มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แด่ท่าน..ผู้ต้องการที่พึ่ง




ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อาจพึ่งได้ในทางเพื่อรู้เหตุผลแห่งธรรมชาติภายนอก เพื่อประดิษฐ์สิ่งต่างๆเพื่อป้องกัน แก้ไขภัยธรรมชาตินอก ตลอดจนถึงเพื่อประดิษฐ์ อาวุธนานาชนิด แต่วิทยาศาสตร์ ไม่สามารถช่วยป้องกันภัย ซึ่งมีอยู่ประจำตามธรรมชาติของร่างกาย คือความ แก่ เจ็บ ตายได้ หมายถึงว่าไม่สามารถจะทำให้คนไม่แก่ ไม่เจ็บ และไม่ตาย ได้นั่นเอง แต่เพียงบำบัด บำรุงไว้ชั่วครั้งคราวหนึ่ง และไม่สามารถป้องกันแก้ไข ภัยที่เกิดขึ้น ของคนซึ่งมีตัณหา ความทะยานอยากเป็นเหตุ

ตรงกันข้าม ภัยเหล่านี้ย่อมทวีความรุนแรงขึ้นเพราะเมื่อยิ่งสามารถประดิษฐ์ยวดยานไปจนถึงโลกอื่น ก็ยังจะไปก่อภัยขึ้นที่โลกอื่นอีกด้วย โดยมากเรามักกลัวภัยจากภายนอก...คอยหลบภัยภายนอก ในขณะเดียวกัน ก็ปล่อยภัยในตัวเองออกไปเป็นภัยแก่ผู้อื่น คือการประพฤติตน ไปตามอำนาจใจที่ปรารถนาความทะยานอยาก สิ่งเหล่านี้เป็นภัยที่น่ากลัว...อันเกิดขึ้นที่ตัวเองทั้งนั้น และออกไปเป็นภัยแก่ผู้อื่น แล้วก็ย้อนกลับมาเป็นภัยเป็นเวรแก่ตนเองในที่สุด

ฉะนั้นเมื่อพึ่งพระรัตนตรัย พึ่งพระพุทธศาสนา......และมุ่ง คิดหาความจริง คอยจับตัวความปรารถนาทะยานอยากไว้ให้อยู่ในอำนาจของตน และคอยควบคุมความดูแลประพฤติ ให้อยู่ในขอบเขตที่ชอบธรรม ภัยที่เกิดจากตนเองและไม่ให้เป็นภัยต่อผู้อื่นด้วย

เมื่อต้องการจะพึ่งพระรัตนตรัยแล้ว.. ท่านจะต้องเข้าใจพระพุทธศาสนาให้ดีที่สุดด้วย เพื่อจะได้เกิดความรู้ ความศรัทธา ในการจะนำพาชีวิตหันเข้ามาศึกษาพระธรรมโดยไม่ย่อท้อ แม้จะพบกับความยากลำบากเพียงใด เพื่อบรรลุจุดหมายคือสันติสุขแล้ว ก็สามารถทนได้เสมอ.

โดย บุษกร เมธางกูร [1 ก.พ. 2553 , 10:42:05 น.] ( IP = 61.90.69.31 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงเป็นศาสดาทรงค้นพบธรรมชาติที่แท้จริงแห่งสากลจักวาล และทรงสอนให้ประชาชน ดำรงชีวิตตามกฎแห่งธรรมชาตินั้นอย่างแยบยล พระองค์ทรงกล่าวว่า... ผู้กระทำผิดกฎของธรรมชาตินี้ .... เช่นดำเนินชีวิต ฝืนธรรมชาติ และดำรงชีพ แบบปราศจากศีลธรรม จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเผชิญกับผลของการกระทำนั้นๆ

เราสามารถจะเห็นบทพิสูจน์ในเรื่องนี้อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน นับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรม ให้ก้าวล้ำสมัยในยุค ITเป็นต้นมา อาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ไพศาลของโลกได้ถูกทำลายและแปรสภาพให้กลายเป็นที่รองรับของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆที่ผุดขึ้นมากมาย

แม่น้ำหลายสาย ได้กลายเป็นแหล่งมลพิศอย่างรุนแรง ขนาดที่เราไม่สามารถที่จะหยุดยั้งความเสียหายที่จะเกิดได้เลย ก็เพราะเหตุจากความละโมบอยากได้สมบัติ ที่เป็นวัตถุอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์โดยตรง อันเนื่องมาจากการขาดปัญญาที่จะเข้าใจ เรื่องความสมดุลย์ ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาตินั่นเอง และแล้วผลที่ประชาชนได้รับจากการเสียสมดุลย์ ที่มนุษย์ผู้กล่าวว่าตนเป็นผู้ฉลาดนักหนา ทำให้มีกระทบของกฎธรรมชาติดังกล่าวนี้



เมื่อคราถูกผลกระทบจากภัยธรรมชาติต่างๆ ก็วิงวอนออดอ้อนร้องพร ให้ใครต่อใครช่วยเหลือ ใครละจะเก่งเกินอำนาจกรรมได้… และด้วยเพราะกฎธรรมชาติเป็นกฎสากล ที่ไม่มีความลำเอียงไม่เข้าใครออกใคร

โดย บุษกร เมธางกูร [1 ก.พ. 2553 , 10:52:38 น.] ( IP = 61.90.69.31 : : )


  สลักธรรม 2

แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงสอนเราชาวพุทธ...ให้รู้วิธีที่จะหยุดยั้งผลกระทบเหล่านั้น โดยเลิกละสิ่งชั่ว กระทำแต่สิ่งดี โดยการฝึกจิต (จิตตํ ทนฺตํ สุขาวหัง) และกำจัดความคิดที่ชั่วร้ายนั้น ออกจากจิตใจ ให้ได้ เมื่อมนุษย์ได้ทำการฝ่าฝืนกฎ สากล หรือกฎธรรมชาติแล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นใดที่จะกำจัดผลกระทบ (ผลกรรม) นั้นได้ นอกจากจะปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎสากล หรือกฎธรรมชาติดังกล่าว ต้องหยุดความละโมบไม่รู้จักพอ แล้วเปิดโอกาสให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เข้ามาแทนที่ในจิตของตน

และกฎของกรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทรงแสดงไว้นั้น ได้เป็นที่ยอมรับของนักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียงของโลก ! คือ Carl Jung (คาร์ล จุง)... ว่าเป็นเรื่องของจิตที่ทำหน้าที่เก็บสะสมกรรม ทั้งดีทั้งชั่ว (collective Consciousness) ที่กล่าวมานี้หาใช่สิ่งใดอื่นไม่ นอกจากการฝากสะสม เมล็ดของกรรมไว้ ในพลังงานของจิต (mental energy)

ตราบใดที่จิต ที่ทำหน้าที่สะสมกรรม และความปรารถนาที่จะมีชีวิต ยังคงมีอยู่ในจิต.. อย่างที่นักจิตวิทยาได้กล่าวมาแล้ว การเกิดใหม่ ก็จะมีขึ้น ไม่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ความจริงย่อมเป็นความจริงอยู่อย่างนั้นธาตุ ขันธ์ ฝ่ายรูปย่อมแตกสลาย หรือดับไปเป็นธรรมดา

แต่พลังงานของจิต ที่มี “ความอยากเกิด” ผสมอยู่ก็จะถูกส่งผ่านไปกับความรู้สึกนึกคิดตลอดมา..ประดุจดังประจุไฟฟ้าที่แล่นไปตลอดในหลอดไฟที่เปิดอยู่นั่นเอง

พลังจิตหรืออำนาจของจิต... ที่มีอยู่นั้นยังอำนาจ สู่การปฏิสนธิ (ปฏิสนธิวิญญาณ) ชีวิตใหม่อันมีผลกรรมที่สะสมไว้ในจิตก็จะเกิดขึ้น โดยที่ไม่มีใครกางกั้นได้เลย ..ที่เรียกว่า อำนาจเหนือธรรมชาติต่างๆนั่นเอง

อย่ามัวแต่ขบคิดปัญหา ที่มีผู้รู้ท่านได้ค้นพบไว้แล้วอีกต่อไปเลย เรามีเพียงหน้าที่ ดำเนินชีวิตตามทางที่ท่านวางไว้ จะได้ไม่เสียเวลาและนั่ง นอน ยืน เดิน ร้องถามอยู่เสมอๆว่า..ใครให้เราเกิดมานะ ทำไมคนเราจึงแตกต่างกัน ล้วนเป็นความรนำพันอย่างไร้ค่าจริงๆนะคะ

หยุด...และมั่นคงต่อตนเองเสียที ที่จะพาชีวิตไปจากความหายนะได้แล้วค่ะ



สาสนมามโก โย จ สิกฺขิตุง สรณํปิ จ


บุคคลผู้ใดจะนับถือพระพุทธศาสนา พึงศึกษาให้รู้จักที่พึ่งทั้งสาม คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ชัดให้แน่ แล้วให้รู้จักคุณพระศาสนาว่า ...จะนับถือนี้จะมีประโยชน์อย่างไร

พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร.

โดย บุษกร เมธางกูร [1 ก.พ. 2553 , 11:02:10 น.] ( IP = 61.90.69.31 : : )


  สลักธรรม 3


กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนากับ
อาจารย์บุษกร

อ่านแล้ว เห็นความน่ากลัวของภัยภายในที่เรามี แต่ไม่ได้กลับมามอง เพราะมัวแต่หวาดกลัวภัยภายนอก ทำให้ได้ข้อคิดว่า เราจะไม่มีวันหลบภัยภายนอกได้เลย หากไม่หันกลับมาระวังภัยภายในที่ตนมีอยู่

ขอบพระคุณมากค่ะ จะกลับมาคอยอ่านตอนต่อไป

โดย วยุรี [1 ก.พ. 2553 , 11:47:40 น.] ( IP = 61.90.69.31 : : )


  สลักธรรม 4


ค่ะ...จะหยุดคิดเรื่องที่ผ่านไปแล้ว และจะมั่นคงเดินหน้ามุ่งตรงต่อการกระทำความดีต่อไป เพื่อสักวันหนึ่งก็จะสามารถหลุดพ้นจากความหายนะต่างๆได้ดังใจหวัง

กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรมากค่ะสำหรับข้อคิดสะกิดใจในวันนี้...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [1 ก.พ. 2553 , 12:07:19 น.] ( IP = 124.121.176.187 : : )


  สลักธรรม 5

ใช่เลยค่ะ...เรามัวแต่สงสัยและขบคิดปัญหา ที่มีผู้รู้ท่านได้ค้นพบไว้แล้ว

เราไม่ได้ดำเนินชีวิตตามทางที่ท่านวางไว้ จึงเสียเวลาและนั่ง นอน ยืน เดิน ให้หมดไปวัน ๆ ไปตามภพน้อย ภพใหญ่ท้าทายหายนะซะงั้น

ขอบพระคุณสำหรับข้อคิด ดี ดี ค่ะ

โดย herbs [1 ก.พ. 2553 , 15:43:14 น.] ( IP = 125.24.13.118 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณมากค่ะ
สำหรับข้อคิดที่ดี และควรหมั่นไตร่ตรอง
เพื่อหาทางให้กับชีวิตให้ถูกทางต่อไป

โดย น้องอุ๊ [1 ก.พ. 2553 , 20:50:43 น.] ( IP = 125.24.1.10 : : )


  สลักธรรม 7

เหมาะมากเลยค่ะกับหลายๆ สถานการณ์ที่ทำผลักดันให้แต่ละคนไขว่คว้าหาที่พึ่ง

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [2 ก.พ. 2553 , 13:14:34 น.] ( IP = 125.27.183.141 : : )


  สลักธรรม 8

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ในข้อที่ว่าเพราะเราฝืนธรรมชาติโดยมีกิเลสครอบงำ ผลที่ตอบกลับมาจึงเป็นความทุกข์และความหายนะอย่างไม่จบสิ้น
กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย abctoy - [4 ก.พ. 2553 , 14:48:20 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.65 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org