| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บัญชีชีวิต (๖)
ตอนที่ผ่านมา
การมีสติระลึกรู้ทั้งก่อน (อนาคต) ขณะ (ปัจจุบัน) หลัง (อดีต) ในความคิด คำพูด และการกระทำ เท่ากับเป็นการเตรียมการหรือวางแผน (planning) ดำเนินการ (implementation) และประเมินผล (evaluation) อันเป็นหลักการบริหารที่ฝรั่งนำมาสอนกันอยู่ในปัจจุบัน เป็นหลักการสำคัญในการควบคุมพฤติกรรม
เพราะการเตรียมการหรือวางแผนนั้น ทำให้เราสามารถเลือกสิ่งที่เหมาะสมหรือเป็นคุณ ของความคิด คำพูด การกระทำ อะไรที่จะนำไปสู่ความทุกข์ เดือดร้อน ทั้งต่อตนเองและหรือผู้อื่น ก็ปรับเปลี่ยนเสีย เลือกแต่สิ่งที่เป็นคุณประโยชน์
การพิจารณาขณะที่กำลังคิด กำลังพูด กำลังทำอยู่ จะช่วยให้พฤติกรรมที่กำลังแสดงออก เป็นไปอย่างมีสติ ขณะที่แสดงอยู่นั้นให้ประเมินความรู้สึกของผู้รับด้วยว่าเขารู้สึกเช่นไร ถ้าเขารู้สึกในทางที่ไม่ดีก็ให้ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์หรือหยุดเสีย อันจะช่วยให้พฤติกรรมที่แสดงไปนั้นเกิดสัมฤทธิ์ผลในทางที่ดี
การพิจารณาสิ่งที่ได้คิด ได้พูด ได้ทำ หลังจากที่แสดงไปแล้ว เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยปกติก่อนและขณะคิด พูด ทำ สติไม่มีกำลังพอที่จะรู้ตัว จึงพิจารณาไม่ทัน แต่เมื่อแสดงออกไปแล้ว ย่อมมีเวลาที่จะนำมาทบทวนได้ การทบทวนดังกล่าวจะช่วยแก้ขัดเกลาพฤติกรรมของตนและช่วยพัฒนาความคิด คำพูด การกระทำในทางที่ดี เป็นคุณต่อตนเองและผู้อื่นยิ่งๆ ขึ้นโดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 มี.ค. 2553 , 19:38:47 น.] ( IP = 58.9.229.217 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1หลักการพิจารณาก่อน ขณะ และ หลัง คิด พูด ทำ ดังกล่าว เป็นการปิดบัญชี กาย วาจา ใจ ของแต่ละบุคคลในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้เราทราบว่าที่จะแสดง กำลังแสดง หรือแสดงไปแล้วมี กำไร หรือ ขาดทุน เป็นบุญหรือเป็นบาป หากมีกำไรเป็นบุญ ก็ควรทำต่อไป และทำให้มากยิ่งขึ้นในทุกโอกาส หากขาดทุนเป็นบาป ก็ควรจะหยุดเสีย อย่าให้บัญชีนี้เพิ่มขึ้นอีกเลย เพราะเท่าที่มีอยู่ก็ต้องคอยชดใช้เจ้าหนี้ที่ตามมาทวงแทบแย่อยู่แล้ว
ทำหนึ่งให้ได้สอง
ทำอย่างไรเราจะทำบัญชีทางโลกให้ได้บัญชีทางธรรมที่เป็นกำไรทั้ง ๒ ฝ่าย และทำอย่างไรเราจะทำบัญชีทางธรรมให้ได้บัญชีทางโลกที่เป็นกำไรทั้ง ๒ ฝ่ายเช่นกัน
เราสามารถทำ ๑ ให้ได้ ๒ ในบัญชีทั้ง ๒ ฝ่ายได้ หากใช้สติปัญญา แต่ถ้าขาดสติปัญญาแล้ว ทำ ๑ อาจจะขาดทุนทั้ง ๒ อย่างได้
ในการประกอบอาชีพหรือดำเนินชีวิตประจำวัน หากบุคคลมีความเห็นที่ถูกต้อง (มีสัมมาทิฐิ) เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม เกรงกลัวผลของกรรมชั่วที่จะได้รับ บุคคลจะถือศีลได้ จะเป็นผู้ที่มี วาจาชอบ (สัมมาวาจา) การกระทำที่ชอบ (สัมมากัมมันตะ) อาชีพสุจริต (สัมมาอาชีวะ) การมีศีลดังกล่าวส่งผลให้ทำบัญชีทางโลกและบัญชีทางธรรมมีกำไร เป็นบุญไปในคราวเดียวกัน กล่าวคือ
การมีวาจาชอบ (สัมมาวาจา) ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อโดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 มี.ค. 2553 , 19:44:18 น.] ( IP = 58.9.229.217 : : )
สลักธรรม 2เมื่อไม่พูดเท็จ คำพูดของบุคคลนั้นก็เป็นที่เชื่อถือของคนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา ทำให้เป็นผู้ที่มีเครดิตทางคำพูด ซึ่งการติดต่อค้าขายและรับบริการกันนั้น ไม่มีใครชอบถูกหลอก หรือถูกโกหก เมื่อเป็นเช่นนี้การค้าและการบริการต่อกัน จึงเป็นไปด้วยความซื่อสัตย์ ลูกค้าก็ชอบ ผู้รับบริการก็ติดใจ
ส่วนการไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ทำให้บุคคลเป็นผู้พูดจาไพเราะ ไม่กระด้าง ไม่ระคายหู เป็นปิยะวาจา อันเป็นวาจาที่ผู้ฟังรู้สึกรักใคร่พอใจผู้พูด
สำหรับการไม่พูดเพ้อเจ้อ คือไม่พูดในสิ่งที่ไร้สาระนั้นทำให้ผู้พูดเป็นผู้ที่พูดในสิ่งที่มีสาระ พูดในอรรถเป็นธรรม คำพูดจึงเป็นสุปิยะวาจา คือพูดดี ไพเราะ มีประโยชน์ คำพูดเช่นนี้ สมดังที่สุนทรภู่ท่านว่า
อันอ้อยตาลหลานลิ้นแล้วสิ้นซาก
แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย
การมีศีลในเรื่องวาจาชอบดังกล่าว ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติทำมาค้าขึ้น ทำงานก็เป็นที่รักของผู้บังคับบัญชาเพื่อนร่วมงานมีกำไรในทางบัญชีทางโลก ขณะเดียวกันคำพูดที่เป็นประโยชน์เป็นอรรถเป็นธรรมต่อผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังคลายความทุกข์ ช่วยปลอบปลุกใจเมื่อเขาผิดหวัง เขาเศร้า ให้ความรู้ ความเห็นในทางที่ถูกที่ควร คำพูดดังกล่าวก็เป็นบุญ เป็นกำไรในบัญชีทางธรรมด้วย
ตรงข้ามหากวาจาเป็นมิจฉา คือพูดโกหก พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ นั้นผู้ฟังย่อมไม่ชอบ เป็นคำพูดที่ก่อศัตรู ไล่ลูกค้า ทำมาค้าขายย่อมไม่ขึ้น หามิตรได้ยาก ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย ไม่มีใครอยากอยู่ใต้บังคับบัญชา และไม่มีใครอยากได้มาเป็นลูกน้อง คำพูดเช่นนี้ทำให้ขาดทุนทั้งบัญชีทางโลกและบัญชีทางธรรมโดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 มี.ค. 2553 , 19:47:48 น.] ( IP = 58.9.229.217 : : )
สลักธรรม 3การกระทำที่ชอบ (สัมมากัมมันตะ) หมายถึง เว้นจากการฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม
การฆ่าสัตว์นั้นรวมทั้งฆ่ามนุษย์ด้วย ผู้ที่ฆ่าสัตว์ด้วยเจตนา ย่อมได้รับวิบากกรรม เป็นบาปขาดทุนในบัญชีทางธรรม แม้ว่าการฆ่าสัตว์ขายเป็นอาชีพที่ไม่ผิดกฎหมาย ได้เงินมาจับจ่ายใช้สอย
บางรายอาจจะร่ำรวยเพราะอาชีพฆ่าสัตว์ ขายเนื้อสัตว์ แต่เงินที่ได้มาใช้ไปไม่เท่าไรก็หมด หรือถึงร่ำรวยมีเงินเหลือ ตายไปแล้วก็เอาไปไม่ได้ ต่างไปจากบาปหรือวิบากกรรมที่จะต้องไปชดใช้ในชาติต่อไป บางรายต้องไปตกนรก บางรายเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ถูกเขาฆ่าตายเช่นเดียวกับที่เคยฆ่าเขา เงินที่ได้มาจากอาชีพดังกล่าวจึงไม่คุ้มกันเลย
บางรายที่ฆ่าสัตว์เป็นอาชีพ มีโรคภัยไข้เจ็บประจำตัว ต้องทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด เงินที่หามาได้ก็ใช้รักษาตัวจนหมด โรคดังกล่าวมีผลมาจากการฆ่าสัตว์ การเบียดเบียนสัตว์นั่นเอง
มีผู้ชอบตั้งคำถามแบบ...ว่า ถ้าห้ามฆ่าสัตว์แล้ว คนในโลกจะเอาเนื้อสัตว์ที่ไหนกิน หรือบางครั้งพระไปเทศน์เรื่องศีล ๕ ข้อแรกห้ามไม่ให้ฆ่าสัตว์ โยมก็ยังเอาไปนินทาว่า ถ้าอย่างนั้นพระก็อย่าฉันเนื้อสัตว์สิ ปากเทศน์ว่าอย่าฆ่าสัตว์ แล้วทำไมยังฉันเนื้อสัตว์ล่ะโดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 มี.ค. 2553 , 19:50:28 น.] ( IP = 58.9.229.217 : : )
สลักธรรม 4สำหรับเรื่องการฉันเนื้อสัตว์ของพระนั้น ในสมัยพุทธกาล พระเทวทัตไปทูลขอพระพุทธเจ้าให้บัญญัติห้ามพระฉันเนื้อสัตว์ แต่พระพุทธองค์ทรงเห็นว่า ถ้าห้ามเช่นนั้น จะสร้างความยุ่งยากแก่ฆราวาสที่เขาใส่บาตร เพราะปกติอาหารที่เขานำมาใส่บาตร เป็นอาหารที่เขาแบ่งจากที่เขาทำรับประทาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีเนื้อสัตว์ หากห้ามเช่นนั้นเขาก็จะต้องปรุงอาหารมังสวิรัติมาใส่บาตรโดยเฉพาะ เป็นการสร้างความยุ่งยากแก่เขา พระพุทธองค์จึงไม่ทรงบัญญัติห้าม
แต่การฉันเนื้อสัตว์ของพระจะต้องไม่เป็นผู้สั่งให้เขาฆ่ามาปรุงเป็นอาหารถวายตน ไม่เห็นเขาฆ่าสัตว์นั้น และไม่ยินดีในการฆ่า ที่นำเรื่องนี้มากล่าวเพื่อผู้อ่านจะได้เข้าใจ
ผู้ตั้งคำถามข้างต้นอาจจะไม่ได้พินิจพิเคราะห์และไม่เข้าใจธรรมชาติของสัตว์โลก (รวมมนุษย์ด้วย) ว่าวิสัยสัตว์โลกนั้นเกิดมาเบียดเบียนกัน คือ แย่งที่ทำกิน แย่งถิ่นกันอยู่ แย่งคู่กันครอง แย่งของกันใช้
ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะห้ามไม่ให้สัตว์เดรัจฉานฆ่ากันเอง..เช่นเดียวกันก็เป็นไปได้ที่คนจะไม่ฆ่าสัตว์หรือไม่ฆ่าคนด้วยกัน
การกระทำหรือพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่ดี เป็นโทษเป็นภัยต่อผู้กระทำ แต่ก็ยังมีคนทุกชาติ ทุกศาสนาทำกันอยู่ทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งนั้นไม่ดี เช่น เล่นการพนัน เสพและค้ายาเสพติด คดโกง ตลอดจนคอรัปชั่น ประพฤติผิดประเวณีและค้าประเวณี เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้มีมนุษย์ชาติไหนบ้างที่ไม่ประพฤติกัน ทั้งๆ ที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม
ฉันใดก็ฉันนั้น การฆ่าสัตว์ ตลอดจนอาชีพฆ่าสัตว์ รวมถึงขายสัตว์ให้เขาเอาไปฆ่า แม้ผิดศีล เป็นมิจฉาอาชีพ แต่ไม่ผิดกฎหมาย เว้นแต่ฆ่ามนุษย์ จึงไม่ต้องเป็นห่วงแม้แต่น้อยเลยว่า จะไม่มีผู้ประกอบอาชีพดังกล่าว
เขาเอาผลประโยชน์จากรายได้เฉพาะหน้า ส่วนบาปที่จะส่งผลเป็นวิบากกรรม ซึ่งเขาจะต้องชดใช้นั้นเขาไม่สนใจหรอก เพราะฉะนั้นอย่าห่วงเลยว่าคนจะไม่ประกอบมิจฉาอาชีพดังกล่าว ขอเพียงแต่ว่าอย่าให้เป็นตัวเรา คนในครอบครัวของเรา หรือบุคคลที่เรารักประกอบอาชีพนี้เลย เพราะผลได้ไม่คุ้มเสีย
เมื่อบุคคลเว้นจากการฆ่าสัตว์ (รวมมนุษย์ด้วย) ก็เกิดความเมตตาต่อสัตว์โลก ไม่เบียดเบียนกันสร้างสันติสุขขึ้นมาในชุมชน ในสังคม การมีเมตตาต่อกันเป็นบัญชีทางธรรมที่ทำให้มีกำไร
การลักทรัพย์ รวมถึงการทุจริต คดโกงในรูปแบบต่างๆ ที่ได้ทรัพย์มาโดยไม่ชอบธรรม แม้ว่าทรัพย์ที่ได้จะทำให้บัญชีทางโลกของตนมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น แต่ก็ขาดทุนบัญชีทางธรรม เพราะเป็นการประพฤติที่ผิดทั้งศีลและธรรม ผู้ที่ประพฤติจะต้องได้รับผลกรรมทั้งในชาตินี้และชาติหน้าโดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 มี.ค. 2553 , 19:56:06 น.] ( IP = 58.9.229.217 : : )
สลักธรรม 5บางกรณีที่ลักทรัพย์ผู้อื่น ถูกเขาจับได้ถูกลงโทษทรัพย์สินก็ถูกริบเป็นของแผ่นดิน หรือถูกฟ้องร้องต้องเสียเงินต่อสู้ทางกระบวนการทางยุติธรรม หมดเงินไปมากมายก็ยังไม่พ้นโทษ กรณีเช่นนี้ ขาดทุนทั้งบัญชีทางโลกและทางธรรม บางกรณีกฎหมายยังเอาโทษไม่ได้ ก็ถูกสังคมลงโทษเป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามและไม่ไว้วางใจของคนในสังคม
การประพฤติผิดในกาม ได้แก่การล่วงละเมิดในคู่ครองของผู้อื่นที่เจ้าของเขาหวง ผู้ประพฤติผิดในกามผิดทั้งศีลและธรรม ขาดทุนในบัญชีทางธรรมอย่างแน่นอน ส่วนบัญชีทางโลกนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเลี้ยงดูหรือแอบลักลอบเป็นชู้ต่อกัน จึงเสียทั้งทางโลกและทางธรรม
ด้วยเหตุนี้การกระทำที่ไม่ชอบ ทำไปแล้วมีผลเสียมากกว่าผลได้ ส่วนการกระทำที่ชอบ (สัมมากัมมันตะ) ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ผู้รักษาศีลทั้งสามข้อนี้ได้ย่อมเจริญทั้งทางโลกและทางธรรมโดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 มี.ค. 2553 , 19:58:43 น.] ( IP = 58.9.229.217 : : )
สลักธรรม 6อาชีพที่สุจริต (สัมมาอาชีวะ) ได้แก่การไม่ประกอบอาชีพที่ทุจริต หรือมิจฉาอาชีพ ซึ่งมีดังนี้ การขายสัตว์ให้เขาเอาไปฆ่า การขายมนุษย์ การขายอาวุธ การขายยาพิษ (สิ่งเสพติดให้โทษ)
การประกอบมิจฉาอาชีพเหล่านี้ แม้จะได้เงินมา ทำให้มีกำไรในบัญชีทางโลก แต่ขาดทุนในบัญชีทางธรรม เพราะเป็นอาชีพที่เห็นแก่ตัว เป็นการเบียดเบียนทำร้ายทำลายผู้อื่น หรือเอาชีวิตของผู้อื่นมารองรับความเป็นอยู่ของตน
ผู้ที่ประกอบอาชีพดังกล่าวแล้วได้เงินมาเลี้ยงชีวิตเลี้ยงครอบครัว ย่อมยากที่จะเลิกอาชีพเหล่านี้ เพราะเป็นอาชีพที่คุ้นเคย หากเลิกอาชีพดังกล่าวแล้วไม่รู้ว่าจะหาอาชีพอะไรมาแทน บางรายก็อ้างว่าอาชีพอื่นไม่ถนัด ทำไปแล้วเกรงขาดทุน
จากการใกล้ชิดกับการอบรมปฏิบัติธรรมของผู้เขียนมาเป็นเวลานานผู้เขียนได้ฟังเรื่องราวต่างๆ จากผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้มามาก มีหญิงสูงอายุรายหนึ่งมีความทุกข์มากจากลูกของตน ปรากฏว่าไปทำงานที่ไหนก็ทำไม่ได้นานเพราะติดเหล้า มีคนโตที่ดีหน่อยบวชแล้วเลิกเหล้าได้ คนเล็กบวชเหมือนกัน แต่ก็ยังแอบดื่มจนต้องสึก ครั้นสึกมายิ่งดื่มหัวราน้ำ เธอถามว่าเธอควรจะทำอย่างไรโดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 มี.ค. 2553 , 20:01:59 น.] ( IP = 58.9.229.217 : : )
สลักธรรม 7ผู้เขียนถามเธอว่าเธอทำมาค้าขายอะไร เธอตอบว่าขายเหล้า
ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นโทษของการขายสุรา ซึ่งเป็นมิจฉาอาชีพ ส่งผลให้เธอและลูกต้องรับวิบากกรรมเช่นนี้ เพราะอาชีพของเธอทำให้คนอื่นหรือลูกของคนอื่นเมามายมามากต่อมาก ครอบครัวเขาย่อมเดือดร้อน จึงขอให้เธอเลิกอาชีพนี้เสีย
เธอตอบว่าถ้าเลิกขายเหล้าก็ไม่รู้จะขายอะไร ความจริงมีอาชีพอื่นอีกมากมายในโลกนี้ คนอื่นเขายังทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรืองได้ ผู้เขียนพยายามชี้ให้เธอเห็น แต่เธอก็ยังยืนยันว่า ถ้าไม่ขายเหล้าแล้วไม่รู้จะขายอะไร ???
มีผู้ปฏิบัติธรรมรายหนึ่งเธอเข้าอบรมที่ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสตรีวัยกลางคนเช่นกัน เมื่อการอบรมสิ้นสุดลงเธอออกมาแสดงความรู้สึกว่า ครั้งแรกที่เธอมาอบรม ได้ฟังเรื่องการขายเหล้าเป็นมิจฉาอาชีพ เธอฟังแล้วไม่สบายใจ เพราะเธอมีอาชีพขายเหล้าโดยเฉพาะ ทั้งเหล้าในและเหล้าต่างประเทศ ได้เงินมาเลี้ยงชีวิตและครอบครัวพอมีฐานะ
เมื่อกลับจากการอบรม เธอพยายามคิดว่าถ้าเลิกขายเหล้า เธอจะขายอะไรดี เพราะเธอรู้สึกไม่สบายใจเมื่อรู้ว่าอาชีพของเธอเป็นมิจฉาอาชีพถึงแม้จะถูกกฎหมายแต่ก็ผิดทางธรรม
เธอสังเกตเห็นผู้ปกครองบางคนมาซื้อเหล้าจูงลูกหลานมาด้วย เด็กบางคนถือของเล่นมา เด็กจะสนใจของเล่นในมือที่ถืออยู่ เด็กไม่สนใจเหล้า แต่ผู้ปกครองสนใจเหล้า ไม่สนใจของเล่น กลับกันไปโดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 มี.ค. 2553 , 20:06:40 น.] ( IP = 58.9.229.217 : : )
สลักธรรม 8เธอได้สังเกตเห็นต่อไปว่า เด็กถือของเล่นอย่างมีความสุข แต่ผู้ปกครองมาซื้อเหล้า หน้าตาเคร่งเครียดมีความทุกข์
สิ่งที่เธอสังเกตเห็นเด็กและผู้ปกครอง จุดประกายความคิดของเธอขึ้นมาว่า หรือเธอจะขายของเล่นเด็ก แทนที่จะขายเหล้า แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าลำพังขายของเล่นเด็กอย่างเดียวจะมีรายได้เท่ากับขายเหล้าหรือไม่
เธอจึงเริ่มทดลองหาของเล่นเด็กมาขาย วางไว้ส่วนหนึ่งของร้าน พร้อมกับขายเหล้าควบกันไปด้วย เด็กที่ตามผู้ใหญ่มาซื้อเหล้าก็ร้องที่จะให้ซื้อของเล่น ผู้ใหญ่อยากดื่มเหล้าจึงตัดความรำคาญซื้อของเล่นให้เด็ก
ปรากฏว่ามีเด็กๆ มาซื้อของเล่นกันมากขึ้น เธอจึงหามาขายเพิ่มอีกและลดพื้นที่การขายเหล้าลง จนกระทั่งร้านของเธอขายแต่ของเล่นเด็ก ไม่มีเหล้าวางขายอีกต่อไป
เมื่อมาอบรมครั้งที่ ๒ เธอได้นำเรื่องนี้มาเล่าให้ผู้เข้ารับการอบรมฟัง ทุกวันนี้เธอมีความสุขกับอาชีพของเธอ เพราะรายได้จากการขายของเล่นเด็กมากกว่าการขายเหล้าเสียอีกผู้ฟังต่างก็อนุโมทนาในความเห็นถูกของเธอ
เรื่องอาชีพเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาชีพเป็นที่มาของรายได้ ที่บุคคลนำมาเลี้ยงชีวิตและครอบครัว ถ้าเริ่มต้นด้วยสัมมาอาชีพ คืออาชีพที่สุจริตแล้ว นับว่ามีกำไรในบัญชีทางโลก และหากนำเงินที่หามาได้ไปใช้ในทางที่เป็นบุญกุศล เท่ากับว่าได้สร้างบัญชีทางธรรมให้มีกำไรขึ้นมาอีกด้วย นับว่าทำ ๑ ได้ ๒
เช่น นำเงินไปอุปการะผู้ที่ควรอุปการะได้แก่มารดา บิดา ผู้มีพระคุณทำบุญกับพระศาสนา ช่วยสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ช่วยบำรุงกิจการที่เป็นสาธารณกุศล สาธารณประโยชน์ เหล่านี้ เป็นต้น
บุญกุศลที่ทำดังกล่าว จะช่วยเกื้อกูลให้อาชีพของตนมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง และเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น มีกัลยาณมิตร มีบริวารที่ดี และหากได้ถือศีลได้ปฏิบัติธรรมด้วยแล้ว ก็จะช่วยเสริมบารมีของตนให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นมีความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นการใช้ชีวิตอย่างมีค่าไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา ซึ่งโอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่งโดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 มี.ค. 2553 , 20:10:03 น.] ( IP = 58.9.229.217 : : )
สลักธรรม 9สรุป
ถ้าเปรียบชีวิตคือการเล่นหุ้น (ซื้อขายหลักทรัพย์) ทุกคนต่างเล่นหุ้นในสองกระดาน ได้แก่ กระดาน เอ. เป็นกระดานที่เปรียบได้กับบัญชีทางโลก และกระดาน บี. เป็นกระดานที่เปรียบได้กับบัญชีทางธรรม
ตลาดหุ้นไม่มีวันหยุด ทุกคนเล่นกันอยู่ทุกวัน ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนหลับตานอน คนส่วนใหญ่จะตั้งหน้าตั้งตาเล่นหุ้นในกระดาน เอ. อย่างเอาจริงเอาจัง (เอาเป็นเอาตาย) เฝ้าจ้องมองดูการซื้อขายบนกระดานหุ้นและทุกคนก็ซื้อ (รายจ่าย) และขาย (รายรับ) กันอยู่ทุกวัน
เมื่อมีกำไรแต่ละคนก็จะเป็นปลื้ม เมื่อขาดทุนก็จะจ๋อย แต่ละวันๆ ต่างก็ดูการขึ้นลงและซื้อขายหุ้นบนกระดานด้วยใจระทึก
บางคนเล่นไปไม่นานก็ต้องเลิกเล่น เพราะตายเสียก่อน บางคนก็เล่นไปได้นานพอประมาณ และบางคนก็เล่นไปยาวนาน (อายุยืน) แต่ที่สุดทุกคนก็ต้องเลิกเล่นเพราะความตาย
เมื่อเลิกเล่นไม่ว่าเงิน (รวมทั้งทรัพย์สิน) ที่ได้จากการเล่นจะมีกำไรมากหรือน้อยเพียงใดก็ตาม ตลาดหุ้น (โลก) ก็ไม่ยอมให้ผู้เล่นเอาอะไรไปจากบัญชีนั้นแม้แต่น้อย และถึงจะขาดทุน (ทางตัวเลข) ตลาดหุ้นก็ไม่ตามไปทวงคืน
บัญชีในกระดาน เอ. ปิดเป็นศุนย์ เมื่อเจ้าของบัญชีตาย กระดานนี้จึงเป็นกระดานหุ้นมายา แต่ทุกคนกลับทุ่มเทชีวิตจิตใจ ศักยภาพและเวลาเล่นกันอย่างเอาจริงเอาจัง เอาเป็นเอาตาย
สำหรับ กระดาน บี. เป็นบัญชีทางธรรม ซึ่งเป็นบัญชีที่มีผลในระยะยาวของชีวิต แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ใส่ใจดูแลกระดานนี้ เล่นไปอย่างทิ้งๆ ขว้างๆ ขาดความระมัดระวังในการซื้อขาย ไม่ตรวจสอบดูว่าแต่ละช่วงที่สั่งซื้อขาย จะมีกำไร (บุญ) ขาดทุน (บาป) สักเท่าใด บางรายแม้รู้ว่าขายไปจะขาดทุน ก็ยังขายขาดทุน(บาป) จนผลการขาดทุน(บาป-อกุศล) สะสมทับทวีขึ้น ก็ยังไม่รู้ตัว เพราะไม่ใส่ใจ
บางรายที่มีสติปัญญา ก็จะระมัดระวังในการเล่น แต่ละช่วงการซื้อขายจะวิเคราะห์พิจารณา หากกำไรก็จะรีบขาย หากขาดทุนก็จะไม่ขาย หรือหากจะขายไปบ้างเพราะพลั้งเผลอก็ไม่มากนักจึงสะสมกำไรเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเลิกเล่น เจ้าของบัญชีตายไป ผลกำไร (บุญ) ขาดทุน (บาป) ในบัญชีกระดานนั้นไม่ได้เป็นศูนย์เหมือนกระดานเอ. หากแต่จะติดตามผู้เล่นไปในชีวิตนี้และชีวิตหน้า
ถ้ามีกำไร (บุญ) เจ้าของบัญชีก็จะนำไปอุปการะตนได้ทั้งในชีวิตนี้และชีวิตหน้า แต่ถ้าขาดทุนก็ต้องชดใช้หนี้ทั้งในชาตินี้และชาติหน้าเช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ที่เอาแต่หมกหมุ่นในการเล่นเพื่อทำกำไรในกระดานเอ. โดยปล่อยให้กระดาน บี. ขาดทุนสะสมเป็นจำนวนมาก จึงเป็นผู้ที่ขาดวิสัยทัศน์ ไม่มีข้อมูลที่เป็นจริง เล่นอย่างมืดบอด เหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ เห็นแก่ได้เฉพาะหน้า ไม่คำนึงถึงผลเสียในระยะยาว
บุคคลประเภทนี้เป็นเพียงนักลงทุนสมัครเล่น ตรงข้ามกับผู้สนใจทำกำไรทั้งกระดาน เอ. และกระดาน บี. เป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีข้อมูลในการเล่น เล่นด้วยความระมัดระวัง แบ่งการลงทุนในแต่ละกระดานได้อย่างเหมาะสม จึงสามารถทำกำไรมากกว่าขาดทุนในทั้ง ๒ กระดาน เขาเล่นอย่าง มืออาชีพ บุคคลเช่นนี้เกิดมาเพื่อสร้างบารมีให้กับตน มิใช่เกิดมาเพื่อทำร้ายทำลายตน
ลองสำรวจดูว่าท่านเป็นนักลงทุนประเภทใด มือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ.
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [29 มี.ค. 2553 , 20:17:09 น.] ( IP = 58.9.229.217 : : )
สลักธรรม 10
ดูเหมือนว่าจะหยุดลงทุนในกระดานเอแล้ว ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ
ส่วนชีวิตที่เหลือนี้ก็หันมาลงทุนในกระดานบีด้วยความระมัดระวังค่ะ ค่อยๆเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆค่ะ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและอุปนิสัยที่ดีๆต่อไปค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะสำหรับข้อธรรมดีๆ ที่นำมาฝากค่ะโดย พี่ดา [30 มี.ค. 2553 , 10:42:32 น.] ( IP = 124.121.178.3 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |