| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บรรยายพิเศษ เหตุให้เกิดปัญญา (๓)
บรรยายพิเศษ เหตุให้เกิดปัญญา (๓)
ตอนที่ ๒
ถาม เวลาที่ทำสมาธิอยู่ จะกำหนดนามได้ยินได้อย่างไร?
ตอบ ต้องบอกเลยว่า สมาธิกับวิปัสสนาไม่ใช่ทางเดียวกัน เพราะการทำสมาธิจะมีรูปแบบของท่าทาง เช่น นั่งยืดตัวให้ตรง ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ปลายนิ้วจรดกันเพื่อให้เกิดความตั้งใจประคองอารมณ์และประคองอิริยาบถ แล้วไม่ควรเอามือวางบนหน้าตักเพราะจะเกิดความสบายเกินไป จะเกิดถีนะมิทธะได้ง่าย การทำสมาธิที่ถูกต้องก็คือ ตั้งกายตรงและมือจะประสานกันไว้ในระดับของสะดือโดยมีปลายนิ้วชนกันเพื่อให้เกิดความตั้งใจมากๆ ให้มีกำลัง แล้วจะกำหนดลมหายใจก็ได้ หรือท่อง"สัมมาอาระหัง" ก็ได้ แล้วก็หลับตา แล้วก็ใช้ตบะอดทนไม่เปลี่ยนอิริยาบถจนกระทั่งทำลายความฟุ้งซ่านให้จิตนั้นมีเอกัคคตาคือเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งที่บริกรรมอยู่ เช่น ลมหายใจเข้าก็รู้ ลมหายใจออกก็รู้ อย่างนี้เรียกว่าทำสมาธิ
ส่วนวิปัสสนานั้นไม่มีรูปแบบของท่าทางกำหนดไว้โดยเฉพาะ แต่จะมีท่าทางที่เป็นไปตามสภาพความจริง ซึ่งเป็นไปได้ทั้งท่านั่งพับเพียบ ท่านั่งไขว้ขา และท่านั่งต่างๆ ที่เหมาะสมของแต่ละคน ...ก็จะเห็นว่า ระหว่างสมาธิกับวิปัสสนานั้นมีท่านั่งต่างกันแล้ว
สมาธิคือการที่จิตเราหาอารมณ์ ใดอารมณ์หนึ่งมาเป็นที่พึ่ง อารมณ์ที่หามาเป็นที่พึ่งนั้นก็จะเป็นอารมณ์ที่เราถนัด เช่น ลมหายใจเข้าออก หรือคำภาวนา เช่น "พุทโธ" "สัมมาอาระหัง" หรือกสิณต่างๆ ที่ถูกกับจริตแล้วนำมาทำ
ผู้ที่มีอดีตที่ชำนาญกสิณดินก็ต้องไปหาดินสีอรุณหรือสีหมากสุกมา แล้วก็เอามาทาลงบนผ้าขาวบางที่ขึงตึงอยู่บนปากหม้อดินเพื่อให้ดินเข้าไปในเนื้อผ้าและเป็นวงกลม จากนั้นก็เอาดินนั้นมาเพ่ง ...สมาธิจึงต้องเริ่มต้นจากการไปหามา
ส่วนวิปัสสนานั้นไป "หา" ไม่ได้ ห้ามไป "หา" แต่มาเอง คือ มาที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเท่านั้นที่เป็นความจริง และปัจจุบันมีสองชนิด คือ ปัจจุบันธรรม กับปัจจุบันอารมณ์
ปัจจุบันธรรม คือ ธรรมที่มีเกิดขึ้นติดต่อกันอยู่ในโลกนี้ ไม่มีใครไปทำลายปัจจุบันธรรมได้ มีอยู่ตลอดเวลา เช่นในขณะนี้มี "กลางคืน"ไหม? มี มีคนกำลังคลอดลูกไหม? มี มีคนกำลังตายไหม? มี มีคนถูกยุงกัดไหม? มี นั่นก็คือธรรมชาติของโลกเรียกว่าเป็นปัจจุบันธรรม คือเป็นธรรมที่มีอยู่ไม่ว่าจะเกิดกับเราหรือไม่ก็เป็นธรรมที่มีอยู่
ปัจจุบันอารมณ์ คือ ปัจจุบันธรรมนั้นแหละที่เกิดขึ้นกับเรา เช่นขณะนี้มีคนถูกยุงกัด..นั่นไม่ใช่ปัจจุบันอารมณ์ของเรา แต่ถ้ายุงมากัดเราเมื่อไหร่..ขณะนี้แหละเป็นปัจจุบันอารมณ์ของเรา ใครที่ถูกยุงกัดอยู่ตอนนี้ก็เป็นปัจจุบันอารมณ์ของคนนั้นนั่นเอง หรือเช่นยื่นมือไปตีแขนคนที่นั่งอยู่ตอนนี้ คนที่ไม่ถูกตีจะรู้สึกด้วยไหม? ไม่รู้สึก แต่คนที่ถูกตีจะรู้สึกซึ่งเป็นความรู้สึกส่วนตัวเพราะมีการรับอารมณ์เกิดขึ้น ซึ่งตัวรับอารมณ์ตรงปัจจุบันนี้แหละเป็นตัวก่ออภิชฌาและโทมนัส
โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2552 , 08:19:01 น.] ( IP = 58.9.145.172 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 11
ถาม อะไรที่เกิดขึ้นกับเรา ให้เราทำงานโดยกำหนดรูปและนาม แต่สิ่งที่มันเกิดกับเราไม่ว่าจะเป็นความคิดหรือเวทนาต่างๆ นั้นก็สงเคราะห์เป็นนามได้ แต่เห็นอาจารย์เน้นว่า ถึงแม้จะเป็นนามก็ตามแต่จะต้องกลับมาสู่อิริยาบถกำหนดรูปซึ่งเป็นอิริยาบถบรรพ จึงสงสัยว่าตรงนี้สำคัญอย่างไร?
ตอบ สำคัญตรงที่ว่า ในการปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ คือ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน และธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึงให้มีสติและปัญญาตามฐานใดฐานหนึ่งนั่นเอง ดังนั้น จากคำถามที่ถามมานับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นส่วนมากเป็นการถามถึงเรื่องของในรูปในนาม ซึ่งรูปนามเป็นเพียงตัวให้กำหนดเท่านั้นเอง ไม่ใช่ให้ไปรู้จักมากมายเลย เพราะการไปรู้จักมากมายนั้นคือขั้นปริยัติ แต่ตอนปฏิบัตินั้นให้ไปดูว่าสิ่งนี้เป็นรูปหรือเป็นนามเท่านั้น
การปฏิบัติสติปัฏฐานสี่นั้นสามารถบรรลุได้หมด เพราะในกายานุปัสสนาสติปัฏฐานก็มีเวทนา มีจิตตา มีธัมมาอยู่ในนี้ ในเวทนาก็มีกาย มีจิต มีธัมมา ทั้งสี่ฐานนี้ต่างก็มีอยู่ด้วยกันแต่อะไรจะเด่นกว่ากันเท่านั้นเอง เหมือนกับเราคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนี้มีทั้งจิต เจตสิ และรูป แต่การประชุมกันเป็นกลุ่มก้อนคือฆนสัญญาทำให้ไม่สามารถกระจายได้ ท่านจึงวางหลักการไว้ให้ว่าในกายานุปัสสนาสติปัฏฐานกำหนดกายในอิริยาบถทั้งสี่ ภาษาบาลีเรียกว่า กาเย กายา อนุปัสสี การกำหนดกายในกาย คือ ในกายนี้มีการเดิน ยืน นั่ง นอน รวมเรียกว่าอิริยาบถ ๔
ในขณะนี้อิริยาบถอะไรล่ะที่กำลังปรากฏขึ้นกับเรา คือ ..นั่ง.. นั่งจึงเป็นปัจจุบันอารมณ์ เมื่อขณะนั่งอยู่ก็รู้สึกตัวในอาการหรือในท่านั่งนั้นว่า เป็นรูป ผู้ปฏิบัติใหม่ๆ ทำความรู้สึกว่าอาการนี้เป็นรูป ไม่ใช่ตัวใครคนใดมานั่ง แต่ในขณะนั่งนั้นมันมีอารมณ์เกิดขึ้นได้ เช่น คัน อาการ(นั่ง)นี้เกิดอารมณ์(คัน) เมื่ออารมณ์ชัดก็กำหนด นามคัน ..นามคันนี้เกิดบนฐานของกาย ฉะนั้นเมื่อเราแก้ไขแล้วก็ต้องกลับมาที่ฐานดูที่อาการ เพราะอาการท่านตั้งอยู่ในลักษณะใดให้กำหนดในอาการนั้น แต่ในภาษาบาลีไม่มีเลยที่จะบอกว่า อารมณ์ท่านตั้งอยู่ใลักษณะใดให้กำหนดอารมณ์นั้น ..แต่ท่านให้รู้อารมณ์ทันอารมณ์เพื่อกันอภิฌชาและโทมนัส แล้วก็อยู่ในอาการเพื่อทำลายความวิปลาส
ความสำคัญก็อยู่ตรงที่ว่า เมื่อเกิดไปนึกอะไรขี้นมาแล้วก็กำหนดนามฟุ้งหรือนามรู้ พอนามฟุ้งหรือนามรู้แล้วก็กลับมาที่เดิม เพราะถ้าไม่กลับมาที่เดิมมันก็จะเป็นการคิดต่อไปอีกแล้ว จากรู้เป็นคิด เช่นเรารู้พระอภิธรรมไปเราก็เอาไปคิดแล้วว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่วิปัสสนาห้ามคิด จึงต้องกลับมารู้สึกตัว ให้กลับมาดูรูปที่เป็นปัจจุบันซึ่งเป็นของหยาบที่ดูได้ง่ายกว่าสำหรับผู้เริ่มต้น โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2552 , 08:43:01 น.] ( IP = 58.9.145.172 : : )
สลักธรรม 12
วันนี้ได้รับฟังกันมามากแล้วก็ขออนุโมทนากับทุกท่าน และเรามากล่าวคำอธิษฐานด้วยกันโดยให้นึกถึงชีวิตของตนเอง เราชื่ออะไร.. เกิดมากี่ปีแล้ว.. วันนี้เราพร้อมใจกันขอประนมมือวันทาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพนอบน้อมอย่างสูงสุด ที่พระองค์ทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ พระญาณอันหยั่งรู้ทั่วไปในเรื่องของทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรคอันพระองค์ประจักษ์แล้ว และทรงพระมหากรุณาธิคุณนำธรรมโอสถต่างๆ มาให้เราได้ศึกษาเล่าเรียน เยียวยาบำบัดความเห็นผิดที่มีอยู่ในชีวิตของเรามาตราบเท่าทุกวันนี้
ข้าพเจ้าทั้งหลายขอนอบน้อมก้มกราบบูชาระลึกและเทิดพระคุณไว้เหนือเศียรเกล้า พร้อมทั้งกล่าวคำว่า " อะระหังสัมมา สัมพุทโธ ภควา ....."
