มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วันเข้าพรรษา




ความหมายและความสำคัญ

การเข้าพรรษา เป็นพุทธบัญญัติ ซึ่งพระภิกษุทุกรูปจะต้องปฏิบัติตาม หมายถึง การอธิษฐานอยู่ประจำที่ไม่เที่ยวจาริกไปยังสถานที่ต่างๆ เว้นแต่มีกิจจำเป็นจริง ๆช่วงจำพรรษาจะอยู่ในช่วงฤดูฝนคือแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี

ดังนั้น วันเข้าพรรษา หมายถึง วันที่พระภิกษุในพระพุทธศาสนาอธิษฐานอยู่ประจำในวัดหรือเสนาสนะที่คุ้มแดดคุ้มฝนได้แห่งหนึ่งไม่ไปค้างแรมในที่อื่น ตลอด ๓ เดือนในฤดูฝน


วันเข้าพรรษานี้มีความสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนและเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนาด้วยเหตุผลดังนี้

๑. พระภิกษุจะหยุดจาริกไปยังสถานที่อื่นๆแต่จะเข้าพักอยู่ประจำในวัดแห่งเดียวตามพุทธบัญญัติ

๒. การที่พระภิกษุอยู่ประจำที่นานๆ ย่อมมีโอกาสได้สงเคราะห์กุลบุตรที่ประสงค์จะอุปสมบทเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและสงเคราะห์พุทธบริษัททั่วไป

๓. เป็นเทศกาลที่พระพุทธศาสนิกชนงดเว้นอบายมุขและความชั่วต่าง ๆ เช่น การดื่มสุราสิ่งเสพติด และการเที่ยวเตร่เฮฮา เป็นต้น ๔. นอกจากเป็นเทศกาลที่พุทธศาสนิกชนงดเว้นอบายมุขและความชั่วต่าง ๆ แล้วในช่วงเวลาพรรษา พุทธศาสนิกชนทั่วไปจะบำเพ็ญทาน รักษาศีลฟังธรรม และเจริญภาวนามากขึ้น


โดย เซิ่น...นำมาฝากค่ะ [22 ก.ค. 2545 , 20:09:17 น.] ( IP = 203.170.154.99 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ความเป็นมา

๑. ส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ วัด เวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นคือ พวกชาวบ้าน กลุ่มหนึ่งพากันกล่าวตำหนิพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาว่า ช่างไม่รู้จักกาลเวลาเสียเลยพากันจาริกไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้งแม้ในระหว่างฤดูฝนบางครั้งก็ไปเหยียบข้าวกล้าของชาวนาเสียหาย ขณะที่พวกนิครนถ์ นักบวชในศาสนาอื่นและฝูงนกยังหยุดพักผ่อนไม่ท่องเที่ยงไปในฤดูฝนเช่นนี้

เรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้าในกาลต่อมา พระองค์จึงทรงรับสั่งให้พระสงฆ์ประชุมพร้อมกันตรัสถามจนได้ความเป็นจริงแล้วจึงทรงบัญญัติเรื่องการเข้าพรรษาไว้ว่า

อนุชานามิ ภิกขะเว อุปะคันตุง
แปลว่า "ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้พวกเธออยู่จำพรรษา"


วันเข้าพรรษานี้โดยทั่วไปกำหนดในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เรียกว่า วันเข้าพรรษา (ปุริมพรรษา) ถ้าปีใดเป็นปีอธิกมาส มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเข้าพรรษา ในวันแรม๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถเข้าพรรษาได้ก็เลื่อนเข้าพรรษา ในแรม ๑ ค่ำเดือน ๙ ก็ได้ ไปสิ้นสุดเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน๑๒ เรียกว่า วันเข้าพรรษาหลัง (ปัจฉิมพรรษา)


โดย เซิ่น...นำมาฝากค่ะ [22 ก.ค. 2545 , 20:18:31 น.] ( IP = 203.170.154.99 : : )


  สลักธรรม 2

หลักธรรม

ระหว่างเทศกาลเข้าพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนนิยมไปวัด ถวาย ทาน รักษาศีล ฟังธรรมและเจริญจิตภาวนา ซึ่งเป็นการเว้นจากการกระทำความชั่ว บำเพ็ญความดีและชำระจิตให้สะอาดแจ่มใสเคร่งครัด ยิ่งขึ้น หลักธรรมสำคัญที่สนับสนุน คุณความดีดังกล่าวก็คือ "วิรัติ "

คำว่า "วิรัติ " หมายถึงการงดเว้นจากบาป และความชั่วต่าง ๆ จัด เป็นมงคลธรรมข้อหนึ่ง เป็นเหตุนำบุคคลผู้ปฏิบัติตามไปสู่ความสงบสุขปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป


วิรัติ การงดเว้นจากบาปนั้น จำแนกออกได้เป็น ๓ ประการ คือ

๑. สัมปัตตวิรัติ ได้แก่การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ด้วยเกิดความรู้สึกละอาย (หิริ)และเกิดความรู้สึกเกรงกลัวบาป (โอตตัปปะ) ขึ้นมาเอง เช่น บุคคลที่ได้สมาทานศีลไว้ เมื่อถูกเพื่อนคะยั้นคะยอให้ดื่มสุรา ก็ไม่ย่อมดื่มเพราะละอายและเกรงกลัวต่อบาปว่าไม่ควรที่ชาวพุทธ จะกระทำเช่นนั้นในระหว่างพรรษา

๒. สมาทานวิรัติ ได้แก่การงดเว้นจากบาปความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ด้วยการสมาทานศีล ๕ หรือศีล ๘ จากพระสงฆ์โดยเพียรระมัดระวังไม่ทำให้ศีลขาดหรือด่างพร้อย แม้มีสิ่งยั่วยวนภายนอกมาเร้าก็ไม่หวั่นไหวหรือเอนเอียง

๓. สมุจเฉทวิรัติ ได้แก่การงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ได้อย่างเด็ดขาดโดยตรงเป็นคุณธรรมของพระอริยเจ้า ถึงกระนั้น สมุจเฉทวิรัติ อาจนำมาประยุกต์ใช้กับบุคคลผู้งดเว้นบาปความชั่วและอบายมุขต่างๆในระหว่างพรรษากาลแล้วแม้ออกพรรษาแล้วก็มิกลับไป กระทำหรือข้องแวะอีก เช่นกรณีผู้งดเว้นจากการดื่มสุราและสิ่งเสพติดระหว่างพรรษากาลแล้วก็งดเว้นได้ตลอดไป เป็นต้น

โดย เซิ่น...นำมาฝากค่ะ [22 ก.ค. 2545 , 20:45:00 น.] ( IP = 203.170.141.178 : : )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนาค่ะ..ขอบคุณค่ะ ..เป็นของฝากที่มีค่ามากเลยค่ะ..สาธุๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [22 ก.ค. 2545 , 21:57:18 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

ในเทศกาลเข้าพรรษา พวกเราในฐานะเป็นพุทธศาสนิกชน นิยมทำบุญกุศลด้วยการถวาย เทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน ไฟฉาย ร่ม ยารักษาโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาแก้ไข้หวัดและยาแพ้อากาศ ในระยะหลังก็มีการถวายไฟฟ้าแทนเทียน ถามว่าได้หรือไม่ ก็ขอตอบว่า...พอได้ แต่ถ้าได้ทั้งสองอย่างก็จะดีมาก เพราะว่าเมืองไทยเรายามหน้าฝนไฟฟ้ามักดับบ่อย เกิดจากฟ้าผ่า ต้นไม้ล้มทับสายไฟ ไฟฟ้าช็อต หม้อไฟฟ้าระเบิดรถยนต์ชนเสาไฟฟ้าล้ม ลมพัดสายไฟฟ้าขาด ฯลฯ

เทียนถือเป็นภูมิปัญญาโบราณที่แก้ไขสถานการณ์ได้ตลอดเวลา และเทียนก็ควรจะถวายด้วยขนาดต่างๆ แม้ยามน้ำท่วมจุดเทียนลอยน้ำได้ ใครปัญญาดีบอกว่าถวายแต่ดวงไฟ หลอดไฟ นั่นแสดงว่า ฉลาดแบบขาดเฉลียว... จึงมักหาภูมิปัญญาของคนโบราณไว้บ้าง ถ้าไม่ดีจริงท่านคงรักษาประเทศไว้ไม่อยู่ เสี่ยงดูเราไม่รอด

การเข้าพรรษา มิใช่เรานึกถึงแต่พระเท่านั้น แม้ตัวเราก็ต้องเอาอย่างพระไปปฏิบัติบ้าง เพราะพระกับเราก็อยู่ใต้ฟ้าใต้ฝนเดียวกัน วิถีชีวิตอันเกิดจากฟ้าฝนเราก็ต้องผจญเหมือนกัน

จึงขอให้ท่านทั้งหลาย เตรียมกลัว เตรียมการ เตรียมรับสถานการณ์ฤดูฝน อุทกภัย วาตภัย และฉาตกภัย (ภัยไส้แห้ง) ด้วย การตั้งกติกาในครอบครัวให้ร่วมกันปฏิบัติดังนี้


อย่าให้เทียนขาดบ้าน

อย่าให้อาหารขาดครัว

อย่าให้เงินทองขาดตัว

อย่าให้ลูก-พ่อ-แม่ ไกลตา

อย่าให้สามี-ภรรยาไกลตน

อย่าซุกซนเดินทางไกล

เตรียมชูชีพและเรือไว้ที่บ้าน


ใครทำได้ดั่งที่กล่าวมานี้ไม่ต้องกลัวฟ้าฝน และควรฝึกตนให้สำนึกเป็นสติปัญญาประจำปี ผู้บริหารบ้านเมืองนอกจากเตรียมเพื่อตนและก็เตรียมเพื่อประชาชนด้วย


พระพิพิธธรรมสุนทร

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม

โดย พระพิพิธธรรมสุนทร [22 ก.ค. 2545 , 22:40:23 น.] ( IP = 203.170.150.143 : : )


  สลักธรรม 5

ขอขอบคุณ ของฝากที่มีค่า และกราบอนุโมทนา ในความเมตตา ของพระคุณเจ้า สาธุ สาธุ สาธุ

เณรสิงห์

โดย เณรสิงห์ [23 ก.ค. 2545 , 00:05:25 น.] ( IP = 203.149.41.252 : : )


  สลักธรรม 6

....อนุโมทนากับเช่นด้วยค่ะ...ที่นำเรื่อง
เข้าพรรษามาให้..

โดย ....แป้ง...จ้า [23 ก.ค. 2545 , 01:18:44 น.] ( IP = 202.22.52.203 : : )


  สลักธรรม 7

พิธีเข้าพรรษา...ใครว่าไม่สำคัญ?


: พระพุทธศาสนาถือว่าเป็นศาสนาของชาติไทย วิถีชีวิตของคนไทยจึงมีความผูกพันกับพระพุทธศาสนามาตลอด ตั้งแต่เป็นแนวปฏิบัติสืบขบวนกลายเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยที่ต้องปฏิบัติเมื่อวันสำคัญเวียนมาถึง

วันเข้าพรรษา ถือเป็นวันที่พระสงฆ์ทำพิธีอธิษฐานพรรษา ซึ่งเป็นแรกของการจำพรรษาตลอดสามเดือนในฤดูฝนจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้

นอกจากมีเหตุจำเป็น ตามพระวินัยบัญญัติวันเข้าพรรษามี 2 แบบคือ


: 1. ปุริมพรรษา วันเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11

2. ปัจฉิมพรรษา วันเข้าพรรษาหลัง เริ่มตั้งแต่ 1. ธุระที่ทรงอนุญาตให้ไปได้ด้วยสัตตาหกรณียะ มี 4 อย่าง คือ 1. สหธรรมิก หรือมารดาบิดาเจ็บไข้ เพื่อทราบข่าวไปเพื่อรักษาพยาบาล 2. สหธรรมิก กระสันจะศึก เมื่อทราบข่าวไปเพื่อรักษาพยาบาล 3. เมื่อมีกิจสงฆ์เกิดขึ้น เช่น เสนาสนะชำรุดเวลานั้น ไปเพื่อหาเครื่องทัมมสัมภาระ (วัสดุก่อสร้าง) มาปฏิสังขรณ์ซ่อมแซม

4. ทายกต้องการบำเพ็ญกุศล ส่งมานิมนต์ไปเพื่อบำรุงศรัทธาของเขา แม้ธุระอื่นนอกจากนี้ที่เป็นกิจลักษณะอนุโลมตามนี้เกิดขึ้นไปก็ได้เหมือนกัน

กิจเหล่านี้ทรงอนุญาตให้ไปได้ แต่ต้องกลับมาภายใน 7 วัน วันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือเพิ่มเดือน 8 เข้ามาอีกหนึ่งเดือนเป็นแปดสองหน ในปีนี้ให้ถือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง เป็นวันเข้าพรรษาแรก

การเข้าพรรษานี้ เป็นพิธีกรรมของพระสงฆ์โดยเฉพาะ ซึ่งมีปรากฏในวัสสูปนายิกขันธก
พระวินัยปิฎก เล่มที่ 4 มีเรื่องต่อว่า

ตอนต้นพุทธกาลยังมิได้ด้วยบัญญัติเรื่องการจำพรรษาภิกษุทั้งหลายได้ออกประกาศพระพุทธศาสนาทุกฤดูกาลโดยไม่คำนึงถึงฤดูฝน ฤดูร้อน และฤดูหนาว ประชาชนทั้งหลายกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า การเที่ยวประกาศพระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ในฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูทำนาของประชาชนนั้น

บางครั้งไปเหยียบย่ำข้าวบ้าง ไปเหยียบสัตว์เล็กสัตว์น้อยต่างๆ บ้าง เป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ด้วยขณะนี้พระพุทธเจ้าจึงบัญญัติพระวินัยให้พระภิกษุจำพรรษาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา


วันเข้าพรรษาชาวพุทธควรปฏิบัติอย่างไร

เราถือว่าเทศกากลเข้าพรรษาเป็นวันทำบุญเป็นกรณีพิเศษและก็นิยมทำกันมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ซึ่งปรากฏในศีลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า

"พ่อขุนรามคำแหง และเมืองสุโขทัยนี้ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ทั้งห่วยปั่ว ห้วยทางลูกเจ็บลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลายทั้งหญิงทั้งชายฝูงท่วยมีศรัทธาในพุทธศาสน์ มักทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน

โดยที่วันนี้ เป็นวันที่พระภิกษุอธิษฐานจิตจำพรรษางดการจาริกไปในที่ต่างๆ ต้องอยู่ประจำที่แห่งเดียวตลอดกาล 3 เดือน ระยะเวลาดังกล่าวนี้

จึงเป็นโอกาสดีสำหรับพุทธศาสนิกชน ที่จะได้บำเพ็ญกุศลถวายไทยธรรมแก่พระภิกษุผู้อยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก


การทำความดีแม้จะเล็กน้อยอย่างที่โบราณเรียนว่า..
"ชั่วช้างสะบัดหู ชั่วงูแลบลิ้น" ก็เป็นสิ่งควรทำ

ปัจจุบันสังคมเรากำลังถูกอบายมุข 6 ตัว หลอกให้เสียคนเสียธรรมตลอดระยะเวลานาน
จึงต้องช่วยกำจัดมี 6 ตัวดังกล่าวคือ


ผีที่หนึ่งชอบสุราเป็นอาจิณ

ไม่ชอบกินข้าวปลาเป็นอาหาร

ผีที่สองชอบเที่ยวยามวิกาล

ไม่รักบ้านรักลูกรักเมียตน

ผีที่สามชอบดูการละเล่น

ไม่ละเว้นนารีคลับละครโขน

ผีที่สี่คบคนชั่วมั่วกับโจร

หนีไม่พ้นอาญาตราแผ่นดิน

ผีที่ห้าชอบเล่นม้ากีฬาบัตร

สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น

ผีที่หกเกียจคร้านการหากิน

รวมทั้งสิ้นหกผีอัปรีย์เอย


ในเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ จึงขอให้เราชาวพุทธได้ทำบุญตามประเพณีและพยายามลดละเลิกอบายมุข
เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้มีความสุขสงบยิ่งขึ้นได้



: เทศกาลนี้จึงถือกันว่า เป็นเทศกาลแห่งบุญกุศล เช่น ถวายผ้าอาบน้ำฝน ถวายสังฆทาน ถวายเครื่องไทยธรรม ถวายดอกไม้ ธูปเทียน ถวายกระทงดอกไม้ และหล่อเทียนพรรษาหลักก็ไปถวายเพื่อจุดบูชาพระรัตนตรัยตลอดพรรษา เป็นต้น

สิ่งที่ควรปฏิบัติในเทศกาลเข้าพรรษาอีกอย่างหนึ่งนอกจากที่กล่าวมาซึ่งเป็นเรื่องของการทำบุญตามประเพณีนิยมแล้ว ก็คือการอธิษฐานใจงดเว้นอบายมุขต่างๆรวมทั้งสิ่งเสพติดอื่นๆ ตลอด 3 เดือน เรียกว่า คฤหัสถ์เข้าพรรษา โดยอนุโลมตามการเข้าพรรษาของพระสงฆ์ โดยเฉพาะอบายมุข 6 คือ 1. ติดสุราและของมึนเมา 2. ชอบเที่ยวกลางคืน 3. ชอบเที่ยวดูการละเล่น 4. ติดการพนัน 5. คบคนชั่วเป็นมิตร 6. เกียจคร้านการทำงาน ที่ควรปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดในทุกข้อ แต่ข้อที่เป็นปัญหาต่อประชาชน และเยาวชนมากที่สุดคือ ข้อ 1. ทีว่าติดสุราและของมึนเมา ซึ่งก็คือสุราและยาเสพติด ที่กำลังเป็นปัญหาหนักอกของรัฐบาล และผู้นำระดับต่างๆในแต่ละปีต้องใช้งบประมาณเพื่อการนี้จำนวนมากสูญเสียทั้งทรัพย์สินและประชาชน เยาวชนซึ่งเป็นกำลังของชาติอย่างประเมินค่ามิได้

กรณีเช่นนี้ จึงถือเป็นหน้าที่สำคัญยิ่งที่ชาวพุทธทุกคนควรกระทำให้เป็นรูปธรรมที่เป็นจริงที่สุดเพื่อจะพัฒนาตนให้มีธรรมเป็นที่พึ่ง ถือการนำเอาธรรมใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตอย่างแท้จริง สมกับที่ตนเป็นพุทธศาสนิกชน จึงขอให้ชาวพุทธถือเทศกาลวันเข้าพรรษาเป็นเทศกาลแห่งการปฏิบัติธรรมประจำปี แม้จะมีระยะเวลาสั้นเพียง 3 เดือนก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไร


โดย พี่เณร...คัดมาฝาก [23 ก.ค. 2545 , 04:36:22 น.] ( IP = 203.146.131.57 : : )


  สลักธรรม 8

พิธีเข้าพรรษา...ใครว่าไม่สำคัญ?


: พระพุทธศาสนาถือว่าเป็นศาสนาของชาติไทย วิถีชีวิตของคนไทยจึงมีความผูกพันกับพระพุทธศาสนามาตลอด ตั้งแต่เป็นแนวปฏิบัติสืบขบวนกลายเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยที่ต้องปฏิบัติเมื่อวันสำคัญเวียนมาถึง

วันเข้าพรรษา ถือเป็นวันที่พระสงฆ์ทำพิธีอธิษฐานพรรษา ซึ่งเป็นแรกของการจำพรรษาตลอดสามเดือนในฤดูฝนจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้

นอกจากมีเหตุจำเป็น ตามพระวินัยบัญญัติวันเข้าพรรษามี 2 แบบคือ


: 1. ปุริมพรรษา วันเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11

2. ปัจฉิมพรรษา วันเข้าพรรษาหลัง เริ่มตั้งแต่ 1. ธุระที่ทรงอนุญาตให้ไปได้ด้วยสัตตาหกรณียะ มี 4 อย่าง คือ 1. สหธรรมิก หรือมารดาบิดาเจ็บไข้ เพื่อทราบข่าวไปเพื่อรักษาพยาบาล 2. สหธรรมิก กระสันจะศึก เมื่อทราบข่าวไปเพื่อรักษาพยาบาล 3. เมื่อมีกิจสงฆ์เกิดขึ้น เช่น เสนาสนะชำรุดเวลานั้น ไปเพื่อหาเครื่องทัมมสัมภาระ (วัสดุก่อสร้าง) มาปฏิสังขรณ์ซ่อมแซม

4. ทายกต้องการบำเพ็ญกุศล ส่งมานิมนต์ไปเพื่อบำรุงศรัทธาของเขา แม้ธุระอื่นนอกจากนี้ที่เป็นกิจลักษณะอนุโลมตามนี้เกิดขึ้นไปก็ได้เหมือนกัน

กิจเหล่านี้ทรงอนุญาตให้ไปได้ แต่ต้องกลับมาภายใน 7 วัน วันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือเพิ่มเดือน 8 เข้ามาอีกหนึ่งเดือนเป็นแปดสองหน ในปีนี้ให้ถือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง เป็นวันเข้าพรรษาแรก

การเข้าพรรษานี้ เป็นพิธีกรรมของพระสงฆ์โดยเฉพาะ ซึ่งมีปรากฏในวัสสูปนายิกขันธก
พระวินัยปิฎก เล่มที่ 4 มีเรื่องต่อว่า

ตอนต้นพุทธกาลยังมิได้ด้วยบัญญัติเรื่องการจำพรรษาภิกษุทั้งหลายได้ออกประกาศพระพุทธศาสนาทุกฤดูกาลโดยไม่คำนึงถึงฤดูฝน ฤดูร้อน และฤดูหนาว ประชาชนทั้งหลายกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า การเที่ยวประกาศพระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ในฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูทำนาของประชาชนนั้น

บางครั้งไปเหยียบย่ำข้าวบ้าง ไปเหยียบสัตว์เล็กสัตว์น้อยต่างๆ บ้าง เป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ด้วยขณะนี้พระพุทธเจ้าจึงบัญญัติพระวินัยให้พระภิกษุจำพรรษาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา


วันเข้าพรรษาชาวพุทธควรปฏิบัติอย่างไร

เราถือว่าเทศกากลเข้าพรรษาเป็นวันทำบุญเป็นกรณีพิเศษและก็นิยมทำกันมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ซึ่งปรากฏในศีลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า

"พ่อขุนรามคำแหง และเมืองสุโขทัยนี้ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ทั้งห่วยปั่ว ห้วยทางลูกเจ็บลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลายทั้งหญิงทั้งชายฝูงท่วยมีศรัทธาในพุทธศาสน์ มักทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน

โดยที่วันนี้ เป็นวันที่พระภิกษุอธิษฐานจิตจำพรรษางดการจาริกไปในที่ต่างๆ ต้องอยู่ประจำที่แห่งเดียวตลอดกาล 3 เดือน ระยะเวลาดังกล่าวนี้

จึงเป็นโอกาสดีสำหรับพุทธศาสนิกชน ที่จะได้บำเพ็ญกุศลถวายไทยธรรมแก่พระภิกษุผู้อยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก


การทำความดีแม้จะเล็กน้อยอย่างที่โบราณเรียนว่า..
"ชั่วช้างสะบัดหู ชั่วงูแลบลิ้น" ก็เป็นสิ่งควรทำ

ปัจจุบันสังคมเรากำลังถูกอบายมุข 6 ตัว หลอกให้เสียคนเสียธรรมตลอดระยะเวลานาน
จึงต้องช่วยกำจัดมี 6 ตัวดังกล่าวคือ


ผีที่หนึ่งชอบสุราเป็นอาจิณ

ไม่ชอบกินข้าวปลาเป็นอาหาร

ผีที่สองชอบเที่ยวยามวิกาล

ไม่รักบ้านรักลูกรักเมียตน

ผีที่สามชอบดูการละเล่น

ไม่ละเว้นนารีคลับละครโขน

ผีที่สี่คบคนชั่วมั่วกับโจร

หนีไม่พ้นอาญาตราแผ่นดิน

ผีที่ห้าชอบเล่นม้ากีฬาบัตร

สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น

ผีที่หกเกียจคร้านการหากิน

รวมทั้งสิ้นหกผีอัปรีย์เอย


ในเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ จึงขอให้เราชาวพุทธได้ทำบุญตามประเพณีและพยายามลดละเลิกอบายมุข
เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้มีความสุขสงบยิ่งขึ้นได้



: เทศกาลนี้จึงถือกันว่า เป็นเทศกาลแห่งบุญกุศล เช่น ถวายผ้าอาบน้ำฝน ถวายสังฆทาน ถวายเครื่องไทยธรรม ถวายดอกไม้ ธูปเทียน ถวายกระทงดอกไม้ และหล่อเทียนพรรษาหลักก็ไปถวายเพื่อจุดบูชาพระรัตนตรัยตลอดพรรษา เป็นต้น

สิ่งที่ควรปฏิบัติในเทศกาลเข้าพรรษาอีกอย่างหนึ่งนอกจากที่กล่าวมาซึ่งเป็นเรื่องของการทำบุญตามประเพณีนิยมแล้ว ก็คือการอธิษฐานใจงดเว้นอบายมุขต่างๆรวมทั้งสิ่งเสพติดอื่นๆ ตลอด 3 เดือน เรียกว่า คฤหัสถ์เข้าพรรษา โดยอนุโลมตามการเข้าพรรษาของพระสงฆ์ โดยเฉพาะอบายมุข 6 คือ 1. ติดสุราและของมึนเมา 2. ชอบเที่ยวกลางคืน 3. ชอบเที่ยวดูการละเล่น 4. ติดการพนัน 5. คบคนชั่วเป็นมิตร 6. เกียจคร้านการทำงาน ที่ควรปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดในทุกข้อ แต่ข้อที่เป็นปัญหาต่อประชาชน และเยาวชนมากที่สุดคือ ข้อ 1. ทีว่าติดสุราและของมึนเมา ซึ่งก็คือสุราและยาเสพติด ที่กำลังเป็นปัญหาหนักอกของรัฐบาล และผู้นำระดับต่างๆในแต่ละปีต้องใช้งบประมาณเพื่อการนี้จำนวนมากสูญเสียทั้งทรัพย์สินและประชาชน เยาวชนซึ่งเป็นกำลังของชาติอย่างประเมินค่ามิได้

กรณีเช่นนี้ จึงถือเป็นหน้าที่สำคัญยิ่งที่ชาวพุทธทุกคนควรกระทำให้เป็นรูปธรรมที่เป็นจริงที่สุดเพื่อจะพัฒนาตนให้มีธรรมเป็นที่พึ่ง ถือการนำเอาธรรมใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตอย่างแท้จริง สมกับที่ตนเป็นพุทธศาสนิกชน จึงขอให้ชาวพุทธถือเทศกาลวันเข้าพรรษาเป็นเทศกาลแห่งการปฏิบัติธรรมประจำปี แม้จะมีระยะเวลาสั้นเพียง 3 เดือนก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไร


โดย พี่เณร...คัดมาฝาก [23 ก.ค. 2545 , 04:37:14 น.] ( IP = 203.146.131.57 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณพระคุณค่ะ ที่ได้นำเรื่องนี้มาให้ได้อ่าน ได้รับความรู้มากค่ะ อนุโมทนาค่ะ

โดย กมลชนก [24 ก.ค. 2545 , 13:25:13 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org