| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผู้มีชัย (๒)
ผู้มีชัย
โดย หลวงพ่อเสือ
ตอนที่ผ่านมา
หลักการที่จะให้เป็น พุทธวิธีชนะอารมณ์ ก็คือ
1.ต้องเป็นคนที่มีความปรารถนาสุจริตต่อคนทั้งปวง คือ มีความเมตตา ปรานีต่อคนทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ ความปรารถนาดีอย่างสุจริตที่มีความเมตตาปรานี เป็นพื้นฐานอย่างหนึ่งของการเอาชนะอารมณ์ เราจะสังเกตเห็นได้จากพ่อแม่ของเราเอง คนที่เป็นพ่อแม่โดยปกติวิสัย ย่อมมีความเมตตาปรานีต่อลูก และมีความสุจริตใจต่อลูกของตนเองเสมอ จึงทนต่ออารมณ์ที่ลูกเป็นฝ่ายก่อขึ้นมาได้ เช่นอะไร ทุกวันนี้ลูกลองสังเกตตัวเอง เราไปเช็ดอุจจาระปัสสาวะของคนอื่น ชอบไหม เกิดความแขยง ไม่พอใจ นี่ก็เพราะโกรธ แต่ถ้าเป็นลูกของตัวเอง เช็ดไป กอดไป แม้แต่ก้นก็หอมไปหมด ลูกของฉัน ฉันทนได้ต่ออารมณ์ เห็นไหมลูก เพราะความเมตตาปรานี ลูกจะกินหกเรี่ยราดขอให้ลูกได้กินเถิด เดี๋ยวฉันเก็บเอง กินไปวิ่งไปเดี๋ยวฉันวิ่งตาม ขอให้ลูกได้อิ่มเถิด
แต่ถ้าเป็นคนอื่น ยกให้กิน เมื่อไม่กินก็ช่างมัน โกรธอีก ถ้าเป็นคนอื่นเราโกรธ ถ้าเป็นคนของฉัน ฉันชอบ ยกตัวอย่างนี้ขึ้นมาให้เห็นว่า ความเมตตาปรานีที่พ่อแม่มีต่อลูกนั้น สามารถเอาชนะอารมณ์ที่ไม่พอใจของตัวเองได้ บังคับอยู่ ใช่ไหมลูก บังคับไม่ให้แสดงออกมา กดอยู่ภายใต้จิตใจได้ ดังนี้จะสังเกตได้ว่า ความเมตตากรุณาและมีความปรานี เป็นบ่อเกิดของการเอาชนะอารมณ์ตนเองได้ กลับมาสังเกตตัวเองให้มากๆ ว่า ถ้าเราเป็นคนกลั้นอารมณ์ไม่ได้ อะไรก็โกรธ อะไรก็วู่วาม แสดงว่าเรายังขาดตกบกพร่องในความเมตตาและกรุณา
2.ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ต้องอยู่ด้วยความดี ถ้าใครมีหลักถือผิดๆ เช่น ถือว่าเงินเป็นใหญ่ ชื่อเสียงเป็นใหญ่ ความสุขเป็นใหญ่ มีคุณค่า เหนือกว่าสิ่งใดทั้งหมด ซึ่งจะได้มาโดยสุจริตหรือทุจริตก็ตาม ไม่คำนึงถึงอย่างอื่นเลย บุคคลประเภทนี้แหละ จะตกเป็นทาสของอารมณ์ได้ง่าย
เมื่อตั้งหลักไว้ที่เงิน ตั้งหลักไว้ที่ชื่อเสียง อารมณ์ก็จะไปจับที่ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มันจึงเป็นเครื่องเร้าทำให้เรานั้นมีการกระทำคล้อยตาม และปกปิดหลักที่ถูกต้อง คือ การดำเนินชีวิตด้วยความดี เพราะจิตเป็นประธาน ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยจิต จิตเป็นรากฐานของสิ่งทั้งหลาย ความสุข ความทุกข์เกิดที่จิต ผู้ที่มีจิตใจสะอาดจึงจะพบความสุขอย่างแท้จริง ส่วนผู้ที่มีจิตใจเต็มไปด้วยความชั่วร้ายโสมมต่างๆ ความทุกข์ก็ย่อมทวีคูณขึ้น และไม่สามารถชนะอารมณ์ได้เลย เมื่อเอาชีวิตทั้งชีวิตไปฝากไว้กับตำแหน่งหน้าที่ การตะเกียกตะกายดิ้นรนไขว่คว้า ก็จะทำให้เกิดความทุจริตได้ง่าย ฉะนั้น หลักข้อนี้จึงต้องเป็นคนที่ดำเนินชีวิตประจำวันอยู่ด้วยความดี
จะทำได้อย่างไร ก็ต้องไม่หวังผลในทางวัตถุมากกว่าทางจิตใจ ถ้าหวังผลในวัตถุมากกว่า ก็จะต้องตกเป็นทาสของอารมณ์วันยังค่ำ
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2553 , 08:19:13 น.] ( IP = 58.9.152.59 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
3.รู้จักมองคนในแง่ดี หมายถึงอะไรรู้จักแยกแยะความดีกับความชั่วออกจากกัน ไม่เอาความชั่วมาลบล้างความดีที่เขามีอยู่ เช่นอย่างไร เขาเคยช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเรามา เคยส่งเสริมอุดหนุนเรามา ในตอนที่ฐานะไม่ดี เขาก็ให้เงินสร้างฐานะขึ้นมา พอเรามีฐานะดี ถึงปีก็ไปหา ถึงวันเกิดก็ไปหา มีผลหมากรากไม้ก็เอาไปให้ พอจับได้ว่าเขาโกหก ก็เลิกไปหา เลิกให้ นี่อะไร เอาความชั่วไปปิดบังความดี แล้วหมดการกระทำที่ตัวเองใช่ไหม อย่างนี้ถูกไหม ไม่ถูก เราต้องรู้จักแยกแยะความดีกับความชั่วออกจากกัน คนไหนมีนิสัยรู้จักแยกแยะแล้วจะสังเกตได้ว่าเป็นคนมองคนในแง่ดี สังเกตตรงนี้ ชีวิตจะมีความสุขุม เยือกเย็น น่านับถือ เพราะการรู้จักมองคนในแง่ดีจะทำให้ชนะอารมณ์ของตัวเองได้ คนที่ตกเป็นทาสของอารมณ์ จะมองคนในแง่ร้ายเสมอ
4.หัดเป็นคนมีนิสัยจะทำอะไรให้นึกถึงปัจจัยก่อนเสมอ เพราะว่าคนส่วนมากชอบทำตามใจตนเอง ไม่ได้นึกถึงเหตุปัจจัยว่า เหตุปัจจัยที่จะทำนั้นมันดีหรือชั่ว ให้ผลอย่างไร ใครเป็นผู้ได้รับ เหตุปัจจัยนั้นมันเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ ถ้ารู้จักฝึกหัดตนให้มีนิสัยรู้จักเหตุรู้จักผล ข้อนี้ข้อเดียว เกือบจะพูดได้ว่าการเอาชนะอารมณ์นั้นอยู่ในกำมือเลย ด้วยการคิดพิจารณา ทบทวน ใคร่ครวญ แล้วค่อยตัดสิน อารมณ์ก็ต้องถูกข่มขู่ ใช่ไหมลูก ไม่รีบทำไปทันที
ทั้ง 4 ข้อนี้แหละคือหลักในการเอาชนะอารมณ์เข้าเรื่องที่ถามกันมาว่า ทำไมเขาไม่เหมือนฉัน คำตอบข้อที่ 4 เอาไปคิดเพราะอารมณ์ของฉันต้องการให้เขาดีใช่ไหมลูก เพราะเมื่อเขาไม่ดีจะทำให้ฉันเดือดร้อน ฉันจึงอยากให้เขาดี ฉันจะได้สบาย โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2553 , 08:22:21 น.] ( IP = 58.9.152.59 : : )
สลักธรรม 2ผู้ที่ชนะอารมณ์ได้อย่างเด็ดขาดคือพระอรหันต์
พระอรหันต์ก็คือผู้ที่ก้าวขึ้นมาจากพระอนาคามี พระอนาคามีมาจากพระสกทาคามี และพระสกทาคามีมาจากพระโสดาบัน
พระโสดาบันคือผู้ที่ผ่านการปฏิบัติตามรรค 8 มาแล้ว มรรค 8 ได้มาจากพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หมายถึง ศีล สมาธิ และปัญญา
ทำไมจึงต้องมีการรักษาศีล ? - เพราะศีลเป็นพื้นฐานแห่งความสุจริตทางการและวาจา
กายสุจริต มี 3 ประการ ได้แก่
1. เว้นจากการฆ่า คือ เว้นจากการทำลายชีวิตของผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นสัตว์เดรัจฉานที่มีร่างกายเล็กหรือใหญ่ พร้อมกับให้มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน คนที่ใช้กายประพฤติไปในทางชั่ว ไปฆ่าผู้อื่น จัดว่าเป็นคนโหดร้ายยิ่ง ขาดความเมตตากรุณา เป็นผู้สร้างอกุศลกรรมอยู่เสมอ ตามปกติ ไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ย่อมต้องรักชีวิตของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น ต่างต้องรักษาชีวิตของตัวเองกันทั้งนั้น มีความกลัวเหมือนๆ กัน คือ กลัวเจ็บ กลัวตาย ผู้ที่งดเว้นการฆ่าผู้อื่นได้ มีเมตตากรุณาช่วยเหลือชีวิตของผู้อื่นจึงจัดว่าเป็นกุศล ทำให้มีความสุข ไม่เดือดร้อน อานิสงส์ของการไม่ฆ่าผู้อื่น จะเป็นคนที่เกิดมามีอายุยืนยาว บางคนเพิ่งคลอดจากครรภ์มารดาเพียงไม่กี่วันก็ตายเพราะเหตุที่เคยสั่งสมการฆ่าผู้อื่นมาในอดีตชาติ ตัดรอนชีวิตของเขาให้สิ้นไปก่อน ถึงเวลาอันสมควร ตัวเองจึงต้องมีอายุสั้นโดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2553 , 08:25:48 น.] ( IP = 58.9.152.59 : : )
สลักธรรม 32. เว้นจากการลักทรัพย์ คือ รู้จักเคารพกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น ทุกคนต่างก็ย่อมมีความหวงแหนทรัพย์สมบิต แก้วแหวน เงินทอง เรือกสวนไร่นาของตนด้วยกันทั้งสิ้น การล่วงละเมิดทรัพย์สินของผู้อื่นจัดว่าเป็นการใช้กายไปกระทำชั่ว อานิสงส์ของการไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินของผู้อื่น จะทำให้ทรัพย์สินของตนไม่สูญหาย จากการล่วงละเมิดของผู้อื่น ไม่มีความเดือดร้อนในเรื่องของทรัพย์สินคนบางคนทรัพย์สินต้องเสียหาย เพราะถูกขโมยถูกโกงไปเนื่องจากได้เคยล่วงละเมิดทรัพย์สมบัติของผู้อื่นมาแล้ว ในอดีต ฉะนั้นจึงควรประกอบสัมมาอาชีวะเลี้ยงชีพของตัวเอง โดยไม่ทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่นจึงจะได้ชื่อว่ามีหลักการดำรงชีวิตที่ถูกต้อง
3. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม คือ ไม่ผิดประเวณีล่วงละเมิดสามี บุตร ภรรยาของผู้อื่น แม้กระทั่งบุตรธิดาของตัวเอง เพราะว่าผู้ใดไปละเมิดเข้า ก็ย่อมจะก่อให้เกิดความเดือดร้อน สร้างความโกรธแค้นความพยาบาท สร้างศัตรูให้แก่ตัวเองเป็นการทำลายจิตใจซึ่งกันและกัน ผู้ที่ไม่ผิดประเวณี และมีกามสังวรคือสำรวมในกาม ระมัดระวังเรื่องความรักความใคร่ไม่ตกเป็นทาสของกามารมณ์จัดว่าเป็นคนดี ดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้อง
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2553 , 08:27:26 น.] ( IP = 58.9.152.59 : : )
สลักธรรม 4วจีสุจริต มี 4 ประการ วจีสุจริตนี้เป็นไปในการควบคุมความประพฤติในด้านการพูดให้อยู่ในขอบเขต สำรวมวาจา ด้วยการ ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด การพูดออกไปเกิดความผิดปกติแล้วความเดือดร้อนวุ่นวายที่มีอยู่ทุกวันนี้ ทำให้คนรบกัน ฆ่าฟันกันแย่งชิงกัน ฯ เป็นเพราะวาจา
กายสุจริต วจีสุจริต มนโนสุจริต ความสุจริตทั้ง 3 นี้ วจีสุจริตอยู่ตรงกลาง สำคัญนะลูกนะ วาจาที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนกันทุกวันนี้ก็เพราะขาดการควบคุมปากของตัวเอง ส่วนมากปล่อยให้ปากพูดชั่ว ปล่อยให้ปากพูดโดยขาดสติ จึงมีเรื่องราวทะเลาะวิวาทแก่งแย่ง เกิดความรักความชังกันขึ้น จากเขาเล่ามาอย่างนี้ เราพูดต่อไปอย่างนั้น จากเรื่องเป็นแค่นี้ เล่าต่อไปแค่นั้น ไม่ใช่เรื่องของเราเราเข้าไปยุ่งและเอาไปพูดเป็นเรื่องทั้งสิ้น ผู้ใดสามารถควบคุมพฤติกรรมการพูดให้อยู่ในวจีสุจริตทั้ง 4 ข้อนี้ได้ ก็จะทำให้เกิดความสงบ ไม่เดือดร้อนแก่ตนเองและหมู่คณะ วจีสุจริตทั้ง 4 ได้แก่
1. เว้นจากการพูดเท็จ เว้นจากการพูดไม่จริง ต้องพูดความจริงให้ติดเป็นนิสัย จะพูดโกหกก็ไม่กล้า คนที่พูดโกหกจนติดเป็นนิสัย ก็ต้องผูกเรื่องโกหกต่อๆ ไป เพื่อปิดบังของเก่า ปิดบังอยู่เรื่อยๆ ไปไม่มีวันจบสิ้น อานิสงส์ของการเว้นจากการพูดเท็จ จะทำให้เกิดมาเป็นคนไม่มีกลิ่นปากวาจาก็น่าเชื่อถือ การถือหลักว่าไม่จำเป็นไม่ต้องพูด จัดเป็นศีลวิสุทธิโดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2553 , 08:29:55 น.] ( IP = 58.9.152.59 : : )
สลักธรรม 52. เว้นจากการพูดส่อเสียด พูดให้เขาเกิดความแตกร้าวกัน แตกความสามัคคี เป็นการทำลายความมั่นคงของสังคม หมู่คณะ ต้องพูดถ้อยคำที่ทำให้เกิดความเข้าใจ ความสามัคคีในหมู่คณะ พูดให้เกิดความเห็นถูก ช่วยให้เขาคลายความทุกข์ จัดเป็นกุศลอย่างยิ่ง
3. เว้นจากการพูดคำหยาบ คำหยาบไม่ไพเราะหูไม่น่าฟัง ไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนดี ใครก็ตามที่ตัวเองไม่พูดคำหยาบแต่ยังฟังคำหยาบได้ เรียกว่าดีไม่จริง คนดีจริงได้ยินคำหยาบก็เดินหนี เขาไม่ฟังจนจบเรื่องหรอกลูก การพูดจาไม่ไพเราะไม่สุภาพต่อกัน จะทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่คณะ ทำให้เกิดการแตกความสามัคคีได้ จึงควรพูดแต่ถ้อยคำที่ไพเราะสุภาพไม่หยาบคาย
4. เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ ข้อนี้สำคัญมากที่ควรจะเริ่มตั้งแต่วินาทีนี้ ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด คำพูดที่เพ้อเจ้อเป็นคำพูดที่ไร้สาระ ไร้แก่นสาร ไม่มีประโยชน์ทั้งผู้พูดและผู้ฟังทำให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เช่นถามว่า ไปไหนมา เมื่อวานนี้กินข้าวกับอะไร ได้เงินเดือนขึ้นเท่าไร คำถามอย่างนี้ไร้สาระไหมลูก เป็นเรื่องส่วนตัวของเขาเขาไม่อยากตอบ แต่เพราะความเกรงใจต้องตอบออกมาอย่างเสียไม่ได้ ข้อนี้ขอตั้งแต่วินาทีนี้จะได้ปิดประตูทุคติลงบ้าง เมื่อเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อได้ก็ควรพูดแต่คำพูดที่จำเป็น เช่นพูดในสิ่งที่มีเหตุผลเพิ่มพูนปัญญา
ผู้ที่ยังไม่สามารถรักษากายให้สุจริต วจีให้สุจริตก็จะทำให้จิตไม่สงบ ไม่มีสมาธิ เกิดนิวรณ์ทั้ง 5 คือ
1. กามฉันทะ ความพึงพอใจในกามคุณ 5 มี รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
2. พยาปาทะ ความโกรธเคืองความไม่พอใจในอารมณ์ต่างๆ
3. ถีนมิทธะ ความง่วงเหงาหาวนอน
4. อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านรำาคาญใจ คิดนึกไปในเรื่องราวอันไร้ประโยชน์
5.วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในเรื่องราวอันไร้สาระ
เมื่อนิวรณ์ 5 ครอบงำจิตใจเสียแล้ว มโนสุจริตก็เกิดไม่ได้ เพราะจิตซัดส่ายไปไม่มีความสงบ ไม่มีสมาธิ จึงไม่มีโอกาสหาปัญญา
ฉะนั้น การทำกาย วาจา ให้สุจริต จึงต้องอาศัยศีลเป็นเครื่องช่วย การทำมโนสุจริต ก็ต้องอาศัยการทำสมาธิเป็นเครื่องช่วย
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2553 , 08:35:13 น.] ( IP = 58.9.152.59 : : )
สลักธรรม 6มโนสุจริต มี 3 ประการ ได้แก่
1. คิดไม่โลภอยากได้ของของผู้อื่นมาเป็นของตน ผู้ใดที่มีจิตไม่โลภจัดว่าเป็นคนดี เพราะความคิดโลภอยากได้ของของผู้อื่นมาเป็นของตนนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดทุจริตขึ้นมาได้ เช่น เมื่อคิดอยากได้ของเขามาเป็นของเราก็มีการขโมย ฉกชิง วิ่งราว ดังนั้น ถ้าจิตเกิดคิดโลภขึ้นมาในสิ่งที่ตัวเองไม่มีกรรมสิทธิ์ก็ต้องรีบระงับ การระงับก็คือการมีสติ แสวงหาทรัพย์โดยพอประมาณ ไม่ผิดศีลธรรมและกฎหมายบ้านเมือง แต่พอกินพอใช้ไม่เดือดร้อน สบายที่สุดแล้ว เพราะใครมีมากทุกข์มาก และถ้าได้มาด้วยความไม่สุจริตแล้วก็จะมีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวาย ต้องคอยระวังด้วยกลัวเขาจะรู้ว่าเงินนั้นไม่สุจริต
2. ไม่คิดพยาบาทปองร้าย การคิดพยาบาทปองร้ายผู้อื่นเป็นสาเหตุแห่งการทุจริต มีการกระทำประทุษร้ายร่างกายผู้อื่นได้เช่น นึกคิดอยากจะฆ่า กายก็ไปฆ่าเขา นึกคิดอยากจะขโมยกายก็ไปขโมยเขา ผู้ที่ใช้ร่างกายประหารผู้อื่น ใช้วาจาด่าผู้อื่นเพราะจิตมีความพยาบาทมุ่งร้ายผู้อื่นเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อละความพยาบาทปองร้ายได้ก็ควรคิดเมตตาปรานีต่อกันไม่เบียดเบียนกันก็จะอยู่กันด้วยความสุขและสงบได้
3. มีความเห็นชอบ คือ เห็นว่าบุญมีบาปมี ใครทำใครได้ ผลของกรรมดีก็ย่อมเป็นวิบากกุศล ผลของกรรมชั่วก็เป็นวิบากอกุศล เรียกว่ามีสัมมาทิฏฐิ เป็นคนมีความคิดดีโดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2553 , 08:37:55 น.] ( IP = 58.9.152.59 : : )
สลักธรรม 7สมาธิ คืออะไร? คือการกระทำความตั้งมั่นให้เกิดขึ้นที่จิต ทำไมจึงเป็นของดีเพราะจิตของคนเราเมื่อไม่ตั้งมั่นแล้วย่อมฟุ้งซ่าน
ฟุ้งซ่านหมายถึงการที่จิตระลึกนึกไปในสิ่งที่ผ่านมาแล้วเป็นอดีต นึกคิดไปในเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเป็นอนาคต
ถามว่าอะไร คือความจริง ปัจจุบันคือความจริง จิตของเราไม่เคยอยู่กับปัจจุบันเลย นั่งคิดบ่นเพ้อไปในเรื่องที่พอใจ กิเลสก็ตามมา เป็นโลภะ ถ้าเป็นเรื่องไม่พอใจก็เป็นโทสะ ตัณหาจับอารมณ์ อุปาทานยึดมั่น ถือมั่น ของไม่ดี เห็นไหมลูก ความฟุ้งซ่านไม่ทำให้เกิดของดีเลย
สมาธิมี 2 อย่างได้แก่
สัมมาสมาธิ คือ สมาธิที่ดีถูกต้องเป็นประโยชน์ สร้างความเจริญ ส่วนมิจฉาสมาธิคืออำนาจความตั้งมั่นในความสงบ ทำให้จิตตกไปในอกุศล เช่น อ่านหนังสือนิยาย ขณะอ่านหนังสือต้องมีสมาธิ ถ้าไม่มีสมาธิจะอ่านรู้เรื่องไหมตั้งมั่นดูนิยายในโทรทัศน์ เขาร้องไห้ก็ร้องด้วยเขาดีใจก็ดีใจด้วย ขณะนั้นสมาธิเกิด แต่เป็นมิจฉาสมาธิ ฉะนั้น การอ่านหนังสือ ดูละคร ฟังเพลงร้องรำ ต้องมีสมาธิ ที่พูดว่า ลูกเกิดมาไม่มีสมาธิเลย พ่อเศร้าใจเหลือเกิน ทั้งๆ ที่มีสมาธิแต่บอกว่าไม่มี ทุกคนมีสมาธิมีความตั้งมั่น แต่มีความตั้งมั่นที่ไม่ถูกต้องพระพุทธองค์จึงหาความตั้งมั่นที่ถูกต้อง คือหาของหยาบที่ทำแล้วเป็นคุณประโยชน์ เช่น กำหนดลมหายใจเข้าออก หรือเอาคำภาวนาที่ไม่หยาบคาย เช่น พุทโธ พุทธแปลว่าปัญญา เราพูดดี จิตก็ดีด้วย เปลี่ยนจากความตั้งมั่นที่ผิดมาเป็นถูก เพียงแค่นั้นเอง เพื่อกำจัดความฟุ้งซ่าน เพราะขณะที่เราใส่ใจอยู่กับคำภาวนา จะไม่ฟุ้งซ่านเลย
เมื่อรู้จักทำจิตให้มีความตั้งมั่นแล้ว จึงก้าวไปสู่ขั้นปัญญาต่อไป จึงจะเป็นการเดินตามมรรคมีองค์ 8 ซึ่งพระพุทธองค์ทรงชี้แนะให้เพื่อไปสู่ความพ้นทุกข์ เป็นผู้ชนะอารมณ์ได้โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2553 , 08:42:05 น.] ( IP = 58.9.152.59 : : )
สลักธรรม 8มรรค 8 แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1. ประเภทของปัญญาได้แก่ ความเห็นชอบ (สัมมาทิฏฐิ) คือเห็นธรรมชาติของชีวิตตามความเป็นจริง ซึ่งจะเห็นได้ก็ด้วยความเอาใจใส่ พินิจ พิจารณาในตนเอง พระพุทธองค์มิได้ทรงสอนให้ไปค้นคว้าหาอริยสัจ 4 ที่ไหนเลย ทรงสอนให้ค้นคว้าในตัวเอง เพราะความจริงนั้นมีอยู่ในชีวิตของตนอยู่แล้ว แต่ความสันทัดของคนเราชอบดูผู้อื่น หาจุดบกพร่องที่ผู้อื่นอยู่เป็นปกติวิสัยความจริงของชีวิตตนเอง จึงถูกปิดบังไว้อย่างมิดชิด เมื่อได้พิจารณาความเป็นจริงของชีวิต ก็จะเกิดความรู้เห็นที่ถูกต้องขึ้นว่า ทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ จะเลิกยินดีติดใจในความมีชีวิต
ความดำริชอบ (สัมมาสังกัปปะ) คือคิดหาทางออกจากความยินดีติดใจในกามคุณทั้ง 5 ได้แก่รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส สุดความสามารถ
2. ประเภทของสมาธิได้แก่ เพียรชอบ (สัมมาวายามะ) คือเพียรระวังมิให้บาปอกุศลเกิดขึ้นในกาย วาจา ใจ เพียรละบาปอกุศลที่เคยเกิดขึ้นแล้วมิให้กลับมาเกิดอีกและไม่นึกย้อนไปถึงบาปที่เคยเกิดขึ้นแล้ว เพียรสร้างกุศลที่ยังไม่เคยมีให้เกิดมีขึ้นเพียรทำกุศลที่เคยเกิดขึ้นแล้ว ให้เจริญต่อไป
ระลึกชอบ (สัมมาสติ) คือ ความระลึกรู้สึกตัวอยู่เสมอไม่ปล่อยจิตใจให้ไหลไปในทางบาปอกุศล ระลึกแต่ละครั้งบุญกุศลจะเกิดขึ้นเป็นพลังอันมหาศาล
ตั้งมั่นชอบ (สัมมาสมาธิ) คือ หมั่นทำจิตให้มีสมาธิอยู่ เสมอ เพื่อกั้นบาปอกุศล และให้กุศลเกิดอยู่ในใจได้นาน
3. ประเภทของศีล ได้แก่ เจรจาชอบ (สัมมาวาจา) คือ ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด พูดแต่สิ่งที่จำเป็น เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น การงานชอบ (สัมมากัมมันตะ) คือ ดูแลชีวิตของตนเองอย่าให้พลาดถลำไปในบาปอกุศล ให้มีบุญกุศลเกิดขึ้นให้มาก ทั้งกาย วาจา ใจ เลี้ยงชีพชอบ (สัมมาอาชีวะ) คือเว้นจากอาชีพ ที่เป็นทุจริต และอาศัยปัจจัย 4 ตามความจำเป็น ไม่เป็นไปตามความอยากคือตัณหาและความโง่ คือ อวิชชาโดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2553 , 08:47:03 น.] ( IP = 58.9.152.59 : : )
สลักธรรม 9
มรรค 8 เปรียบเสมือนเชือกมี 8 เกลียว จะขาดไปเกลียวหนึ่งเกลียวใดไม่ได้ จะปฏิบัติแต่เฉพาะมรรคใดมรรคหนึ่ง หรือหลายมรรคแต่ไม่ครอบองค์ทั้ง 8 ก็จะไม่เกิดผลตามที่ปรารถนา จำเป็นต้องปฏิบัติให้ครบแล้วจึงจะได้มรรคสามัคคี ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพาน เป็นพระอริยบุคคล ตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ พ้นจากการเป็นทาสของอารมณ์ได้อย่างเด็ดขาด
ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ ซึ่งจะมีกันอยู่ทุกๆ ปีที่เวียนมา เราต่างมีความยินดีชื่นชมกับปีใหม่อะไรบ้างที่ใหม่ เดิน ยืน นั่ง นอน กิน ขับถ่าย เพ้อเจ้อ ไร้สาระ นินทา โกรธ เกลียด รัก ชอบ ชัง ไม่ว่าวันนี้ วันหน้า ปีนี้ ปีหน้า ก็เป็นอยู่อย่างนี้ไม่มีอะไรเป็นมงคลเลยสำหรับการกระทำ เช่นนี้ ฉะนี้ จงหามงคลให้แก่ชีวิต มงคลมีถึง 38 ผู้ที่ได้มงคลชีวิตนับเป็นผู้ที่ประเสริฐที่สุดมงคลชีวิต มีอานิสงส์แตกต่างกันมากมายหลายประเภท ที่เราสามารถบรรจุใส่ในตัวเองได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดไปในภพภูมิต่างๆ ไม่ต้องพลาดถลำไปในอบายภูมิ
พ่อพร้อมจะช่วยเหลือ อุดหนุน ส่งเสริมลูกหญิง ลูกชายทุกๆ คน พ่อมีความภูมิใจและยินดีเสมอมา ที่ต่างคนต่างบำเพ็ญเพียรพยายามขัดเกลากิเลสตัณหา ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า กันสม่ำเสมอตลอดมา ความปีติเกิดขึ้นจึงได้แผ่เมตตาไปยังเวไนยสัตว์ต่างๆ ทั่วไป
ขอน้อมนำความปีติอันเกิดด้วยความศรัทธาในการปฏิบัติของลูกศิษย์ทุกคน มาอำนวยอวยพรเป็นของขวัญปีใหม่ สิ่งใดที่พ่อเคยกระทำไว้ด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ขอให้เป็นพลวปัจจัยพิทักษ์รักษาชีวิตของลูกหญิง ลูกชายทุกคน จงสามารถชนะอารมณ์ ข่มนิสัย ให้มีสติปัญญาอันแรงกล้า นำชีวิตลูกนั้นเดินสู่สันติสุขได้ทั่วหน้ากันทุกคน ขอให้พบพานกับสัปบุรุษได้ฟังธรรมของสัปบุรุษ ได้ตั้งตนไว้ชอบ ประกอบด้วยสติ และสัมปชัญญะโดยไม่เสื่อมถอย
การทำหน้าที่การงานต่างๆ ขอให้เกิดความรุ่งเรือง สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษเป็นภัย ขอให้พ่ายแพ้แก่ความดี ความงาม ของกาย วาจา ใจ เป็นกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต นอกจากสุจริตแล้วยังจะต้องประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ในอดีตเราจะทำได้ที่ไหน ทุกขณะที่เราตั้งมั่นที่ปัจจุบันจึงจะทำได้ ทำตรงนี้แหละ พอผ่านวินาทีนี้ไปก็เป็นอดีตของเรา วินาทีที่แล้วมานี้ เราทำอะไร ที่ลูกฟังธรรมะไปนี่ตอนนี้เป็นอดีตไปแล้ว ที่เราทำคือมหากุศลญาณสัมปยุต เก็บเป็นความดีไปแล้ว
ขอให้ลูกทุกคนพบพระศรีอริยเมตไตรย์ ในโลกนี้ ลูกไม่มีใครจริงๆ อย่าไปให้เขาหลอก อย่าไปหลงอะไรง่ายๆ เขาไม่ได้พูดให้ลูกโกรธ ลูกโกรธเอง อย่าไปเหงา อย่าไปว้าเหว่ พ่อไม่เคยสอนใครเลย พ่อสอนลูกคนเดียว พ่อพยายามเคี่ยวลูกคนเดียว และพ่อมีความหวังที่ลูกคนเดียว เพราะในโลกนี้มีลูกกับพ่อเท่านั้น
สำหรับเงินทุกบาททุกสตางค์ ที่ได้ร่วมกันบริจาคบำรุงสถานที่ ขออนุโมทนาให้เป็นพลวปัจจัยผลักดันให้ชีวิตลูกที่ถูกกักขังไว้ด้วยอุดมการณ์อันวิปริต ด้วยจิตอันวิปลาส ขอให้สามารถออกจากตารางชีวิต ระหว่างทางเดินในสังสารวัฏ ขอให้สามารถฝึกหัดเป็นคนอดทน แล้วมีทานบารมี ทำให้หนีจากความอดอยากยากจน แห้งแล้งและกันดาร แผ้วพานจากคนพาล แล้วอันตรธานจากกิเลส ได้ทั่วหน้ากันทุกคนเทอญ.
![]()
![]()
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2553 , 08:52:13 น.] ( IP = 58.9.152.59 : : )
สลักธรรม 10![]()
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้อ่านโดย น้องกิ๊ฟ [4 พ.ค. 2553 , 13:06:05 น.] ( IP = 125.27.171.229 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |