| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระประท้วง
สลักธรรม 1นำภัยมาสู่พระพุทธศาสนา ทั้งในปัจจุบันและอนาคต คือ
การที่พระตกอยู่ในลาภ ยศ สรรเสริญ สุขแบบคฤหัสถ์บริโภค รับลาภจากนักการเมืองบางคน บางพรรค ทั้งเป็นลาภจากการทำบุญส่วนตัว ทำบุญพรรค งบประมาณที่นักการเมืองจัดสรรถวายวัด การไปร่วมงานบุญของวัด เช่น ยกช่อฟ้า ตัดลูกนิมิต วันเกิด ฉลองสมณศักดิ์ งานศพ ซึ่งเหล่านี้พระในระดับปกครองก็ภูมิใจ ถือว่ามีลูกศิษย์เป็นนักการเมือง ยิ่งถ้าเป็นรัฐมนตรีก็ยิ่งทำให้ดีใจได้หน้า แต่หารู้ไม่ว่าการที่พระรับอะไรจากนักการเมืองนั้น (แม้แต่ถ่ายรูปด้วยกัน) เป็นการนำภัยมาสู่พระรูปนั้นๆ และเป็นการนำภัยมาสู่พระพุทธศาสนา
ในกรณีสุดท้ายนี้ ถ้าเป็นลาภซึ่งนักการเมืองถวาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเงินภาษีจากประชาชน แต่พระสังฆาธิการเข้าใจว่าเป็นเงินของนักการเมือง ว่าทำให้เชื่อใจ มั่นใจ เป็นฝ่ายเดียวกับนักการเมืองคนนั้นๆ แล้วเมื่อนักการเมืองคนนั้นๆ พูดหรือขอร้องเรื่องใดๆ พระก็เกรงใจ เอาด้วย แทนที่ พระจะขี่หัวนักการเมือง สถานปัจจุบันกลายเป็น นักการเมืองขี่หัวพระ ก็แล้วนักการเมืองมีกี่พรรคได้รับลาภสักการะจากนักการเมืองพรรคเดียวแต่ผลเสียคือ ต้องเสียศรัทธาต่อนักการเมืองอีกหลายพรรค รวมถึงประชาชนที่สนับสนุนพรรคนั้นๆ
การประท้วงของพระสงฆ์ใครขอเรียนถวายว่า...อย่านึกว่านักการเมืองเขาไม่รู้นะว่า ใครสั่งการ ใครสนับสนุน ใครได้รับอะไรมาจากใคร...เขามีข่าวกรองที่ละเอียด ชัดเจน มีการจดบันทึกบัญชีแค้น
ถามว่าเขารู้ได้อย่างไร? คำตอบก็คือ พระในระดับล่างเขาพูดกันอย่างนี้
...เอ้า..ไปร่วมกับ นปช.ประท้วงรัฐบาล เจ้าคณะอำเภอท่านสั่งมาไม่ไปกันเดี๋ยวก็พากันตกต่ำหมด...
ส่วนท่านเจ้าคณะอำเภอ จังหวัด ท่านก็พูดว่า... ...เฮ้อ...ไม่อยากจะไปแต่ก็จำเป็น เพราะว่า...อย่างนั้นพวกเราไปช่วยกันหน่อยนะ! ส่วนผมจะอยู่เบื้องหลัง
ก็เมื่อพระสังฆาธิการเขาพูดกันอย่างนี้ เวลานั่งรวมกลุ่มในที่ชุมนุมซึ่งมาจากที่ต่างๆ เขาก็พูดกันอย่างนี้ เอ่ยชื่อผู้สั่งการ เวลารายงานทางโทรศัพท์ในขณะชุมนุมเสียงที่ดังลั่นแข่งกับเครื่องขยายเสียง ความลับที่คิดว่ามันลับมันจะเหลือหรือ ยิ่งขณะชุมนุมต้องมีน้ำ ภัตตาหาร ใครเป็นผู้ดูแลพระเพียงเท่านี้ความลับก็ระเบิดโดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [20 มี.ค. 2553 , 03:57:56 น.] ( IP = 58.9.136.92 : : )
สลักธรรม 2ในเมื่อพระประท้วงรัฐบาล คิดหรือว่าเขาจะกลัวพระ ถ้าเขากลัวหรือพระมีพลังจริง การประท้วงขอให้บรรจุคำ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งชาติ คงสำเร็จแล้ว พระเราลองทบทวนซิว่า ตอนทักษิณเป็นรัฐบาลมีอำนาจเต็มน่ะ มัสยิดขึ้นพรึบ จนเราพูดกันว่าอย่างไร ต่อต้านกันอย่างไร ด่ารัฐบาลครั้งนั้นอย่างไร บัญชีดำของพระหลายๆ รูปมันเกิดขึ้นตรงนั้นและลากยาวมาถึงวันนี้เขารู้ว่า..พระไม่มีน้ำยาจริง...และ การเอาจริงไม่มีใครระดับชั้นสุง พระระดับล่างก็เลยทำงานไม่สำเร็จ ดีนะ...ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ตรัสอะไรๆ ในปีนั้น ซึ่งทำให้พระหน้าทำเนียบกลับวัดได้อย่างไม่ขายขี้หน้า ครั้งนี้...เมื่อประกาศจะปักหลักที่สนามหลวงจะจริงหรือเปล่า? จะกลับวัดอย่างไร?
ถ้าการประท้วงครั้งนี้มีการยุบสภา พระก็รอดตัวไป แต่การบดขยี้ พระพุทธศาสนาจะคืบคลานเข้ามาอย่างเยือกเย็นยาวนานนั่นย่อมเป็นโอกาสของศาสนาอื่นอย่างแน่นอน และถ้าไม่สำเร็จ รัฐบาลมีหนังสือถามไปยังมหาเถรสมาคมเรื่องพระชุมนุมประท้วงพร้อมทั้งหลักฐานการทำผิดประกาศคณะสงฆ์ หลักการทำผิดพระวินัยบางข้อในขณะชุมนุมประท้วงมหาเถรสมาคมจะตอบรัฐบาลอย่างไร? ที่สำคัญมหาเถรสมาคมก็จะหมดศักดิ์ศรี เมื่อเจอกับรัฐมนตรีในงานต่างๆ เขาจะไหว้ด้วยใจจริงหรือ! และเบื้องหลังของความแตกร้าวของมหาเถรสมาคม ท่านก็จะพูดกันว่า แหม! ไม่ควรเลย นำความเดือดร้อนมาถึงเราด้วย...
การที่ได้เขียนมาทั้งหมดนี้ อย่าได้มองว่า สาวไส้ให้กากิน ชี้โพรงให้กระรอก แต่ได้ยินเต็มหูมาอย่างนี้จริงๆ การตั้งรับภัยพระศาสนาในปัจจุบัน และอนาคตจึงเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัว และจะเป็นมรดกบาปที่พวกรัฐร่วมกันทำแก่พระพุทธศาสนาและพระเณรรุ่นหลัง คิดอย่างนี้ บอกตามตรงว่า...มีแต่ความเสียใจ...และคงตายตาไม่หลับ...
คงมีพระพูดกันว่าเขียนอย่างนี้เป็นแกะดำของคณะสงฆ์...ขอเรียนว่า เปล่าเลย! ไม่เคยรับนิมนต์นักการเมืองสักคน และไม่เคยเชิญนักการเมืองไปทำกิจกรรมใดๆ ไม่ว่าจะเป็นคนไหน พรรคไหนทั้งสิ้น ถ้าจะถามว่า แล้วอยู่ได้อย่างไร? ก็ขอตอบว่า...อยู่เป็นกลาง ให้ความเป็นธรรม และระลึกถึงความตาย อันคืบคลานมาสู่ตนเองทุกวัน...เพียงแต่อธิษฐานไว้ว่า ขอให้ตายหลังโยมแม่เท่านั้นเอง
![]()
ธรรมะปฏิสันถาร ...จากพระราชวิจิตรปฏิภาณ ลงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันศุกร์ ที่ 19 มีนาคม 2553.โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [20 มี.ค. 2553 , 04:28:40 น.] ( IP = 58.9.136.92 : : )
สลักธรรม 3พระบางกลุ่มไม่ควรทำให้ศาสนาพุทธมัวหมอง
ไม่อยากนับถือแล้วโดย ห่วงศาสนาตกต่ำ [21 มี.ค. 2553 , 23:21:28 น.] ( IP = 58.136.100.128 : : )
สลักธรรม 4เคยสลดใจพระพม่าที่ออกมาประท้วงรัฐบาลเผด็จการ
สลดเพราะมีความเคารพพระอยู่ในใจ...พระออกอาการบู๊มองยังไง...ก็ไม่สวยงาม
ตามบ้านนอก...คนยังนั่งลงพนมมือไหว้พระสวยงาม
ในกรุงเทพ...ไห้วพอเป็นพิธี
สรุปว่า....คนไทยยังเคารพพระกันแนบแน่น
อีกด้าน...ที่จ้องจะตำหนิพระก็มี
พระที่ขึ้นเวที....พูดยังไงก็เป็นพระ
จึงไม่เข้ากับบรรยากาศทางการเมือง
ท่านไม่รู้สึก...แต่เรารู้สึกได้...."ไร้เดียงสาทางการเมือง"
เถรสมาคม...นั่งประชุมให้ตายก็แก้ความดื้อของพระไม่ได้
อ่านบทความที่ท่านเขียบนขึ้นมาแล้ว...
เหมือนจับพระไปยืนหน้ากระจก....
ในกระจก หรือ ที่อยู่หน้ากระจก...ไม่งาม
ตอบว่า...มองยังไงก็ไม่งาม
คนที่ไม่เข้าใจ....ไม่มีวันเข้าใจ...อ่านแล้วก็สยอง
"แต่การบดขยี้ พระพุทธศาสนาจะคืบคลานเข้ามาอย่างเยือกเย็นยาวนานนั่นย่อมเป็นโอกาสของศาสนาอื่นอย่างแน่นอน....."
อยากนิมนต์ท่านกลับวัด....กลัวท่านจะไปโรงพยาบาล...แล้วศพไม่สวย!
สงสัยท่านคงลืม...."มรณานุสติ"
โดย ลุงเล็ก [21 มี.ค. 2553 , 23:27:05 น.] ( IP = 61.90.73.58 : : )
สลักธรรม 5^ ^
โดย ธันวันตรี [30 มี.ค. 2553 , 17:38:12 น.] ( IP = 125.26.182.90 : : 192.168.2.70 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |