มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะปฏิสันถาร




ละครการเมือง – ละครชีวิต
โดย... พระราชวิจิตรปฏิภาณ


อยู่ในสังคมยุคข่าวสารต้องจำยอมรับรู้ข่าวสารที่สื่อออกมาทางหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ คำเล่าลือ การวิพากษ์วิจารณ์ และอินเตอร์เนต (อย่างหลังนี้อาตมาโชคร้ายที่ใช้คอมพ์ไม่เป็น และโชคดีที่ไม่ต้องรู้เห็นอะไรมากๆ ที่จะทำให้เสียสมาธิจิตหรืออาจผิดพระวินัยโดยตั้งใจและโดยไม่รู้ตัว) จึงจำเป็นต้องใช้สติและวิจารณญาณ ทั้ง 2 อย่างนี้ ต้องยึดหลัก “กาลามสูตร” ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้มั่นคงไม่เช่นนั้นจะเกิดอาการ หูเบา เฉาโฉด วายวุ่น จุ้นแต่เรื่องไร้สาระ ราคะกำเริบ มือเติบในการใช้จ่าย เสียหายในการบริหารเวลา ฯลฯ ซึ่งก็เห็นสังคมที่ไม่ยึดหลักกาลามสูตรเป็นดั่งที่ว่ามานี้ แต่ถ้ายึดหลักกาลามสูตร และคำนึงถึงความเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง ประโยชน์หรือไม่ใช่ประโยชน์ กาลามสูตรก็จะมีผลที่ดีเลิศในการ...เลือกสารธรรม และเลิกสารแน...

คราวนี้ลองมาดูสังคมยุค “ข่าวสารธรรม ข่าวสารแน ข่าวสารเลว” ที่บางคนมีโอกาสแสดงแต่บางคนมีเพียงแค่โอกาสสดับ คนเราก็คิดไม่เหมือนกัน จะขอยกตัวอย่าง 2 ข่าว คือ ข่าวนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ และข่าวยอดนักกอล์ฟ ไทเกอร์ วูดส์ (น่าจะเปลี่ยนเป็น “ไทยเก้อ” คือไทยเก้อเขินที่ไปภูมิใจกับความที่เขามีแม่เป็นคนไทย แต่เขาไม่สนใจเมืองไทยเท่าไร ที่ไทยเก้อ ก็เลยเกิดพฤติกรรม ที่ไทยเกลียด ต่างจากความรู้สึกที่มีต่อภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ที่มีใจรักความเป็นไทย)

ข่าวเรื่องนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ที่กลืนกินเวลา กลืนกินความสามัคคี กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง จากภาคประชาชนและภาคการเมือง นับเป็นเวลานานโขแล้วคนไทยก็ไม่ได้อะไรที่ว่าได้ก็ได้ไม่จริง เอากันเพียงแค่สะใจข้า หยามน้ำหน้าฝ่ายตรงข้าม ลามไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เขมร อาตมาก็ลองตามข่าวดูช่วงหนึ่ง พอรู้ว่านายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ เป็นลูกชายของนายสุวิทย์ ชุติพงษ์ ก็เลยหยุดอ่านหยุดฟัง เพราะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่า ...ยังไงๆ เรื่องก็จบลงแบบนี้ เพราะนายสุวิทย์ ชุติพงษ์ เป็นผู้เคยร่วมงานด้านธุรกิจภาพยนตร์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เรื่องที่ว่า “จัดฉาก” มันก็เป็นเรื่องเกิดหลังจากการจับกุมนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น? คือ...

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [19 ธ.ค. 2552 , 10:02:12 น.] ( IP = 58.8.49.187 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เมื่อข่าวแพร่ไปว่าทางการกัมพูชา จับนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ในข้อหาเอกชน จารกรรมข้อมูลการเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นแขกพิเศษของกัมพูชาส่งให้หน่วยราชการไทย โดยเฉพาะกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งมี นายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับสมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตรงนี้เป็นการฉวยสถานการณ์ของกัมพูชาทั้งเป็นการปรามหรือหักลำกระทรวงการต่างประเทศของไทยเพราะก่อนแต่จะมีการตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษา สมเด็จฮุนเซน ก็โดนไทยด่าเรียบไม่มีชิ้นดี เมื่อด่าทักษิณ ก็ต้องหมิ่นฮุน เซน โดยเฉพาะพวก เอเอส ทีวี ที่วิพากษ์วิจารณ์ทุกเมื่อเชื่อวัน ทั้งเยาะเย้ย หยามหยันแต่หันหลังวิ่งหนีการจับกุมโดยข้อหาโจรกรรม ความลับในช่วงนี้จึงมีนัยสำคัญหลายกรณี คือ ถ้าเราเป็นสมเด็จฮุน เซน เราก็ต้องทำ แต่ถ้าเราไม่ทำก็แสดงว่าให้ตายชาตินี้เราก็เป็นผู้นำชาติไม่ได้ เพราะด้อยต่อพิชัยสงครามบางคนจึงเป็นเพียงแค่ “ท่าดี แต่ ทีเหลว” คือ “กูรูไปทุกเรื่อง เหมือนกระเบื้องจะบินได้เหมือนนก” แต่ก็เป็นไปไม่ได้

ครั้นข่าวการจับกุมรายงานไปถึงมือถึงหู พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เบื้องแรกก็ดีใจ แต่พอเห็นนามสกุล “ชุติพงษ์” จึงได้ยินเสียงอุทานดังๆ ว่า...ฉิบหายแล้ว! นี่มันลูกของเพื่อนที่เคยทำธุรกิจกันนี่หว่า...แหละแล้วการจัดฉากการช่วยเหลือก็เริ่มขึ้นอย่างเร่งรีบรัดกุมลุ่มลึก โดยมีการประสานทั้งในประเทศไทย ประเทศเขมร แล้ววันนี้ก็จบลงอย่างที่เห็น ก็แล้วจะต้องไปตะบันฟังตะบันอ่านให้มันเสียเวลาไปทำไม? อาตมาน่ะ พอรู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เคยร่วมธุรกิจกับพ่อของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ก็เลิกอ่านรายละเอียด เลิกฟังมานานแล้ว แต่ก็นึกในใจว่า “ถ้าเป็นเราเราจะทำอย่างนี้” ...แล้วก็เฝ้าติดตามดูแผนการของทุกฝ่ายว่าจะตรงกับที่เราคิดไว้หรือไม่? เมื่อเรื่องออกมาเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปฟังทัศนะที่ทั้งเสียหน้า แก้หน้า ด่าทอ ล้อเลียน เสียเวลากับข่าวนี้ก็น่าเสียใจ แต่ถ้าไม่รู้จะคิดอะไร พูดอะไร หรือไม่ คิดทำมาหากิน ก็จงติดตาม ถ้าไถ่ ใส่ไคล้ โจมตี คงจะเจริญก้าวหน้ากันทุกคนน่ะแหละ...เฮอะ? จบละครการเมือง

คราวนี้ก็มาถึงละครชีวิตของไทเกอร์ วูดส์ กันบ้าง ข่าวต่างประเทศ ข่าวในประเทศวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเป็นงานเป็นการ แม้แต่ในสังคมก็นำมาเป็นเรื่องคุยกันสนั่นเมือง ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวสักหน่อย (เขาอ่านกันว่า ซัก-กะ-หน่อย) คนนั้นว่าอย่างนั้น คนนี้ว่าอย่างนี้เอ้า...ว่ากันไป สุดแต่จะสะระแหน่เรื่องของชาวบ้าน สะระแหน่ไปสารแนมา ก็เลยลืมหน้าที่อันที่เมียจะปฏิบัติผัว ผัวจะต้องดูแลเมียตนเอง นักข่าวนักเขียนผู้ชายบางคนก็วิพากษ์เสียจนว่าไทเกอร์ วูดส์ เป็นผู้ชายที่ใช้ไม่ได้ แต่ลืมนึกไปว่า “ตัวเองน่ะ ตั้งแต่มีเมียแล้ว ก็ไม่เคยซื่อสัตย์ต่อเมียเท่าไร มีเมียเป็นตัวเป็นตนก็ยังไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น แต่พอคนอื่นเขาพลาดก็ด่าสาดเสียเทเสีย เพื่อนำคำพูดบทวิจารณ์ไปอวดเมีย เป็นการอำพรางความชั่วของตัวเองว่าตัวเองรักเมีย ซื่อสัตย์...ถุย!...

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [19 ธ.ค. 2552 , 10:05:20 น.] ( IP = 58.8.49.187 : : )


  สลักธรรม 2

จำได้คร่าวๆ ว่า ในหนังสือคลังปริยัติ ซึ่งเป็นการรวมข้อคิดจากพระไตรปิฏก มีผู้รวบรวมคำสอนไว้ว่า...สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้ว่า บุรุษที่สตรีปรารถนาเป็นคู่และชู้ชม คือบุรุษที่รูปร่างดี, สุขภาพดี, ปัญญาดี, ความรู้ดี, มีชื่อเสียง, มียศศักดิ์มีเงินมีความนุ่มนวลน่ารักในกิริยามารยาท พึงรู้ว่าเป็นการฝันหาและใฝ่หาของสตรี...คำสอนนี้ให้ตระหนักถึงอันตรายต่อเพศตรงข้ามระหว่างบุรุษและสตรี เป็นอันตรายของบุรุษที่มีเงิน มียศ ตำแหน่ง ยิ่งถ้ามีครบทุกประการแต่ไม่สังวรระวัง ก็จะเกิดความเสียหายในชีวิต หน้าที่การงานและครอบครัว ท่านผู้อ่านที่เป็นชายลองอ่านลองคิดดู ถึงสภาพสังคมไทยและสังคมโลกจะเห็นความเป็นจริง ส่วนหญิงก็น่าเห็นใจเขาเพราะเขาเสียเปรียบชาย ดังนั้น ก็ไม่ควรที่จะไปวิจารณ์ไทเกอร์ วูดส์ มากนัก เพราะอีตาคนนี้มีทุกอย่างมากกว่าที่พวกเรามี คิดง่ายๆ หัวหน้าช่างก่อสร้างยังมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงนับสิบ คนขับตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ มีเมียหลายสิบ แล้วรัฐมนตรี กับนักข่าวชาย จะมีคนละกี่คน? เราควรเห็นใจแต่อย่าไปเข้าข้าง

แต่สำหรับผู้หญิงที่เป็นภรรยาก็ควรศึกษาเรือน 3 น้ำ 4 อย่าคิดว่าสามีเป็นของตาย ต้องผูกเขาไว้ด้วยกามคุณ 5 คือ แต่งสวยเจ็ดสี, พูดดี คะขา, นาสาหลากกลิ่น, อร่อยลิ้นหลากรส, บทรักหลากหลาย รับรองถ้าเราดีสามีทั้งรักทั้งหลง แต่ถ้ามันไปมีอะไรกับหญิงอื่นเราก็ต้องใจเย็นๆ อย่ายื่นคำขาดอย่าโวยวายให้อายชาวบ้าน อย่าประจานความด้อยของตัว อย่าไปด่าว่าผัวเป็นคนเลว ต้องปรับปรุงตัวให้อภัยผัว อย่ากลัวว่าหญิงอื่นจะดีกว่าเรา ต้องเชื่อคำสอนของหลวงปู่รูปหนึ่งที่ท่านบอกกับหลานสาวท่านว่า...หลานเอ๊ย! มันมีใหม่อาจเป็นเพราะเราบกพร่องหรือสถานการณ์เอื้ออำนวย อย่าเร่งเร้าเร่งรัด ถ้ามันกลับบ้านตรงเวลาทุกวัน, มันยังดีกับลูกเต้า, มันยังเอาเงินไว้ที่เราหมด, แล้วเราก็แก่แล้ว ซ้ำยังป่วยไข้ไม่ไหวเรื่องเพศสัมพันธ์ ก็ขอให้หลานคิดว่า... “มันไปแต่น้ำส่วนเนื้อยังเหลืออยู่กับเรา” ..อีหลานสาวก็เลยยกมือกล่าวอนุโมทนาว่า

......สาธุค่ะหลวงปู่ หนูเพิ่งหูตาสว่าง...



โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [19 ธ.ค. 2552 , 10:07:21 น.] ( IP = 58.8.49.187 : : )


  สลักธรรม 3

กราบนมัสการพระคุณเจ้า อ่านแล้วได้ข้อคิด และได้อารมณ์ขันด้วยครับ ^ ^

โดย ธันวันตรี [19 ธ.ค. 2552 , 10:59:11 น.] ( IP = 113.53.109.56 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org