มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผลแห่งกรรมที่ปรากฎในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา




เรื่องชีวิตและกรรม มีความสลับซับซ้อนมากดังพรรณนามา คนที่มองชีวิตและกรรมในสายสั้น จึงไม่อาจเข้าใจชีวิตและกรรมอย่างแจ่มแจ้งโดยตลอดได้ แม้ผู้ได้ญาณระลึกชาติหนหลังได้ (ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ) และได้ญาณรู้อนาคต (อนาคตตังสญาณ) แต่ได้ระยะสั้นเพียงชาติ ๒ ชาติ ก็ยังหลงเข้าใจผิดได้ เพราะเห็นผู้ประกอบกรรมชั่วในปัจจุบันบางคนตายแล้วไปบังเกิดในสวรรค์ เห็นผู้ทำกรรมดีบางคนตายแล้วเกิดในนรก เขาไม่มีญาณที่ไกลกว่านั้น จึงไม่อาจเห็นกรรมและชีวิตตลอดสายได้

ส่วนผู้มีญาณทั้งในอดีตและอนาคตไม่มีที่สิ้นสุด เช่น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสามารถเห็นกรรมและชีวิตได้ตลอดสาย ทรงสามารถชี้ได้ว่า ผลอย่างนี้ๆ มาจากกรรมอย่างใด มีตัวอย่างแห่งกรรมมากมายที่ปรากฎในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า บุคคลนั้นๆ ได้ประสบผลดีผลชั่วอย่างนั้นๆ อันแสดงถึงผลกรรมที่สามารถให้ผลข้ามภพข้ามชาติ จะขอนำบางเรื่องมาประกอบพิจารณาในที่นี้

๑. ภิกษุรูปหนึ่ง ชื่อจักขุบาล ท่านทำความเพียรเพื่อบรรลุมรรคผลจนตาบอดทั้ง ๒ ข้าง พร้อมกับสำเร็จเป็นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าเป็นผลของกรรมที่เมื่อชาติหนึ่ง พระจักขุบาลเป็นหมอรักษาโรคตา ประกอบยาให้คนป่วยตาบอดโดยเจตนา เพราะคนป่วยทำทีบิดพลิ้วจะไม่ให้ค่ารักษา เรื่องนี้ปรากฎในอรรถกถาธรรมบทภาค ๑ เรื่องจักขุบาล

๒. ชายคนหนึ่ง ชื่อจุนทะ มีอาชีพทางฆ่าหมูขาย คราวหนึ่งป่วยหนัก ลงคลาน ๔ ขาร้องครวญครางเสียงเหมือนหมู ทุกข์ทรมานอยู่หลายวันจึงตาย เรื่องนี้ปรากฎในอรรถกถาธรรมบท ภาค ๑ เรื่องจุนทสูกริก

โดย พี่ดอกแก้ว [21 ธ.ค. 2552 , 10:06:13 น.] ( IP = 58.9.228.172 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

ขอบคุณพี่ดอกแก้ว และพี่ดา ที่อธิบายให้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บครับ ^ ^

โดย ธันวันตรี [22 ธ.ค. 2552 , 20:39:52 น.] ( IP = 125.26.187.94 : : )


  สลักธรรม 12

เรื่องของกรรมและวิบากกรรม มีความซับซ้อนมาก จะมองผิวเผินเพียงชาติเดียวไม่ได้ จึงต้องศึกษาทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [22 ธ.ค. 2552 , 22:33:17 น.] ( IP = 61.90.28.58 : : )


  สลักธรรม 13

มนุษย์พยายามที่จะอธิบาย สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ด้วยหลักการต่างๆ จนครั้งหนึ่ง เจ้าชายสิทธัตถะ ก็พยายามที่จะค้นหาคำตอบนั้น โดยตรัสรู้ได้โดยพระองค์เอง เป็นหลักการทางพระพุทธศาสนา หรือพระธรรมคำสั่งสอน ก่อนที่จะตรัสรู้ ตามพุทธประวัติก็กล่าวว่า มีเทวดามาดีดพิณให้พระพุทธเจ้าฟัง โดยเจตนาเป็นนัยดีดให้ฟังสามสาย ทั้งตึงไป หย่อนไป และ สายที่พอดี นั่นคือ เทวดา ท่านก็รู้หลักทางสายกลางมาแล้ว และ พระพุทธเจ้าก็ค้นพบทางสายกลางด้วยตัวพระองค์เอง

เรื่อง กฎแห่งกรรม ซึ่งเป็นกฎของธรรมชาติที่พระพุทธเจ้าค้นพบ ขออธิบายง่ายๆ เป็นภาษาอังกฤษน่าจะเข้าใจง่ายกว่า คือ เมื่อมี Action จะมี Reaction เป็นเหตุเป็นผลที่สอดรับกันเสมอ นั่นคือ เมื่อมีการกระทำใดๆเกิดขึ้น จะต้องมีผลตามมาเสมอ ซึ่งไม่มีสูตรสำเร็จว่าผลที่ตามมาคืออะไร แต่เป็นไปในทำนอง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว และสามารถส่งผลข้ามภพชาติได้

