มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะปฏิสันถาร




สภาล่ม (อีกแล้ว)
ธรรมะปฏิสันถาร
พระราชวิจิตรปฏิภาณ


ข่าว“สภาล่ม” เป็นข่าวที่ประชาชนเสียความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง เสียความไว้วางใจที่ได้มอบหมายให้เป็นตัวแทนเข้ามาพิจารณากฎหมายของบ้านเมือง 4 ส่วน คือ

กำจัด และ ป้องกัน
สร้างสรรค์ และ รักษา


การที่สภาล่ม ทำให้กฎหมายที่มีลักษณะข้างต้นเดินไปไม่ได้ ที่เสื่อมก็เสื่อมยิ่งขึ้น ที่จะพัฒนาก็ล่าช้าไม่ทันการณ์ ความเสื่อมก็จะเข้ามาทำลายสังคมประเทศชาติ การพัฒนาที่ควรจะเดินไปด้วยกฎหมายก็ล่าช้าจนพ่ายแพ้การพัฒนาของประเทศคู่แข่งขัน กฎหมายที่รอการพิจารณาซึ่งจัดลำดับไว้ก็ล่าช้าออกไปอีกซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะนักการเมืองกำลัง “เล่นเกม” ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ก็เพราะเล่นเกมกันนี่แหละจึงเอาประเทศชาติเป็นตัวประกัน ประชาชนก็เลยกลายเป็นตัวประกอบ เพราะพวกเขาลืมสัตยาบันที่ปฏิญาณหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในวันเปิดสภา จึงกล่าวได้เต็มปากว่า “สัจจะของนักการเมือง ขึ้นอยู่กับเรื่องของผลประโยชน์ตนและผลประโยชน์ พรรค” ได้ประจักษ์ความจริงว่า... ไม่มีนักการเมืองพรรคไหนจริงใจต่อประเทศชาติและประชาชน...

คราวนี้ลองมาดูสภาล่มว่าเกิดจากสาเหตุอะไร? ก็จะเห็นสาเหตุของการทำให้สภาล่ม คือ

1. ขี้เกียจประชุม คือ ความตั้งใจเดิมไม่มี เป็นเด็กก็ขี้เกียจเข้าห้องเรียนฟังครูสอนจบเรียนมาแบบ “ปรนัย” คือ ลอก เดา ทุจริต เอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วยตอบ สอบซ่อม สันดานจากเด็กก็กลายเป็นสันดานดิบที่ติดตัวมาครั้งเมื่อมาเป็น ส.ส.ก็เลยไม่เข้าห้องประชุม แต่กลับไปจับกลุ่มนินทาที่สภากาแฟในสภาผู้แทน

2. กลุ่มการเมืองสั่งการ คือ ต้องคอยฟังพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดว่าจะให้เข้าประชุมหรือไม่ วิปสั่งอย่างไรก็ต้องทำอย่างนั้น มีแต่หัวกบาลแต่ไม่มีหัวสมอง เป็นมนุษย์หุ่นยนต์ที่ชอบให้คนเขาสั่งการ ถ้าวิปบอกว่า “อย่าเข้า” คนพวกนี้ก็จะไม่เข้า ถ้าวิปบอกว่า “ต้องเข้า” ก็พากันเดินเข้ามาเพื่อลงคะแนนส่วนสาระในขณะที่อภิปรายเป็นอย่างไรไม่เคยรู้ เพราะช่วงนั้นไม่อยู่ในที่ประชุมสภา กฎหมายมันจะออกมาอย่างไรก็ไม่มีใจรับผิดชอบ

3. มีงานส่วนตัวที่ต้องไปทำ คือ ไม่เห็นความสำคัญในหน้าที่ ส.ส.แต่อาศัยสถานภาพไปประกอบธุรกิจ ติดต่อผลประโยชน์ในเวลาประชุมสภา ทำให้ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ทั้งๆ ที่ค่าเดินทางก็เบิกจากงบสภา ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งก็มีมากคน พวกคนหน้าหนาหาผลประโยชน์ในสถานภาพ ส.ส.เบิกค่าเดินทางซึ่งเป็นเงินภาษีอากร แต่ไปหาประโยชน์ส่วนตัว

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [12 ก.พ. 2553 , 19:05:59 น.] ( IP = 61.90.27.197 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ประชาชนที่เขาทราบว่า “สภาล่ม” คือ “ล่มจม ล่มสลาย” เขาก็พากันบ่นเสียดาย บางคนก็ก่นด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย หรือ พากันสาปแช่ง แต่สิ่งที่น่าเสียดายอันเกิดจากสภาล่มที่เป็นผลตามมาก็คือ...

