มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บรรยายพิเศษ เหตุให้เกิดปัญญา (๔)






บรรยายพิเศษ เหตุให้เกิดปัญญา (๔)


ตอนที่ ๓

หลังจากท่านอาจารย์ได้นำของขวัญจากหลวงพ่อเสือมามอบให้กับทุกคนแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงเวลาพิเศษที่เป็นช่วงของการบรรยายพิเศษกันอีกครั้งเป็นการพูดคุยตอบปัญหาของผู้ที่ไปเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาในช่วงวันหยุดปีใหม่ ซึ่งท่านอาจารย์บอกว่าเมื่อตอนก่อนไปก็ให้ความรู้ไปก่อนเข้าปฏิบัติ เมื่อกลับมาแล้วก็ต้องมาบอกให้ทราบบ้างว่าเป็นอย่างไร จึงมีลูกศิษย์หลายคนเล่าถึงความเป็นไปและตั้งคำถามให้ท่านอาจารย์อธิบายดังต่อไปนี้

ถาม จะเล่าให้ฟังดูก่อนว่า อย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ คือจากที่อาจารย์ให้ความรู้เตรียมตัวก่อนไปก็พบว่า ตอนที่เข้าปฏิบัติก็พบว่าตัวเองรู้สึกในอาการ เช่น นั่งก็รู้สึกในอาการนั่งได้ชัดเจนมากขึ้นแต่ไม่ได้ต่อเนื่องตลอด ที่รู้สึกในอาการที่ชัดขึ้นก็เช่น เวลาอาบน้ำ เมื่อก่อนนั้นเมื่อน้ำโดนตัวก็กำหนดรูปเย็น แล้วก็อาบไปไม่ได้สังเกตอะไรมากมาย แต่พอได้รับความรู้คำแนะนำเพิ่มเติมก็เลยมีการสังเกตว่า เราจะถูสบู่นะ โดยถูจากจุดไหนไปจุดไหน ก็สังเกตในร่างกายว่าต้องไปตามจุดที่เราถูคือก็จะรู้สึกไปตรงนั้น

พอล้างน้ำก็จะรู้ว่าเอาน้ำล้างตรงไหน ตรงไหนที่ยังไม่สะอาดเราก็จะสังเกต หรืออย่างเวลาเช็ดตัวก็จะรู้ว่าตรงนี้เช็ดแล้ว ข้างหลังยังเปียกอยู่ ก็รู้สึกว่าเราจะสังเกตตรงนี้ได้มากขึ้น

ตอบก็รู้สึกต่างจากตอนที่อยู่บ้านคือเวลาเช็ดตัวนั้นไปตามอัตโนมัติ แต่เวลาที่เข้าปฏิบัตินั้นไม่ไปตามอัตโนมัติแต่จะมีความรู้สึกก่อนทำ เช่นจะไปเช็ดหลัง ก็จะรู้ว่า หลังยังไม่แห้ง ...การรู้อย่างนี้ดีมาก

ถาม เวลาทานอาหาร เมื่อก่อนนั้นก่อนที่จะไปทานก็จะกำหนดว่า ทานเพื่อแก้ทุกข์ไม่ใช่เพื่อแก้อยาก พออาหารโดนลิ้นครั้งแรกกำหนดรูปรส ซึ่งเมื่อก่อนจะกำหนดอย่างไรก็รู้สึกว่าชอบหรือไม่ชอบ คงเป็นเพราะตอนนั้นกิเลสมันชัดเจนกว่า แต่ในครั้งนี้ก็รู้สึกว่าเมื่อถึงเวลาใกล้ทานข้าวนั้น ก็รู้สึกหิว กำหนดนามหิว พออาหารมาแล้วก็ทาน แต่จะมีความรู้สึกว่า เราตักออกมานั้นอาหารจะน้อยกว่าทุกครั้งที่เราเคยทาน เวลาที่เราตักมาก็รู้ในอาการ ขณะที่อ้าปาก ขณะที่เคี้ยว ก็ดูอาการเคี้ยวอะไรไปเรื่อยๆ ก็จะทานช้าลงและอิ่มเร็วขึ้น ก็เลยไม่รู้ว่าถูกต้องหรือเปล่าค่ะอาจารย์?

ส่วนเรื่องอื่นนั้นก็คือครั้งนี้มีนามฟุ้งมาให้ดูมาก ก็กำหนดดูไปเรื่อยๆ สิ่งที่อยากจะเรียนถามก็คือ เวลาที่นั่งปฏิบัติอยู่แล้วเกิดอยากเข้าห้องน้ำ พอเราเดินเข้าห้องน้ำทำธุระเสร็จเรียบร้อย พอออกมาแล้วถามว่า เราต้องมาอยู่ในอิริยาบถเดิมหรือเปล่าหรือสามารถเปลี่ยนอิริยาบถได้เลยคะ?

ตอบ คำว่าอิริยาบถเดิมนั้นจริงๆ ไม่มี ในโลกนี้ไม่มีอิริยาบถเดิม เพราะอิริยาบถทุกอิริยาบถผ่านไปเป็นอดีตไปหมด ฉะนั้น เมื่อมีความทุกข์เบียดเบียนให้ไปเข้าห้องน้ำ เมื่อออกจากห้องน้ำมาแล้วไม่จำเป็นต้องไปที่เดิมและท่าเดิม เพราะอันนั้นเป็นการทำท่า พอออกมาจากห้องน้ำแล้วก็เดินเลยต่อได้ไม่จำเป็นต้องมานั่ง เพราะถ้าหากทำตรงนั้นก็จะเป็นการตั้งใจทำโดยมีความตั้งใจแรงเกินไป จึงต้องทำให้เป็นปกติ และเท่าที่ฟังเล่ามาก็ทำได้ถูกต้อง

โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2552 , 07:42:46 น.] ( IP = 58.9.147.44 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

ขออนุโมทนาและขอบพระคุณน้องกิ้ฟมากครับ ที่นำคำถามตอบเพื่อมอบปัญญาและหนทางที่จะไปปฏิบัติ และแก้ไขอารมณ์ให้กับตนเอง เพื่อเพิ่มพูนสติปัญญาบารมีกันโดยถั่วถ้วนครับผม

ต้องตั้งใจอ่านช้าๆ จะได้ประโยชน์จากคำถามตอบนี้อย่างมากเลยครับ



โดย พี่เณร [25 ธ.ค. 2552 , 08:08:04 น.] ( IP = 58.9.147.44 : : )


  สลักธรรม 12

กราบอนุโมทนากับท่านอาจารย์ที่กรุณานำเอาความรู้อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งมาตีแผ่ให้กับพวกเราครับ

การปฏิบัติวิปัสสนานั้น แม้จะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายและไม่ซับซ้อน เพราะมีงานเพียงสองอย่างคือการดูรูปและนาม แต่ในการดูรูปและนามนั้นกลับมีความซับซ้อนซ่อนอยู่อย่างที่ผู้ที่ยังอ่อนประสบการณ์อยู่มากเช่นพวกเรานั้น ไม่สามารถตีโจทย์ของชีวิตให้แตกออกได้เพียงด้วยประสบการณ์ของตัวเองตามลำพังเลย

แค่เพียงเรื่องการดู"ฟุ้ง"ที่เป็นปัญหาโลกแตกของเราผู้เข้าปฏิบัติเกือบทุกคนนั้น ท่านอาจารย์ก็ได้กรุณายกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนพร้อมทั้งเน้นให้เราฟังว่า "ฟุ้ง"ก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่มีสภาพการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป ไม่จำเป็นต้องเพียรกำจัดให้"ฟุ้ง"หมดไป แต่ต้องเพียรหมั่นดูและสังเกตในสภาวะของการ"ฟุ้ง"นั้นให้ได้ต่างหาก

เณรจิ๋วได้อ่านการถามตอบอารมณ์วิปัสสนาของท่านอาจารย์แล้วรู้สึกตื้นตันเหลือเกินเมื่อระลึกได้ว่าพระธรรมจากคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีคำตอบให้กับทุกคำถามเช่นนี้เอง พร้อมทั้งรู้สึกประทับใจกับการนำพระธรรมมาอธิบายและขยายความด้วยไหวพริบและสติปัญญาของท่านอาจารย์มากๆเลยขอรับ

ขออนุโมทนากับน้องกิ๊ฟมากๆเลยครับที่นำเอาธรรมะที่มีค่ามาเผยแพร่ให้ได้อ่านกันในเวบนี้

จาก เณรจิ๋วคร้าบบบบ

โดย เณรจิ๋ว [25 ธ.ค. 2552 , 08:10:01 น.] ( IP = 58.9.147.44 : : )


  สลักธรรม 13


มาเสริมสร้างปัญญาต่อค่ะ

ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากนะคะที่เพียรนำความรู้ต่างๆมาฝากเป็นประจำ โดยเฉพาะการถามตอบเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นนับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งค่ะ สามารถนำไปใช้แก้ไขอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นกับตนได้...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [28 ธ.ค. 2552 , 10:53:18 น.] ( IP = 124.121.174.99 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org