นั่นแสดงให้เหตุว่า หลักการทางพระพุทธศาสนามีความเป็นเหตุเป็นผล สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ จน อัลเบริร์ต ไอน์สไตล์ นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะชื่อก้องโลก กล่าวว่า

" Buddhism has the characteristics of what would be expected in a cosmic religion for the future: It transcends a personal God, avoids dogmas and theology; it covers both the natural and spritual; and it is based on a religious sense aspiring from the experience of all things, natural and spiritual, as a meaningful unity "

" ศาสนาในอนาคตจะต้องเป็นศาสนาสากล ศาสนานั้นควรอยู่เหนือพระเจ้าที่มีตัวตน และควรเว้นคำสอนแบบเบ็ดเสร็จ ที่ให้เชื่อตามเพียงอย่างเดียว และ แบบเทวนิยม คือ อ้างเอาเทวดาเป็นหลักใหญ่ ศาสนานั้นเมื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติ และจิตใจ จึงควรมีรากฐานอยู่บนความสำนึกทางศาสนา ที่เกิดจากประสบการณ์ต่อสิ่งทั้งปวง คือ ทั้งธรรมชาติและจิตใจอย่างเป็นหน่วยรวมที่มีความหมาย พระพุทธศาสนามีคำตอบต่อข้อกำหนดนี้ได้ ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยปัจจุบัน ศาสนานั้นก็ควรเป็นพระพุทธศาสนา"

Albert Einstein /อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

ซึ่งก็เป็นจริงตามที่อัลเบริร์ต ไอน์สไตน์กล่าว เพราะตามหลักกาลามสูตร พระพุทธเจ้าก็สอนว่า อย่าเชื่อแม้แต่คำสอนของพระพุทธองค์เอง จนกว่าจะปฏิบัติให้เห็นจริง จึงค่อยเชื่อตาม

หากจะย่อคำสอนของพระพุทธเจ้า เหลือเพียงใจความสั้นๆ ก็คงเป็นที่ทราบดีว่า พระพุทธศาสนา สอนให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ นั่นคือ โอวาทปาฎิโมกข์ ที่มุ่งไปสู่ความสงบสุขแห่งชีวิต

พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า

Do not dwell in the past, do not dream of the future, concentrate the mind on the present moment.

นั่นคือ พระพุทธองค์ไม่ให้คำนึงถึงอดีตหรืออนาคตใดๆทั้งสิ้น ให้อยู่กับปัจจุบัน และทำให้ดีที่สุด อดีตเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ และ อาจจะไม่มีโอกาสได้ทำอะไรในวันพรุ่งนี้

ย้อนกลับมามองเรื่องกฎแห่งกรรม

สตรีท่านหนึ่งป่วยเป็นโรคผิวหนังอย่างรุนแรง ซึ่ง มองตามหลักวิทยาศาสตร์และพระพุทธศาสนา โรคผิวหนังชนิดนี้ เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราที่เกิดจากการกรรม(การกระทำ) ที่เธอไม่รักษาความสะอาดตัวเธอเอง เธอจึงไปหาหมอ(กรรม = การกระทำ) ให้หมอเยียวยารักษา(กรรม)ให้จนหาย ถ้าไม่หายเธอก็ไปหา(กรรม) หมอคนอื่นให้เยียวยาให้ นั่นคือทุกๆ การกระทำ ก็มีกฎแห่งกรรมเกิดขึ้นตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่า กรรมมาจากเราที่สร้างขึ้นเอง และทำอะไร ก็ได้อย่างนั้น

ซึ่งกฎแห่งกรรม ก็เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เพราะเรามองได้หลากหลาย แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนจะกำหนดขึ้น เช่น ผู้หญิงคนนั้นป่วยเป็นโรคผิวหนังอย่างรุนแรง บางคนก็มองว่า เป็นเพราะผลกรรมจากชาติที่แล้ว ที่เธอไปทำบาปเอาไว้ ถ้าโรคของเธอรักษาไม่หาย ลุกลามมากขึ้น จนถึงแก่ชีวิต บางคนก็มองว่า เป็นเพราะผลกรรมที่เธอต้องชดใช้ในอดีตชาติ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ใครทำดีก็ย่อมได้ดี ใครทำชั่ว ก็ย่อมได้ชั่ว เพราะนั่นคือสัจจธรรม ที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบแล้ว

^ ^



โดย ธันวันตรี [23 ธ.ค. 2552 , 11:41:32 น.] ( IP = 125.26.188.241 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org