-เสียดายเงินส่วนรวม-ส่วนตัว ที่จ่ายในการเลือกตั้ง
- เสียดายสตังค์ที่สร้างสภา
- เสียดายเวลาของเจ้าหน้าที่
- เสียดายภาษีที่เป็นเงินเดือนและการบริหาร ส.ส.

เมื่อคนเขาเห็นความไม่เอาไหนของ ส.ส.ในการที่ไม่เข้าประชุมและทำให้สภาล่มจนทำให้กฎหมายคั่งค้าง เขาก็เปลี่ยนคำพูด... “จาก ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ เป็น ส.ส.ผู้น่ารังเกียจ, จาก ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ เป็น ส.ส.ผู้น่าจะขว้างกบาลด้วยเกือก” ..เมื่อคนเขาพูดกันตั้งแต่ชั้นเด็กจนถึงผู้ใหญ่ พวกเขาจึงแปล... “ส.ส.” ซึ่งเดิมแปลว่า... “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ...พวกเขาแปลอย่างนี้

ส.ส. แปลว่า สูญเสีย
ส.ส. แปลว่า สาดเสียเทเสีย
ส.ส. แปลว่า เสียศูนย์
ส.ส. แปลว่า สาบสูญ
ส.ส. แปลว่า สาปส่ง

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [12 ก.พ. 2553 , 19:07:27 น.] ( IP = 61.90.27.197 : : )


  สลักธรรม 2

คราวนี้ท่านผู้อ่านก็ต้องมาตั้งวิเคราะห์การได้มาซึ่งความเป็น ส.ส.ว่าพวกเขาได้มาด้วยวิธีการใด ก็จะพบเหตุ 3 ประการ คือ

พรรคการเมืองขอให้สมัคร เพราะ มีเงิน มีดี มีอิทธิพล ประชาชนรู้จัก
พรรคการเมืองจ้างให้สมัคร เพราะ มีดี แต่ ไม่มีเงิน
อยากสมัครด้วยตนเอง เพราะ...

-อยากมีอำนาจต่อรอง
-อยากมีพวกพ้องระดับประเทศ
-อยากแก้กฎหมายที่เห็นเหตุให้การพัฒนาล่าช้า
-อยากใช้ความสามารถและสติปัญญาแก้ปัญหาบ้านเมือง

ที่กล่าวมาทั้งหมดก็เพื่อสะท้อนความรู้สึกของประชาชนคนดี ส่วนประชาชนคนเลวคงไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการเลือก ส.ส. ได้เงินค่าจ้างแล้วก็แล้วกันไป คนจำพวกนี้ ส.ส.เขาก็ด่าว่า “ไอ้พวกเห็นแก่ได้ไส้แห้ง หรือ ประชาชนพวกอีแร้งรุมกินหมาเน่า” แต่ ส.ส. จะรู้สึกรู้สาหรือไม่ก็สุดแท้แต่” สามัญสำนึก และ มโน ธรรมสำนึก” แต่ใคร่อยากจะบอก ส.ส.ว่า...

- เมื่อมีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถก็อย่าให้พลาดไปเลย
- อย่าเนรคุณต่อประชาชนที่ส่งตนมาเป็นผู้แทน


โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [12 ก.พ. 2553 , 19:08:23 น.] ( IP = 61.90.27.197 : : )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนาในความรู้ที่ำำำได้รับเจ้าคะ โยมเรียนจบการเมืองมาคะ แต่ไม่ได้ทำงานการเมือง ทำแต่งานการชนบท โยมเข้าใจว่าส.ส. แปลว่า เสื่อมและเสียคะถ้าทำเพื่อส่วนตัว แต่จะแปลว่า ส่งและเสริมคะถ้าทำเพื่อส่วนรวม ในหลักสูตรที่เรียนไม่มีวิชาจิตสำนึกในอาชีพ น่าจะนิมนต์ท่านเจ้าคุณเขียนตำราให้ท่านส.ส. ได้เรียนก่อนจะลงสมัครกันนะคะ ประเทศชาติ ประชาชน จะได้พบความสุข และสันติมากกว่านี้เจ้าคะ

โดย นครปฐม [12 มี.ค. 2553 , 15:43:57 น.] ( IP = 125.27.220.217 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org