มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เก็บเบี้ย(บุญ) ใต้ถุนร้าน(พี่ดอกแก้ว)




เก็บเบี้ย (บุญ) ใต้ถุนร้าน (พี่ดอกแก้ว)


หลายๆ ครั้งที่ได้มีโอกาสไปไหนๆ หรืออยู่ใกล้อาจารย์ มักจะได้เห็น ได้ฟัง และได้รับรู้ เรื่องราว และเหตุการณ์ ต่างๆ ที่เป็นสาระประโยชน์ ทำให้อดคิดถึงพี่ๆ น้องๆ ไม่ได้

ครั้นจะนำมาเล่า...ก็เล่าไม่ได้ทั้งหมด เนื่องด้วยด้วยวัยที่มากขึ้น ทำให้ความจำน้อยลง คิดแล้วไม่ต่างไปจากคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ ที่ตกรุ่นไปหมด ด้วยหน่วยความจำที่น้อย (ไม่เหมือนน้องกิ๊ฟ ผู้มีความจำเป็นเยี่ยม เหมือนคอมฯรุ่นใหม่ ๆ ที่ทันสมัย มีหน่วยความจำมาก ความไวก็มีมาก จะเห็นได้จาก เหตุการณ์งานกุศลที่ผ่านมา งานเลิกเอาตอนทุ่มกว่าๆ พอตกกลางคืน พวกเราที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ก็ได้มีโอกาสรับทราบ และร่วมอนุโมทนากันได้ทั่วกันแล้ว ทางกระทู้ลานธรรม)

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้นึกถึงคำว่า เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน อย่างน้องกิ๊ฟ นี่ ต้องบอกว่า ....ไม่ใช่เก็บใต้ถุนแล้ว แต่โกยอยู่บนร้านเลยแหละ ..เพราะได้มาเต็มๆ

โดย วยุรี [6 พ.ค. 2553 , 08:43:00 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สำหรับเหตุการณ์ที่จะนำมาเขียนต่อไปนี้...เป็นการเก็บจากใต้ถุนร้านพี่ดอกแก้ว เพราะมีความรู้สึกว่า เก็บมาได้เพียงแค่นิดๆหน่อยๆ....แต่บ่อยๆ เข้า ก็นำเอามาปะติดปะต่อเป็นเรื่องราว มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของเรา

ดังนั้น ...เรื่อง เก็บเบี้ย(บุญ) ใต้ถุนร้าน(ดอกแก้ว) จึงได้เกิดขึ้น

ความจริง….เมื่อว่าโดยความหมายของคำว่า เก็บเบี้ย ใต้ถุนร้าน แล้ว ได้สอบถามจากพี่คนหนึ่งซึ่งเป็นกรรมการสมาคมครูภาษาไทยของสถาบันภาษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ พี่เขาอธิบายว่า

เป็นการเก็บเล็กประสมน้อย เช่น การทำกิจการค้าคายอย่างละนิด อย่างละหน่อย ค่อยเก็บกำไรไป โน่นบ้างนี่บ้าง รวบรวมไว้ไม่นานก็เป็นกอบเป็นกำได้

ก็เลยคิดว่า กรณีนี้คิดว่าน่าจะอนุโลมได้ เพียงแต่เป็นการเก็บบุญ จากเรื่องราวที่ได้พบเห็นจากการกระทำของอาจารย์

อย่างเช่นเรื่องที่จะนำมาเล่าในวันนี้ เพราะเกิดความรู้สึกประทับใจอย่างแรง ในความกรุณาของอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์

โดยท่านพยายามฟื้นฟูจิตใจของลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่กำลังระบมอยู่กับความทุกข์(อย่างสาหัส)

ดังที่ทราบกันดีแล้วว่า อาจารย์ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามาก ใครก็ตามที่เข้ามาเป็นลูกศิษย์แล้ว จะได้รับความรัก ความห่วงใยจากท่านโดยทั่วหน้ากัน เรื่องบางเรื่อง แม้ลูกศิษย์จะไม่ออกปากเล่าให้ฟัง.

แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ ดูเหมือนจิตที่กอปรด้วยเมตตาของท่าน จะรับสัมผัสความรู้สึกทุกข์ใจของลูกศิษย์คนนั้นได้ทันที

ครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกัน เมื่อท่านได้เห็นหน้าลูกศิษย์ ได้พูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป แต่น้ำเสียง และสีหน้า จึงทำให้....

โดย วยุรี [6 พ.ค. 2553 , 08:45:25 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : )


  สลักธรรม 2

อาจารย์พิมพ์กลอน ให้ลูกศิษย์ผู้นั้น ดังนี้


เพลิงแผดผลาญเชื้อไปในเตาเผา .......... ฟืนเร่งเร้าร้อนระอุให้คุโหม
หลอมเหล็กไหลให้กล้าฝ่าเปลวโลม .......... จึงถั่งโถมแรงไฟให้เหล็กแดง

ตีเหล็กร้อนสร้างรอยคอยขึ้นรูป .......... เพิ่มลมสูบเร่งเพลิงให้เริงแสง
ใจจดจ่อก่อจิตคิดดัดแปลง .......... จากทึบแท่งเป็นชิ้นงานผ่านเวลา

เหงื่อหยาดหยดรดร่างกลางความร้อน .......... มิเคยผ่อนแรงแพ้แก่เหล็กหนา
แต่ละครั้งตีลงตรงจินตา .......... ด้วยมุ่งหวังสร้างค่าประณีตงาน

เหล็กถูกหลอมคนถูกย้อมด้วยตบะ ..........เพิ่มพละฝ่าภัยด้วยใจหาญ
ด้วยชีวิตมีแต่แล้งแห้งกันดาร .......... หาได้ปานกลีบกุหลาบอาบกลิ่นอวล

หากมุ่งสู่เส้นชัยในทางยาก .......... ต้องอดทนลำบากสู้ผันผวน
อย่ายอมพ่ายใจท้อพ้อโอดครวญ .......... แม้นสิ้นมวลมิตรไปอย่าไหวตรม

ดั่งเหล็กร้อนรอค้อนตีกระหน่ำ .......... ลงรอยย้ำแปรลายเพื่อคลายขม
เปลี่ยนทึบแท่งเหล็กกล้าให้น่าชม .......... ไปลวกผิวเกรียมระบมก็สมใจ.

โดย วยุรี [6 พ.ค. 2553 , 08:49:44 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : )


  สลักธรรม 3

พร้อมมีข้อความเขียนตอนท้ายกลอนว่า

ใช่ว่าชีวิตนั้น จะมีเราผู้เดียวที่ทุกข์ที่ไหน
....ใช่ว่าเราจะเป็นคนโชคร้ายที่สุด
....ใช่ว่า ทางแห่งความเจริญนั้น จะไม่มีสำหรับเรา


เปล่าเลย เราคิดเองทั้งนั้น เพราะส่วนประกอบที่บังเกิดขึ้นในชีวิตนี้ที่เราได้รับ ล้วนเป็นบทละครที่เราเป็นผู้เขียน เราเป็นผู้สร้าง

ดังนั้น จงคิดเสียว่า ...สิ่งที่รับทั้งหลายนั้นเป็นรายรับจากบทละคร บ้างเป็นเงินสด บ้างเป็นเช็ค (ที่เด้งแล้วเด้งอีก ) ...แต่เราจะกังวลไปใย ในเมื่อเรากินข้าวกินน้ำ เราไม่ได้กินสิ่งนั้นๆ เพียงแต่สิ่งนั้นๆ มาปรากฏเป็นรางวัลแก่ ...สัตว์ที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดต่างหาก

เพียรสร้างปราการใจให้มั่นคง หลีกหนีจากอารมณ์ที่ขมขื่น
ถึงจะมีโผล่มาบ้าง ก็คิดเสียว่า “เออ...ดี ! มาเถอะ กรรมเลวๆ ทั้งหลายที่เราทำมา มาเสียตอนที่เรากำลังมีแรงกายแรงใจ และมิตรเพื่อนที่ดี ...มาให้เต็มที่ เพราะเมื่อฉันต้องการ ออกเดินทางแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องไปสู้รบกับสิ่งเหล่านี้ ...ฉันจะตั้งใจรบกับกิเลสอย่างเดียวเท่านั้น”

อธิษฐานซิ ... ในเมื่อชอบคิด ชอบกลุ้มใจ อธิษฐานให้ใจเราแกร่ง ให้เราไม่คิดไหวไปตามคนชั่ว ไม่ให้ตกเป็นทาสทั้งอารมณ์ และคนอื่นๆ เราต้องเป็นไทให้ได้ เพียงแค่นี้เท่านั้นเอง ขอให้กรรมเก่าๆ มาด้วยความที่พร้อมเข้าใจเสียก่อนที่ร่างกายจะอ่อนแรงกว่านี้ เชื่อกรรมดีสักอย่างเดียว อะไรๆ ก็เข้าเกี่ยวใจให้หมองได้ยาก กรรมเก่าเหล่านั้นมาได้เพียงผ่านทวารชั่วคราว.

แม้นจะต้องเจ็บแสนเจ็บ
ก็อย่าให้เจ็บจนเสียศรัทธา

แม้นจะต้องเจ็บแสนเจ็บ
ก็อย่าให้ความเศร้าเข้าแทนสติ

แม้จะเจ็บเจียนตาย
ก็อย่าให้หน่ายความดี


เพียงเท่านี้ชีวีที่จะมีต่อไปก็ไกลจากมารร้ายได้แน่นอน

โดย วยุรี [6 พ.ค. 2553 , 08:54:27 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : )


  สลักธรรม 4

ไม่เพียงให้แค่คำกลอน และข้อคิดสอนใจ เท่านั้น แต่อาจารย์พยายามกระทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ลูกศิษย์ท่านนั้น มีสภาพทางจิตใจที่ดีขึ้น

ท่านถามว่า …ชอบเพลงอะไร จะร้องให้ฟัง (ดูเหมือนตอนนั้น ลูกศิษย์คงจะนึกอะไรไม่ออก เข้าใจว่าเรื่องราวของทุกข์มีมากจนปิดบังสิ่งที่เคยเป็นความสุขมาก่อน) แล้วอาจารย์ก็ร้องเพลง ๆ หนึ่ง ซึ่งมีเนื้อเพลงว่า..

โอ้ชีวิตฉันนั้นด่างพร้อยไปสิ้น ด้วยรอยมลทินที่ฉันสร้าง ประทับเป็นรอยร้าวไม่เลือนลาง ชีวิตหม่นหมางด้วยรอยมลทิน ตราบเท่านานแสนนานรอยนี้ยังอยู่ ยิ่งพาอดสูมิสูญสิ้น ใต้จิตสำนึกฉันมีมลทิน น้ำตาร่วงรินเพราะมลทินใจ

ชีวิตแสนเศร้า โถคนอย่างเราจะมีใครเห็นใจ ฉันคอยเวลา ที่รอยมลทินแห่งใจจะลบเลือนจากชีวา

หากมีใครสักคนที่เห็นใจอยู่ จะมาเอ็นดูรู้คุณค่า
ว่าคนอย่างฉันนั้นเหนือราคา โปรดช่วยเมตตาลบรอยมลทิน

ขณะนั้นผู้เขียนได้นั่งอยู่ท่ามกลาง...เสียงเพลงที่ท่านกล่อมให้ลูกศิษย์ฟัง ....กับน้ำตาของลูกศิษย์ที่หลั่งไหลออกมา… ไม่ทราบว่า …เป็นเพราะความตื้นตันใจจากท่านอาจารย์ หรือความขมขื่นในใจจากเรื่องราวที่ได้รับ

