มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บัญชีชีวิต (๓)




ตอนที่ผ่านมา

๒. บัญชีทางธรรม

บัญชีทางธรรมหรือบุญ-บาปที่ติดตัวมาข้ามภพข้ามชาติ เป็นบัญชีที่ยืดเยื้อยาวนาน ไม่เหมือนกับบัญชีทางโลกซึ่งตายแล้วก็จบกันไป

หากพูดถึงบัญชีทางธรรมในรูปแบบของบัญชี ก็อาจจะพิจารณาในแง่มุมต่างๆ ได้ เป็นต้นว่า รายรับ-รายจ่าย กำไร-ขาดทุน การปิดงบบัญชีแต่ละงวด เป็นต้น ซึ่งจะยกตัวอย่างให้เห็นดังนี้

รายรับ รูปแบบของรายรับในบัญชีทางธรรมจะมีการรับเข้ามาจากประสาทสัมผัสอันมีตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ

ทางตา รับเข้ามาเป็นภาพหรือรูป โดยการพบเห็นสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันซึ่งมีอยู่มากมาย
ทางหู รับเข้ามาเป็นเสียง โดยได้ยินเรื่องราวต่างๆ ตามที่ประสาทสัมผัสทางหู จะสามารถรับได้ในรัศมีของการได้ยิน
ทางจมูก รับเข้ามาเป็นกลิ่น
ทางลิ้น รับเข้ามาเป็นรสจากการกินอาหาร
ทางกาย รับเข้ามาเมื่อมีสิ่งต่างๆ สัมผัสกาย
ทางใจ รับเข้ามาเป็นความรู้สึกเมื่อสิ่งต่างๆ มากระทบประสาทสัมผัส ทางตา หู จมูก ลิ้น และกาย นอกจากนี้แม้ไม่มีสิ่งมากระทบประสาทสัมผัส ใจก็อาจจะนึกคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ได้

รายรับของบัญชีทางธรรมในแต่ละวัน จึงรับเอาสิ่งต่างๆ เข้ามามากมาย จนแต่ละบุคคลไม่สามารถจดจำได้

โดยปกติแล้วเราก็ไม่สามารถควบคุมรายรับของเราได้ เมื่อต้องไปอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ซึ่งต้องได้เห็นได้ยิน ได้สัมผัส ได้สัมพันธ์

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 มี.ค. 2553 , 09:10:00 น.] ( IP = 58.9.229.199 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

รายจ่าย รูปแบบในการจ่ายของบัญชีทางธรรม จะต่างจากการจ่ายในบัญชีทางโลก เพราะทางโลกจ่ายเป็นเงินตรา วัตถุสิ่งของ เพื่อซื้อหาหรือแลกเปลี่ยนสินค้า และบริการต่างๆ

ส่วนบัญชีทางธรรม การจ่ายออกไปทางกาย วาจา ใจ ในการนี้ ใจ เป็นตัวสำคัญในการควบคุมการจ่าย เพราะใจรู้สึกนึกคิดอย่างไรก็จะ พูด (วาจา) ทำ (กาย) ไปตามความรู้สึกนึกคิด

ในบัญชีทางโลกนั้น การจ่ายจะจ่ายให้กับผู้อื่น ส่วนบัญชีทางธรรม จ่ายให้กับบุคคลอื่นก็ได้ จ่ายให้กับตนเองก็ได้

บัญชีทางโลกหากรายจ่ายมากกว่ารายรับจะขาดทุนเป็นหนี้ ส่วนบัญชีทางธรรมะจะจ่ายมากหรือน้อยกว่ารับ ยังไม่แน่ว่าการจ่ายนั้นจะขาดทุนหรือกำไร ต้องดูสิ่งที่จ่ายออกไปนั้นว่าเป็นบุญ(ความดี-กุศล) หรือเป็นบาป (ความชั่ว-อกุศล)

ในแต่ละวันทุกๆ คนจะมีการจ่ายในบัญชีทางธรรมมากมายเหลือคณานับ เพราะได้แสดงออกทางกาย วาจา ใจ อยู่แทบตลอดเวลา นับแต่ตื่นขึ้นจนถึงหลับไป

ทุกครั้งที่คิดดี พูดดี ทำดี การจ่ายนั้นก็เป็นบุญ ที่ได้กับตนเอง ตรงข้ามทุกครั้งที่คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว การจ่ายนั้นก็เป็นบาปที่ได้ดับตนเองเช่นกัน

ลำพังแต่ความคิด โดยยังไม่พูด ยังไม่ทำ ถามว่าเป็นบุญเป็นบาปไหม คำตอบก็คือ เมื่อมีความคิดเกิดขึ้น บุญหรือบาปก็เกิดขึ้นแล้วในดวงจิตของผู้คิด

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 มี.ค. 2553 , 09:14:27 น.] ( IP = 58.9.229.199 : : )


  สลักธรรม 2

บุญ คือความดีที่ผู้ทำทำไปแล้วไม่เดือดร้อน ทั้งขณะที่กระทำและหลังการกระทำ บุญจะนำความปิติ ความอิ่มเอิบใจ และสั่งสมคุณธรรมความดีให้กับผู้กระทำ

เมื่อบุคคลคิดว่าอยากจะทำความดี เช่น ตั้งใจจะทำ ปฏิบัติธรรมช่วยเหลือผู้อื่น ตลอดจนทำความดีต่างๆ ขณะนั้นบุญได้เกิดขึ้นแล้วในจิตใจ แม้ว่าสิ่งที่คิดบางอย่างอาจจะทำบางอย่างอาจจะไม่ได้ทำ

เพราะทุกครั้งที่คิดถึงสิ่งที่ดีงามเป็นบุญ-กุศล ก็จะสร้างนิสัยของจิตดวงนั้นให้เป็นจิตที่มีฐานกำลังของคุณธรรมความดี ชอบคิดในสิ่งที่ดี มีทัศนคติในทางที่ดี

เมื่อจิตมีฐานของคุณธรรมอยู่อย่างเข้มแข็งเช่นนี้ การพูดในสิ่งที่ดี และทำในสิ่งที่ดีก็ง่าย นอกจากนี้ยังเป็นกำลังที่จะต่อสู้กับฝ่ายบาป-อกุศล ที่จะชักนำให้คิดในทางที่ไม่ดีอีกด้วย

ตรงกันข้ามกับการคิดไม่ดีหรือคิดชั่ว จะเป็นบาป-อกุศลอยู่ในจิต แม้ยังไม่พูด ไม่ทำตามความคิดนั้น เพราะการคิดไม่ดีจะสร้างนิสัยไม่ดีให้เกิดขึ้นในจิต เนื่องจากจิตจะบันทึกหรือจดจำความคิดนั้นๆ ไว้ เป็นความเคยชินทำให้คิดไม่ดีง่ายขึ้นบ่อยขึ้น

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 มี.ค. 2553 , 09:17:01 น.] ( IP = 58.9.229.199 : : )


  สลักธรรม 3

การคิดไม่ดีอยู่เนืองๆ จะเป็นการทำร้ายตนเอง ทำให้ตนเองได้รับความเดือดร้อน เป็นบาป

เพราะบาปคือการกระทำใดๆ ที่ทำไปแล้ว ทำให้ตนได้รับความเดือดร้อนในภายหลัง เป็นต้นว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งคิดอิจฉาริษยาผู้อื่น ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ดี

ขณะที่เขาคิดอิจฉาผู้อื่น โดยยังไม่พูด ไม่แสดงให้ผู้อื่นรู้นั้น ผู้ถูกอิจฉายังไม่รู้สึกเดือดร้อน เพราะไม่รู้ แต่ผู้คิดเป็นผู้เดือดร้อน เพราะขณะที่คิดนั้นจิตใจย่อมเร่าร้อน ไม่เป็นสุข ความคิดของตนจึงทำร้ายตน

หากมีความคิดเช่นนี้บ่อยเข้า จะกลายเป็นคนขี้อิจฉา เห็นใครเขาดีกว่าก็อิจฉา ความคิดนี้เองจะเป็นกำลังผลักดันให้นินทาว่าร้าย (ทางวาจา) ผู้อื่น พูดจากระทบกระเทียบส่อเสียดให้ร้ายผู้อื่น ซึ่งถึงขั้นนี้เป็นการผิดศีลข้อมุสา ไม่เพียงแต่เท่านั้นหากปล่อยให้ความอิจฉารุนแรงยิ่งขึ้นจนถึงกับลงมือกระทำ (ทางกาย) ด้วยการกลั่นแกล้งหรือทำร้ายผู้อื่นไปเลยก็ได้

นี่เป็นเพียงความคิดไม่ดีในเรื่องอิจฉาเพียงเรื่องเดียวก็จะเห็นทุกข์ โทษ ภัย ที่เกิดขึ้นกับผู้คิดถึงเพียงนี้ หากพิจารณาไปถึงเรื่องอื่นๆ จากความคิดไม่ดี ก็จะเป็นสิ่งชั่วร้ายปรากฏต่อผู้คิดอีกมากมาย

เช่น คิดโลภ อยากได้ของผู้อื่นมาเป็นของตนโดยไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม นำไปสู่การคดโกง หรือคอรัปชั่น

คิดโกรธ เกลียดผู้อื่น นำไปสู่ความพยาบาทประทุษร้ายถึงกับฆ่าผู้อื่นได้

คิดเห็นแก่ตัว นำไปสู่ความตระหนี่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น

คิดเอาแต่สนุกสนานบันเทิง นำไปสู่การใช้ชีวิตที่ไม่มีแก่นสาร ไม่ประหยัด

คิดในเรื่องอบายมุข ไม่ว่าจะเป็นสุรา นารีหรือบุรุษ การพนัน เที่ยวเตร่ในยามราตรี เกียจคร้านในการงาน คบคนชั่วเป็นมิตร นำไปสู่ความเสื่อม

ชอบคิดเล็กคิดน้อย ทำให้เป็นคนหวั่นไหว เปราะบางทางอารมณ์ ขาดความหนักแน่น มองอะไรคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง มีความทุกข์ในเรือนใจ

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 มี.ค. 2553 , 09:22:26 น.] ( IP = 58.9.229.199 : : )


  สลักธรรม 4

คิดในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริงตามหลักของ ไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) จะเป็นผู้มีความเห็นผิด หลงยึดมั่นถือมั่น ว่าสิ่งที่ตนรัก พอใจหวังไม่อยากให้เปลี่ยน (นิจจัง) เป็นความสุข (สุขขัง) เป็นของๆ ตน (อัตตา)

ครั้นเมื่อสิ่งนั้นเปลี่ยนไป (อนิจจัง) ก็เป็นความทุกข์ (ทุกขัง) เพราะไม่ใช่ของตนจริงๆ จึงบังคับไม่ได้ดังปรารถนา (อนัตตา) เหล่านี้เป็นต้น

ความคิดก่อให้เกิดพฤติกรรมหรือการกระทำ แต่ละวันแต่ละคน คิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องที่ดี (บุญ-กุศล) และเรื่องที่ไม่ดี (บาป-อกุศล) ความคิดดังกล่าว นำความสุขใจ (ดีใจ-สมหวัง) และความทุกข์ใจ (เสียใจ-ผิดหวัง-ไม่ได้ดังใจ) มาให้แต่ละคนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

มีผู้ทูลถามพระพุทธองค์ว่า...

อะไรนำ (สัตว์)โลก
อะไรทำให้ (สัตว์) โลกต้องดิ้นรน
สิ่งทั้งปวงตกอยู่ใต้อำนาจของอะไร

พระพุทธองค์ตรัสว่า (จิต) ความคิด ถ้ารักษาจิตไว้ได้ก็รักษาได้ทุกอย่าง

เมื่อเป็นเช่นนี้บุคคลควรระวังความคิด และควบคุมความคิดของตนโดยมีสติรู้ตัวอยู่เสมอว่ากำลังคิดอะไร หากคิดในสิ่งที่ไม่ดี เป็นบาป-อกุศลก็ให้หยุดเสีย ในขณะที่ความคิดนั้นเพิ่งก่อตัวขึ้น เหมือนไฟกองยังเล็กอยู่ ย่อมดับง่าย เพราะถ้าปล่อยให้ความคิดนั้นสืบสานต่อไปเรื่อยๆ ก็จะมีกำลังผลักดันให้เกิดการกระทำ ทางกาย วาจา ในทางที่ไม่ดี เหมือนไฟได้เชื้อกองโตลุกโชนดับได้ยาก ฉันใดฉันนั้น

ขอให้เข้าใจว่าถ้าคิดถึงสิ่งไหน สิ่งนั้นก็จะย้อมใจให้เป็นไปตามความคิด กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือคิดอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น

ถ้าคิดดี ก็จะพูดดี ทำดี มีพฤติกรรมในทางที่ดี แต่ถ้าคิดไม่ดี ก็จะพูดไม่ดี ทำไม่ดี สร้างนิสัยไม่ดีให้กับตนเอง

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร....นำมาฝาก [24 มี.ค. 2553 , 09:26:54 น.] ( IP = 58.9.229.199 : : )


  สลักธรรม 5


จะเพียรคิดดี ทำดี พูดดี เพื่อควบคุมบัญชีรายจ่ายทางธรรมให้มีแต่สิ่งที่ดีๆค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ ที่นำสิ่งดีๆมาฝากค่ะ

โดย พี่ดา [24 มี.ค. 2553 , 10:27:12 น.] ( IP = 124.121.175.7 : : )


  สลักธรรม 6

โดย น้องกิ๊ฟ [24 มี.ค. 2553 , 15:07:11 น.] ( IP = 125.27.178.241 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ได้และจะนำไปปฏิบัติ ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

โดย pajamat - [25 พ.ค. 2553 , 12:45:16 น.] ( IP = 125.27.33.190 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org