มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะจากห้องเสือพิทักษ์




พระพุทธศาสนา (จากพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์)
1. เป็นศาสนาที่ว่าด้วยความจริงของธรรมชาติที่มีอยู่ ไม่ได้สร้างหรือเสกขึ้น เป็นของจริงตามธรรมชาติ
2. เป็นศาสนาที่มีเหตุผล พิสุทธิ์และไพบูลย์ด้วยการปฏิบัติ ไม่ใช่เรื่องงมงาย เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้สำหรับ
ทุกคน เพียงแต่ยังไปไม่ถึงจุด คือเข้าไปรู้ด้วยตนเองเท่านั้น
3. เป็นศาสนาแห่งความหลุดพ้น ไม่ใช่ให้ยึดติดหรือยึดถืออะไรเลย
4. เป็นศาสนาแห่งการช่วยเหลือตนเอง ไม่ใช่อ้อนวอนร้องขอให้เทพเจ้ามาช่วย
5. เป็นศาสนาธรรมดาๆ ไม่ใช่ศาสนาแห่งความลี้ลับและซ่อนเร้น ธรรมะมีอยู่ทั่วไปตามปกติ ไม่ใช่ต้องทำพิธีกรรมก่อนจึงมี หรือต้องไปที่ไหนๆ อยู่ที่ไหนก็มีธรรมะ
6. เป็นศาสนาที่เมื่อปฏิบัติแล้วได้ผลตามควรแก่การปฏิบัติเอง ทำเอง ทราบเอง ทำมาก ได้มาก เป็นเอง รู้เอง
7. เป็นศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงออกมาด้วยความกล้าหาญอย่างยิ่ง กล้าแสดงว่าสอนโดยรู้เอง
เห็นเอง รู้เห็นจริงด้วยตัวเอง ไม่ใช่เป็นผู้แทนใคร
8. เป็นศาสนาที่ไม่ให้นึกหรือคำนึงเอา คาดคะเน หรือเก็งเอาด้วยตรรกศาสตร์ ดาราศาสตร์

โดย เบญจพร-ทวีพร [18 ก.ค. 2545 , 18:53:05 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่ออะไร
1.เป็นการปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์

2.ทุกข์นั้นได้แก่ ขันธ์ 5 (รูปนามที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย และวนเวียนอยู่ในขณะนี้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น)

3.จะพ้นทุกข็ได้ด้วยการเห็นอริยสัจจธรรมทั้ง 4 ตามที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้

4.อริยสัจจธรรมทั้ง 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

5.จะเห็นอริยสัจจธรรมทั้ง 4 ได้ต้องทำกิจ คือ
ทุกข์ ได้แก่ ขันธ์ 5 หรือ รูปนาม เป็นกิจที่ควรกำหนดรู้อย่างเดียว
สมุทัย ได้แก่ กิเลส ตัณหา 3 เป็นกิจที่ควรทำให้หมดไป
นิโรธ ได้แก่ นิพพาน เป็นกิจที่ควรทำให้แจ้งด้วยการเรียนคันถธุระ และทำให้ถึงด้วยการปฏิบัติ
มรรค ได้แก่ มรรค8 เป็นกิจที่ควรเจริญให้เกิดขึ้น

6. การกำหนดรู้ทุกข์
ผู้กำหนดรู้ทุกข์ ได้แก่ ความเพียร สติ สัมปชัญญะ (ไม่ใช่เรา เพราะไม่มีเรา)
ผู้ละสมุทัย ได้แก่ ความเพียร สติ สัมปชัญญะ (ไม่ใช่เรา เพราะไม่มีเรา)
ผู้แจ้งนิโรธ ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8
ผู้เจริญมรรค ได้แก่ มรรคมีองค์ 8

มรรค 8 นี้เองเป็นผู้ทำกิจรู้ทุกข์ ละตัณหา และแจ้งนิโรธ

โดย เบญจพร-ทวีพร [18 ก.ค. 2545 , 18:58:23 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 2

การทำกิจเช่นที่กล่าวข้างต้นต้องเริ่มต้นที่สติปัฏฐาน

มีอารมณ์ และ ผู้ทำงาน

อารมณ์ ได้แก่ ทุกข์ คือ กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นอารมณ์ให้ผู้กำหนดรู้

ผู้ทำงาน คือ โยคาวจร ได้แก่ ความเพียร สติ สัมปชัญญะ

การทำงานอย่างนี้ มีประโยชน์ 2 อย่าง คือ
1. ทำลายอภิชฌาได้
2. ทำลายโทมนัสได้
อภิชฌา โทมนัส มีอยู่ที่ขันธ์ ขณะนั้นเท่ากับทำลายโมหะด้วยเพราะโมหะเป็นมูล เป็นเหตุร่วม

โดย เบญจพร-ทวีพร [18 ก.ค. 2545 , 19:01:44 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 3

ทำไมจึงต้องศึกษาให้เข้าใจในเรื่องของพระนิพพาน

ที่ควรต้องศึกษาเพราะไม่เช่นนั้นจะถูกกิเลสหลอกเอาได้ หลอกให้ไปในทางที่ไม่ใช่พระนิพพาน
เพราะแม้แต่ เทวดาและพรหมก็ยังบกพร่องในโลกุตตรธรรม (มรรค ผล นิพพาน) เช่นท่านอุทกดาบสและท่านอาฬารดาบสก็ยังถูกกิเลสหลอกไปเป็นอรูปพรหม

ที่ยังบกพร่องอยู่ก็เพราะไม่รู้ปรมัตถธรรม 4 ประการ คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน

ทำไมจึงไม่รู้ปรมัตถธรรม ก็เพราะ “อวิชชา” เป็นผู้ปกปิดไว้

โทษของความไม่รู้ปรมัตถธรรม คือทำให้ยึด รูปนาม ขันธ์ 5 ว่าเป็นอัตตาตัวเรา (กิเลสวัฏฏ์) เป็นเหตุให้ทำกรรม (กัมมวัฏฏ์) ซึ่งมีผลเป็นวิบาก (วิปากวัฏฏ์) เวียนว่ายในวัฏฏทุกข์ไม่รู้จบสิ้น

โดย เบญจพร-ทวีพร [18 ก.ค. 2545 , 19:06:02 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 4

การทำลายอวิชชา คือ ต้องทำวิชชาให้เกิดขึ้น
วิชชา คือ ความรู้ปรมัตถธรรม ต้องเรียนให้รู้และเข้าใจความจริงของธรรมชาติ ซึ่งความรู้นี้ไม่วิปริตผันแปร ไม่มีใครลบล้างได้ เพราะความรู้เช่นนี้เกิดแต่สัพพัญญุตญาณของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ไม่เกิดแก่บุคคลอื่นเลย เป็นวิชชาที่สุขุมคัมภีรภาพมาก ไม่ใช่จะมาคิดนึก ตรึกเอาเองได้

ต้องศึกษาสัจจธรรมให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ (ปริยัติศาสนา) รู้ว่าอะไรเป็นรูป เป็นนาม

แล้วนำไปปฏิบัติด้วยศีล สมาธิ ปัญญา เป็นการกำหนดรูปนามตามความเป็นจริง เพื่อละกิเลสทั้งปวง (ปฏิบัติศาสนา)

ส่วนผลที่ได้รับจากการปฏิบัติชอบ จนกิเลสหมดไปตามลำดับ เรียกว่าปฏิเวธศาสนา

ปริยัติศาสนา เป็นปัจจัยแก่ ปฏิบัติศาสนา
ปฏิบัติศาสนา เป็นปัจจัยแก่ ปฏิเวธศาสนา

เพราะฉะนั้น ปริยัติศาสนา เป็นส่วนสำคัญยิ่งเพราะทำให้ศาสนาสืบต่อ จรรโลงไว้อยู่ได้ไม่จบสิ้น และการไม่ศึกษาธรรม ทำให้หมกมุ่นอยู่ใน ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ซึ่งเป็นเหตุและปัจจัยให้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏทุกข์

การเริ่มต้นศึกษาปริยัติศาสนาจะต้องเริ่มต้นที่พระอภิธรรม เนื่องจากสอนให้รู้จักธรรมชาติที่เป็นความจริง ซึ่งได้แก่ จิต เจตสิก รูป และนิพพาน ธรรมชาติทั้งหลาย ทั้งปวงไม่ใช่ คน สัตว์ เกิดขึ้นตามเหตุและปัจจัย เป็นรูปธรรมและนามธรรม

โดย เบญจพร-ทวีพร [18 ก.ค. 2545 , 19:11:14 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 5

ทำไมต้องรู้รูป – นาม

ก็เพื่อให้เห็นความจริงของรูป – นาม หรือเห็นลวดลายของรูป – นาม ได้แก่ พระไตรลักษณ์ มีประโยชน์ในการทำลายตัณหา อวิชชา กิเลส ให้หมดไป เป็นการแจ้งพระนิพพาน พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ได้จริงๆ

โดย เบญจพร-ทวีพร [18 ก.ค. 2545 , 19:13:41 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 6


พระอภิธรรม แยกตามศัพท์ อภิ แปลว่า ประเสริฐยิ่ง ธรรม แปลว่า ธรรมชาติที่ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ชีวิต เป็นธรรมชาติที่ทรงสภาพไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

พระอภิธรรมเป็นพุทธพจน์ ทรงจำแนก ขันธ์ ธาตุ อายตนะ อินทรีย์ สัจจะ ปฏิจจสมุปบาท ไว้อย่างสิ้นเชิง คือจบสิ้น

ว่าโดยปิฎก จัดเป็น พระอภิธรรมปิฎก
ว่าโดยนิกาย จัดเป็น ทุกขนิกาย
ว่าโดยองค์ จัดเป็น ไวยากรณ์
ว่าโดยพระธรรมขันธ์ มีจำนวนถึง 42,000 พระธรรมขันธ์

พระอภิธรรมแบ่งออกเป็น 7 คัมภีร์ คือ ธรรมสังคิณี วิภังค์ ธาตุกถา บุคคลบัญญัติ กถาวัตถุ ยมก และ มหาปัฏฐาน

พระอภิธรรมแสดงความจริง 2 ประการคือ ปรมัตถธรรม และ บัญญัติธรรม

ปรมัตถธรรม คือ ธรรมชาติที่เป็นจริงอันประเสริฐ ที่ปฏิเสธ สัตว์และชีวิต ปรากฎตามสภาวะที่เป็นจริงไม่วิปริตผันแปร

บัญญัติธรรม คือ สิ่งที่ไม่มีสภาวะความเป็นจริง มนุษย์บัญญัติและแต่งตั้งขึ้น แบ่งเป็น อัตถบัญญัติ และ สัททบัญญัติ

อัตถบัญญัติ คือ บัญญัติที่แต่งถ้อยคำขึ้นเรียกขานกันทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต เกิดรู้เนื้อความของสิ่งนั้น เช่น พระอาทิตย์ ภูเขา สุนัข แมว ฯลฯ

สัททบัญญัติ คือ บัญญัติที่ใช้เรียกขาน เรียกชื่อ คือรู้ด้วยเสียงรู้ด้วยคำพูด เช่น จิต เจตสิก รูป นิพพาน โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ

โดย เบญจพร-ทวีพร [18 ก.ค. 2545 , 19:16:40 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 7

// flower ปรมัตถธรรมมีลักษณะคือธรรมชาติที่ประจำตัวอยู่ 2 ลักษณะ คือ

1. วิเสสลักษณะ เป็นลักษณะที่วิเศษ ที่มีประจำอยู่ในสภาวธรรมแต่ละอย่าง ๆ เฉพาะๆของตน วิเสสลักษณะ มี 4 ประการ คือ

1.1 ลักษณะ ได้แก่ เครื่องแสดงหรือคุณภาพที่มีประจำตัวโดยเฉพาะ

1.2 รสะ ได้แก่ หน้าที่การงานที่กระทำ หรือความสำเร็จที่มีอยู่ในตัวเองของปรมัตถธรรมทั้งหลาย

1.3 ปัจจุปัฏฐาน ได้แก่ ผลที่เกิดจาก รสะ นั่นเอง หรือเป็นความปรากฎขึ้นจากกิจการนั้นๆ

1.4 ปทัฏฐาน ได้แก่ เหตุใกล้ที่เป็นเหตุให้ธรรมนั้นๆ ปรากฎขึ้นมา

วิเสสสลักษณะ 4 ประการที่กล่าวนี้ ชื่อว่า ลักขณาทิจตุกะ เช่น
ลักขณาทิจตุกะของ จิต คือ
มีการรู้อารมณ์ เป็นลักษณะ
เป็นประธานในธรรมทั้งปวง เป็น กิจ
เกิดดับสืบต่อกันไม่ขาดสาย เป็นผลปรากฎ
มีนามรูป หรือ วัตถุ และ อารมณ์ เป็นเหตุใกล้

จิต เจตสิก รูป มีวิเสสลักษณะครบทั้ง 4 ประการ แต่พระนิพพานมีวิเสสลักษณะ 3 ประการเท่านั้น คือ มี ลักษณะ รสะ และ ปัจจุปัฏฐาน ไม่มี ปทัฏฐาน คือเหตุใกล้ให้เกิด
ด้วยเหตุว่าพระนิพพานนั้นเป็นธรรมที่พ้นไปจากเหตุปัจจัย
ส่วนบัญญัติธรรมนั้นไม่มี วิเสสลักษณะเลย

2. สามัญลักษณะ เป็นลักษณะทั่วๆไปเหมือนกันหมดทั้งรูปธรรมและนามธรรม ได้แก่ พระไตรลักษณ์ คือ อนิจจลักษณะ ทุกขลักษณะ และ อนัตตลักษณะ

จิต เจตสิก รูป มี สามัญลักษณะ ครบทั้ง 3 ประการ ส่วนพระนิพพานมีเพียง อนัตตลักษณะ เท่านั้น สำหรับ บัญญัติธรรม ไม่มีสามัญลักษณะ

โดย เบญจพร-ทวีพร [18 ก.ค. 2545 , 19:21:57 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 8

อนุโมทนากับท่านทั้งสองเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ เพราะทำให้ได้ทบทวนความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการเรียนกับการปฏิบัติแบบกระทัดรัดอีกครั้งหนึ่งค่ะ ...สาธุค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [18 ก.ค. 2545 , 20:55:21 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 9

เย้..เย้...ดีใจจังเลย ได้อ่านธรรมะจากห้องเสือพิทักษ์อีก
ต้องขอขอบคุณน้องหนู และน้องวี เป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่ถ่ายทอดธรรมะที่ได้ศึกษามา สรุปเนื้อหาให้คนที่อยู่ไกล(แต่ใจอยู่ใกล้)ได้มีโอกาสศึกษาด้วย
ขออนุโมทนาในกุศลกรรมที่ตั้งมั่นอยู่บนความเพียรแห่งกุศลเจตนาค่ะ

โดย ธัญธร [18 ก.ค. 2545 , 21:31:40 น.] ( IP = 203.146.53.198 : : )


  สลักธรรม 10



. ดีใจมากเลยค่ะที่ได้รับทราบการกระทำอันเป็นมงคลเช่นนี้ค่ะ.......นับเป็นการส่งเสริมตนและผู้อื่นให้เข้าใจพระอภิธรรมนะค่ะ .....

ขออนุโมทนากับคุณ.เบญจพร-คุณทวีพร..เป็นอย่างยิ่งค่ะ....และขอขอบคุณแทนทุกๆท่านที่ได้รับประโยชน์ครั้งนี้ด้วยนะค่ะ.....

โดย พี่ดอกแก้วค่ะ [18 ก.ค. 2545 , 21:42:32 น.] ( IP = 203.146.129.38 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org