| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บำเพ็ญทาน
บำเพ็ญทาน
โดย..หลวงพ่อเสือ
![]()
ตอนที่ผ่านมา
มงคลที่ ๑๕ บำเพ็ญทาน
คำว่า ทาน หมายถึงการให้ ทานมี ๒ ประเภท คือ ทานของสัตบุรุษ และ ทานของอสัตบุรุษ ทานของอสัตบุรุษไม่ดี ก็จะสอนแต่สิ่งที่ดี
ทานของสัตบุรุษ มี ๒ นัย
นัยที่ ๑
๑. ให้ทานโดยเคารพ หมายถึง ให้แก่ผู้อื่นด้วยความเต็มใจ ไม่ได้ให้ด้วยความเกรงกลัวหรือจำใจให้ เวลาให้มีกิริยาอ่อนน้อมและยิ้มแย้มแจ่มใส การให้ด้วยความเกรงกลัวนั้น จะไม่ได้ผลของทานเต็มที่ เช่น ให้ทานตามประเพณีวันขึ้นปีใหม่ ก็ต้องเอาไปให้เจ้านายด้วยความเกรงกลัว หรือให้ด้วยความจำใจ
๒. ให้ทานโดยยำเกรง หมายถึง เคารพในทานของตนและเคารพในผู้ที่รับด้วย การให้ก็เลือกให้แต่ของที่ดีมีประโยชน์ ของสะอาด การให้ชนิดนี้เรียกว่าเคารพทานของตนเอง คือ เราสามารถจัดอะไรที่เรารู้ว่าดีเป็นของดีแล้วยกให้กับผู้อื่น เช่น เราจะใส่บาตร เราก็ตักข้าวเสียก่อน ก่อนที่เราจะรับประทาน เพราะรู้ว่าเป็นของดีก็ให้ผู้อื่นก่อน นี่คือ เคารพทานของตนเอง การให้ผู้รับที่สมควรแก่ของ คือ เลือกผู้รับเป็นผู้มีศีลมีคุณธรรม ชื่อว่า เคารพในผู้รับ ถ้าเราจัดของของเราให้ดีให้ประณีต เรียกว่าเคารพทานของตัวเอง แต่เราเลือกให้ผู้ที่มีศีล ผู้ที่มีธรรม เราเคารพในผู้รับในการเคารพผู้รับนี้ ไม่ได้หมายความว่า ถ้าผู้รับเป็นสัตว์เดรัจฉานหรือเป็นผู้ที่ไม่มีศีลแล้วไม่ต้องให้ ไม่ได้พูดอย่างนั้น การให้ทั้งสิ้นให้แต่ของดี ของประณีต จะเป็นกุศลอันดีติดตัวเองต่อไป
๓. ให้ด้วยมือของตัวเอง หมายความว่า ในขณะปัจจุบันนี้เราเป็นมนุษย์ มีมือมีเท้า มีอวัยวะสมบูรณ์ มีโอกาสเพียบพร้อม เราควรทำด้วยมือของตัวเอง ไม่ควรให้ผู้อื่นทำแทนเสมอไป ถ้าจำเป็นจะต้องให้ผู้อื่นทำ ก็ควรเป็นบางครั้งบางคราว นอกจากนั้นแล้ว ควรทำด้วยมือของตนเอง เพราะอะไร จะทำให้เกิดเจตนาที่เป็นบุญในขณะกำลังกระทำ เรียกว่ามุญจเจตนา
เพราะอะไรควรทำด้วยมือของตัวเอง เพราะว่าในสังสารวัฏ คือ รอบแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอันยาวนาน เราไม่สามารถจะรู้ได้ว่า เราจะสิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิดเมื่อไร เราไม่มีทางรู้ได้ว่า เราอาจจะเกิดเป็นคนมีมือขาดหรือเท้าขาดบ้างหรือไม่ หรือเราจะมีโอกาสเกิดเป็นคนได้อีกหรือไม่ แม้จะมีทรัพย์สมบัติมากมายมีของพร้อม ถ้าเผื่อเกิดมาเป็นคนไม่สมประกอบ เช่น ขาดมือไป อยากให้ทานด้วยมือของตัวเอง เราจะทำไม่ได้ ฉะนั้น ในเมื่อกำลังมีโอกาสรีบทำโอกาสนั้นให้เต็มที่ อย่าประมาท
๔. ให้โดยไม่ทิ้งขว้าง หมายถึง ไม่ทิ้งขว้างการให้นั่นเอง ให้โดยสม่ำเสมอ และให้อยู่เป็นประจำ
๕. ให้โดยเห็นผลในอนาคต สร้างเหตุแล้วรู้จักผลนั่นเอง คือ เป็นคนมีเหตุมีผล ให้เพราะมีความศรัทธาเชื่อว่า ทานมีจริง ผลของทานมีจริง ทำทานแล้วไปสู่สุคติภูมิได้จริง เป็นบุญที่เกิดขึ้นที่ตัวเองจริง แม้เป็นมนุษย์เมื่อเกิดในภพชาติหน้าก็จะเป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินทุกสิ่งทุกอย่าง ใครทำใครได้โดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ก.พ. 2553 , 07:56:17 น.] ( IP = 58.9.136.173 : : )
สลักธรรม 1นัยที่ ๒
๑. ให้ทานโดยศรัทธา เพราะผู้ที่เป็นสัตบุรุษ คือ คนดีทั้งหลายจัดว่าเป็นสัตบุรุษประกอบด้วย กายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต คนดีทั้งหลายย่อมให้ทานเพราะเชื่อเรื่องกรรม และเชื่อเรื่องผลของกรรมว่ามีจริง
๒. ให้ทานโดยเคารพ คือ ให้ด้วยกิริยาอ่อนน้อม
๓. ให้ทานตามกาลอันสมควร กาลสมควรมีอยู่ ๕ อย่าง คือ.-
๑. อาคันตุกทาน คือให้ทานแก่ผู้ที่มาสู่ถิ่นตน หมายความว่า ผู้นั้นเป็นผู้มาใหม่ไม่ใช่อยู่ในครอบครัวของตน ยังไม่รู้จักสถานที่และบุคคล ก็ช่วยสงเคราะห์ให้ที่พักให้อาหารเพื่อให้เขาได้รับความสะดวก
๒. คมิกทาน หมายถึง ทานที่ให้ผู้ที่จะเตรียมตัวออกไปในถิ่นอื่นๆ เช่น ช่วยค่าพาหนะ ช่วยเหลือในเรื่องเครื่องอุปโภคบริโภคที่สมควร
๓. ทุพภิกขทาน หมายถึง ทานที่ให้ในสมัยข้าวยากหมากแพง เมื่อเรามีโอกาสมากกว่าก็ให้ผู้ที่อดอยากมากกว่า ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เช่น เมื่อเกิดน้ำท่วมบ้าน ไฟไหม้บ้าน ผู้คนเดือดเนื้อร้อนใจ ไร้ที่อยู่อาศัย การให้ที่พักและข้าวของเครื่องใช้ ข้าวปลาอาหารในเวลานั้น จัดเป็นกาลทานอันสมควรยิ่ง
๔. นวสัสสทาน หมายถึง การให้ข้าวใหม่แก่ผู้มีศีล ข้าวใหม่นี้ไม่ใช่หมายว่าข้าวหอมมะลิ คือ เลือกให้ข้าวหน้าๆ ของดีๆ ที่เราทำมาใหม่ๆ ไม่ใช่เอาของเหลือมาให้นั่นเอง
๕. นวผลทาน หมายถึง การให้ผลไม้ใหม่แก่ผู้มีศีล เมื่อมีข้าว มีอาหาร มีกับข้าวแล้วก็ผลไม้ ก็เอาของที่เราซื้อมารวมกัน แล้วคัดไว้ก่อน ไม่ใช่กินก่อนเหลือแค่นี้แล้วเอาไปใส่บาตร
๔. มีจิตอนุเคราะห์จึงให้ หมายถึง เมื่อเห็นผู้ใดได้รับความลำบากขาดแคลนในสิ่งใด ก็ช่วยเหลือเขาโดยเต็มใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน และโดยไม่คิดว่าเมื่อเราช่วยเขาแล้ว เขาจะตอบแทนเรา มีความเมตตาเป็นตัวค้ำจุนในการให้
๕. ให้ทานโดยไม่กระทบกระเทือนตนเองและผู้อื่น หมายความว่า ไม่กระทบคุณธรรมความดีของตน และไม่กระทบคุณธรรมความดีผู้อื่น เช่น ทำบุญมาก แต่ชอบข่มขู่ผู้อื่น ใช้อภิสิทธิ์ถือว่าทำมากแล้ว จะมีสิทธิ์มากกว่า นี่คือ กระทบกระเทือนผู้อื่นแล้วก็ชอบกล่าววาจาดูหมิ่นผู้ทำบุญน้อย อย่างนี้เรียกว่า ทำให้คุณงามความดีที่ตัวเองทำมาลดน้อยลง อย่างนี้เรียกว่าทำบุญไม่ละโทษ ก็เพราะว่า เรานำทรัพย์สินเพื่อทำลายความตระหนี่ถี่เหนียวแล้วกลับทำลายบุญของตัวเองโดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ก.พ. 2553 , 08:25:21 น.] ( IP = 58.9.136.173 : : )
สลักธรรม 2ฉะนั้น การให้ทานโดยไม่กระทบกระเทือนตนเองและผู้อื่น คือ ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ทำแล้วอย่าใช้อภิสิทธิ์ในที่นั้น (ต้องสอนเพราะมีอยู่มาก และมีอยู่บ่อยๆ)
อานิสงส์ในการบำเพ็ญทาน มี ๑๑ ประการ คือ
๑. เป็นที่มาของสมบัติทั้งหลายได้ (ในชาติหน้า)
๒. เป็นที่ตั้งแห่งโภคทรัพย์ทั้งปวง
๓. ผู้ให้ย่อมได้รับความสุข
๔. ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของคนหมู่มาก
๕. ผู้ให้ย่อมเป็นผู้ผูกไมตรีผู้อื่นไว้ได้
๖. ทำให้เป็นผู้มีเสน่ห์น่านับถือ
๗. ทำให้เป็นที่น่าคบหาของคนดี
๘. ทำให้เข้ากับสังคมอื่นได้คล่องแคล่ว
๙. ทำให้องอาจสง่าผ่าเผยได้ทุกชุมชน
๑๐. ทำให้มีชื่อเสียงเกียรติคุณดี
๑๑. ตายแล้วสู่สุคติภูมิ
![]()
![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [2 ก.พ. 2553 , 08:27:30 น.] ( IP = 58.9.136.173 : : )
สลักธรรม 3![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [2 ก.พ. 2553 , 13:09:44 น.] ( IP = 125.27.183.141 : : )
สลักธรรม 4กราบขอบพระคุณค่ะ โดย เซิ่น [2 ก.พ. 2553 , 22:08:03 น.] ( IP = 58.8.53.221 : : )
สลักธรรม 5
มาน้อมรับมงคลชีวิต ในเรื่องของการบำเพ็ญทานค่ะ
![]()
โดย พี่ดา [9 ก.พ. 2553 , 11:02:43 น.] ( IP = 124.121.176.189 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |