| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การสร้างบารมีและการทำความดี
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1บางถ้อยคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ เช่นเรื่องที่กล่าวในเบื้องต้น แม้จะเป็นถ้อยคำหรือคำสอนเพียงสั้นๆ แต่ต้องใช้เวลาหลายปี จึงจะเข้าใจถึงคุณค่าแห่งถ้อยคำนั้น และเมื่อมองในแง่ของความสมบูรณ์แห่งปัจจัยอย่างหยาบๆ ก็ต้องยอมรับว่าความสุกงอมทั้งหลายจะต้องมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์พร้อมหลายอย่างที่อยู่บนเงื่อนไขของเวลาหรือกาลที่เหมาะสม
ตัวอย่างที่เห็นกันได้ชัดเจนก็เช่นผลไม้ ที่กว่าจะเก็บเกี่ยวผลได้ก็ต้องใช้ระยะเวลาที่เหมาะสม ตามพืชพันธุ์ ความสมบูรณ์ของอาหารที่หล่อเลี้ยง และสภาพอากาศ ซึ่งหมายถึงการปรุงแต่งที่เหมาะสมกับสภาพธรรมนั่นเอง
เมื่อมีการปรุงแต่งด้วยสิ่งต่างๆ ความเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการเกิดขึ้นใหม่ของสิ่งสืบเนื่อง ก็จะปรากฏอย่างเห็นได้ชัด ความเป็นไปเหล่านี้มีเกิดขึ้นทั้งในสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต และหากนักศึกษาพระอภิธรรมได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ก็คงจะระลึกได้ถึงคำว่า สังขตธรรม ธรรมที่ถูกปรุงแต่งได้ด้วยกรรม จิต อุตุ และอาหาร ที่มีเกิดขึ้นกับจิต เจตสิก และรูปนั่นเอง
ฉะนั้น ในคำแนะนำประโยคเดียวกัน ที่มาจากผู้พูดท่านเดียวกัน และผู้ฟังคนเดียวกัน แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปและเหตุปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงก็มีผลกระทบต่อระดับของความเข้าใจทั้งในด้านบวกและด้านลบ เพราะจิตที่มีการเรียนรู้จากสิ่งที่ได้ประสบและรู้จักคิดไปในทางพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ และไม่สร้างสรรค์ และการให้ผลแห่งกรรมที่ไม่ขาดสายจึงทำให้มีปรากฏการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
และบ่อยครั้งที่เราได้ยินคำรำพึงรำพัน เกี่ยวกับความเข้าใจหรือความรู้สึกตัวว่า เพิ่งจะถึงบางอ้อ หรืองมโข่งอยู่ตั้งนาน หรือที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ซึ่งความจริงแล้วเหตุผลของคำพูดประโยคเหล่านั้น ก็ล้วนมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น แต่ผู้รับฟังนั้นมีความบกพร่องในการทำความเข้าใจ จึงได้แต่รับฟังไว้เพื่อประดับความรู้ ที่มิได้นำไปสู่การกระทำเพื่อความรู้ยิ่ง
ความรู้ที่ได้จึงเสมือนเครื่องประดับที่เก่าคร่ำคร่าไปตามกาลเวลาและก็ถูกละเลยทิ้งไปไม่ใช้ประโยชน์ นับว่าเป็นการใช้ชีวิตที่ไม่คุ้มค่าเพราะไม่รู้จักความสำคัญโดย พี่เณร....นำมาฝาก [15 ธ.ค. 2552 , 08:34:22 น.] ( IP = 58.9.150.35 : : )
สลักธรรม 2หลายๆ คนอาจภูมิใจกับทรัพย์สินเงินทองที่มีเก็บสะสมไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งกว่าจะได้มาก็ต้องเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ บางท่านต้องใช้คำว่าอาบเหงื่อต่างน้ำมาหลายสิบปี มีความกลัดกลุ้มใจในการหาทรัพย์และรักษาทรัพย์ไว้มิให้สูญหาย และการที่ยึดติดในทรัพย์นั้นก็ทำให้เกิดความตระหนี่ หรือมีการถือตนว่าเป็นเจ้าของทรัพย์ที่มีมูลค่ามาก ช่วงเวลาของชีวิตส่วนใหญ่จึงอยู่กับการเสาะแสวงหาและครอบครองเพื่อรักษา น้อยคนนักที่จะใช้จ่ายทรัพย์อย่างคุ้มประโยชน์ และบางท่านก็ยังไม่ทราบว่าจะใช้ทรัพย์ทำอะไรบ้าง รวมทั้งมิได้คำนึงเลยว่า มีประโยชน์อย่างไรกับการมีทรัพย์นั้นหรือการไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์นั้น
ไม่ต่างกันเลยกับผู้ที่มุ่งแต่จะศึกษาพระปริยัติศาสนาเพียงเพื่อเป็นขุมคลังความรู้ ที่สามารถถ่ายทอดและตอบข้อซักถามได้อย่างแคล่วคล่องตามรูปแบบที่จดจำไว้ ซึ่งกว่าจะมีความรู้เช่นนั้นก็ต้องอาศัยระยะเวลาไม่น้อย รวมทั้งความทุ่มเท ความกระตือรือร้นแสวงหา และการพยายามตอบสนองความอยากได้ใคร่รู้ของตนในแต่ละคำถาม อันเป็นการต่อยอดแห่งปัญญาให้แหลมคมยิ่งขึ้นไป
แต่ปัญญาชนิดนั้นก็เสมือนอาวุธ ที่เป็นเครื่องประดับฐานันดรซึ่งไม่มีโอกาสนำมาใช้ได้ทั่วไป ความแหลมคมดังกล่าวจึงเป็นความคับแคบที่มีรัศมีไม่กว้างขวาง ซึ่งต่างจากปัญญาที่ควบคู่มากับสหายอย่างสติ และความเพียร ที่จะทำให้สามารถรู้ได้รอบด้านมีรัศมีกระจายไปทุกทิศทางและคมกริบ เสมือนอาวุธคู่มือที่ถือไว้เคียงกายตลอดเวลา และใช้ฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายอย่างแท้จริง เพราะยิ่งใช้ก็ยิ่งชำนาญ ยิ่งใช้ก็ยิ่งกำจัดอุปสรรคได้มาก
เหล่านี้คือเรื่องราวที่นำมาสู่คำว่า
การศึกษาพระปริยัติ เปรียบเสมือนการสร้างบารมี
ส่วนการเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น คือการทำความดีที่เหนือชั้น
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [15 ธ.ค. 2552 , 08:36:29 น.] ( IP = 58.9.150.35 : : )
สลักธรรม 3ทั้งสองบรรทัดนั้นเป็นถ้อยคำสั้นๆ ที่เสมือนคำเตือนใจจากพระครูผู้การุญ ที่มอบให้แก่ลูกศิษย์ที่มุ่งมั่นใช้เวลาในการศึกษาพระปริยัติเพียงประการเดียว แต่ละทิ้งการศึกษาชีวิตตนเองให้แจ่มแจ้ง
ถ้อยคำทั้งสองบรรทัดนั้น มีความนัยอย่างลึกซึ้ง ถึงความสำเร็จที่แท้ และชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่มีความสำคัญที่มากกว่ากัน เพราะการสร้างบารมีก็คือการเตรียมตัวให้ไปสู่ความสำเร็จ ส่วนการเจริญภาวนาคือการกระทำที่พ้นจากภาวะการตระเตรียมแล้ว แต่เป็นการกระทำเพื่อความสำเร็จโดยตรงในขณะนั้น
หรืออาจกล่าวว่า ปัญญาที่เกิดจากการศึกษานั้นเปรียบเสมือนเสบียง แต่ปัญญาที่เกิดจากการเจริญภาวนานั้นก็คือ นักเดินทาง หากมีเสบียงล้มหลามแต่ไม่มีการเคลื่อนที่ไปสู่เป้าหมาย ความสำเร็จก็ไม่เกิดขึ้น หากมีแต่การเดินทางที่ไร้เสบียง ก็คงต้องพบกับความยากลำบากมิใช่น้อย ที่ต้องไปค้นหาระหว่างทาง และหากสะสมเสบียงไว้มากมายเกินไปการเดินทางก็จะล่าช้าและขลุกขลัก
ฉะนั้น สำหรับผู้ที่หวังความสำเร็จ จึงต้องมีอุดมการณ์เพื่อออกเดินทางไปพร้อมกับเสบียงที่มีปริมาณเพียงพอ ไม่เสียเวลาสะสมเสบียงไปจนแก่ชรา ไร้พิษภัยจากการกักตุนที่จะผลักดันให้เกิดความลำพองในสิ่งที่ตนมี และเสียเวลาเฝ้าชื่นชมสมบัติของตนไปอย่างไม่ควรทำ
การสร้างบารมีและการทำความดีที่เหนือชั้น จึงเป็นสิ่งที่พวกเราต้องระลึกถึงให้มาก เพื่อประโยชน์ในการกระทำที่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป
เพราะสิ่งบางสิ่งถึงจะดีแต่มีค่าน้อย แต่บางสิ่งถึงจะน้อยก็มีค่ามหาศาล จึงต้องหาสมดุลของชีวิตให้ได้ โดยแยกให้ออกบอกตนเองให้ได้ ว่าอะไรดีที่สุดแล้วเริ่มสร้างจุดแห่งความดีนั้นเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม.
![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [15 ธ.ค. 2552 , 08:39:24 น.] ( IP = 58.9.150.35 : : )
สลักธรรม 4กราบขอบพระคุณหลวงพ่อเสือด้วยความเคารพอย่างสูง ที่กรุณาให้ธรรมะเป็นทานและเป็นข้อเตือนใจ
และกราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่ได้นำมาถ่ายทอดให้ทราบถึงความสำคัญและสิ่งที่ควรกระทำให้เกิดแก่ชีวิตที่มีอยู่เพียงสั้นๆนี้
ความรู้สึกร่มเย็นใจเกิดขึ้นทันที่ที่ได้รับทราบความปรารถนาดีจากพระครูและท่านอาจารย์ และก็ทำให้ระลึกถึงคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มิให้มีความสุดโต่งในการดำเนินชีวิต
คงเป็นเพราะความบกพร่องของเราที่เป็นผู้ศึกษาตามมีความด้อยปัญญา จึงทำให้ไม่ทราบถึงความหมายและสิ่งที่ควรกระทำ แม้จะมีครูบาอาจารย์มาแนะนำตักเตือนแล้วก็ยังไม่เข้าใจ พลาดพลั้งทุ่มเททำสิ่งที่ไม่ใช่ความดีที่เหนือชั้นกันอย่างสุดโต่งในบางครั้ง
อ่านแล้วก็ต้องปรับทิศทางชีวิตของตนเองเสียใหม่ให้กระทำปรโยชน์ที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
กราบขอบพระคุณอย่างสูงด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
โดย น้องกิ้ฟ [15 ธ.ค. 2552 , 08:42:00 น.] ( IP = 58.9.150.35 : : )
สลักธรรม 5ผมผ่านเข้ามาอ่านเพราะสนใจหัวข้อ และก็ได้แง่คิดในเรื่องเรียนธรรมะกับการปฏิบัติชีวิต ขอบคุณพี่เณรนะครับ
โดย วิษณุ [15 ธ.ค. 2552 , 08:55:19 น.] ( IP = 58.9.150.35 : : )
สลักธรรม 6กราบระลึกถึงพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งขอรับ
..กราบขอบพระคุณพี่เณรที่ได้กรุณาอธิบายขยายความเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ ให้เกิดความเข้าใจได้ถูกต้อง และ..ต้องรู้จักตัวเอง และรู้ว่าอะไรเป็นผลที่ดีที่สุด..โดย ซาโย [15 ธ.ค. 2552 , 08:57:38 น.] ( IP = 58.9.150.35 : : )
สลักธรรม 7ขอน้อมกราบสักการะหลวงพ่อเสือ
และพี่เณร
ด้วยความเคารพอันสูงสุด
การได้เริ่มต้นอ่านในครั้งนี้ เสมือนจิตใจของตนที่กำลังเดินทางเข้าชมพระราชวัง
ที่เปรียบเช่นนี้ เพราะสภาพธรรมที่ให้อ่านนั้นมีความปราณีต
โดยถ้อยคำ
ดูเหมือนจิตนั้นต้องคอยระวังเป็นอย่างดี
และในสาระธรรมอันงดงามนี้พร้อมสอนและนำมาย้อมแก่ศิษย์ทั้งหลายได้อย่างดี
หลายๆครั้ง บุคคลที่ด้อยประสบการณ์ย่อมยังไม่เห็นว่า ความที่รู้ไปนั้นยังมีข้อบกพร่องอีกมากมาย
จนบางครั้งก็ยังประมาท
แต่เมื่อมีเหตุและปัจจัยจากถ้อยคำเพียงคำสองคำ
ดูเหมือนว่าจะทำให้อะไรกระจ่างขึ้น
การศึกษาปริยัติที่ต้องจัดการความสมดุลกับการปฏิบัติเพื่อให้เกิดกับประโยชน์กับชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ
เพราะจะต้องจัดสรรเวลาเพื่อให้ทำความดีที่เหนือขั้น
ให้มากขึ้น
เพื่อบอกกับตนเองว่าอะไรดีที่สุด
กราบขอบพระคุณในความเมตตาของหลวงพ่อและคณาจารย์ทุกท่านค่ะโดย น้องอุ๊ [15 ธ.ค. 2552 , 09:00:56 น.] ( IP = 58.9.150.35 : : )
สลักธรรม 8
โดย Missu [16 ธ.ค. 2552 , 07:35:25 น.] ( IP = 110.164.13.176 : : )
สลักธรรม 9
เป็นธรรมะคำสอนที่งดงามและมีคุณค่าอย่างยิ่งครับ โดย น้ำใส [16 ธ.ค. 2552 , 08:59:05 น.] ( IP = 58.10.128.129 : : )
สลักธรรม 10กราบขอบพระคุณในคำสอนของหลวงพ่อค่ะ โดย เซิ่น [17 ธ.ค. 2552 , 22:06:34 น.] ( IP = 61.90.20.91 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |