มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การให้ทาน





การให้ทาน


โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร



พฤติกรรมที่ทำให้กาย วาจา ใจ ที่เต็มไปด้วยกิเลสนี้มีความเบาบางลงนั่นเริ่มต้นด้วยการให้ทาน

การให้ทาน เป็นการทำลาย " มัจฉริยะ" คือความตระหนี่ ขี้เหนียว ทำให้ความเห็นแก่ได้ ความอุปทานยึดติดในทรัพย์ได้คลายออกไปจากจิตใจตนเอง

ผลของการทำทานนี้ก็เป็นกำไรชีวิต เหมือนกับการฝากเงินไว้กับธนาคาร เขาก็รักษาให้เงินไม่หายไป เราก็ได้รับความปลอดภัยในทรัพย์สินเหมือนใช้ตู้เซฟที่โจรมาปล้นไม่ได้ เพราะธนาคารเขารับผิดชอบอยู่แล้ว

นอกจากนี้เขาก็ยังให้ดอกเบี้ยอีกด้วย เป็นการคืนกำไรให้กับเรา ที่จริงแล้วเขาไม่ให้เราก็ได้ถ้าถือว่าเขาทำหน้าที่คุ้มครองสมบัติให้เราอยู่ ซึ่งเราอย่ามองนอกประเด็นเลยว่า เขาเอาไปหมุน หรือเป็นการลงทุนทำธุรกิจของเรา เพราะจะทำให้เราไม่สบายใจกับดอกเบี้ยที่ได้รับ เมื่อมองอย่างยุติธรรมแล้วใจเราก็จะร่มเย็น ไม่กระเพื่อมไปกับอัดตราแลกเปลี่ยน หรือภาวะทางเศรษฐกิจของโลก

การที่เราได้ดอกเบี้ยทั้งสูงและต่ำก็เพราะเราทำบุญของเรามา ผลของทานก็เลยเอื้ออำนวยให้ได้รับดอกเบี้ย คือเราสร้างเหตุดี ผลของทานนี้ก็ส่งมาทำให้เหมือนกับเรามีเงินงอกออกมา คือมีดอกเบี้ยที่งอก

ฉะนั้น เวลาที่ดอกเบี้ยลดลงก็ต้องนึกให้ได้นะคะว่า นี่คือผลของทานที่ส่งมาให้เรา อาจเป็นเพราะชาติที่แล้วเราทำทานที่มีกำลังน้อย ดอกเบี้ยจึงน้อย

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [1 เม.ย. 2553 , 08:50:45 น.] ( IP = 125.27.179.192 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ส่วนมากคนที่ไม่ได้เรียนธรรมะมักไม่ได้คิดว่า ดอกเบี้ยที่ได้คือผลของทาน แต่คิดเป็นผลของการลงทุนที่ธนาคารต้องตอบแทนให้ แล้วก็ชื่นชมหรือตำหนิธนาคารที่เป็นผู้ให้ดอกเบี้ย นั่นก็คือความวิปลาส

คนที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องเงินทอง มักไม่ได้คิดว่า ทำไมจึงต้องเดือดร้อน? จะคิดแต่เพียงว่า ทำไมธนาคารจึงให้น้อยกว่าเก่า พวกเขามักไม่ได้คิดว่า รายรับด้านกุศลของเรา มีขึ้นมีลง ทานจึงให้ผลไม่เท่าทัน และรายจ่ายด้านอกุศลของเราก็มีขึ้นมีลงเช่นกัน

เมื่อเราเรียนธรรมะกันแล้วก็ควรนำมาใช้ที่ตน มองสถานการณ์โลกให้เป็น โดยเอาความจริงของคนทั้งโลก คือเรื่องกรรมมาเป็นหลัก และโลกนี้ก็ตกอยู่ภายใต้ธรรมชาติแห่งความจริง คือ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา

ในการทำทานนั้นให้พึงระมัดระวังในเรื่องของเจตนา เพราะกำลังเจตนาเป็นสิ่งที่สำคัญ เจตนาที่มีกำลังมากก็ย่อมให้ผลมาก เพราะเจตนาก็เหมือนกับต้นทุน คนที่มีเงินมากก็เพราะว่าเขาทำทานมาดีทำทุนไว้มากทั้งกำลังเจตนาและกำลังทรัพย์ นี่คือเรื่องของกฎแห่งกรรมทั้งสิ้น

ในโลกนี้ไม่มีอะไรใหญ่กว่า "กรรม" เมื่อโลกนี้มีกรรมเป็นของที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เราก็เลือกทำกรรมดี และทำอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ทำให้พร้อมทั้งกายทวาร วจีทวาร และมโนทวาร ที่ประกอบไปด้วยบุพพเจตนา มุญจเจตนา และอปรเจตนาพร้อมทั้ง ๓ กาล




โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [1 เม.ย. 2553 , 08:51:20 น.] ( IP = 125.27.179.192 : : )


  สลักธรรม 2

ขอบพระคุณมากค่ะน้องกิ้ฟ
สำหรับข้อธรรมที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตที่ดี

โดย น้องอุ๊ [2 เม.ย. 2553 , 00:57:50 น.] ( IP = 125.25.180.133 : : )


  สลักธรรม 3


สัตว์โลกต่างเป็นไปตามกรรม

ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ สำหรับข้อคิดสะกิดใจที่นำมาฝากเป็นประจำ

โดย พี่ดา [2 เม.ย. 2553 , 09:21:54 น.] ( IP = 58.9.153.186 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org