| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แด่ท่าน..ผู้ต้องการที่พึ่ง ๓.
ตอนที่ผ่านมา อ่านที่นี่คะ
ขอเรียนท่านท่านหลายให้ทราบว่า พระพุทธศาสนาให้รู้จักความจริงของชีวิตทั้ง ๒ ด้านอย่างชัดเจนอย่างยิ่งแก่ผู้ที่ต้องการเข้ามาพึ่งหนทางที่พระองค์ทรงตรัสรู้นั่นก็ คือ...ธรรมชาติที่แท้จริงของชีวิตและเหตุให้เกิดทุกข์พร้อมทั้งเหตุแห่งความสุข. ซึ่งความรู้เช่นนี้แม้ แต่ทฤษฎีทางการแพทย์วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ยังไม่สามารถจะค้นพบวิธีบำบัดรักษาได้เลยจนกระทั่งวันนี้
ความเจ็บปวดทางใจ ความอึดอัดขัดข้องใจและความไม่พึงพอใจในชีวิตที่เราท่านทุกคนประสบกันอยู่โดยไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้เลย โดยที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเหล่านั้นประกอบด้วยเหตุผลตามหลักธรรมชาติที่รู้จักกันในชื่อที่เรียกว่า.. ปัญญา..นั่นเอง
ทรงสอนให้ตั้งอยู่บนฐานของ สัมมาทิฐิ - ความเห็นชอบ (Right understanding) และสัมมาสังกัปปะ-ความดำริชอบ (Right thought) รวมถึงความรู้จริงในกฎธรรมชาติอันเป็นสากล และเมื่อมีปัญญาหยังรู้ดีแล้ว ก็ต้องนำไปพัฒนาจิตของตนเองให้เกิดประโยชน์ และไม่เพียงแต่จะเห็นความจริงเท่านั้น พระพุทธประสงค์ของพระองค์ท่าน มุ่งให้ผู้เข้ามารับรู้นั้นให้ได้รู้ชัดถึงทางแห่งความหลุดพ้นจากความทุกข์ความเดือดร้อน ไม่พอใจในชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วยการวางแนวทางอันจะดำเนินถึงซึ่งพระนิพพานอันเป็นอมตะสุข.
เพราะฉะนั้น การแก้ไขทุกข์แห่งชีวิตดังกล่าวนั้น ต้องอาศัยปัญญาที่แท้จริงเท่านั้น ที่จะสามารถประหานความทุกข์ให้ขาดสิ้นไปได้ และปัญญานี้ไม่สามารถหาได้ในสถาบันทางวิชาการต่างๆ ในศาสตร์ใดๆ แม้กระทั่งในห้องทดลองค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนในสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างก็พากันไปเพื่อสวดอ้อนวอน หรือเพื่อประกอบพิธีกรรมบางอย่างเพื่อให้ตนมีความสุขพ้นจากทุกข์นานัปการโดย บุษกร เมธางกูร [3 ก.พ. 2553 , 09:10:26 น.] ( IP = 58.9.150.207 : : )
สลักธรรม 1ความรู้จริง ความรู้ยิ่งด้วย ปัญญานั้น จริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย จะมีก็อยู่ภายในจิตใจเท่านั้น ซึ่งถูกปลูกขึ้นมาด้วยสัทธา และหมั่นเพาะบ่มด้วยวิริยะดูแลด้วยสติ เอาใจใส่ด้วยสมาธิ จนปัญญาเจริญเติบโตขึ้นภายในจิตใจ
เมื่อมีประสบการณ์ มีความเข้าใจ มีความรู้ความ มีการทำใจให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์เติมที่แล้ว ก็สามารถจะเห็นปัญญา ที่ประกอบด้วยความบริบูรณ์สูงสุดนี้ได้อย่างแจ่มชัดที่ตนเอง
จุดมุ่งหมายของชีวิตก็คือต้องทำความเพียรพยายามเพื่อให้พบธรรมชาติของสิ่งที่มีอยู่ในภายในใจเพื่อบรรลุถึงจุดหมายสุดท้ายของชีวิตนั่นเองเพื่อจะได้จบไปจากปัญหาของชีวิต
เรื่องของ ทุกข์ คือเรื่องสำคัญยิ่งของพุทธศาสนา สิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ และนำมาสั่งสอนคือให้ปวงมนุษย์ปฏิบัติเพื่อการพ้นทุกข์ เพราะการเกิดเป็นทุกข์อย่างยิ่ง.. นับแต่คนเกิดมาเรียกว่า ชาติ คือการเกิดของขันธ์ ๕ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
เมื่อมีชาติคือการเกิด แน่นอนย่อมตามมาด้วย ชรา และมรณะนั่นเอง ดั่งนั้น เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ทั้งหมดนี้เป็นทุกข์ทั้งสิ้น ที่ต้องเกิดแก่ทุกคนโดยไม่มีข้อหลีกเลี่ยง ได้แก่การเสื่อมโทรมของขันธ์ ๕ จนถึงแตกดับสิ้นสุดไปชาติภพหนึ่งแล้วเริ่มต้นใหม่ไม่รู้จบซึ่งเรียกว่าวัฎฎสงสาร
สัจธรรมที่พระพุทธองค์ได้สอนไว้ ที่สำคัญก็คือ ไตรลักษณ์ ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ซึ่งหมายความว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง.... ทุกสิ่งเป็นทุกข์ และทุกสิ่งไม่เป็นตัวตน.. ไม่เป็นของใครเลย ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจการบังคับบัญชาได้เลย จะเห็นได้ว่าทุกข์เป็นสิ่งสำคัญในสัจธรรมนี้ ซึ่งเป็นความจริงตลอดกาลโดย บุษกร เมธางกูร [3 ก.พ. 2553 , 09:14:59 น.] ( IP = 58.9.150.207 : : )
สลักธรรม 2พระพุทธองค์จึงได้ทรงสอนเรื่อง อริยสัจ 4 คือ.. ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค
อริยสัจสี่ เป็นแก่นของศาสนาพุทธที่ทำให้แตกต่างจากศาสนาอื่น ซึ่งทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรคนี้เป็นสี่คำที่ลึกซื้งครอบคลุมคำสอนของพระพุทธองค์เกือบทั้งหมดที่เกี่ยวกับชีวิต
ซึ่งผู้เคยศึกษาปฎิจจสมุปบาท สามารถทราบดีว่า องค์ทั้ง ๔ ดังกล่าวนั้น ก็คือส่วนที่ย่อออกมานั่นเอง จึงได้สรุปง่ายๆเพียง ๔ คำ แต่ละคำมีความขยายออกไปอีกมากและบางครั้งพระองค์ท่านก็สอนเรื่องไตรลักษณ์คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งก็เป็นหลักสำคัญของชีวิตนั่นเอง
เนื่องจากปฏิจจสมุปบาทนี้ คือแก่นแท้ที่สุดของสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ซึ่งต้องทรงใช้เวลานานถึง ๖ ปี ปฏิบัติด้วยวิธีต่างๆด้วยพระองค์เอง รวมทั้งการทรมานพระวรกาย กว่าที่จะทรงเข้าใจธรรมชาติของชีวิตทั้งหมด จนถึงทางแห่งการพ้นทุกข์ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป จึงเรียกได้ว่าเป็นพระพุทธเจ้า เพราะได้ทรงตรัสรู้แจ้งด้วยพระองค์เอง
ประเด็นที่สำคัญอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนาก็คือ บ่อเกิดแห่งปัญหาและความทุกข์ของเราท่านทั้งหลายนั้น
ตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ตรัสว่า... เราทุกคนที่เกิดมาในโลก ล้วนต้องประสบปัญหาและความทุกข์ เพราะตัณหาของเราเองซึ่งมีอยู่ในจิตใจของเรา พระองค์ทรงสอนให้เห็นถึงเหตุของความทุกข์ว่า... มีตัณหาอยู่สามอย่างในตัวเรา ซึ่งเป็นต้นเหตุให้มี เรา หรือ ทำให้เราเกิด แล้วก็ต้องประสบกับปัญหาร้อยแปดพันเก้า รวมทั้งความทุกข์โศกเศร้านานาประการ
ดังนั้นในคราวหน้าก็จะนำท่านทั้งหลายไปค้นหาเหตุที่พระพุทธองค์ทรงสอนนะคะสวัสดีค่ะ
![]()
![]()
โดย บุษกร เมธางกูร [3 ก.พ. 2553 , 09:22:38 น.] ( IP = 58.9.150.207 : : )
สลักธรรม 3กราบขอบพระคุณค่ะ โดย เซิ่น (เซิ่น) [3 ก.พ. 2553 , 22:04:11 น.] ( IP = 61.90.19.27 : : )
สลักธรรม 4![]()
ขอบพระคุณมากค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [5 ก.พ. 2553 , 10:19:46 น.] ( IP = 125.27.182.142 : : )
สลักธรรม 5กราบขอบพระคุณค่ะ
โดย abctoy - [8 ก.พ. 2553 , 16:22:25 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.65 )
สลักธรรม 6
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [11 ก.พ. 2553 , 09:50:45 น.] ( IP = 124.121.177.95 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |