มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความดีและความประเสริฐ






ความดีและความประเสริฐ


โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร



เราทุกคนเกิดมาไม่มีใครดีพร้อม ต้องยอมรับความจริงว่าถ้าหากเราเป็นผู้เปี่ยมปัญญาไม่โง่แล้ว เราก็จะคงพ้นทุกข์ไปแล้ว

ชีวิตจะไม่มีปัญหาได้ก็ต่อเมื่อไม่เกิดเท่านั้น การเกิดมาไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประเสริฐหรือสัตว์เดรัจฉานล้วนตกอยู่ภายใต้อาสวะกิเลสที่ทำให้ชีวิตนั้นมีความวิปริตพันแปรไปจากความจริงเรียกว่า วิปลาสธรรม คือ ความโง่นั่นเอง

โง่หลงผิดว่าชีวิตเป็นของดี
โง่หลงผิดว่าชีวิตนั้นเป็นสุข
โง่หลงผิดว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตนั้นเที่ยง
โง่หลงผิดว่าชีวิตนั้นมีสาระแกนสาร เป็นตัวตนเป็นคนสัตว์ เป็นหญิงเป็นชาย เป็นเราเป็นของเรา

นี้คือความโง่ที่มีอยู่ในนิสัยของเราทุกคนเป็นธรรมดา เพราะว่าอาสวะนี้จะถูกตัดรอนไปได้ก็ด้วยปัญญาญาณ เท่านั้นเอง

คำว่า ปัญญาที่มี "ญาณ” ก็แยกความหมายได้ว่า ปัญญา คือ ความรู้ ที่เกิดขึ้นจากสัพพัญญุตาญาณคือการเรียนรู้นั้นเอง ส่วนญาณ คือ ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรม

ฉะนั้นเมื่อการปฏิบัติตรงไปตามความรู้ หรือเป็นการปฏิบัติที่ตรงไปตามเงื่อนไขที่เกิดขึ้นจากสัพพัญญุตาณาญ ก็จะมีปัญญาเกิดขึ้นเข้าไปรู้ตามความจริง การเข้าไปรู้ความจริงนี้ เรียกว่าปัญญาญาณที่จะสามารถตัดอนุสัยกิเลส หรืออาสวะกิเลสได้

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [30 มี.ค. 2553 , 08:53:38 น.] ( IP = 125.27.183.135 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


และอีกสองคำที่ท่านควรทำความเข้าใจก็คือ คำว่า ความดี กับความประเสริฐ

การกระทำดีให้เกิดขึ้นทั้งทางกาย วาจา และใจของตน เรียกว่าผู้กำลังกระทำความดี

ส่วนผู้กำลังกระทำความประเสริฐ ก็คือ ผู้ที่กำลังปฏิบัติตามแนวทางอันมีมรรค ๘ เป็นเส้นทาง

เราเกิดมาแต่ละคนนี้นอกจากโชคดีที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ได้อยู่ที่สมควร ได้เกิดในศาสนาพุทธ และขณะนี้ยังมีพุทธศาสนาอยู่ เราก็ยังมีโอกาสที่จะใช้ชีวิตที่กำลังมีอยู่ และกำลังเป็นอยู่นี้ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สร้างสัมมาทิฎฐิให้เกิดขึ้นกับชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นอุดมมงคล

ในการทำงานทางโลกไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็แล้วแต่ สิ่งที่ได้ผลตอบแทนมาก็ไม่ต่างจากการได้ลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข เมื่อมีลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา และทุกข์ ซึ่งเป็นโลกียธรรมทั้ง ๘ ประการ

ซึ่งไม่มีประโยชน์อันแท้จริง ไร้สาระแก่นสาร และที่สำคัญคือเราไม่มีโอกาสที่จะนำโลกียธรรมอันเป็นผลจากการงานทั่วไปติดตามไปในภพชาติหน้าได้เลย แต่การทำงานทางธรรมจะได้สุขอันสถาพรพ้นจากความพินาศ

เราควรจะเอาหลักชัยในพระศาสนาอันเป็นแก่นแท้ที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ คือ อริยสัจจ์ เข้ามาเป็นที่หนึ่งเลยว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรคเป็นอย่างไร แล้วก็เริ่มรักษาชีวิตผลิตความดี และรังสรรค์ให้มีความประเสริฐ ด้วยวิปัสสนากรรมฐาน

จึงขอให้ทุกท่านอย่าได้ลำพองใจในการกระทำของตนนะคะว่า ฉันทำความดีแล้ว เพราะเพียงแค่ความดีมีหลายรสหลายระดับค่ะ แต่เมื่อใดที่ท่านกระทำความประเสริฐและทำได้สำเร็จ ความประเสริฐนั้นก็จะมีเพียงรสเดียวคือ อมตะรสแห่งสุข

เมื่อทำความดีแล้วก็อย่าลืมทำความประเสริฐอันเป็นอุดมมงคลด้วยนะคะ


โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [30 มี.ค. 2553 , 08:54:05 น.] ( IP = 125.27.183.135 : : )


  สลักธรรม 2


ความประเสริฐ เป็นอุดมมงคล ควรที่จะรู้จัก และกระทำให้ยิ่ง

ขอบพระคุณมากน้องกิ๊ฟมากค่ะที่นำคติธรรมเกี่ยวกับความดีและความประเสริฐมาให้รู้จัก

โดย พี่ดา [30 มี.ค. 2553 , 10:48:46 น.] ( IP = 124.121.178.3 : : )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนาสาธุครับ ^ ^

โดย ธันวันตรี [30 มี.ค. 2553 , 17:26:02 น.] ( IP = 125.26.182.90 : : 192.168.2.70 )


  สลักธรรม 4

...ทุกชีวิตในโลกนี้ มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน เพียงแต่กำลังศึกษาและเรียนรู้ในเส้นทางของตน...จนกว่าจะสมบูรณ์ถ้วนทั่วพร้อม เมื่อนั้นชีวิตนั้นจะไม่กลับมาอีก... แต่เมื่อยังไม่สมบูรณ์ถ้วนทั่วพร้อม ก็ต้องกลับมาอีก...ฯลฯ.

โดย คณิต - [31 มี.ค. 2553 , 07:07:35 น.] ( IP = 203.113.22.241 : : )


  สลักธรรม 5

...เรามีพยัญชนะในภาษาไทย ก. ถึง ฮ. มี44 ตัวอักษร และสระ 32 รูป และวรรณยุค 4 รูป 5 เสียง และยังมีหลักอีกมากมายนำมาผสมประสานกัน แล้วกำหนดหรือให้น้ำหนักของคำนั้น ประโยคนั้น ...ถ้าประโยคนั้น คำนั้น ตรงกับจริตของเรา เราก็จะคิดว่าตรง หรือถูก.. แต่โดยนัย ยังมีมูมที่ไม่ตรง หรือถูกเสียทีเดียว อีกมากมาย เช่นการมองเห็นของสัตว์ บุคคล ที่มองในแนวระนาบเดียวกัน ยังมีมุมต่างกันถึง 360 องศา แต่สัตว์ บุคคลก็เห็นที่ละ 1 องศา แล้วจะเห็นก็ต้องกวาดสายตาไป หรือหมุนตัวไป เห็นไหมครับ...ยังมีอะไรอีกมากมายนะครับ... นี้เป็นส่วนหนึ่งที่กระผมได้ศึกษาและประพฤติปฏิบัติมาตามหลักที่พระพุทธองค์อบรมสั่งสอนแก่อริยะบุคคลทั้งหลาย และกระผมก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับอรรถรสนั้น แม้เพียงเล็กน้อย ก็มีความสูขมากมายเสียเหลือเกิน ถ้าท่านนักบุญนักปฏิบัติ ที่ตองการฟังหรือต้องการเห็นมูมมองต่างๆ เพื่ม
Mail มาได้ที่ Khanit_S078@hotmail.com นะครับ.
และได้รับอรรถรส

โดย คณิต - [31 มี.ค. 2553 , 07:45:33 น.] ( IP = 203.113.22.241 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org