| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บรรยายพิเศษ เหตุให้เกิดปัญญา (๒)
บรรยายพิเศษ เหตุให้เกิดปัญญา (๒)
ตอนที่ ๑
ถาม การเปลี่ยนเพศนี้จะถูกกำหนดตอนเป็นมนุษย์หรือเปล่า เวลาที่ขึ้นไปเป็นนางฟ้าหรือเทวดาเนี่ยจะเปลี่ยนเพศได้ไหม?
ตอบ ธรรมทั้งหลายไม่มีความเที่ยง มีลักษณะของไตรลักษณ์ปรากฏอยู่ คือ อนิจจัง ความไม่เที่ยง ทุกขัง การทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และอนัตตา ธรรมที่ไม่มีใครสามารถบังคับบัญชาได้
การเกิดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั้นมีเหตุให้เกิดทั้งสิ้น เช่น ที่นั่งอยู่ตรงนี้เกิดด้วยกุศลแต่คนที่เกิดด้วยกุศลที่มีกำลังเต็มที่ก่อนตายก็จะได้เป็นผู้ชาย แต่ถ้ากุศลนั้นมีกิเลสล้อมหน้าล้อมหลังเข้ามาทำให้กุศลอ่อนตัวลงก็จะเป็นผู้หญิง และนอกจากนี้ก็จะมีเหตุอื่นๆ มาเกี่ยวข้องอีก
การเกิดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายจึงไม่เที่ยง และมนุษย์ตายแล้วไปเกิดเป็นยุงก็ได้ หรือตายจากผู้ชายไปเกิดเป็นยุงตัวเมียก็ได้ หรือจากผู้หญิงกลายเป็นยุงตัวผู้หรือมดตัวผู้ก็ได้ หรือผู้ชายไปเกิดเป็นนางฟ้าผู้หญิงไปเกิดเป็นเทวดาก็ได้ เพราะอยู่ที่กำลังกุศลตอนใกล้ตาย การเปลี่ยนเพศจึงเปลี่ยนได้ทั้งนั้น โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2552 , 17:23:29 น.] ( IP = 58.9.150.159 : : )
สลักธรรม 1
ถาม ในการทำวิปัสสนาที่บอกว่าเราจะต้องมีศีล สมาธิ และภาวนานั้น จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีศีลเป็นกำลังที่จะส่งให้เราปฏิบัติได้ถูกต้อง และศีลอะไรที่เรา(ฆราวาส)ควรจะต้องมี
ตอบ หนทางแห่งความพ้นทุกข์นั้นประกอบไปด้วยศีล สมาธิ และปัญญา สามองค์นี้ทำงานร่วมกันได้ แต่ถ้าตั้งคำถามว่า จำเป็นจะต้องอาศัยศีลเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานหรือไม่? ต้องตอบว่า จำเป็น เช่นศีล ๕
คนไม่มีศีลหรือไปทำผิดกฎหมายไปฆ่าคนมา เวลาปฏิบัติจิตใจจะสงบหรือไม่? ไม่สงบ ต้องคอยหวาดระแวง เช่น พอมีคนเดินมาสอบอารมณ์หรือเจ้าหน้าที่มาส่งปิ่นโต ก็สะดุ้งว่า ตำรวจมาหรือเปล่า ? ฉะนั้น ศีลจึงต้องมีเป็นพื้นฐานอย่างแน่นอน
สมาธิ.. ความตั้งมั่นของจิต เป็นความตั้งมั่นในงาน เช่น ให้กำหนดการเดิน ถ้าหากไม่มีความตั้งมั่นแล้วพอยกเท้าขึ้นมาอาจลืมจังหวะของการวางลงไปก็ได้ และก็อาจเตะถูกอะไรไป จึงต้องมีความตั้งมั่น และวิปัสสนาก็อาศัยสมาธินี้แต่อาศัยเพียงขณิกสมาธิเท่านั้น
ส่วนปัญญานั้นก็ต้องด้วยอย่างแน่นอน แต่ที่ตั้งคำถามมานั้นได้ถามเพียงแค่ศีล ก็ขอตอบว่า ควรจะมีศีล โดยเฉพาะศีล ๕ เป็นพื้นฐาน และเมื่อไปที่สำนักปฏิบัติอ้อมน้อยนั้น เขาก็จะให้อาราธนาศีลสำหรับการปฏิบัติโดยเฉพาะโดยเว้นจากการกระทำที่ไม่จำเป็น คืออาชีวปาริสุทธิศีล อินทรียสังวรศีลที่จะเกิดขึ้นได้ต่อไป
ศีล ๕ จึงเป็นพื้นฐานที่ควรจะมีประจำชีวิต ไม่ใช่มีเฉพาะแต่ตอนที่ปฏิบัติ เพราะการละเมิดศีล เช่นการฆ่าสัตว์นั้น ถ้าหากเราได้ฆ่าสัตว์ให้ตายลง เช่น ตบยุงตายภายในพริบตาใช้เวลาแค่นิดเดียวเท่านี้ แต่ทำให้เราต้องได้รับผลอันสาหัสในการเกิดหรือภายหลังการเกิดในชาติหน้าและชาติต่อๆ ไป ถึง ๙ ประการ คือ เป็นคนทุพพลภาพ รูปไม่งาม กำลังกายอ่อนแอ กำลังกายเฉื่อยชา กำลังปัญญาไม่ว่องไว เป็นคนขลาดหวาดกลัวง่าย ฆ่าตนเองหรือถูกฆ่า โรคภัยเบียดเบียน ความพินาศของบริวาร อายุสั้น
คุ้มหรือไม่ที่เราจะทำลงไป การที่ได้รับผลเช่นนี้ก็เพราะก่อนที่สัตว์จะตาย ร่างกายของเขาถูกตีจนบิดเบี้ยว อกุศลจึงสร้างกรรมชรูปอันเป็นวิบากให้บิดเบี้ยวไป หรือสัตว์ที่กำลังจะตายนั้นรูปงามหรือไม่? ไม่งาม เจตนาที่เราฆ่าเขาไปทำให้เขาพิกลพิการแล้วตายไปจึงทำให้เราได้รับผลนั้นตามเจตนา หรือขณะที่สัตว์กำลังจะตายนั้นกำลังกายก็ลดน้อยลง เราจึงได้ผลมาเป็นคนที่กำลังกายอ่อนแอ อย่างนี้เป็นต้น จึงควรมีชีวิตที่เป็นปกติคือมีศีลจึงจะดีที่สุด โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2552 , 17:25:39 น.] ( IP = 58.9.150.159 : : )
สลักธรรม 2
ส่วนในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นถามว่ามีศีลหรือไม่? ตอบว่า มี
เช่น ในขณะกำหนดรูปนั่ง คือ ทำความรู้สึกตัวในอาการนั่ง ในขณะนั้นเป็นชีวิตที่ปลอดภัยและปลอดเวร คือปลอดภัยจากวัฏฏะ และปลอดเวรกรรมคือมีศีล เพราะในการกำหนดรูปนั่งนั้นไม่มีการฆ่า ไม่มีการลักทรัพย์ ไม่มีการประพฤติผิดในกาม ไม่มีการพูดปด ไม่มีการพูดปด ไม่มีการพูดส่อเสียด ไม่มีการพูดเพ้อเจ้อ ไม่มีพยาบาท ไม่มีอภิชฌา และไม่มีมิจฉาทิฏฐิ
ผู้ที่กำหนดรูปนั่งอยู่นั้นจึงเป็นผู้ที่มีศีล เพราะอกุศลกรรมบถ ๑๐ ไม่ได้เกิดขึ้นในขณะนั้นเลย
ผู้ที่กำหนดรูปนั่งอยู่นั้นต้องมีสมาธิหรือไม่? ตอบว่า มี คือ ขณิกสมาธิ
และที่กำหนดรู้ว่าเป็นรูป รู้ว่าที่นั่งนั้นไม่ใช่ "เรานั่ง" ก็คือ ปัญญา
ในขณะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจึงมีไตรสิกขาครบทั้งสามประการเลย คือ ศีล สมาธิ และปัญญา โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2552 , 17:27:31 น.] ( IP = 58.9.150.159 : : )
สลักธรรม 3
ถาม เวลาที่ปฏิบัติกำหนดรูปนั่งอยู่นั้น สายตาที่มองไปแต่ไม่ได้จ้องมากแต่ก็เป็นเรื่องราวคือเห็นลายพรม เห็นลายเก้าอี้ตลอดเวลาเลย แม้ว่าเราไม่ได้ตั้งใจมองแต่มันปรากฏขึ้นมา จะกำหนดอย่างไรจึงจะถูกต้องคะ?
ตอบ การกำหนดใหม่ๆก็จะเป็นแบบนี้ เพราะฟันเฟืองในการทำงานของสติปัญญายังไม่เข้าล๊อค การกำหนดรู้จึงยังไม่ไหลลื่น จึงเป็นเรื่องที่ธรรมดามากสำหรับผู้ที่ปฏิบัติใหม่ เช่น เวลาที่กำหนดรูปเดินก็จะเห็นโน่นเห็นนี่เพราะเราเพิ่งเว้นจากงานทางโลกมาทำงานเดียวคืองานคอยสังเกต
เมื่อจิตมีงานคอยสังเกตปุ๊บ ความเป็น"นักปฏิบัติ" ก็จะเข้ามาทำหน้าที่ทันที คือ "ความช่างสังเกต"ซึ่งในข้อกำหนดนั้นท่านให้คอยระวังและคอยสังเกต คือคอยระวังอย่าให้เผลอไปจากนามรูป และต้องคอยสังเกตว่าในขณะนั้นมีรูปหรือมีนามเกิด
การคอยสังเกตนี้ ท่านให้คอยสังเกตว่ามีรูปหรือมีนามเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ความช่างสังเกตของผู้ปฏิบัติใหม่ๆ จะทำให้เห็นหมดในสิ่งเหล่านั้น ทั้งที่ชีวิตปกติก็ไม่ใช่คนที่ช่างสังเกตถี่ถ้วนขนาดนั้น เพราะเวลามาเรียนในห้องนี้ก็ไม่เคยเห็นว่า ผืนพรมมีรอยด่างจากน้ำกาแฟที่หกรด และก็เดินผ่านกันไปมา บางทีมีของตกอยู่เราก็ยังไม่เห็นเลย แต่พอเข้าไปเป็น "นักปฏิบัติ" ก็จะเห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเราตั้งใจสังเกตแรงเกินไป เราไม่รู้ถึงความอ่อนแก่หย่อนตึงของอินทรีย์จึงยังปรับน้ำหนักของสติกับปัญญาไม่ได้ วิธีแก้ไขง่ายๆ ก็คือ "อย่าไปใส่ใจ " แต่เมื่อใดที่ฟันเฟืองของสติปัญญานั้นเข้าล๊อคกันแล้วปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป
ในขณะที่กำหนดรูปนั่งอยู่นั้น ..ทำความรู้สึกตัว รูปนั่ง อยู่ในฐานของกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน จึงต้องทำความพิจารณาในอาการ และต้องคอยสังเกตใจว่า รู้สึกอย่างไร โดยไม่ต้องหลับตา เพราะที่ไปเห็นลายพรมลายเก้าอี้นั้นก็เพราะความใส่ใจของเราไปดูตรง "เห็น"แล้ว ซึ่งทิ้งการกำหนดรูปไป เมื่อรู้ว่าจิตของเรามุ่งไปทางนั้นก็ต้องรู้ว่า นั่นไม่ใช่เป้าหมายที่ควรไปรู้ เพราะละเลยการกำหนดรูปเป็นฐานไปแล้ว เราต้องดู รูปนั่ง แต่เมื่อพลาดไปสนใจเข้าแล้วก็ไม่เป็นไร มันพลาดไปแล้วก็ช่างมัน เริ่มต้นใหม่
แต่ถ้าเรารู้จริตของเราว่า เป็นคนชอบมอง ชอบสังเกต เราก็ต้องแก้ไขโดยการปรับระดับสายตาลงโดยก้มต่ำลงมา และเมื่อทำอย่างนี้บ่อยๆ อีกหน่อยก็จะไม่ใส่ใจไปเอง เวลาที่เราปล่อยใจไปรู้ในสิ่งเหล่านั้นก็ต้องหัดรู้สึกตัวกลับมาที่ฐานที่ตั้งให้ได้
โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2552 , 17:31:10 น.] ( IP = 58.9.150.159 : : )
สลักธรรม 4
ทำไมเราจึงต้องปฏิบัติ? ก็เพื่อให้วัฏฏะของเราหยุด
เพราะชีวิตของเราทุกคนมีโลภะ โทสะ โมหะเป็นมูล และโมหะที่มีอยู่เป็นมูลนั้นเป็นเหตุใหญ่ที่ปกคลุมไม่ให้เรามองเห็นความจริงทำให้เรามีโลภะและโทสะเกิดขึ้นเนืองๆ ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนี้นอกจากทำลายความเห็นผิดแล้วยังมุ่งหมายไปทำลายอภิชฌาและโทมนัส จึงต้องมีความสำรวมใจไปเลยตั้งแต่แรก ไม่ใช่พอนั่งลงไปปุ๊บจึงตั้งใจว่า เราจะทำลายอภิชฌา เราจะทำลายโทมนัส .. อย่างนี้เป็นการทำที่ไม่ถูก เพราะไม่ใช่เป็นการบอกตนเองให้รู้ในขณะนั้น แต่ต้องรู้กันตั้งแต่ตอนนี้เลย คือรู้เดี๋ยวนี้ แต่วันที่เข้าอ้อมน้อยไม่ต้องไปรู้..แต่ไปทำ
เหมือนกับการที่เรารู้ กอ.ไก่ โดยตอนแรกก็หัดเขียนไปก่อน แล้วก็ท่องในใจว่า กอ.ไก่ แต่พอมาถึงวันนี้บอกให้เขียน กอ.ไก่ แต่ละคนก็เขียนได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกในใจว่า กอ.ไก่เลย แต่เราเขียนเลยเพราะว่ามีความสันทัดแล้ว เช่นเดียวกันกับการปฏิบัติวิปัสสนาที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายอภิชฌา(ความพอใจ) และโทมนัส(ความไม่พอใจ) พอใจคือโลภะ ไม่พอใจคือโทสะ ซึ่งมีอยู่ในชีวิตของเรา
ความพอใจและไม่พอใจนี้มีอยู่ทุกวัน ที่เราเรียนกันอยู่นี้ก็มีเรื่องของพอใจกับไม่พอใจ เวลาที่ฟังแล้วไม่ค่อยรู้เรื่องถามว่าพอใจตนเองหรือไม่? ไม่พอใจ ตอนที่ตอบคำถามได้ดีใจหรือเปล่าคะ? ดีใจ แต่ถ้าไม่ไม่ได้จะเป็นอย่างไร? รู้สึกไม่สบายใจเลย ..เห็นหรือไม่ว่า เรามีความพอใจและไม่พอใจอยู่ตลอดเวลาแม้กระทั่งกำลังเรียนพระอภิธรรมอยู่ก็ตาม ฉะนั้น มีแต่การปฏิบัติวิปัสสนาที่เป็นการทำลายอภิชฌาและโทมนัส และการที่เราหยุดความพอใจหรือความไม่พอใจได้ก็เท่ากับหยุดวัฏฏะ
เพราะเมื่อเรากำหนดวิปัสสนาโดยสามารถกำหนดได้ถูกต้อง เช่น ในการได้ยิน การได้ยินเป็นวิบากจิต สิ่งที่มาให้ได้ยินก็เป็นวิบากที่มีทั้งดีและไม่ดี อันเป็นผลมาจากกุศลและอกุศลที่เราเลือกไม่ได้ เมื่อมีเสียงมากระทบหรือมีคนมาพูดชมเราว่า หล่อจัง สวยจัง เราก็เกิดความพอใจขึ้นง่ายๆ หรือเวลาที่ได้ยินเสียงพลงที่เราชอบพอเสียงนั้นมาให้ได้ยินปุ๊บก็มีความพอใจเกิดขึ้นมาทันที หรือในเพลงที่ไม่ชอบก็เหมือนกันความไม่พอใจก็จะเกิดขึ้นมาทันทีด้วยความรวดเร็วเหลือเกิน
พอใจ...ก็เป็นกิเลส ไม่พอใจ...ก็เป็นกิเลส ฉะนั้น เมื่อมีกิเลสแล้ว วัฏฏะก็หมุนสืบเนื่องต่อไป แต่วิปัสสนาเป็นการไปทำลายความเห็นผิด เพราะเมื่อความเห็นผิดหมดลง ความพอใจและไม่พอใจก็เกิดขึ้นไม่ได้ เช่น เวลาได้ยิน ให้กำหนดนามได้ยิน เพื่อให้ความรู้ว่า"นามได้ยิน"นี้ไปสกัดกั้นความพอใจหรือไม่พอใจที่จะเกิดติดตามมาด้วยความรวดเร็วนั้นได้ คำว่า "นามได้ยิน"นี้เป็นตัวที่มาชะลอหรือตัวเบรคอภิชฌาและโทมนัส แรกๆที่กำหนดนั้นเราต้องหมั่นระลึกเพื่อให้คำว่า รูป-นามที่กำหนดมาเป็นตัวเบรค
คำว่า นามเห็น นามได้ยิน รูปกลิ่น รูปรส เมื่อหมั่นระลึกในคำเหล่านี้ สติสัมปชัญญะก็จะไปสกัดกั้นอภิชฌาและโทมนัส เพราะเมื่อเกิดความระลึกได้กิเลสก็ไม่เกิดขึ้นมา กรรมวัฏฏ์ก็หมุนไปไม่ได้ เมื่อกรรมวัฏฏ์หมุนไปไม่ได้แล้ว วิบากคือผลของกรรมก็ไม่มีไปด้วย การกระทำเช่นนี้เรียกว่า วิวัฏฏะกรรม
และเมื่อผู้ปฏิบัติได้กระทำอยู่บ่อยๆ ในวิวัฏฏะกรรม คือเมื่ออารมณ์มากระทบปุ๊บ ก็ตัดกิเลสได้ทัน ไม่ว่าอารมณ์อะไรมาก็ไม่ให้กิเลสเกิด เหมือนกับการที่ลบรอยปากกาบนกระดานลงไปทีละครั้งๆ ลบไปเรื่อยๆ ถามว่า ในที่สุดจะลบหมดหรือไม่? ลบได้หมด ฉะนั้น พระนิพพานจึงไม่ไกลเกินความไขว่คว้าถ้าหากยังไม่ละไปจากความเพียรนั่นเอง โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2552 , 17:33:30 น.] ( IP = 58.9.150.159 : : )
สลักธรรม 5
ถาม ขอถามนิดเนื่องเรื่องการปรับอินทรีย์ที่มี ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา คือ ตอนที่เราปฏิบัติใหม่ๆ ยังไม่รู้ว่าอะไรคือรูปอะไรคือนาม เราควรจะปรับอินทรีย์อย่างไร หรือควรจะทำอย่างไรครับ?
ตอบ ตรงนี้ไม่สามารถตอบได้ เพราะในขณะที่เรายังไม่รู้ว่าอะไรคือรูปอะไรคือนามนั้น ก็คือการปฏิบัติไม่ได้ ตรงนี้ก็คือคำถามที่ค้านกับความเป็นจริง คือ คำที่บอกว่า "ตอนปฏิบัติใหม่ๆ เรายังไม่รู้ว่าอะไรคือรูปอะไรคือนาม " ตอนนั้นก็คือตอนที่ยังไม่ได้ปฏิบัติ
ถาม เข้าใจว่า เรื่องความพอใจนั้นหมายถึงเรื่องของโลภะ ส่วนความไม่พอใจนั้นหมายถึงว่าเรามีโทสะ แต่สิ่งหนึ่งที่สงสัยอยู่คือก็โมหะ ในขณะที่กำหนดรูปนาม แล้วกำหนดว่า นามได้ยิน ซึ่งเป็นการกำหนดในขณะที่เรายังไม่รู้ถึงสภาพของนามได้ยินนั้นอย่างแท้จริง คือเรายังไม่รู้ว่าอะไรคือ นาม อะไรคือรูป แต่เป็นการนำไปท่องเอานั้น ในการกำหนดไปอย่างนี้ถึงแม้จะไม่เกิดความพอใจหรือความไม่พอใจก็ตาม แต่ไม่มีความ"รู้"ในขณะนั้นด้วยก็คือว่ามีโมหะ ใช่หรือไม่?
ตอบ คงต้องแยกว่า ในขณะที่เรายังไม่สามารถประหาณกิเลสได้ เราก็ยังมีอนุสัยกิเลสเช่น ความไม่รู้นี้นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะทำกุศลหรืออกุศลเราก็ยังมีอนุสัยกิเลสอยู่ อันนี้คือธรรมชาติที่มีอยู่ในขันธสันดาน แต่ก็อย่าไปหวั่นว่า เรายังมีโมหะอยู่ อย่าไปกลัวหรือวิตกในปัญหานี้ เพราะว่าในขณะที่เรากำหนดรูปนามอยู่นั้น การกำหนดรูปนามลงไปในแต่ละครั้งก็คือ ตัวปัญญา เป็นเจตสิกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นฝ่ายโสภณ แต่โมหะนั้นเป็นฝ่ายอกุศล
ส่วนตอนปฏิบัติที่ยังไม่ได้รูปปรมัตถ์หรือนามปรมัตถ์จริงๆ คือยังไม่ได้ญาณปัญญา ขณะนั้นมีโมหะใช่ไหม? ตอบว่า ไม่ใช่ เพราะแม้ญาณปัญญายังไม่เกิดขึ้นจริงในขณะกำหนดนามรูปนั้น ก็ไม่มีโมหะเกิดขึ้น เพราะมี"ปัญญา"เข้ามาแล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่งเมื่อยังไม่ได้"ญาณปัญญา" จึงยังไม่มีอำนาจไปขุดรากถอนโคนอนุสัยให้เด็ดขาดเท่านั้นเอง โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2552 , 17:35:26 น.] ( IP = 58.9.150.159 : : )
สลักธรรม 6
ถามถ้าอย่างนั้นก็เป็นปัญญาเหมือนกัน แต่เป็นปัญญาอีกระดับหนึ่งใช่ไหมครับ? คือเป็นระดับเบื้องต้นใช่หรือไม่ครับ?
ตอบ ใช่ ซึ่งจะบอกว่าตอนกำหนดรูปนามแล้วยังไม่ได้นามรูปปริจเฉทญาณเป็นต้นนั้นจะบอกว่ายังมีโมหะในขณะที่กำหนดอยู่นั้นไม่ได้ เพราะการกำหนดนั้นเป็นการกระทำที่มีปัญญาแต่ปัญญาที่มีในขณะนั้นไม่แก่กล้าพอที่จะไปกระชากอนุสัยขึ้นมา
เช่น ตอนนี้ผู้ที่ถามอยู่จะไปถอนต้นมะม่วงโดยใช้มือถอน ซึ่งทำอย่างไรก็ดึงไม่ขึ้น ได้แต่เขย่าต้นมะม่วงให้มันสั่น ต้นมะม่วงมันก็สั่นจนดินไหวนิดหน่อย ถามว่าตอนนั้นไม่มีแรงยกใช่ไหม? ตอบว่ามีแรง แต่มีแรงเท่านี้ แต่เมื่อเราเขย่าไปเรื่อยๆ จนดินเริ่มอ่อนแล้ว พอเราเหนื่อยเราก็พักหายเนื่อยแล้วก็ทำต่อ เขย่าไปจนดินเริ่มหลวม ก็เหมือนเราปฏิบัติอยู่บ่อยๆ จนความสันทัดเริ่มมีแล้ว อีกหน่อยพอเหตุปัจจัยพร้อมเหมือนกับดินที่หลวมแล้ว พลังก็จะเพิ่มขึ้นมาจนสามารถถอนต้นมะม่วงได้
ฉะนั้น ความสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เขย่าอย่างไรถึงจะคลอน และเมื่อรากคลอนแล้ว ดินหลวมจนเป็นรอยกว้างแล้ว เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมอย่างนี้เราก็สามารถที่จะโยกทีละนิดจนหลุดออกมาได้ ฉะนั้น มันต้องเริ่มจากปริมาณน้อยไปหามาก สักวันหนึ่งก็จะไปถอนรากอนุสัยนั้นได้
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2552 , 17:37:39 น.] ( IP = 58.9.150.159 : : )
สลักธรรม 7ขอขอบพระคุณน้องกิ๊ฟ มากครับ จากติดตามตอนต่อไป ครับ
โดย นโม [23 ธ.ค. 2552 , 23:37:39 น.] ( IP = 125.25.135.0 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |