มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะ




ความเป็นพาลคือการไม่รู้ความจริง ขณะที่เป็นอกุศลจิตไม่รู้ความจริง ไม่รู้ว่าสิ่งใดถูก

สิ่งใดผิด พาลจึงไม่ได้ห่างไกลตัวเลย คือที่กำลังมีในขณะนี้ ขณะที่ไม่รู้ความจริง ขณะ

ที่เป็นอกุศลธรรม พาลจึงเป็นเพียงการสมมติขึ้นจากสภาพธรรมที่มีจริงคืออกุศลจิต

อกุศลเจตสิกและอกุศลธรรม จะหาพาลจากที่ไหนก็จากใจของแต่ละคน แล้วเราควร

จะไล่พาลใครดี ?
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จอง

เวร ทรงสอนให้มีเมตตาในบุคคลอื่น การไล่คนพาลจึงไม่ใช่การไล่คนอื่น แต่ไล่พาล

คืออกุศลธรรมของตนเองที่มีอยู่

โลกย่อมดำเนินไปอยู่แล้วเป็นปกติ เข้าใจว่าผิดปกติเพราะหลงในเรื่องราวและยึดถือ

ว่ามีเรา มีสีตว์ บุคคล ไม่มีใครจัดการอะไรได้ เราลืมความเป็นอนัตตาและจะเป็นผู้-

จัดการโลก แต่ลืมประโยชน์สูงสุดคือความเข้าใจพระธรรมและการขัดเกลากิเลสทุก

ประการ หากมีความเห็นถูกจริงๆแล้วจะไม่สำคัญว่ามีสัตว์ บุคคลที่เป็นคนพาล แต่เป็น

เพียงสภาพธรรมที่เป็นอกุศลธรรมที่เป็นไปตามเหตุปัจจัยของแต่ละจิต จึงไม่มีสัตว์

บุคคลที่จะไปไล่ ประโยชน์คือ ไล่พาลที่มีในใจของแต่ละคน ความถูกต้องจึงไม่ต้อง

ไปหาที่อื่น หาที่ใจของแต่ละคน แค่นี้ก็เบาด้วยความเข้าใจพระธรรมครับ

โดย รสมน [26 เม.ย. 2553 , 10:23:57 น.] ( IP = 114.128.114.233 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 21



พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ 40

๖. วิมุตติสูตร

ว่าด้วยเหตุแห่งวิมุตติ ๕ ประการ

[๒๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุแห่งวิมุตติ ๕ ประการนี้ ซึ่งเป็น

เหตุให้จิตของภิกษุผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวที่ยังไม่หลุดพ้น

ย่อมหลุดพ้น อาสวะที่ยังไม่สิ้น ย่อมถึงความสิ้นไป หรือเธอย่อมบรรลุธรรม

อันเกษมจากโยคะชั้นเยี่ยม ที่ยังไม่ได้บรรลุ เหตุแห่งวิมุตติ ๕ ประการ

เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระศาสดาหรือเพื่อนสพรหมจารีผู้อยู่ในฐานะ

ครูบางรูปแสดงธรรมแก่ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เธอย่อมเข้าใจอรรถเข้าใจธรรม

ในธรรมนั้นตามที่พระศาสดาหรือเพื่อนสพรหมจารี ผู้อยู่ในฐานะครูแสดงแก่

เธอ เมื่อเธอเข้าใจอรรถ เข้าใจธรรม ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อเกิดปราโมทย์

แล้ว ย่อมเกิดปีติ เมื่อใจเกิดปีติ กายย่อมสงบ ผู้มีการสงบแล้ว ย่อมได้

เสวยสุข เมื่อมีสุข จิตย่อมตั้งมั่น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุแห่งวิมุตติ

ข้อที่ ๑ ซึ่งเป็นเหตุให้จิตของภิกษุผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว

ที่ยังไม่หลุดพ้น ย่อมหลุดพ้น อาสวะที่ยังไม่สิ้นไป ย่อมถึงความสิ้นไป

หรือเธอย่อมได้บรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะชั้นเยี่ยม ที่ยังไม่ได้บรรลุ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง พระศาสดาหรือเพื่อนสพรหม-

จารี ผู้อยู่ในฐานะครูบางรูป ก็ไม่ได้แสดงธรรมแก่ภิกษุ ก็แต่ว่าภิกษุย่อม

แสดงธรรมเท่าที่ได้สดับ ได้ศึกษาเล่าเรียนมาแก่ชนเหล่าอื่นโดยพิสดาร เธอ

ย่อมเข้าใจอรรถ เข้าใจธรรมในธรรมนั้น ที่ภิกษุแสดงธรรมเท่าที่ได้สดับ

ได้ศึกษาเล่าเรียนมาแก่ชนเหล่าอื่นโดยพิสดาร เมื่อเธอเข้าใจอรรถ เข้าใจธรรม

ย่อมเกิดปราโมทย์.

โดย รสมน [20 พ.ค. 2553 , 08:27:40 น.] ( IP = 112.142.139.14 : : )


  สลักธรรม 22

" ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษเปล่าบางพวกในพระธรรมวินัยนี้

ย่อมเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา

อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพพูตธรรม เวทัลละ

บุรุษเปล่าเหล่านั้น เรียนธรรมนั้นแล้ว

ย่อมไม่ไตร่ตรองเนื้อความแห่งธรรมนั้น ด้วยปัญญา

ธรรมเหล่านั้น ย่อมไม่ควรซึ่งการเพ่ง

แก่บุรุษเปล่าเหล่านั้นผู้ไม่ไตร่ตรองเนื้อความ ด้วยปัญญา

บุรุษเปล่าเหล่านั้น เป็นผู้มีการข่มผู้อื่น เป็นอานิสงส์

มีการเปลื้องเสียซึ่งการนินทา เป็นอานิสงส์......."


ข้อความว่า บุรุษเปล่าเหล่านั้น มีการข่มผู้อื่น เป็นอานิสงส์

มีการเปลื้องเสียซึ่งความนินทาเป็นอานิสงส์

คือกลัวว่า คนอื่นจะติถ้าไม่ ศึกษาธรรม จึงเรียน

แต่ไม่ใช่ประโยชน์ เพื่อที่จะเข้าใจในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ

ไม่ไตร่ตรองเนื้อความแห่งธรรมนั้น ด้วยปัญญา


...........................................................



" ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษ

ผู้มีความต้องการด้วยงูพิษ เสาะหางูพิษ เที่ยวแสวงหางูพิษ

เขาพึงพบงูพิษตัวใหญ่ พึงจับงูพิษนั้นที่ขนดหรือที่หาง

งูพิษนั้นพึงแว้งกัดเขาที่มือ ที่แขน หรือที่อวัยวะใหญ่น้อย แห่งใดแห่งหนึ่ง

เขาพึงถึงความตาย หรือมีความทุกข์ปางตาย

มีการกัดนั้นเป็นเหตุ ข้อนั้นเป็นเหตุ

เพราะอะไร.....เพราะงูพิษ ตนจับไม่ดีแล้ว ฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย

พวกบุรุษเปล่าบางพวกในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นนั่นแล......."


.....................................................................


เพราะฉะนั้น ถ้าได้ปฏิบัติตามแล้วแล้ว

ธรรมใด ไม่ประกอบด้วยเหตุผล ก็อย่าประพฤติปฏิบัติตาม

โดยเข้าใจว่า ธรรมที่ไม่ประกอบด้วยเหตุผลนั้น เป็นธรรมที่ถูก

เพราะว่าจะไม่ได้รับประโยชน์จากพระธรรมวินัย

คือ ไม่สามารถที่จะรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ทรงแสดงโทษของปริยัติที่เรียนมาไม่ดีดังนี้...



พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 285



[๒๗๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โมฆบุรุษ บางพวกในพระธรรมวินัยนี้

ย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน

อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ

โมฆบุรุษเหล่านั้น เล่าเรียนธรรมนั้นแล้ว ย่อมไม่ไตร่ตรอง

เนื้อความแห่งธรรมเหล่านั้นด้วยปัญญา ธรรมเหล่านั้นย่อมไม่ควร

ซึ่งการเพ่งแห่งโมฆบุรุษเหล่านั้น ผู้ไม่ไตร่ตรองเนื้อความด้วย

ปัญญา โมฆบุรุษเหล่านั้น ข่มผู้อื่นเป็นอานิสงส์ หมายเปลื้องคำ

กล่าวร้ายของผู้อื่นเป็นอานิสงส์ จึงเล่าเรียนธรรม

ก็กุลบุตรทั้งหลาย ย่อมเล่าเรียนธรรมเพื่อประโยชน์อันใด

โมฆบุรุษเหล่านั้น ย่อมไม่ได้เสวยประโยชน์นั้นแห่งธรรมนั้น ธรรม

เหล่านั้น อันโมฆบุรุษเหล่านั้นเรียนไม่ดีแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งไม่

เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน ข้อนั้นเป็นเพราะอะไร เพราะ

ธรรมทั้งหลายอันตนเรียนไม่ดีแล้ว

ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษ ผู้มีความต้องการด้วย

งูพิษ เสาะหางูพิษ เที่ยวแสวงหางูพิษ เขาพึงพบงูพิษตัวใหญ่ พึงจับ

งูพิษนั้นที่ขนดหรือที่หาง งูพิษนั้นพึงแว้งกัดเขาที่มือ ที่แขน หรือที่

อวัยวะใหญ่น้อยแห่งใดแห่งหนึ่ง เขาพึงถึงความตายหรือความทุกข์

ปางตาย มีการกัดนั้นเป็นเหตุ ข้อนั้นเป็นเหตุเพราะอะไร เพราะงูพิษ

ตนจับไม่ดีแล้ว แม้ฉันใด

ภิกษุทั้งหลาย พวกโมฆบุรุษบางพวกในพระธรรมวินัยนี้

ก็ฉันนั้นนั่นแล ย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ...อัพภูตธรรม

อวทัลละ โมฆบุรุษเหล่านั้น เล่าเรียนธรรมนั้นแล้ว ย่อมไม่ไตร่ตรอง

เนื้อความแห่งธรรมเหล่านั้น ด้วยปัญญา ธรรมเหล่านั้นย่อมไม่ควร

ซึ่งการเพ่งแห่งโมฆะบุรุษเหล่านั้น ผู้ไม่ไตร่ตรองเนื้อความด้วย

ปัญญา โมฆบุรุษเหล่านั้น หมายข่มผู้อื่นเป็นอานิสงส์ หมายเปลื้อง

คำกล่าวร้ายผู้อื่นเป็นอานิสงส์ จึงเล่าเรียนธรรมก็กุลบุตรทั้งหลาย

ย่อมเล่าเรียนธรรมเพื่อประโยชน์อันใด โมฆบุรุษเหล่านั้นย่อม

ไม่ได้เสวยประโยชน์นั้นแห่งธรรมนั้น ธรรมเหล่านั้น อันโมฆบุรุษ

เหล่านั้นเรียนดีแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์

สิ้นกาลนาน

ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะธรรมทั้งหลายอันตนเรียนไม่ดีแล้ว.



โดย รสมน [25 พ.ค. 2553 , 08:26:11 น.] ( IP = 112.142.92.37 : : )


  สลักธรรม 23

การเล่นการพนัน ไม่ผิดศีลห้า แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแสดง การเล่น

การพนันว่า เป็นอบายมุข เป็นทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ และเสื่อมจากคุณธรรมอื่นๆ

ด้วย ดังนั้น ถึงแม้การเล่นการพนันจะไม่ผิดศีลห้า แต่ไม่ได้หมายความว่าควรเล่น

นะครับ แม้ไม่ผิดศีลก็ไม่ควรเล่น เพราะจะทำให้ทรัพย์พินาศผู้ที่ติดการพนันย่อมไม่

เจริญทั้งทางโลกและทางธรรมครับ และพระอริยเจ้าทั้งหลายท่านเว้นจากอบายมุข

ทั้งปวง ผู้ที่หวังความเจริญควรเว้นเป็นผู้ประพฤติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าครับ

โดย รสมน [27 พ.ค. 2553 , 08:38:39 น.] ( IP = 112.142.83.66 : : )


  สลักธรรม 24

คำว่า "อโคจร" หมายถึง สถานที่ที่ไม่ควรเที่ยวไป ในอรรถกถาท่านอธิบายเกี่ยวกับ

บรรพชิตโดยตรง คือเมื่อไปสถานที่ที่ไม่ควรไปจะทำให้เป็นอันตรายแก่พรหมจรรย์

และทำให้อกุศลธรรมเจริญขึ้น เช่น ที่อยู่ของหญิงแพศยา หญิงหม้าย โรงมหรสพ

โรงสุรา หรือตามห้าง เป็นต้น

โดย รสมน [28 พ.ค. 2553 , 10:26:34 น.] ( IP = 117.47.24.113 : : )


  สลักธรรม 25

รู้เหตุของความทุกข์ สุข จนกระทั่งสามารถที่จะดับ

เหตุของความทุกข์ สุขนั้น ได้ตามพระธรรม


พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๓-หน้าที่ 146

" เมื่อโลกสันนิวาส อันไฟลุกโพลงอยู่เป็นนิตย์,

พวกเธอยังจะร่าเริง บันเทิงอะไรกันหนอ ? เธอ

ทั้งหลายย่อมถูกความมืดปกคลุมแล้ว ทำไมจึงไม่แสวง

หาประทีปเล่า ? "

ความยินดี ชื่อว่า อานนฺโท ในพระคาถานั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า

ตรัสเป็นคำอธิบายไว้ดังนี้ว่า " เมื่อโลกสันนิวาสนี้ อันไฟ ๑๑ อย่าง มี

ราคะเป็นต้นลุกโพลงแล้วเป็นนิตย์. เธอทั้งหลายจะมัวร่าเริงหรือเพลิด-

เพลินอะไรกันหนอ ? นั่นไม่สมควรทำเลย มิใช่หรือ ? ก็เธอทั้งหลาย

อันความมืดคืออวิชชาซึ่งมีวัตถุ ๘ ปกคลุมไว้ เหตุไรจึงไม่แสวงหา คือ

ไม่ทำประทีปคือญาณ(ปัญญา)เพื่อประโยชน์แก่การกำจัดความมืดนั้นเสีย ?



โดย รสมน [3 มิ.ย. 2553 , 09:27:54 น.] ( IP = 114.128.166.66 : : )
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org