| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การพัฒนาปัญญาภายใต้คุณธรรมและจริยธรรม (๒)
![]()
การพัฒนาปัญญาภายใต้คุณธรรมและจริยธรรม (๒)
โดย พระมหานายก
บรรยาย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๒
ตอนที่ผ่านมา
สำหรับจริยธรรมที่พึงประพฤติสำหรับคนทุกๆ คน พระพุทธศาสนาวางหลักไว้ไม่ยาก พระพุทธศาสนาวางจริยธรรมตัวนี้เอาไว้ ๕ ประการ อันเป็นหลักพื้นฐานสำหรับมนุษย์ทุกคน ไม่ขึ้นอยู่กับชาติหรือศาสนาใดทั้งสิ้น จริยธรรมตัวนี้เรียกกันทางพระพุทธศาสนาว่าศีล ๕ ซึ่งเป็นเรื่องที่ครอบคลุมหมด
ข้อแรกครอบคุลมสวัสดิภาพของร่างกาย คือ ไม่ฆ่าสัตว์ รวมถึงไม่เบียดเบียน ไม่ทำความเดือดร้อนทางกาย ไม่ทรมาทรกรรมให้ใครๆ ได้รับความลำบาก ไม่ทำร้าย ไม่ฆ่าเขาให้สิ้นชีวิต
ข้อที่ ๒ คือ ไม่ลักทรัพย์ ก็เป็นการดำเนินไปของสวัสดิภาพทางทรัพย์สิน จะเห็นได้ชัดว่า คนเราเบียดเบียนกันด้วย ๒ ข้อใหญ่ เบียดเบียนกันทางร่างกายเบียดเบียนกันทางทรัพย์สิน
ข้อที่ ๓ ก็คือ ไม่ประพฤติผิดในกามในการถือครองคู่ จะเห็นข่าวลงในหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆ เป็นประจำในเรื่องของการอยู่ครองคู่กันแล้วมีปัญหา บางทีก็ ๓ คนเลย ทั้งแฟนเก่า แฟนใหม่ และตนเองแล้ว ปืนกระบอกเดียว ๓ คนเลย หมดเรื่องอย่างนี้เป็นต้น แต่อันที่จริงไม่หมดหรอกเรื่อง กลับสร้างเรื่องสร้างปมให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้นไปอีก นี่เกิดจากการครองคู่กันโดยไม่ถูกต้อง ไม่ใช้ปัญญาเข้าประกอบ
โดย ศาลาธรรม [12 ก.พ. 2553 , 11:13:59 น.] ( IP = 125.27.177.129 : : )
สลักธรรม 1
ขอกล่าวอีกครั้ง ข้อแรกเป็นสวัสดิภาพของร่างกาย ข้อที่ ๒ เป็นสวัสดิภาพทางทรัพย์สิน ข้อที่ ๓ เป็นเรื่องของความถูกต้องในการอยู่เป็นคู่ครองกัน ในโลกก็ไม่พ้นเพราะคนเรามีอยู่ ๒ เพศ สุดท้ายก็ต้องจับคู่ตามความเป็นไปของโลกที่เรียกว่าคน (แต่ว่าการจับคู่นั้นจะจับคู่อย่างไร ภายใต้ความดีงามและความถูกต้อง) แม้แต่ศาสนาก็ยอมรับในเรื่องของการอยู่เป็นคู่ครองกัน มิใช่สนับสนุนแต่การบวชประพฤติพรหมจรรย์เท่านั้น กาเมสุมิจฉาจาร แปลว่า ประพฤติผิดในลูก ในภรรยา ในสามีของผู้อื่น แต่เรื่องที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ตามประเพณี ศาสนายอมรับได้ มันเป็นความเป็นไปของโลก ความเป็นสามี ความเป็นภรรยา ศาสนาทุกศาสนายอมรับ แต่ต้องอยู่ภายในกรอบที่วางเอาไว้ ที่ถูกต้อง
ข้อที่ ๔ ก็คือ ไม่กล่าวมุสาวาท ซึ่งเป็นเรื่องของวาจา วาจานี่สร้างอะไรได้มากมาย วาจานี้คมกว่าอะไรๆ มากมาย มีผู้กล่าวว่า ปลายปากกาคมกว่าลูกปืน ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นกว่าทำร้ายคนได้ลึกซึ้งกว่า ปากคนเราก็เปรียบเหมือนปากกา เวลาเขียนหรือพูดอะไรออกไป มันสร้างอะไรได้มากมาย สร้างคุณงามความดีก็ได้ สร้างความชั่วร้ายก็ได้ สร้างความเดือดร้อนมหาศาลก็ได้ บางทีพูดจนคนฆ่าตัวตายก็ได้ บางคนมีวาทศิลป์มาก แม้แต่ในวินัยพระก็ยังมีบรรยายคุณของความตายจนกระทั่งฆ่าตัวตาย ท่านปรับอาบัติปาราชิก วินัยห้ามพระพูด เช่น พูดว่า โอ๊ย! อยู่ไปก็ไร้ค่าไม่มีประโยชน์อะไรหรอกชีวิตนี้ มันมีแต่ทุกข์ทั้งนั้น อธิบายจนกระทั่งเขาเห็นเป็นจริงเป็นจังว่า ตายดีกว่าอยู่ ก็เลยฆ่าตัวตาย
ในสมัยพุทธกาล แม้แต่พระก็เชื่อ มันเป็นมรณัสสติ คือ ระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์ของกรรมฐาน แต่ระลึกผิดทาง ต้องหาอาจารย์ดีๆ สอนในเรื่องนี้ ระลึกผิดทาง เดี๋ยวเบื่อชีวิตเลยแขวนคอตายซะ ไม่เห็นความเที่ยง ไม่เห็นความไม่จีรังในชีวิต ไม่รู้จะอยู่ไปทำอะไร ไม่เห็นคุณค่าของชีวิตตนเอง ก็จัดการให้มันไม่มีชีวิตอยู่ ซึ่งก็ผิดอยู่อย่างเดียว แต่เป็นความผิดที่ร้ายแรงมาก เพราะถ้าทำอย่างนั้นก็เกิดทุกข์ทรมานกว่าเดิม อันนี้ไม่ถูก เป็นการเดินทางที่ผิดเส้นทาง
โดย ศาลาธรรม [12 ก.พ. 2553 , 11:14:32 น.] ( IP = 125.27.177.129 : : )
สลักธรรม 2
ข้อสุดท้ายก็คือ ไม่เสพสุราหรือของมึนเมาที่จะทำให้ขาดสติ ท่านว่าเอาไว้ในเรื่องของสุราเป็นหลัก สุราก็รวมถึงเมรัยคือน้ำหนัก ไม่ได้กลั่น สุราเป็นน้ำเมาที่กลั่น เมรัยเป็นน้ำเมาที่ใช้วิธีหมัก เช่น กระแช่ เป็นต้น แต่ว่าสมัยปัจจุบันนี้ มีสารหลายตัวที่ก่อให้เกิดความมึนเมา เช่น ยาม้า ยาไอซ์ ยาอี มีสารเสพติดมากมายที่ทำให้มึนเมาขาดสติ (เมื่อขาดสติแล้ว ถามว่าสิ่งสำคัญที่จะเกิดขึ้นนั้น คืออะไร? ควบคุมตัวเองไม่ได้ ความมึนเมาก็คือการขาดสติ)
หากขาดสติก็ไม่มีสัมปชัญญะคือปัญญา คนบ้าไม่มีปัญญาเพราะเป็นคนไม่มีสติ สติเสียไปแล้ว ใช้งานไม่ได้แล้ว คนบ้าจะคิดอะไรก็อาศัยปัญญาในระดับคนบ้าเป็นตัวคิด คนบ้าทำอะไรได้มากเหมือนกัน เช่น สามารถปีนขึ้นไปได้สูงในขณะที่คนธรรมดาปีนขึ้นไปไม่ได้ ไม่มีสติควบคุม แต่รู้จักว่าเป็นอย่างไรถึงจะไม่ตก ก็เหมือนที่กล่าวไว้ข้างต้น คือปัญญาที่ใช้คนละความหมาย แต่ก็รู้ว่าคนบ้านั้นมีปัญญาชนิดหนึ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เรียกว่า สชาติกปัญญา รู้เลี่ยงรู้หลบภัย ซึ่งเป็นปัญญาระดับหนึ่งที่สามารถเอาตัวรอด
มาถึงข้อสำคัญ นี่คือ สติ เป็นตัวที่จะสร้างปัญญาได้ ถ้าไม่มีตัวสติ ปัญญาก็ไม่มา สติคือความระลึกได้ ในภาษาบาลีท่านใช้คำว่า สติสัมปชัญญะ มาคู่กันทิ้งกันไม่ได้ มีสติความระลึกได้ มีสัมปชัญญะความรู้ตัว ตัว ความรู้ตัว นี้แหละคือปัญญา เป็นปัญญาในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
โดย ศาลาธรรม [12 ก.พ. 2553 , 11:14:54 น.] ( IP = 125.27.177.129 : : )
สลักธรรม 3
สติความระลึกได้ ระลึกได้อย่างไร นี่ก็เป็นเรื่องของการใช้ศัพท์ซึ่งจะว่าคนไทยโชคดีก็ได้โชคร้ายก็ได้ โชคดีเพราะเราใกล้ชิดบาลีมาก ใกล้ชิดพระพุทธศาสนามาก เราพูดกันโดยไม่ต้องอธิบายมากเราก็เข้าใจ แต่ขณะเดียวกัน การที่เราเข้าใจก็เข้าใจผิดได้ง่ายเพราะเราคุ้นกับมัน ใช้ไปใช้มาก็เลยผิดเพี้ยนจากของเดิมไป
ยกตัวอย่างคำว่า บุญ จะอธิบายให้ฝรั่งฟังถึงความหมายของคำนี้ต้องพูดกันนานกว่าจะรู้เรื่อง คนไทยหากได้ยินคำว่า บุญ ส่วนมากจะเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญหรือเสวยบุญ อย่างน้อยเราก็รู้สึกว่าเราเข้าใจ แต่จริงๆ แล้วอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ เหมือนกับที่พูดคำว่า สติ ถามว่าเรารู้จักมันจริงไหม อาตมาเคยคุยกับโยมว่า เรามีสติความระลึกได้ว่าเราจะยิงนก เรามีความรู้ตัวว่าเราจะยิงนก เราก็ยกปืนขึ้นเล็ง ขณะเดียวกันก็มีสติในการเล็งแล้วเหนี่ยวไกปืน ให้นกมันตายร่วงลงมาเพราะถูกลูกปืนของเรา อย่างนี้เป็นสติไหมเป็นสัมปชัญญะไหม? ตอบได้ว่า ไม่เป็น เพราะสติเป็นคุณธรรมฝ่ายดีเท่านั้น ไม่เคยประกอบกับความชั่ว ประกอบกันไม่ได้เด็ดขาด ที่ว่ามีสติเหนี่ยวไกท่านบอกว่า มันเป็นสมาธิ มันคือความแน่วแน่ในการกระทำ
ท่านให้คำจำกัดความ สติ ไว้ว่า คือความระลึกได้ในกุศลทั้งปวง ระลึกทีไร เป็นกุศลทุกที ระลึกประกอบอกุศลเป็นไปไม่ได้ นี่เป็นตัวอย่างความหมายของคำว่าสติ เวลานำมาใช้ในภาษาไทย เพราะใช้อย่างคุ้นเคยประหนึ่งรู้ แต่ความจริงรู้ผิด
ปัญญามีได้กี่อย่าง? ทางพระพุทธศาสนามีปัญญาเดียว คือ สัมมัปปัญญา ปัญญาถูกต้อง ไม่มีส่วนผิดแม้แต่น้อย มิจฉาปัญญาหรือมิจฉัปปัญญาไม่มี เราใช้คำว่ารู้ผิด ซึ่งไม่ใช่ปัญญาผิด แต่เป็นอวิชชา คือความไม่รู้ หรือรู้ แต่รู้ไม่ถูก สติต้องระลึกในความดีเท่านั้น ระลึกได้ในกุศล ระลึกอกุศลก็ได้แต่ระลึกแล้วต้องละต้องวาง ระลึกว่ามันเป็นอกุศลแล้วไม่แตะไม่ทำไม่เกี่ยวข้องอย่างนี้จึงจะเป็นสติตัวแท้ อย่างที่เป็นที่รู้จักกันดี ก็คือสติปัฏฐาน ๔ สติที่ระลึกไปในกาย ในเวทนา ในจิต และในธรรม ซึ่งเป็นที่ตั้งของสติ ทำให้ระลึกได้ เป็นกุศลอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้น เมื่อสติมาปัญญาก็จะเกิด
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย ศาลาธรรม [12 ก.พ. 2553 , 11:15:18 น.] ( IP = 125.27.177.129 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |