มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มัจจุมาร ผู้ไม่เคยใยดีกับการร้องขอ




สวัสดีค่ะทุกๆท่าน และแล้วฤดูกาลก็แปรเปลี่ยนไปสู่ฤดูหนาวอีกครา กาลเวลาที่เป็นไปตามธรรมชาตินั้น ก็มิได้ต่างไปจากชีวิตเราท่านเลยนะคะ ต่างก็ตกอยู่ในสภาพธรรมที่มุ่งไปสู่ความเสื่อม ชราจนกระทั่งในที่สุด

คำว่า มรณะ ก็ต้องมาถึงด้วยกันทุกๆคนโดยที่ไม่มีใครร้องขอประวิงเวลาให้อยู่ต่อไปได้เลย มัจจุมาร ผู้ไม่เคยใยดีกับการร้องขอ ไม่ใส่ใจกับสินบน และไม่สนว่าเป็นผู้ดีหรือไพร่ ต่างก็ต้องตายตกตามกันไปถ้วนทั่ว ซึ่งเป็นความจริงที่น่าเศร้ายิ่งนัก

แต่ทว่าในความน่ากลัวเช่นนั้นถ้าใครได้มีโอกาสเข้ามาหาความจริงของชีวิตให้ถูกตรงได้แล้ว ก็จะสามารถอาศัยความเป็นไปของชีวิตทำลายสิ่งน่ากลัวให้หมดไปจากตนได้อย่างแน่นอนทีเดียว

ก็เพราะความทุกข์ทั้งหลายนั้น ต่างมีจุดเริ่มต้นมาจากการเกิดทั้งสิ้น จึงกล่าวได้ว่าความเกิดนั้นเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทั้งหลาย ซึ่งตรงกับความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่าทุกข์เสมอด้วยการเกิดนั้นไม่มีนั่นเอง

โดย บุษกร เมธางกูร [24 ธ.ค. 2552 , 10:18:46 น.] ( IP = 58.9.145.172 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ทุกอย่างในโลกล้วนเป็นประโยชน์ต่อปัญญาทั้งสิ้น ถ้าคนนั้น..มีปัญญา แม้แต่เห็นผีที่ตายแล้วจนเน่าน้ำเหลืองไหล ย่อมเป็นประโยชน์แก่ปัญญาได้... ปัญญาย่อมเป็นประโยชน์ในที่ทั้งปวงอยู่ที่ว่าเราจะเข้าใจโยนิโส และสามารถ ทำความรู้สึกให้เป็นปัจจัยแก่ปัญญา หรือ ทำความรู้สึกให้เป็นปัจจัยแก่กิเลส มันเป็นได้ทั้ง ๒ อย่างนะคะ

ความรู้สึกที่เป็นปัจจัยแก่กิเลส เช่น เราไปเห็นคนตาย หมาเน่าลอยมา หรือ ศพลอยมาในน้ำดั่งเช่นที่เราได้เคยเห็นที่แม่น้ำคงคา....ถ้าเราทำความรู้สึกไปในทางที่ เป็นปัจจัยของกิเลส... กิเลสมันก็เกิดขึ้น... เราก็ไม่พอใจที่จะเห็นอย่างนั้น เราก็เกลียด เราก็ไม่พอใจ

แต่ถ้าคนมีปัญญา พอเข้าไปเห็นเข้าแล้ว แทนที่เขาจะเกิดกิเลส คือ ความไม่พอใจ หรือสะอิดสะเอียนอะไรอย่างนี้ ท่านเหล่านั้นจะไม่..เป็นเพราะมีโยนิโสมนสิการดี ก็ทำความเข้าใจให้เป็นปัจจัยแก่ปัญญาได้เกิดความรู้สึกว่า... อ๋อ.. นี่สังขารทั้งหลาย มันไม่เที่ยงอย่างนี้ มันเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ ไม่ใช่เป็นของสวยงามเลย อย่างนี้มันไม่เป็นอารมณ์ที่น่ายินดีเลย ไม่น่ารักเลย

โดย บุษกร เมธางกูร [24 ธ.ค. 2552 , 10:20:20 น.] ( IP = 58.9.145.172 : : )


  สลักธรรม 2

เพราะฉะนั้น ในเวลาที่เราปฏิบัติ จะมีอารมณ์อะไรก็ตาม ก็ต้องคอยสังเกตดู โยนิโสเราเข้าใจ แต่ขาดความสังเกตว่า.... อารมณ์นั้นเป็นอย่างไร.. ที่ผิดไปนั้นผิดไปด้วยเรื่องอะไรมีเกิดขึ้น อารมณ์นี้เป็นปัจจัยแก่กิเลส ไม่ใช่เป็นปัจจัยของปัญญา

แต่ก่อนที่จะได้เอาโยนิโสมาใช้นี้ ก็จะต้องได้ความรู้เรื่องโยนิโสจากการฟังด้วย ฟังอธิบายแล้วก็เข้าใจเหตุผล เก็บความเข้าใจเหตุผล..เอาไว้ในใจก่อน เพราะฉะนั้น ในเวลาที่เราปฏิบัติ จะมีอารมณ์อะไรก็ตาม ก็ต้องคอยสังเกตดู บางทีเรามีเหมือนกันโยนิโสเราเข้าใจ แต่ขาดความสังเกตว่า เวลานั้นเราทำความรู้สึกอย่างไรตรงกันไหมที่ได้ศึกษามา เวลานั้นต้องทำความรู้สึกอย่างนั้นๆ อย่าทำความรู้สึกอย่างนั้นๆ แต่ถ้าไม่มีความเข้าใจ..ในเวลาที่อธิบายให้ฟังผิดก็ไม่รู้.. ถูกก็ไม่รู้... เมื่อไม่รู้ว่าผิด แล้วจะเอาจิตมาตั้งอยู่ในอารมณ์ที่ถูกก็ไม่ได้

เพราะไม่รู้ว่า ที่ถูกนั้นจะต้องทำความรู้สึกอย่างไร..ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ทำไม่ได้เหมือนกันนะคะ เพราะความไม่รู้ ....ความไม่เข้าใจก็หลงกันไปว่าดี ว่าสวย

ทีนี้ผู้มีปัญญาเห็นแล้ว เขาก็น้อมถึงจิตใจร่างกายของตนเองว่า.... ก็จะต้องเป็นอย่างนี้เหมือนกัน ทีนี้ความพอใจ.... ความรักในร่างกายที่เข้าใจว่าดี เข้าใจว่าสวยว่างามด้วยอำนาจของกิเลสก็หมดไป ปัญญาที่เข้าไปรู้ความจริงนั้นก็เกิดขึ้น เข้าใจว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่าง ทุกอย่างในร่างกายจะหาสาระอะไรที่เป็นที่พึ่ง ที่เป็นสรณะไม่มีเลยก็เกิดดวงตาเห็นธรรมขึ้น

โดย บุษกร เมธางกูร [24 ธ.ค. 2552 , 10:22:09 น.] ( IP = 58.9.145.172 : : )


  สลักธรรม 3

ด้วยเหตุนี้เอง เราท่านทั้งหลายจึงสมควรอย่างยิ่ง ที่จะต้องศึกษาหาความรู้ให้ถูกให้เข้าใจเสียก่อน
มิเช่นนั้น หนทางที่จะดำเนินไปนั้น ก็ยังคงเป็นทางตัน ที่ไม่สามารถออกไปจากความทุกข์ของชีวิตได้เลย

เวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญส่วนหนึ่งที่เราจะต้องบริหารให้เป็น เพราะการอยู่อย่างชีวิตที่ไม่ฉลาดจริงแล้ว ต่อให้จะมีเวลามากแค่ไหนเวลานั้นๆก็ไร้ค่าจริงๆ เพราะสิ่งต่างๆที่ปรากฏขึ้นให้รู้ก็ดี รับอารมณ์มาก็ดี ล้วนเป็นการรู้และรับเอาความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ทั้งสิ้น

ท่านที่นับถือทั้งหลาย การที่พี่ดอกแก้วได้ใช้เวลานี้มาจารึกอักษรเพื่อให้เกิดการรวมความได้ ให้ท่านมาอ่านและรับรู้ในครั้งนี้ มิได้มีประสงค์อื่นใดนอกเสียจาก ความต้องการให้ทุกชีวิตสามารถ เห็นความแตกต่างที่มีมากหลากหลายในทฤษฎีและวิธีการใช้ ท่านได้มีโอกาสพินิจพิจารณาได้ว่า..

ธรรมใดมีเหตุผลที่จะนำมาซึ้งแสงสว่างของชีวิต ซึ่งท่านเองเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง และเดินไปเองตามลำพัง เพื่อพ้นจากมัจจุมาร..ผู้ไม่เคยใยดีกับการร้องขอของใครได้โดยเด็ดขาดเท่านั้นละคะที่พี่ดอกแก้วตั้งใจด้วยความปรารถนาดี..สวัสดีค่ะ..

ขอให้ทุกท่านเป็นผู้เจริญในธรรมยิ่งขึ้นไปนะคะ

โดย บุษกร เมธางกูร [24 ธ.ค. 2552 , 10:24:11 น.] ( IP = 58.9.145.172 : : )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรมากค่ะ สำหรับข้อธรรมเตือนสติ

ค่อยๆอ่านและทำความเข้าใจ ซึ่งก็ทำให้เข้าใจคุณค่าและความสำคัญของการสร้างความเห็นให้ถูก และสร้างปัญญาที่ถูกตรง ก่อนที่จะปล่อยเวลาที่ไม่เป็นประโยชน์ไปกับชีวิต.

โดย น้องอุ๊ [24 ธ.ค. 2552 , 10:27:52 น.] ( IP = 58.9.145.172 : : )


  สลักธรรม 5



ติดตามมาอ่านด้วยความไม่ประมาท กราบขอบพระคุณมากค่ะ

"ทุกอย่างในโลกล้วนเป็นประโยชน์ต่อปัญญาทั้งสิ้น" นับเป็นถ้อยคำที่เน้นถึงความสำคัญของโยนิโสมนสิการอย่างโดดเด่น และคำที่ว่า "ปัญญาย่อมเป็นประโยชน์ในที่ทั้งปวง" ก็ยิ่งทำให้เห็นอานุภาพของปัญญาที่เหนือกว่าอาวุธทั้งหลาย

โดย น้องกิ๊ฟ [24 ธ.ค. 2552 , 16:05:10 น.] ( IP = 125.27.178.175 : : )


  สลักธรรม 6


อ่านแล้วจะเห็นความสำคัญอย่างยิ่งของโยนิโสมนสิการ - การทำความรู้สึกที่ถูกต้อง เพราะมิเช่นนั้นแล้ว เมื่ออารมณ์ต่างๆผ่านเข้ามา ก็คงจะเป็นปัจจัยให้แก่กิเลสมากกว่าแก่ปัญญา

กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรมากค่ะสำหรับธรรมะเตือนใจสั้นๆ แต่ที่มีประโยชน์ยิ่งค่ะ

โดย พี่ดา [24 ธ.ค. 2552 , 17:09:53 น.] ( IP = 124.121.174.16 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณครับ ที่ท่านอาจารย์ ได้แนะนำให้รู้จักกับมัจจุราช ให้ใช้สติพิจารณากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยแยบคาย ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต

ชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิด ทำให้ไม่คิดประมาท ให้เวลาให้เกิดประโยชน์ เวลาล่วงเลยผ่านไป คิดจะทำแต่สิ่งมีมีคุณค่าทางธรรม ค้นหาตัวตน เพื่อพบหาความไม่มีวันตายให้เกิดขึ้น โอกาสมีสำหรับทุกคน แต่ทุกคนไม่มีโอกาส ขอนุโมทนา กราบของพระคุณครับ

โดย นโม [25 ธ.ค. 2552 , 02:34:10 น.] ( IP = 125.25.136.5 : : )


  สลักธรรม 8

สาธุ สาธุ สาธุ

โดย naiART_Sikhiu [29 ธ.ค. 2552 , 15:16:04 น.] ( IP = 113.53.213.117 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org