โดย วยุรี [6 พ.ค. 2553 , 08:57:07 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : )


  สลักธรรม 5

แต่ในความรู้สึกของผู้เขียนในขณะนั้น คิดว่า.... เป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยม หาใครทำได้ยาก

หากเป็นเราๆ ก็คงพยายามหาหัวข้อธรรมะ มาพูดให้ฟัง แต่นี่...อาจารย์กลับใช้เสียงเพลงมากล่อมให้เขายอมรับ และกลับมารู้สึกที่ตนเอง...ไม่ใช่เรื่องราวที่เกิดจากบุคคลอื่น

ด้วยรอยมลทินที่ฉันสร้าง
ซึ่งตรงกับข้อความที่ท่านเขียนให้ว่า

ส่วนประกอบที่บังเกิดขึ้นในชีวิตนี้ที่เราได้รับ ล้วนเป็นบทละครที่เราเป็นผู้เขียน เราเป็นผู้สร้าง

ดูเหมือนอาจารย์จะพยายามล้างถ่ายตะกอนที่ขังอยู่ในจิตใจลูกศิษย์ออกมาด้วยน้ำตา โดยใช้เสียงเพลงเป็นสื่อ ต่อจากนั้นอาจารย์พยายามจะให้เขาร้องตามในท่อนที่ว่า

หากมีใครสักคนที่เห็นใจอยู่ จะมาเอ็นดูรู้คุณค่า...ว่าคนอย่างฉันนั้นเหนือราคา โปรดช่วยเมตตาลบรอยมลทิน

ซึ่งผลปรากฏว่า ลูกศิษย์ร้องไม่ออก อาจารย์ จึงร้องท่อนนั้นซ้ำ
พร้อมกับขึ้นเพลงใหม่ ที่มีเนื้อร้องว่า...

ใครก็ได้ สำหรับคนใจช้ำอย่างฉัน จะเป็นใครไม่สำคัญ เพียงให้เขานั้นปลอบใจฉันได้ เขาจะมีรัก มีความหลังฝังใจกับใคร ฉันไม่ใส่ใจ ขอเพียง...แต่ให้เขารักฉันจริง

ใครก็ได้ หวังให้เขาได้มาสมาน ...รอยแผลรักที่ร้าวราน รักที่เคยผลาญพรากใจฉันนี่ ถ้าหากเขารัก จะฝากกายใจให้เขาแอบอิง จะรักเขา ซื่อสัตย์จริง ไม่ประวิงรอรักใครๆ ฯลฯ.

โดย วยุรี [6 พ.ค. 2553 , 08:59:38 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : )


  สลักธรรม 6



เนื้อเพลงนี้ ผู้เขียนเข้าใจ(เอาเอง) ว่า ..อาจารย์กำลังจะให้ลูกศิษย์ผู้นั้นหาที่พึ่งทางใจ เป็นที่ยึดเหนี่ยวให้จิตใจมีกำลังออกจากความทุกข์ที่กำลังประสบอยู่ให้ได้ โดยที่อาจารย์ได้ก็ตั้งคำถามถามกับผู้เขียนว่า

พระพุทธเจ้ารักใครมากที่สุด ……รักพระอรหันต์ ในเมื่อตอนนี้ พระอรหันต์ไม่มี ....งั้น…พระพุทธเจ้ารักใครมากที่สุด
…ก็ต้องรัก ผู้ที่กำลังเดินทางเป็นพระอรหันต์

บางท่านอ่านแล้ว อาจคิดค้านว่า พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานไปนานแล้ว แต่หลายๆ ท่านก็คงทราบคำตอบนี้ดี ว่าหมายถึงอะไร เพราะแม้พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสไว้แล้วว่า พระธรรมวินัยเป็นตัวแทนพระศาสดา

สรุปได้ว่า หากเราใช้ชีวิตเดินทางสู่ความเป็นพระอรหันต์ ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า พระพุทธเจ้า(พระธรรมฯ) ต้องรักเรา

ทำให้นึกถึงคำว่า "ครู" ครูย่อมรักลูกศิษย์ที่เชื่อฟัง และทำตามคำสอนที่ครูให้

และ พระอรหันต์ เป็นศิษย์พระตถาคต ผู้ได้ดำเนินตามคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้จนสำเร็จแล้ว ขนาด ท่านโกญฑัญญะ …เมื่อดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระโสดาบัน (ยังไม่ถึงพระอรหันต์) พระพุทธองค์ยังทรงเปล่งอุทานด้วยความยินดี ..เพราะนั้นคือการบรรลุเป้าหมายของพระพุทธองค์

ทั้งหมดนี้ คือวิธีการของอาจารย์ที่ค่อยๆ ดึงจิตใจลูกศิษย์เข้าสู่เส้นทางบุญอย่างละมุนละม่อม

แล้วจากนั้นอาจารย์จึงสอนให้เห็นสภาพความจริงในเรื่องของความทุกข์ว่า ทุกข์นั้นย่อมมีในทุก ๆ ที่ และทุกๆ คน แต่ที่คิดว่า สุขแท้ที่จริง ก็คือ ทุกข์ เป็นแค่ สุขวิลาส เท่านั้น (ที่จริงมีมากกว่านี้…แต่บอกแล้วว่า เป็นแค่ เก็บเบี้ย(บุญ) ใต้ถุนร้าน(พี่ดอกแก้ว)เท่านั้น.

โดย วยุรี [6 พ.ค. 2553 , 09:04:19 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : )


  สลักธรรม 7

สุดท้ายในวันนั้น

เชื่อว่าสภาพจิตใจของลูกศิษย์ท่านนั้นคงจะดีขึ้น
ถึงกับพูดว่า อาจารย์มีอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมที่จะนำมาสอนธรรมะ เพราะแม้เสียงเพลงอาจารย์ก็ยัง…คัดเลือกมาร้อง จนช่วยสามารถช่วยแก้ไขปัญหาจิตใจของเขาได้

ที่นำมาเล่า (โดยขอเอกสารที่เป็นกลอน และข้อคิด ที่อาจารย์เขียนให้ฯ) ก็ด้วยหวังให้ทุก ๆคน ได้อ่าน เพราะคิดว่า ....ชีวิตของเราอาจจะต้องพบเรื่องราว และเหตุการณ์ที่ร้ายแรง..สุด สุด ก็ได้ เพราะ ชวนะ ดวงที่ 2 ถึง 6 ที่เราทำมา ทั้งกุศล และอกุศลที่ผ่านๆ มาจากการเวียนว่ายตายเกิดนั้น มีมากมายจนไม่นับไม่ถ้วน ล้วนยังคอยส่งผลอยู่ตลอดเวลา

และยังมีความหวังต่อไปว่า... หากพวกเรามีปัญหาเมื่อใด …เรื่องที่เล่าวันนี้ คงจะช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของเรา ไม่ให้เตลิดไปมากกว่าที่ควรจะเป็น

โดยเฉพาะข้อคิดที่อาจารย์ให้ว่า

แม้นจะต้องเจ็บแสนเจ็บ
ก็อย่าให้เจ็บจนเสียศรัทธา

แม้นจะต้องเจ็บแสนเจ็บ
ก็อย่าให้ความเศร้าเข้าแทนสติ

แม้จะเจ็บเจียนตาย
ก็อย่าให้หน่ายความดี


สวัสดีค่ะ


โดย วยุรี [6 พ.ค. 2553 , 09:08:41 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : )


  สลักธรรม 8

อิอิ....มาเก็บดอกทบต้นบ้างค่ะ....

ชีวิต..เป็นสิ่งที่เรียนรู้ให้เข้าใจได้ยากมากนะคะ พอไม่เข้าใจก็เลยมีปัญหามากมาย เมื่อเข้าใจแล้ว ... การใช้ชีวิตให้เป็นก็ยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปอีก และการใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์อย่างคุ้มค่าแก่ตนและแก่ผู้อื่น ก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่...

เท่าที่มีโอกาสร่วมอยู่ในเหตุการณ์กุศลหลายๆครั้ง สิ่งที่อาจารย์กระทำนั้น เปี่ยมไปด้วยความเคารพในพระรัตนตรัยและผู้มีพระคุณ กระทำด้วยน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ประกอบความปรารถนาดี อย่างจริงใจ ..ให้ประโยชน์มากมายหลายชั้นแก่ผู้ที่อยู่รอบข้างอย่างทั่วถึง

การแก้ไขปัญหาให้ใครคนหนึ่งได้รับความสบายใจ ไม่ใช่คำพูดหวานๆเพียงอย่างเดียว แต่อาจารย์มีธรรมโอสถ มาสมานแผลให้เสมอ ให้เรียนรู้จักตนเอง...และพร้อมจะลุกขึ้นอย่างมีความหวังและกำลังใจ

การสอนให้เข้าใจในธรรมะ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความสามารถมากนะคะ สิ่งที่ใครเห็นว่าเป็นเรื่องของกิเลสเช่นเพลง แต่อาจารย์ก็สามารถนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ และชี้ให้เห็นความเป็นเพชรที่ซ่อนอยู่ในภาษา ซึ่งในที่สุดคือ การนำไปสู่สิ่ง ที่สูงค่า คือพระธรรมของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผู้ที่มีปัญหาก็คลายจากปัญหา ด้วยความเข้าใจถูก ผู้ที่อยู่รอบข้าง ก็ได้ศึกษาชีวิตอย่างมีกำไร..โดยเฉพาะความไม่ประมาทในการกระทำกรรม และผลของกรรมตามชวนะ และข้อคิดที่ไม่ยอมแพ้ด้วยค่ะ ประทับใจในคำสอนและความเมตตาครั้งนี้ของอาจารย์มากค่ะ และดีใจที่ได้มาเป็นลูกศิษย์

ขอบคุณพี่แอ๊ะที่เก็บเบี้ยมาฝากนะคะ

โดย น้องกิ้ฟ [6 พ.ค. 2553 , 09:10:47 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณพี่วยุรีค่ะ

ทั้งบทกลอน เพลง ข้อคิดต่างๆ และความเมตตาที่มีอาจารย์มีต่อลูกศิษย์คนนั้น จะช่วยคลายความทุกข์ใจได้มากทีเดียว

ซึ่งถ้าใครประสบปัญหาก็สามารถนำข้อคิดมาใช้ได้ เช่น
แม้นจะต้องเจ็บแสนเจ็บ...ก็อย่าให้เจ็บจนเสียศรัทธา
แม้นจะต้องเจ็บแสนเจ็บ...ก็อย่าให้ความเศร้าเข้าแทนสติ
แม้จะเจ็บเจียนตาย.........ก็อย่าให้หน่ายความดี

โดย เซิ่น [6 พ.ค. 2553 , 09:12:13 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : )


  สลักธรรม 10

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ น้ำใจอย่างนี้ยากที่จะหาอาจารย์ที่ไหนเสมอเหมือน เป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่

ผมมีความภาคภูมิใจที่ได้มารู้จักคุณดอกแก้วและเพื่อนๆที่อภิธรรมมูลนิธินี้ครับ เป็นเพื่อนกันได้ตลอดชีวิต

โดย ใจเป็นธรรม [6 พ.ค. 2553 , 09:13:17 น.] ( IP = 58.9.148.87 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org