต่ปรึกษาในอื่นที่จะให้ผู้อื่นได้รับความสุขอย่างเราบ้าง พระอภิธรรมอันแสนประเสริฐ และทรงพลังให้รุนหลังให้เราได้ก้าวเดินออกสู่ประชาชน

หลังจากที่ได้ศึกษาผ่านมานานพอสมควร แม้ถึงว่า ความรู้ของเราจะยังไม่มากนักแต่ก็เพียงพอที่จะดำเนินการให้แพร่หลายไปยังประชาชนได้แล้ว เราจะเพียรพยายามเท่าที่จะทำได้เท่าที่กำลังกายกำลังใจยังมี จะนำพระธรรมอันล้ำค่านี้ออกมาสู่มหาชนให้จนได้ ให้เขาได้พ้นจากการหลับตาเดินในท่ามกลางแสงสว่างของชีวิตที่ส่องแสงกราดออกไปทั่วทิศแต่มิได้คิดที่จะดู ให้ผู้มีดวงตาอันสว่างไสว แต่มีดวงใจอันมืดมอดทั้งหลายได้มาเห็นความจริงที่น่าอัศจรรย์ในในเรื่องเหล่านี้ และให้เขาได้มาตื่นเต้นตกตะลึง เมื่อได้ศึกษาเข้าไปถึงความเร้นลับมหัศจรรย์ของตัวเขาเอง

มันน่าละอายจริง ๆ มิใช่หรือ ที่เราจะนั่งกินนอนกินอย่างสบายอยู่ในท่ามกลางเสียงอันโหยหวนของญาติมิตรหรือของผู้ร่วมทุกข์ยากลำบากทั้งหลาย โดยมิได้ทำประโยชน์ให้แก่เขาเหล่านั้นแม้แต่สักเล็กน้อยเมื่อเราควรจะทำได้ เราจะทนมองดูเพื่อนร่วมทุกข์ถูกไฟ โลภะ โทสะ โมหะ เผาไหม้จนร้อนรนกระวนกระวายอยู่ต่อหน้าต่อตาด้วยการยิ้มแย้มแจ่มใสกระไรได้ เราจะต้องหาหนทางเปิดประตูบานหนึ่ง ที่โลภะ โทสะ โมหะ ไม่เคยเข้ามาให้เขาเห็น เราจะต้องเพียรพยายามให้เขาได้ก้าวเข้าไปสู่ประตูที่รอดพ้นจากมฤตยูอันคนทั้งหลายไม่สนใจ แล้วมีคนเดินอยู่เพียงไม่กี่คนนี้ให้กว้างขวางออกไป อย่างนั้นก็พอให้เขาได้เห็นทุกข์โทษภัยจากการเวียนว่ายตายเกิดบ้างก็ยังดี

ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๑ อาจารย์แนบ มหานีรานนท์ ได้เสนอตัวผมเข้าเป็นกรรมการธรรมศึกษา ในพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีหน้าที่เผยแพร่การศึกษาธรรมะออกสู่ประชาชน ผมได้โอกาสก็ได้พยายามอย่างเต็มความสามารถที่จะให้ปรมัตถธรรมนี้กระจายออกไป แต่พระธรรมนี้ละเอียดสุขุมคัมภีรภาพยิ่งนัก จึงออกจะยากลำบากในการที่จะขยายให้แพร่หลายทั่วไป

ครั้นปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ผมกับอาจารย์แนบก็ได้เตรียมการเปิดโรงเรียนบรรยายพระอภิธรรมขึ้น ณ พุทธสมาคมนี้เป็นครั้งแรก คณะกรรมการของพุทธสมาคมก็มีความเห็นว่าดี แล้วพร้อมใจกันสนับสนุน

โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:46:53 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : )


  สลักธรรม 3

ผมก็มิได้รอให้ชักช้า ได้รีบเชิญคุณพระชาญบรรณกิจ สหายธรรมผู้คุกรุ่นไปด้วยความคิดที่จะได้ทำสาธารณประโยชน์อันยิ่งใหญ่นี้ ท่านก็มีความยินดี แล้วสั่งว่าสาธารณชนจะพึงควรได้ในเรื่องนี้แล้ว ก็ขอให้บอกมาทุกอย่าง ท่านก็มิได้มีความลังเลใจเลยแม้แต่น้อย ดังนั้น ในวันที่ ๘ ของเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๔๙๖ โรงเรียนพระอภิธรรมก็ได้เริ่มทำการเปิดขึ้นเป็นครั้งแรก และคุณพระชาญบรรณกิจก็ได้เริ่มเข้ามาเป็นอาจารย์ผู้บรรยายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ท่านได้ทำตามที่ท่านได้พูดไว้ทุกอย่าง

ลุปี พ.ศ. ๒๕๐๐ อันเป็นปีของกึ่งพุทธกาล เราก็ได้ร่วมมือกันพร้อมทั้งนักศึกษาประมาณหนึ่งร้อยท่านก่อตั้งมูลนิธิขึ้น ชื่อว่า อภิธรรมมูลนิธิ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนา เฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมปิฎก และบำเพ็ญสาธารณกุศล คุณพระชาญบรรณกิจได้ร่วมกันต่อตั้งมูลนิธินี้อย่างแข็งขัน ได้เป็นกรรมการบริหารร่วมในจำนวนกรรมการ ๗ ท่านด้วยกัน

การบรรยายในโรงเรียนนั้น แม้จะได้ประโยชน์ด้วยมีผู้มาศึกษานับเป็นจำนวนร้อยก็ดี แต่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทย ยังเข้าใจเพียงว่า พระอภิธรรมเป็นคัมภีร์สวดหน้าศพเมื่อผู้ใดผู้หนึ่งถึงแก่กรรมลง ดังนั้น คณะกรรมการของอภิธรรมมูลนิธิจึงได้ออกวารสารฉบับหนึ่ง ชื่อ “ชีวิต” เพื่อให้เป็นโรงเรียนเคลื่อนที่ไปถึงประตูบ้านของประชาชนทั่วไปอีก เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ มาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

คุณพระชาญบรรณกิจ มีความรักปรมัตถธรรมที่ได้ศึกษาเป็นชีวิตจิตใจ มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะขยายความรู้อันมีค่ายิ่งนี้ออกไป ท่านได้เป็นกรรมการบริหารงานอภิธรรมมูลนิธิหลายสมัย เป็นอาจารย์ผู้บรรยายพระอภิธรรม เป็นผู้ตอบปัญหาต่าง ๆ ของท่านผู้ศึกษาจากวารสารชีวิต ได้เป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนอภิธรรมมูลนิธิทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ได้เขียนหนังสือให้อภิธรรมมูลนิธิเพื่อให้ผู้ศึกษาใช้เป็นคู่มือหลายเล่ม บางเล่มท่านก็เขียนแล้วพิมพ์ให้ด้วย ให้อภิธรรมมูลนิธิได้ผลประโยชน์จากหนังสือนั้นโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย

“อันความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน”

พระราชนิพนธ์คำกลอนนี้ ย่อมจะฝังมั่นให้ผู้รับสะเทือนใจไม่มีวันลืมเลย แต่ความกรุณาปรานีของคุณพระชาญบรรณกิจนั้น มิใช่เป็นเงินทองหรือข้าวของที่ผู้ได้รับแล้วไม่ช้าไม่นานก็สลายตัวไป หากแต่ให้แสงสว่างคือ ดวงปัญญาที่จะติดตัวไปได้ทั้งในชาตินี้และชาติข้างหน้า อันหากำหนดเวลามิได้ ให้เป็นประทีปส่องทางที่หาค่ามิได้ อันจะทำให้ผู้รับหันเหไปสู่ทิศทางอันควรไป ทั้งมิได้ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะหากแต่สาธารณะโดยทั่วไป จึงนับว่าเป็นความกรุณาปรานีชั้นประเสริฐ หาผู้ทำได้เสมอเหมือนนั้นแสนยากยิ่ง

โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:48:54 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : )


  สลักธรรม 4


ครั้นปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ท่านได้บอกผมด้วยความอาลัยว่า “อายุผมก็มากแล้ว สุขภาพก็ไม่ดี ฉะนั้นจึงต้องขอลาพักการบรรยายธรรม มีอะไรจะใช้ผมแล้ว ผมทำได้ละก็ขอให้บอก” คณะกรรมการก็เห็นใจ ต่างพากันขอบคุณท่าน แล้วตั้งท่านไว้ในตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษาตั้งแต่นั้นมา พูดง่าย ๆ ก็ว่าท่านทำงานให้เกิดประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่สาธารณชนจนนาทีสุดท้าย อันคุณงามความดีของท่านนั้นยังมีอีกมากมายที่ผมไม่อาจจะเสนอให้หมดในครั้งนี้จึงทำให้ผมอดทนอยู่ไม่ไหวที่จะขอกล่าวสดุดีไว้ในที่นี้

ขอให้กุศลผลบุญที่ท่านได้บำเพ็ญมาแล้วด้วยดีในอดีต จงได้มาเป็นพลวปัจจัยสนับสนุนให้ท่านได้ทราบ จะโดยญาณวิถีใด ๆ ก็ตาม เพื่อจะได้เกิดความชื่นชนโสมนัสในการงานที่ท่านได้ก่อขึ้นไว้ เสมือนต้นพืชที่ท่านได้ปลูก บัดนี้ได้แตกกิ่งก้านสาขาออกดอกออกผลงดงามให้ได้ชื่นใจ จะได้เป็นมหากุศลอปราปริยเจตนาที่มีกำลังมาก เพราะอภิธรรมมูลนิธิที่ท่านได้ก่อตั้งและส่งเสริมนั้น บัดนี้มีความมั่นคง เป็นปึกแผ่นแน่นหนาสามารถให้การศึกษาแก่ประชาชนทุก ๆ วันเสาร์และอาทิตย์ ณ ศาลาโรงธรรมโพธิลังกา วัดพระเชตุพนฯ พระนคร โดยมีผู้มาศึกษาทั้งหญิงชาย เด็กผู้ใหญ่ครั้งละหลายร้อยท่านได้พิมพ์หนังสือพระอภิธรรมในแนวทางต่างๆ เพื่อการศึกษาเป็นจำนวนมาก

แม้วารสารชื่อ “ชีวิต” ที่ออกให้ประชาชนศึกษาได้ที่บ้านของตนเอง ก็ยังคงออกอยู่เป็นประจำ และกว้างขวางเป็นที่สนใจของประชาชนยิ่งขึ้น นอกจากนั้น อภิธรรมมูลนิธิ ยังได้ไปก่อสร้างสถานที่ปฏิบัติสมาธิและวิปัสสนาขึ้นที่ตำบลอ้อมน้อย ถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ ๒๔ เวลานี้ก็ได้ก่อสร้างสำเร็จลงแล้วเป็นส่วนมาก จะได้รับผู้ปฏิบัติให้ทยอยกันเข้าไปพิสูจน์บทเรียนที่ได้เล่าเรียนกันไปแล้ว ทั้งจะได้สร้างสมปัญญาบารมีกันได้ในเวลาไม่ช้านี้

แม้ท่านจะได้ล่วงลับไปแล้วก็ดี อำนาจของกุศลผลบุญที่ท่านได้ประกอบมาแล้วในอดีต อำนาจของปัญญาบารมีที่ท่านได้บำเพ็ญมาแล้วด้วยดีตลอดเวลาอันยาวนาน คงจะได้เป็นพลวปัจจัยให้ท่านได้เสวยความสมบูรณ์พูลสุขในภพภูมิที่ท่านปรารถนา ได้มีโอกาสส่งเสริมปัญญาบารมีของตนเองและผู้อื่นอีกต่อไปในกาลข้างหน้าโดยไม่ขาดสาย แล้วถึงซึ่งจุดหมายปลายทางอันผู้ศึกษาปรมัตถสัจธรรมต่างก็มีความปรารถนา ในนามของอภิธรรมมูลนิธิ ผมขอให้ท่านจงมีความเกษมสำราญ และบรรลุถึงจุดหมายปลายทางที่ท่านประสงค์โดยเร็วเทอญ”

ถ้อยแถลงนี้เป็นเสมือนการรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินกิจการเผยแผ่พระอภิธรรมที่ท่านอาจารย์ได้ร่วมกับคณะกรรมการในสมัยนั้นช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการมาจนประสบความสำเร็จเป็นที่น่าภาคภูมิใจ และนับจากปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ท่านอาจารย์บุญมีก็ยังคงขับอภิธรรมนาวาลำนี้มาจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายในปี พ.ศ.๒๕๓๔ นับเป็นระยะเวลา ๔๓ ปีที่ท่านเป็นครูผู้ให้ปัญญา และเป็นเวลา ๓๔ ปีที่ท่านเป็นผู้นำดำเนินกิจการอภิธรรมมูลนิธิมาด้วยความพากเพียร

๓๔ ปีแห่งการทำงานที่ทุ่มเทอย่างไม่ท้อต่อความเหน็ดเหนื่อยและความยากลำบากเพราะในสมัยนั้น พระอภิธรรมยังไม่เป็นที่ยอมรับของพระสงฆ์ตลอดจนพุทธศาสนิกชนชาวไทยเท่าใดนักการบุกเบิกเส้นทางสายแรกจึงมิใช่งานที่ง่ายดายเลย มีแต่อุปสรรคขวากหนามขวางหน้าอยู่ตลอดเวลาซึ่งกว่าจะได้เส้นทางที่ราบเรียบและราบรื่น

โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:50:46 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : )


  สลักธรรม 5


๓๔ ปีแห่งการฟันฝ่าอุปสรรคจึงเหนื่อยหนักทั้งร่างกายและจิตใจแต่ความอ่อนแอก็ไม่ปรากฏให้ผู้ใดได้รับทราบ เพราะท่านอาจารย์มีกำลังใจอย่างเปี่ยมล้นพร้อมกับความไม่ประมาท

ท่านบอกว่า "เวลาในชาตินี้เหลือน้อยลงแล้ว และจะน้อยลงไปเรื่อยๆ จะเหลืออยู่ไม่กี่ปี หรือไม่กี่สิบปี หัวเลี้ยวหัวต่ออันเป็นนาทีทองใกล้เข้ามาทุกเวลานาที การเดินทางซึ่งหมายถึงชาติหน้ากำลังมาถึงอย่างแน่นอน

ดังนั้น จึงควรศึกษาหาความรู้ความชำนาญในหนทางที่จะต้องเดินไปนี้เสียให้ดี พิจารณาหนทางเสียให้ละเอียด เมื่ออารมณ์ครั้งสุดท้ายใกล้เข้ามา จะได้พาชีวิตไปสู่หนทางที่ราบรื่น

ถ้าเตรียมตัวเตรียมใจไว้ไม่พร้อม ก็จะตกอยู่ในความประมาท ความพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่หนทางที่ขรุขระกันดาร บางทีได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

เวลาจึงเป็นสิ่งมีค่า ไม่ควรให้ล่วงไปเสียเปล่า อภิธรรม เป็นการศึกษาธรรมะชั้นสูงที่สุด ประเสริฐที่สุด เพราะว่าด้วยเรื่องของชีวิตทั้งสิ้น

เมื่อลงมือศึกษาแล้วก็จะเกิดกุศลมากมาย ทำให้มีสติปัญญา ทำลายมิจฉาทิฏฐิคือความเห็นผิดไปเรื่อย ๆ และจะได้ทราบถึงการ ปฏิบัติมรรค ๘ อันได้แก่ทางที่จะไปสู่การพ้นทุกข์ ได้ถูกต้อง จึงนับว่าเป็นประโยชน์อันมหาศาลนับตั้งแต่เริ่มต้นศึกษาเป็นต้นไปเลยทีเดียว "

โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:51:17 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : )


  สลักธรรม 6


ความเป็นบัณฑิตของท่านนั้นมิได้ปรากฏเฉพาะในการพูดหรือการสอนแต่ปรากฏอย่างชัดเจนในครรลองของชีวิตท่านที่ดำเนินไปด้วยปัญญาที่ท่านมักจะนำพาบุคคลที่อยู่ใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว มิตรสหาย และปวงศิษย์ให้ประพฤติปฏิบัติในกิจอันเป็นกุศลไม่ว่าจะเป็นบุญกิริยาวัตถุ หรือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานและท่านยังชักชวนให้ผู้ที่มีความสามารถอีกหลายคนเข้ามาร่วมกิจกรรมธรรมทานนี้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ..

"ชีวิตนี้ก็คือนามและรูป แล้วนามและรูปก็ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ย่อมผันแปรเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ วินาที วันละนับครั้งไม่ได้ แล้วเราจะพึ่งพาอาศัยกับความไม่เที่ยงแท้แน่นอนจะได้อย่างไร ทรัพย์สินทั้งหลายหรือเงินทองข้าวของอะไรสารพัดอย่างที่เราแสนรักแสนห่วงที่ปรารถนาอยากได้ แล้วอยากจะให้ติดมือเอาไปก็ไม่มีหวังจะเอาไปได้เลยแม้แต่น้อยนิดเมื่อถึงแก่ความตาย

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ให้ทานอะไรก็สู้ให้ทานธรรมอันเป็นปัญญาไม่ได้ แล้วท่านจะไม่สร้างสมปัญญาบารมีของท่านโดยศึกษาแล้วช่วยกันเผยแพร่ปัญญานี้ออกไปให้แก่ญาติมิตร ผู้ร่วมความทุกข์ทั้งหลายบ้างเลยทีเดียวหรือ ท่านจะไม่พยายามสร้างสมปัญญาที่สามารถติดตามชีวิตของท่านไปให้เป็นเพื่อนที่แสนดีเพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองอันตรายมิให้ระหกระเหินเดินไปในทิศทางที่อาจจะขรุขระทุรกันดารในระหว่างการเดินทางอันแสนไกลบ้างทีเดียวหรือ"

ดังนั้น ตลอดระยะเวลา ๓๔ ปีนี้ ท่านจึงได้สร้างบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยเลยให้แก่พระพุทธศาสนาลูกศิษย์ของท่านหลายคนได้แยกย้ายกันไปเผยแผ่พระอภิธรรมในสถานที่ต่างๆ ซึ่งหลายแห่งเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีในปัจจุบัน

และนอกจากบุคลากรที่ทรงความรู้แล้ว ท่านยังได้เสียสละเวลาเขียนหนังสือเกี่ยวกับพระอภิธรรมไว้สำหรับเผยแผ่ให้แก่ผู้ที่สนใจที่ไม่สามารถมาศึกษาได้บ่อยครั้งหรืออยู่ในถิ่นที่ห่างไกลยากลำบากแก่การเดินทางหนังสือเกี่ยวกับพระอภิธรรมที่เป็นคำอธิบายซึ่งง่ายแก่การทำความเข้าใจของผู้อ่าน ได้ถูกเขียนออกมาเล่มแล้วเล่มเล่า โดยเฉพาะหนังสือในชื่อชุดความมหัศจรรย์ของจิต และความหัศจรรย์ของชีวิตอันเป็นงานเขียนที่อธิบายเนื้อหาสาระของพระอภิธรรมปริจเฉทต่างๆให้ง่ายแก่การเข้าใจของผู้อ่าน

และงานเขียนหนังสือนี้คือสิ่งที่ท่านทำมาตลอดอายุการทำงานของท่านจวบจนวาระสุดท้ายในเพศสมณะ ซึ่งผู้ที่ได้อ่านแล้วจำนวนมากมายชื่นชมเสมอว่า เป็นหนังสือพระอภิธรรมที่น่าอ่านมาก เพราะท่านอาจารย์ได้นำสาระสำคัญมาอธิบายด้วยภาษาที่เหมาะกับยุคสมัย

โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:52:57 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : )


  สลักธรรม 7


นอกจากการเคาะประตูไปตามบ้านของพุทธศาสนิกชนด้วยตัวหนังสือและเสียงบรรยายที่ผ่านสถานีวิทยุแล้ว ท่านและคณะผู้ติดตามโดยเฉพาะอาจารย์บุษกรนั้นยังได้เดินทางไปเคาะประตูบ้านพุทธศาสนิกชนในท้องถิ่นต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาศึกษาและพิสูจน์ความมีเหตุผลในพระอภิธรรมปิฎกเท่าที่โอกาสจะอำนวย

ความเสียสละที่ท่านอาจารย์ได้กระทำมาอย่างต่อเนื่องนั้นปรากฏผลอย่างน่าชื่นชม เพราะในที่สุดพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ให้ความสนใจศึกษาพระอภิธรรมทั้งในด้านปริยัติ และการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ในแต่ละปีจะมีผู้มาเข้าปฏิบัติ ณ สำนักงานสาขาของมูลนิธิ คือสำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อย เป็นจำนวนไม่น้อยทั้งพระภิกษุและฆราวาส และมีจำนวนไม่น้อยที่นำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นจากการศึกษาและการปฏิบัติไปเผยแพร่เป็นธรรมทาน

๓๔ ปี แห่งการทำงานที่ท่านพยายามสาดฉายกระจายแสงแห่งธรรมให้มีความสว่างไสวไปบนผืนแผ่นดินไทยด้วยความสามารถเท่าที่มี เป็น ๓๔ ปีที่ท่านเพียรพยายามมอบปัญญาให้แก่นักศึกษาพระอภิธรรมรับไปประดับไว้ในชีวิต

สิ่งที่ท่านมอบให้นี้คือหนึ่งในอริยทรัพย์ของพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นมรดกธรรมที่มีค่าเกินกว่าจะยกทรัพย์สินใดขึ้นมาเปรียบได้ เพราะในอนาคตนั้นผู้ที่ครอบครองทรัพย์นี้จนได้ปริมาณที่เหมาะสม ความพ้นทุกข์ก็จะเกิดขึ้นได้ในที่สุด

และแม้จะยังไม่สามาถก้าวไปถึงเป้าหมายกันสูงสุดนั้นได้ แต่ปัญญาที่เกิดขึ้นแล้วจากการศึกษาจะนำพาให้ผู้นั้นมีทางเลือกที่ดีของชีวิต ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ...

"เรื่องกรรมนั้นมีขั้นตอนการให้ผล และเป็นไปด้วยอำนาจของเหตุผลที่ละเอียดลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง เพราะมิได้อยู่ในอำนาจดลบันดาลของผู้ใด ผู้ศึกษามีความเข้าใจแล้วก็จะหายสงสัย แล้วจะมีความสุขกาย สุขใจเพิ่มขึ้น เพราะทราบดีว่าเมื่อกระทำกรรมลงไปแล้วมันจะต้องให้ผลอย่างแน่นอนโดยขอเวลาให้มันเท่านั้น

เมื่อกรรมคือการกระทำ หรือเจตนาได้เกิดขึ้นมา หรือจะพูดง่ายๆ ว่า อารมณ์ได้เกิดขึ้นแล้ว อารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาก็จะเก็บสะสมเอาไว้ในจิตใจ เมื่อได้โอกาสเมื่อใด อำนาจของกรรมที่เก็บเอาไว้นั้นก็ย่อมจะแสดงออกมาได้เสมอ ขอให้มีกำลังอำนาจและมีเวลาเพียงพอเท่านั้น

โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:53:54 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : )


  สลักธรรม 8


ขอได้โปรดพิจารณาว่า ในขณะที่เราเหวี่ยงก้อนดินขึ้นไปบนอากาศนั้น เป็นตอนที่เราออกแรง แต่เมื่อดินหลุดจากมือของเราไปแล้ว เหตุไฉนก้อนดินจึงได้ลอยขึ้นและลอยขึ้นไปอยู่อีกเรื่อยๆ ไปเล่า ทั้งๆ ที่เราปล่อยก้อนดินให้หลุดออกจากมือไปแล้ว เมื่อมันลอยขึ้นไปจนถึงที่สุดจนหมดแรงเหวี่ยงแล้วมันจึงตกลงมา

แน่นอนทีเดียว มันจะต้องมีแรงที่เราเหวี่ยงในครั้งแรกช่วยผลักดันให้มันลอยขึ้นไปได้ แม้ความดึงดูดของโลกก็ยังยับยั้งมันไม่ไหว แต่ถ้าหมดแรงดันส่งเมื่อใดมันจึงจะตกลงมาได้เมื่อนั้น

แต่เรามองไม่เห็นแรงที่ส่งก้อนดินขึ้นไปเลยแม้แต่น้อย ถึงกระนั้นเราก็ตัดสินใจได้ว่า แรงส่งครั้งแรกเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดอำนาจจะผลักดันกันต่อไปจนถึงที่สุด ตามอำนาจกำลังแรงของมือที่เหวี่ยง

อำนาจของกรรมนำผลให้บังเกิดขึ้นให้เห็น ได้ยิน ที่ดีๆ หรือไม่ดี เป็นสุข เป็นทุกข์ ร่ำรวย ยากจน ฯลฯ แต่อย่างไรก็ดี ผมก็ต้องขอเน้นความสำคัญของกรรมที่ทำแล้วในอดีตแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นให้ผลไม่ได้ และกรรมในปัจจุบันอย่างเดียวก็เกิดขึ้นไม่ได้เหมือนกัน

เมื่อเราแก้กรรมในอดีตไม่ได้ เราก็ต้องทำกรรมในปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ เพราะว่าถ้าได้รับกรรมที่ดีก็จะได้ผลดีมากขึ้น แต่ถ้าได้รับผลร้ายก็จะได้ไม่ร้ายแรงจนเกินไป "

ด้วยความเข้าใจเพียงเท่านี้ก็สามารถหันเหชีวิตที่กำลังตกต่ำด้วยกำลังอกุศลให้สามารถบ่ายหน้าไปสู่พื้นที่ที่ปลอดภัยทั้งในปัจจุบันชาติและอนาคตชาติได้ และที่น่าประทับใจมากก็คือ ความเพียรพยายามในการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง

ซึ่งเป็นความรู้ที่จะช่วยเพิ่มหิริและโอตตัปปะให้ทวีกำลังยิ่งขึ้น เพราะผู้ที่เรียนรู้จนเกิดความเข้าใจดีในเรื่องของอำนาจกรรมก็จะไม่ประมาทในการใช้ชีวิต

โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:54:35 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : )


  สลักธรรม 9




๓๔ ปีที่ท่านเพียรถ่ายทอดความรู้ในเรื่องเหตุผลด้วยความเมตตาต่อเพื่อร่วมทุกข์นั้น จึงนับเป็นระยะเวลาอันทรงคุณค่ายิ่ง สมควรที่ผู้เป็นศิษย์ทั้งหลายจะน้อมกายวาจาและใจอัญเชิญกุศลที่เกิดจากการประพฤติปฏิบัติมากราบบูชาสักการะในพระคุณของท่านที่เสมือนเป็นผู้ฟอกย้อมชีวิตให้มีราศีกุศลจนเปล่งประกายมาถึงทุกวันนี้


"..ปาเจรา จริยา โหนติ คุณุตตรา นุสาสกา

ข้าขอประณตน้อมสักการ บูรพคณาจารย์ ผู้กอรปเกิดประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา แก่ข้าในกาลปัจจุบัน

ข้าขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์ ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา ปัญญาให้เกิดแตกฉาน

ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี แก่ข้าและประเทศไทย เทอญ

ปัญญา วุฑฒิ กเร เต เต ทินโนวาเท นมามิหํ.."



โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:55:53 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : )


  สลักธรรม 10




ขอเชิญศิษยานุศิษย์ทุกท่านร่วมงาน
"รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียบุคคล"
ณ ศาลาเสือพิทักษ์ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒


๙.๓๐ - ๑๑.๐๐ น.ปาฐกถาธรรมเรื่อง ทิฎฐิมานะ
โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวรารามฯ

๑๑.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

๑๒.๓๐ น. พิธีบูชาครู และเปลี่ยนผ้าจีวรหุ่นขี้ผึ้ง รูปเหมือนพระอาจารย์บุญมี เมธังกุโร

๑๓.๐๐ น. พระสงฆ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์

โดย ศาลาธรรม [27 พ.ย. 2552 , 08:56:35 น.] ( IP = 125.27.178.35 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org