มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อยู่ดีมีความหวัง




อยู่ดีมีความหวัง
โดย..หลวงพ่อเสือ


ทุกคนในโลกนี้มีสิทธิ์ที่จะมีความหวังได้ สามารถจะตั้งความหวังไว้สูงอย่างไรก็ได้ แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่า ความหวังนั้นจะต้องประกอบไปด้วยความเพียร เพราะความหวังที่ไม่ประกอบไปด้วยความเพียร หวังมากก็ต้องผิดหวังมาก ไม่หวังเลยจึงจะไม่ต้องผิดหวัง

ทำไมจึงต้องตั้งความหวัง ก็เพราะทุกวันนี้โลกมีแต่ความเดือดร้อนด้วยภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ภัยพิบัติจากการต่อสู้กัน สงครามระหว่างประเทศกำลังจะเกิดขึ้น และยิ่งเพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกที

พระพุทธทำนายจากพระโอษฐ์ของพระพุทธองค์ คือพระสมณโคดม ซึ่งดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว ว่าศาสนาของท่านจะคงอยู่ได้เพียง ๕,๐๐๐ ปี หลังจากนั้นก็เกิดไฟประลัยกัลป์ ไฟนี้จะเผาผลาญให้เกิดความทุกขเวทนาขึ้นในโลก จนถึงความพินาศสิ้นไปโดยพลันทุกรูปทุกนาม แม้ขณะนี้ยังไม่ทันถึง ๕,๐๐๐ ปีแห่งศาสนาของพระสมณโคดมเลย ความเสื่อมโทรมก็ได้เกิดขึ้นมากแล้ว ทั้งนี้ก็เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ทุกอย่างตกอยู่ภายใต้กฎของอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือความไม่เที่ยง ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และไม่มีใครสามารถบังคับบัญชาให้เป็นไปตามที่ตนพอใจได้ ดวงอาทิตย์ก็เช่นเดียวกับสิ่งอื่นๆ คืออยู่มานานก็ต้องเสื่อม พลังอำนาจที่จะควบคุมความเป็นไปของดวงดาวในจักรวาลนี้ก็ย่อมจะเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมสลาย แต่ความเสื่อมนี้เป็นไปทีละน้อยจึงไม่สามารถสังเกตเห็นได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพุทธศาสนาได้มีมาเกินกว่าครึ่งหนึ่งคือภายหลัง ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว พลังอำนาจของดวงอาทิตย์ก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดมากเข้าๆ ดวงอาทิตย์ไม่สามารถควบคุมดินฟ้าอากาศให้เป็นไปตามปกติ ฉะนั้น ในอนาคต ความแห้งแล้ง หรือน้ำท่วมแผ่นดินไหว ฯลฯ ก็ย่อมจะต้องเกิดขึ้นมาได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นความวิปริตผันแปรต่างๆ ก็เริ่มต้นขึ้นเพื่อที่จะรุกคืบหน้าไปถึงวิกฤตกาลของไฟประลัยกัลป์นั่นเอง

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [28 เม.ย. 2553 , 09:47:55 น.] ( IP = 61.90.70.187 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หลังจากที่ดวงอาทิตย์เข้าถึงจุดเสื่อมระยะสุดท้ายก็คือการแตกตัวออกไปเป็นชิ้นๆ กระจัดกระจาย ความร้อนเผาผลาญทุกสิ่งจนกระทั่งหมดสิ้น ทุกชีวิตก็จะดับลงแล้วก็ตั้งต้นใหม่ ครั้งแรกที่อบายภูมิคือนรก

แต่จุดจบของชีวิตนั้นหาได้สุดสิ้นอยู่ที่นั่นเหมือนกันไม่ ผู้ที่ได้ฝึกปรือตนเองไว้ด้วยการประพฤติชอบประกอบไปด้วยสติและสัมปชัญญะเป็นอย่างดีแล้ว นรกไม่อาจจะฉุดรั้งให้อยู่ที่นั่นได้นานแน่นอน อำนาจกุศลกรรมย่อมผลักดันให้ได้จุติจากที่นั่น ขึ้นมาปฏิสนธิใหม่ในภูมิที่ดีกว่าได้อย่างรวดเร็ว และ นั่นคือความหวังที่ทุกคนควรจะปรารถนา

อย่างไรก็ดี ความปรารถนาที่จะพ้นจากนรกภูมิขึ้นมาได้โดยเร็วนั้นก็ยังมิใช่ความหวังอันสูงสุด เพราะเมื่อยังมีการเกิดอยู่ตราบใด ความทุกข์อันเป็นของประจำชีวิตก็ย่อมจะติดตามมาได้ เพราะชีวิตเกิดขึ้นโดยไม่พ่วงเอาทุกข์มานั้นไม่มีเลย และก็หนีไม่พ้นจากการที่จะต้องเวียนตายเวียนเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่รู้จบสิ้น ตราบใดที่เรายังไม่พบมรรคผลนิพพาน เราก็จะต้องพบกับไฟประลัยกัลป์ในคราวต่อๆ ไป ทุกครั้งที่จบสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์แล้ว พระองค์เล่า

ฉะนั้น จึงมีพุทธศาสนิกชนมากหลายที่พากันตั้งความหวังว่าจะได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป ซึ่งพระสมณโคดมได้ทรงมีพระพุทธทำนายว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นจะมีพระนามว่า “พระศรีอริยเมตไตรย” และปรารถนาจะได้ฟังพระธรรมจากพระโอษฐ์แล้วได้บรรลุถึงซึ่งมรรคผลนิพพาน เป็นผู้หนึ่งในความสามารถของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น จะรื้อจะขนไปจากโลกอันมีคำแปลว่า “ความวินาศ” นี้โดยเด็ดขาด

ชาวพุทธที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้แนะนำสั่งสอนบุตรหลานของตนไว้ว่า เวลาทำบุญให้อธิษฐานขอให้บุญกุศลที่ได้กระทำจงช่วยอุดหนุนส่งเสริมให้ได้เกิดทันพระศรีอาริย์ จึงทำให้ผู้ที่ได้รับคำสอนเพียงสั้นๆ นั้นคิดไปว่าเพียงคำอธิษฐานเท่านั้นก็จะมีผลสมความปรารถนาได้โดยง่าย และเมื่อได้ตั้งความหวังฝากสวัสดิภาพแห่งชีวิตของตนเองไว้กับพระศรีอาริย์แล้ว ก็คิดเอาเองว่าพระศรีอาริย์ซึ่งปัจจุบันนี้คงจะอยู่บนเทวภูมิจะหยั่งรู้ความปรารถนาของตน และเอื้อมพระหัตถ์ลงมาโอบอุ้มด้วยอานุภาพของพระองค์ท่าน

เมื่อความหวังนี้แจ่มจ้าอยู่ในจิตใจ พอได้ยินข่าวว่าพระศรีอริยเมตไตรยลงมาที่ใด จะโดยมีผู้บอกเล่าว่าได้พบเห็นในสมาธิ หรือจะโดยการเข้าทรงที่สำนักหลายแห่ง ต่างก็พากันกรูเกรียวไปเคารพกราบไหว้ ขอให้ท่านดลบันดาลช่วยเหลือกำจัดภัยพิบัติต่างๆ หรือประสิทธิ์ประสาทลาภยศให้แก่ตน โดยหารู้ไม่ว่า การกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการหันหลังให้แก่คำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างสิ้นเชิง

เขาไม่ทราบว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ย่อมมีหนทางเดินแห่งชีวิตไปในทางเดียวกันทั้งหมด โดยการสร้างสรรค์บารมีขึ้นในพระองค์เอง อย่างครบถ้วนและแก่กล้าเกินกว่าบุคคลทั่วไป แล้วตรัสรู้เรื่องราวของอริยสัจธรรมทั้ง ๔ ประการ เหมือนกันหมด ขณะที่ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ภายหลังการตรัสรู้แล้ว ก็จะต้องอบรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ให้รู้จักเหตุ รู้จักผล สอนให้รู้จักละเว้นจากความชั่ว ซึ่งจะเป็นเหตุให้ประสบกับความทุกข์ ความเดือดร้อน สอนให้รู้จักความดีและลงมือกระทำ จะได้เป็นเหตุให้ประสบกับความราบรื่นในชีวิตระหว่างที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏ ทั้งสอนวิธีการที่จะทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส ด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อสร้างเหตุให้พบกับความสุขอันสถาพร คือไม่ต้องเกิดมาประสบกับความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่สามารถบังคับบัญชาให้สิ่งต่างๆ เป็นไปตามความพอใจของตนได้ต่อไปอีก

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [28 เม.ย. 2553 , 09:53:46 น.] ( IP = 61.90.70.187 : : )


  สลักธรรม 2

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์จะไม่สอนว่า พระองค์จะดลบันดาลแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตของใครเป็นไปตามใจชอบได้ แต่ทุกคนจะต้องลงมือกระทำเหตุของตัวเอง และตนนั้นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนเองเป็นผู้แก้ไขปัญหาของตนเอง ต้องรับผลที่ตนกระทำเอง และต่างคนต่างมีกรรมเป็นของตน

คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตที่ล่วงแล้วมากี่พระองค์ก็เป็นอย่างนี้ พระสมณโคดม ซึ่งเป็นผู้ประกาศพระพุทธศาสนาที่ยังดำรงอยู่จนทุกวันนี้ก็สอนเช่นนี้ ผู้ที่มาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตกาลจะมีอีกนับจำนวนไม่ถ้วนก็จะต้องสอน เหมือนกันทั้งหมด ฉะนั้น ความคิดที่นอกไปจากคำสอนอันเป็นกฎตายตัวนี้ จึงต้องถือว่าเป็นคำสอนนอกพระพุทธศาสนา

ผู้ที่มีความปรารถนา ตั้งความหวังว่าจะได้พบพระศรีอริยเมตไตรยจึงควรต้องศึกษาว่า พระศรีอริยเมตไตรยนั้นมีคุณลักษณะอย่างไร เพราะโดยกฎแห่งกรรมแล้ว ผู้ที่จะได้มาเกิดและพบกับใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นญาติ-มิตร หรือคนที่รักใคร่กัน ก็จำเป็นจะต้องมีจริตอัธยาศัยคล้ายคลึงกัน ได้กระทำกรรมชนิดเดียวกัน มีปริมาณแห่งการกระทำกรรมใกล้เคียงกัน จึงจะมีโอกาสได้พบกัน ผู้ที่มิได้สั่งสมคุณสมบัติไว้ในตนอย่างพอเพียง ก็อาจพบแต่ผ่านเลยไปโดยมิได้บรรลุธรรมตามรอยบาทพระพุทธองค์ก็ได้ ฉะนั้น เมื่อเราต้องการจะได้พบพระพุทธเจ้าองค์ที่กล่าวถึงนั้น ก็จำเป็นต้องศึกษาความเป็นไปแห่งพระองค์ท่าน เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตให้ตรงไปสู่เป้าหมาย เพราะความหวังนั้นจะต้องประกอบไปด้วยความเพียรเพื่อจะได้ไม่ผิดหวัง

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [28 เม.ย. 2553 , 09:57:15 น.] ( IP = 61.90.70.187 : : )


  สลักธรรม 3

พระนาม “พระศรีอริยเมตไตรย” ปรากฏขึ้นครั้งแรกจากพระโอษฐ์ของพระสมณโคดม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเจ้าของคำสอนในพระพุทธศาสนาที่เราได้รู้จักกันอยู่ในปัจจุบัน พระองค์เป็นผู้มีทิพยจักขุอันหยั่งรู้ในอนาคตไกลเกินกว่าที่ใครๆ จะสามารถทำได้ ทรงทำนายไว้ว่า...

หลังจากที่พระองค์ได้ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว พระพุทธศาสนาของพระองค์จะดำรงไปได้เพียง ๕,๐๐๐ ปี ภายหลังจากนั้นก็จะเสื่อมสิ้นลง จะเกิดไฟประลัยกัลป์ โลกจะถึงความพินาศ ทุกรูปทุกนามจะดับชีวิตลงสิ้นแล้วต่างก็ปฏิสนธิใหม่ในภพภูมิที่เริ่มต้นแห่งทุกขเวทนา เพราะทุกชีวิตที่ประสบความเผาผลาญของไฟประลัยกัลป์ก็จะตกนรกทันที

เมื่อพ้นจากนรกขึ้นมาโดยความเบาบางของอกุศลกรรมแล้ว ก็จะเริ่มต้นปฏิสนธิใหม่จากสัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ค่อยๆ วิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงตามความเป็นไปของดินฟ้าอากาศ เจริญเติบโตแยกเผ่าออกมาเป็นสัตว์บก สัตว์น้ำ

ต่อมาก็ค่อยๆ วิวัฒนาการมาจนกระทั่งมีรูปร่างเป็นมนุษย์นานเข้าก็มีการแบ่งแยกให้มีชั้นวรรณะกันขึ้นมา เพราะจำนวนคนเกิดขึ้นมามาก จึงสืบพืชพันธุ์แตกขยายเหล่ากอออกไป เกิดการแก่งแย่งชิงกันเพราะข้าวยากหมากแพง ถึงเวลานั้นก็จะมีหญิงชายในตระกูลพราหมณ์แต่งงานอยู่กินเป็นสามีภรรยากันแล้วจะมีบุตร ชื่อ ศรีอริยะ นับจากนี้ไปถึงเวลานั้น ประมาณอย่างเร็วที่สุดก็คือ ๗,๐๐๐ ปีเศษ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครชื่อนั้น นี่คือพุทธทำนาย

ขณะนี้ ท่านผู้นั้นก็คือเทวดาองค์หนึ่ง กำลังบำเพ็ญเพียรสร้างความดีของตนเองเพื่อจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ในอนาคต

ใครที่ทำอนันตริยกรรมเช่น มีการฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ เมื่อตายจากชาตินี้ไปแล้วก็จะต้องตกนรกขุมลึก เรียกว่าอเวจีมหานรก มีอายุขัย ๑๕,๐๐๐ ปี ชีวิตหนึ่งในนรก ๑๔,๐๐๐ ปี เอา ๗,๐๐๐ ปีลบออก พระพุทธเจ้ามาแล้ว ไม่มีทางเจอกัน นี่คือเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่ได้พบพระพุทธเจ้า

นอกจากนั้น แม้ว่าจะไม่ได้ตกนรก แต่ถ้าไม่ได้สร้างเหตุไว้ให้สมบูรณ์ ก็จะไม่มีโอกาสพบพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกัน คือไม่ได้ทำบุญไว้ ไม่ได้คบหาสัปบุรุษ ไม่ได้ฟังธรรมของสัปบุรุษไม่ตั้งตนไว้ชอบ แม้จะเกิดทันทีพระศรีอาริย์ พบกันแล้วลูกก็จะเดินไปทางอื่น

เพราะฉะนั้น เราต้องสร้างทาง อยากได้อย่างไร อยากเหมือนเขา เช่นเห็นใครเขาเก่งด้านศิลปะ เราอยากมีอาชีพเก่งเหมือนเขา เราก็เริ่มหัดที่ตนเอง อยากเจอพระพุทธเจ้า ต้องเรียนรู้ว่าพระพุทธเจ้าท่านเป็นอย่างไร จะได้สร้างเหตุให้ไปทางเดียวกับท่าน พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ จะต้องมีบุคลิกลักษณะคล้ายคลึงกัน ๙๙ เปอร์เซ็นต์ คือ...

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [28 เม.ย. 2553 , 10:06:32 น.] ( IP = 61.90.70.187 : : )


  สลักธรรม 4

๑. เป็นผู้ที่มีความอดทน อันดับแรกเลย จิตใจของพระพุทธเจ้าที่มีมาแล้วในอดีต และที่จะมีมาในอนาคต ก็คือมีความอดทนอันสูง เหนือมนุษย์ทั้งโลกรวมกัน เหนือเทวดาทุกชั้นรวมกัน เหนือกว่าเทวดากับมนุษย์รวมกันในโลก เอาความอดทนในจิตใจมารวมกัน นั่นคือความอดทนของพระพุทธเจ้า ถ้าเราอยากพบพระพุทธเจ้า เราก็ต้องสร้างตัวเองให้มีความอดทน มีขันติ

๒. พระพุทธเจ้าทุกพระองค์มีจิตใจพร้อมจะบริจาคทุกเมื่อ เสียสละอารมณ์ ไม่เห็นแก่ได้ ฉะนั้น เราอยากพบพระพุทธเจ้า เราต้องเพียรพยายามชำระความเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัวออก

๓. พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์มีจิตใจพร้อมแล้วซึ่งเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อย่างเหนียวแน่น ฉะนั้น อยากพบพระพุทธเจ้า ต้องเป็นคนมี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

๔. พระพุทธเจ้าทุกพระองค์พ้นแล้วจากความโง่ พ้นจากความยึดมั่นถือมั่น อยากพบพระพุทธเจ้า ก็ต้องทำตนเองให้พ้นจากความโง่ ความยึดมั่นถือมั่น

๕. พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ไม่เอาชีวิตไปเนื่องด้วยผู้อื่นเป็นตัวของตัวเอง ข้อนี้สำคัญ ฉะนั้น เริ่มเป็นตัวของตัวเองเสียแต่บัดนี้

นี่คือการสร้างทางที่จะไปสู่ความเจริญ ไปสู่ความเป็นพระอรหันต์ และพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องเดินทางนี้




โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [28 เม.ย. 2553 , 10:12:20 น.] ( IP = 61.90.70.187 : : )


  สลักธรรม 5

โดย น้องกิ๊ฟ [28 เม.ย. 2553 , 12:28:36 น.] ( IP = 125.27.178.191 : : )


  สลักธรรม 6


กราบขอบพระคุณ
และ อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [29 เม.ย. 2553 , 09:43:34 น.] ( IP = 124.121.176.236 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [30 เม.ย. 2553 , 23:05:38 น.] ( IP = 61.90.28.182 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย นภนุช เขมพินิจ [4 พ.ค. 2553 , 12:58:30 น.] ( IP = 125.24.234.130 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org