มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความโลภเป็นเหตุให้เกิดบาปได้อย่างไร




โลภะ คือ ความต้องการ ความทะยานอยาก ความติดข้อง ซึ่งเป็นสภาพจิตของทุกคนในขณะนี้ ผู้ที่ไม่ได้ศึกษาพระธรรมอย่างละเอียด จะไม่ทราบเลยว่า การดำเนินชีวิตปกติในชีวิตประจำวัน

เช่น รับประทานอาหาร แต่งตัว พูดคุย ฟังเพลง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติในชีวิตประจำวันนั้น ก็เป็นโลภะประเภทที่...ไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเสียหาย หรือเสียประโยชน์ แต่เป็นโลภะโดยสภาวะ คือเป็นความติดข้อง ต้องการที่จะกระทำ เป็นโลภะขั้นละเอียด

ถ้าพระพุทธองค์ไม่ทรงแสดงความจริงนี้ เราจะไม่ทราบเลยว่า.....แท้จริงแล้วจิตของเราเป็นไปกับโลภะแทบจะตลอดเวลา เราจะทราบลักษณะของโลภะ ก็ต่อเมื่อโลภะมีกำลังเท่านั้น

เช่นอยากได้อะไรมาก ๆ ก็จะรู้สึกถึงความรุ่มร้อน ทุรนทุราย อยากได้มาเป็นของตน เพราะมีความเป็นตัวตน ทุกคนจึงแสวงหาสิ่งที่ตนพอใจ ....และถ้ามีความต้องการในสิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว และสิ่งนั้นเกินกำลังของตนที่จะได้มาด้วยวิธีที่สุจริต ผู้ที่โลภะมีกำลังมาก ก็จะคิดหาวิธีต่างๆนานาเพื่อให้ได้มาด้วยวิธีทุจริต หรือบางคนรวยมากแล้ว...ก็ยังไม่รู้จักพอ ยังต้องการต่อไปอีกเรื่อย ๆไม่รู้จบ ความไม่รู้จักพอนี่เองเป็นเหตุให้ทำทุจริตค่ะ

ทุจริตทางกาย (ลักขโมย ทุจริตคอรัปชั่น ปล้น จี้)

ทุจริตทางวาจา (พูดโกหก)

ทุจริตทางใจ (คิดอยากได้ มีการปล้นจี้ต่างๆ วางแผนทุจริตคอรัปชั่น)

โดย บุษกร เมธางกูร [2 ธ.ค. 2552 , 19:10:19 น.] ( IP = 58.9.148.251 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ลองคิดดูซิค่ะว่ามีใครเห็นโลภะของตนเองบ้าง

ทุกคนรู้จักโลภะแต่เพียงชื่อ แต่ไม่มีใครรู้จักตัวจริงของโลภะ เป็นเพราะเรามีความคุ้นเคย และชอบที่จะมีโลภะ เรามีความอยาก (โลภะ) ที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น อยากได้สิ่งนั้น อยากได้สิ่งนี้ อยากเป็นคนรวย อยากมีอำนาจ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก็จะสะสมเพิ่มพูนแต่ความอยาก (โลภะ) ไว้ในจิต แม้กำลังจะตายก็ยังอยากจะไปสวรรค์ จึงเป็นการยากเหลือเกินที่จะละโลภะให้หมดไปจากจิตค่ะ


พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ว่า....โลภะนี่เองเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ (สมุทัยสัจจ์)

โลภะนี่เองเป็นเหตุให้สัตว์โลกทั้งหลายต้องเวียนว่าย ตาย เกิด อยู่ในสังสารวัฏฎสงสาร

โดย บุษกร เมธางกูร [2 ธ.ค. 2552 , 19:12:31 น.] ( IP = 58.9.148.251 : : )


  สลักธรรม 2

แล้วโทสะ มีบทบาทอย่างไรต่อชีวิตบ้าง ? ค่ะ มาทำความเข้าใจกันดีกว่าค่ะ

โทสะ เป็นสภาพธรรมที่หยาบกระด้าง ดุร้าย

โทสะมีหลายระดับ

โทสะอ่อน ๆ ได้แก่ ความรู้สึกหงุดหงิด ขุ่นเคืองใจ รำคาญใจ หมั่นไส้

โทสะมาก ก็จะร้องให้ แสดงอาการจะประทุษร้าย

โทสะรุนแรง ก็จะสามารถทำร้ายตนเองหรือผู้อื่นได้

ขณะที่เกิดโทสะ กาย วาจา จะหยาบกระด้าง จะแสดงกริยาที่ไม่น่าดู เช่น...กระแทกกระทั้น มีสีหน้าบึ้งตึง ถ้ามีโทสะที่รุนแรงมาก ก็อาจจะประทุษร้าย (ทุบ ตี) ผู้อื่น หรือฆ่าได้ค่ะ

โดย บุษกร เมธางกูร [2 ธ.ค. 2552 , 19:16:08 น.] ( IP = 58.9.148.251 : : )


  สลักธรรม 3

โลภะเป็นเหตุให้เกิดโทสะ คือเมื่อตนไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ จึงเกิดโทสะ หลายคนเห็นโทษของโทสะ รู้ว่าโทสะไม่ดี ไม่อยากให้ตนเองมีโทสะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะการจะละโทสะได้ ก็ต่อเมื่อละโลภะได้แล้วเท่านั้น เพราะโลภะเป็นแดนเกิดของโทสะ ละโลภะได้เมื่อไรก็ละโทสะได้เมื่อนั้น

ท่านลองนึกๆดูซิค่ะว่า.. มีใครคิดจะละโลภะบ้างไหม

มีใครไม่อยากได้เงินบ้าง? มีใครไม่อยากได้ตำแหน่งบ้าง? มีใครไม่อยากได้รถยนต์ดีๆ บ้านสวยๆ บ้าง ?

จะเห็นว่า...เป็นไปไม่ได้เลยที่บุคคลธรรมดาเช่นพวกเราจะละโลภะ

เมื่อละโลภะไม่ได้...ก็ย่อมละโทสะไม่ได้ ผู้ที่สามารถละโทสะได้ ต้องบรรลุคุณธรรมขั้นพระอนาคามีแล้วเท่านั้นค่ะ

โดย บุษกร เมธางกูร [2 ธ.ค. 2552 , 19:17:41 น.] ( IP = 58.9.148.251 : : )


  สลักธรรม 4

ปัจจัยอีกประการ หนึ่งที่ทำให้เกิดโทสะ คือโมหะ ความไม่รู้ความไม่เข้าใจในธรรมนั่นเองค่ะ ถ้าไม่รู้เรื่องของกรรม วิบาก เหตุและผล โทสะอาจเกิดได้ง่าย ๆ เพราะเมื่อกระทบกับอารมณ์ที่ไม่ดี ไม่น่าพอใจ

เช่น ..เกิดไปเห็นคนที่เราไม่ชอบ การกระทำบางอย่างของเขา ...หรือได้ยินเสียงแตรที่รถคันอื่นบีบไล่หลัง หรือรับประทานอาหารที่รสชาติไม่อร่อย

เหตุการณ์ต่าง ๆเหล่านี้ เกิดขึ้นเสมอในชีวิตประจำวัน ทำให้เราเกิดความรู้สึกหงุดหงิด รำคาญใจ บางคน ก็อาจระงับโทสะไว้ไม่ได้ อาจจะแสดงออกมา อย่างใดอย่างหนึ่งทางกาย หรือวาจา อันจะเป็นเหตุให้เกิดเรื่องราวที่ใหญ่โต ตามมาในภายหลังได้ เพราะไม่รู้จักยับยั้งช่างใจนั่นเองไงค่ะ

เท่าที่พยายามยกตัวอย่างมาอธิบายนี้ คงจะทำให้ท่านเห็นถึงโทษ ของโทสะที่เกิดขึ้นได้เสมอๆกับชีวิตเราตลอดเวลานะค่ะ ตราบใดที่ยังไม่สามารถละโลภะ อันเป็นตัวสมุทัยนั้นได้ น่ากลัวมากค่ะ.


ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร


โดย บุษกร เมธางกูร [2 ธ.ค. 2552 , 19:20:27 น.] ( IP = 58.9.148.251 : : )


  สลักธรรม 5

เป็นสภาพธรรมะที่ละเอียดมากในการก่ออิทธิพลแก่บาป โดยเฉพาะเป็นบาปที่ต่างประเภทกัน

..เมื่ออ่านโดยละเอียดแล้ว ก็จะเห็นถึงการเกิดขึ้นของบาปในชีวิตประจำวันของเราทั้งหลายอย่างมากมาย..หากไม่สามารถควบคุมอารมณ์ด้วยสติปัญญา

กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ้ฟ [2 ธ.ค. 2552 , 19:22:52 น.] ( IP = 58.9.148.251 : : )


  สลักธรรม 6

สาธุ สาธุ สาธุ

โดย naiART_Sikhiu [3 ธ.ค. 2552 , 12:56:46 น.] ( IP = 125.25.249.121 : : )


  สลักธรรม 7

การมีชีวิตนั้นน่ากลัวจริงๆ เพราะเราสะสมเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ (สมุทัย) คือโลภะเกือบตลอดเวลา
กราบขอบพระคุณ และกราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [3 ธ.ค. 2552 , 13:25:53 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.65 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org