พระพุทธบูชา พระธรรมะบูชา พระสังฆบูชา ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องชีวิตตามการตรัสรู้ของพระองค์ ข้าพเจ้าได้มีความเห็นถูกมากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของชีวิต กรรม และผลของกรรม ทำให้ข้าพเจ้านั้นเกิดหิริ โอตตัปปะ คือความเกรงกลัวต่อบาปสะดุ้งกลัวต่อผลบาปทั้งหลาย ทำให้ข้าพเจ้าไม่กล้าละเมิดล่วงศีลและทำมิจฉาทิฏฐิให้เกิดขึ้นในชีวิต ประคองกายใจให้มีกุศลเกิดขึ้นเนืองๆ พร้อมทั้งบริจาคทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้เกิดปัญญาบารมีมาจนทุกวันนี้
ขอจงได้เป็นพลวปัจจัยทำให้ชีวิตของข้าพเจ้าทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆ ไป ขอได้มีโอกาสศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรม สร้างปัญญาบารมีเพื่อไปสุดทางแห่งทุกข์คือมรรคผลนิพพานตามเจตนาของข้าพเจ้า ขออุปสรรคนานาประการ จงเบาบางจางหายไปจากชีวิตของข้าพเจ้า ขอทิฏฐิของข้าพเจ้าจงประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิอย่าได้มีทิฏฐิอันวิบัติเห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ขอผู้ที่เข้ามาสู่ข้าพเจ้าและที่ข้าพเจ้าจะไปพบทั้งหลายเป็นผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิ มีเมตตากรุณาพร้อมที่จะช่วยเหลือข้าพเจ้าให้ไม่หลงทางในวัฏฏะสงสาร ขอให้จิตใจของข้าพเจ้าสามารถมีอิสระจากเครื่องพันธนาการคือโลภะ โทสะ และโมหะ ได้โดยเร็วเทอญ
และข้าพเจ้าขอตั้งใจว่า เมื่อข้าพเจ้ามีเวลาและมีโอกาส ข้าพเจ้าจะรีบปฏิบัติขัดเกลากิเลส สร้างเหตุแห่งปัญญา ใฝ่หาคุณธรรม นำชีวิตให้เกิดความรู้ ตามหลักสติปัฏฐานสี่สุดความสามารถ
กุศลกรรมใดๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายขอแผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ขอให้ท่านทั้งหลายจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย ขอจงมีความสุขกายสุขใจ มีสติมีปัญญานำพาชีวิตของตนให้รอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ.
โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2552 , 08:47:36 น.] ( IP = 58.9.145.172 : : )
สลักธรรม 13ขออนุโมทนา ขอบพระคุณครับ จะตั้งใจพิจารณาทุกข์ตามความเป็นจริง ขอบคุณครับ
โดย นโม [25 ธ.ค. 2552 , 02:12:48 น.] ( IP = 125.25.136.5 : : )
สลักธรรม 14
ได้มาอ่านทบทวนซ้ำอย่างช้าๆ รู้สึกมันส์มากเลยค่ะ และสนุกไปกับการถามตอบของท่านอาจารย์
ทำให้ทราบแน่ชัดว่าปัจจุบันอารมณ์นี้แหละเป็นตัวที่ก่อให้เกิดวัฏฏะ เราจึงต้องเพียรกำหนดรู้สึกให้ทันในปัจจุบันอารมณ์ ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการปฏิบัติวิปัสสานากรรมฐานที่ต้องการตัดวัฏฏะ
และที่สนุกไปกว่านั้น ท่านอาจารย์ยังมีเทคนิคในการผจญกับผีที่เราๆท่านๆ ต่างพากันกลัว ...ตลกดีนะคะ...เราเป็นรุ่นพี่เพราะเคยเป็นผีมาก่อนส่วนเขาเป็นแค่รุ่นน้องเท่านั้น ...๕๕๕
บรรยายพิเศษ เหตุให้เกิดปัญญา ที่นำมาลงอย่างต่อเนื่องนี้ นับว่ามีประโยชน์มากค่ะ ในแต่ละครั้งที่อ่านแล้ว อ่านอีก ก็จะได้ความรู้ความเข้าใจไม่เหมือนกัน เพียงขอให้ทำใจให้ได้เสียก่อนว่า กำลังอ่านเรื่องที่ยังไม่เคยทราบมาก่อนเท่านั้น
ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากๆ ค่ะที่นำข้อธรรมที่มีสาระประโยชน์ยิ่งมาฝากเป็นประจำ....อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [25 ธ.ค. 2552 , 10:51:14 น.] ( IP = 124.121.175.79 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |