มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การรู้จักตนเอง ย่อมง่ายกว่าที่จะรู้จักโลกทั้งใ







การรู้จักตนเอง ย่อมง่ายกว่าที่จะรู้จักโลกทั้งใบ


โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร



การสวดมนต์ทำวัตรเช้านั้นนอกจากจะเป็นการบูชาพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์แล้ว ในเนื้อหาของคำสวดมนต์ก็เป็นธรรมะล้วนๆ ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้และแจกแจงไว้ เราทุกคนมีความตั้งใจน้อมกายวาจาใจด้วยความศรัทธานำกายเพื่อบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า

และเมื่อเราวิเคราะห์ชีวิตโดยการเรียนพระอภิธรรมแล้ว เราจะเห็นว่าไม่ใช่ตัวตนคนสัตว์ เป็นการเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปของรูปและนาม เราจึงต้องทำชีวิตของเราให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพราะวันคืนที่ล่วงผ่านไปเราได้เสียเวลามามากแล้ว แต่เรามีเสบียงชีวิตมากพอหรือยัง

เราเรียนกันมามากแล้ว แต่เรามีเสบียงเพียงพอสำหรับการเดินทางแล้วหรือยัง การออกเดินทางก็คือ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน และการปฏิบัตินี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้เราก้าวไปข้างหน้า และก้าวไปสุดทางพ้นทุกข์ได้

วันนี้ก็มีคำพูดมาฝากว่า "การรู้จักตนเอง ย่อมง่ายกว่าที่จะรู้จักโลกทั้งใบ" เพราะโดยทั่วไปนั้นทุกคนเกิดมามักไม่รู้จักตนเอง แต่ต่างก็พยายามรู้จักโลก พยายามสู้และจะเอาชนะโลกที่เราอยู่

ซึ่งสมัยนี้เราก็จะเห็นว่าโลกมีวิวัฒนาการสูงมากและทำให้โลกแคบ อย่างเมื่อวันก่อนก็ได้คุยกับพี่คนหนึ่ง และได้ถามถึงลูกสาวของพี่เขาที่เรียนจบเป็นดอกเตอร์แล้วแต่งงานกับดอกเตอร์ที่เป็นชาวต่างชาติและไปอยู่ที่อเมริกา ปัจจุบันมีบุตร ๒ คน ก็ได้ถามไปว่าลูกสาวของพี่ทำงานหรือเปล่า พี่เขาก็บอกว่า ทำงานแต่ทำที่บ้าน โดยรับงานจากประเทศหนึ่งซึ่งเป็นงานโปรเจคใหญ่มาก และทำงานผ่านระบบคอมพิวเตอร์ แล้วก็ขยายเครือข่ายไปอีกหลายประเทศ ซึ่งได้รับค่าตอบแทนที่ดีมากและไม่เสียเวลาเดินทาง ..นี่ก็จะเห็นว่า โลกแคบลง

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [12 พ.ค. 2553 , 09:12:20 น.] ( IP = 125.27.176.132 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ทุกคนพยายามรู้จักโลก เช่น ใช้ Facebook เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน เราพยายามก้าวทันโลกกันอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรเราก็ไม่มีทางรู้จักโลกได้หมดเพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาเช่นกัน เช่น โทรศัทพ์มือถือจากมือที่ต้องหิ้วกันเครื่องใหญ่ๆ และใช้โทรศัพท์ได้อย่างเดียว แต่ตอนนี้ทุกอย่างโลกออนไลน์ได้มาอยู่ในมือถือเรียบร้อยแล้ว

แม้กระทั่งวิทยาการทางแพทย์ก็เปลี่ยนแปลงไป เช่น ผ่าตัดกระดูกแค่ส่องกล้องก็คีบกระดูกออกมา หรือการตรวจอวัยวะทุกส่วนภายใน มีกล้องแคปซูลให้ทาน ซึ่งเมื่อก่อนต้องสวนเข้าไป แน่นและพะอืดพะอม กว่าจะรู้ผลจะต้องมีการล้างท้อง เดี๋ยวนี้เล็กๆ ยิ่งกว่ายาแคปซูลอีก ๑ เม็ด เป็นแคปซูลคอมพิวเตอร์ให้ทานเข้าไป แล้วใส่เข็มขัดแล้วไปนั่งพิมพ์อะไรก็ได้ แคปซูลที่ลงไปที่ลำไส้ แล้วแสดงผลออกมาทางจอคอมพิวเตอร์

>ฉะนั้น การที่จะรู้โลกทั้งหมดจึงเป็นไปไม่ได้

แต่การรู้จักตนเอง ย่อมง่ายกว่าที่จะรู้จักโลกทั้งใบ


เพราะภายในโลกกลมใบนี้แหละ มันไม่มีอะไรเลย นอกจาก

สี่คนหาม คือ ดิน น้ำไฟ ลม

สามคนแห่ คือ โลภะ โทสะ โมหะ

หนึ่งคนนั่งแคร่ คือ จิต

สองคนพาไป คือ บุญ บาป

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ค. 2553 , 09:12:48 น.] ( IP = 125.27.176.132 : : )


  สลักธรรม 2

พระไตรปิฎก ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ย่อแล้วก็เหลือเพียง จิต เจตสิก รูป และนิพพาน และเมื่อย่อลงอีกก็คือ รูปกับนามเท่านั้น ชีวิต คือ รูปนาม และรูปนามนี้ก็เป็นไปด้วย สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป

สี่คนหาม คือ ดิน น้ำไฟ ลม ที่ประชุมกัน ทำให้ชีวิตทรงตัวอยู่ได้เดินอยู่ได้

สามคนแห่ คือ โลภ โกรธ หลง ..โลภะโทสะโมหะ ที่แห่แหนให้ชีวิตเป็นไปในอาการต่างๆ เป็นไปในพฤติกรรมต่างๆ และเป็นไปในรูปแบบต่างๆ

หนึ่งคนนั่งแคร่ คือ จิต เพราะสามคนนั้นแห่จิตที่นั่งไป โลภะก็เกิดขึ้นกับจิต โทสะก็เกิดขึ้นกับจิต โมหะก็เกิดขึ้นกับจิต แห่แหนจิตใจของเราให้โลภ โกรธ หลง ให้ทำโน้นทำนี่เป็นทาสอารมณ์อยู่ตลอดเวลา

สองคนพาไป คือ บุญ บาป

การศึกษาพระอภิธรรม เป็นการศึกษาให้รู้องค์ประกอบว่าชีวิตเป็นไปได้อย่างไร การศึกษาเรื่องวิถีจิตเราก็เรียนตามพระสัพพัญญูตญาณที่พระพุทธเจ้าเข้าไปรู้ไปเห็นธรรมชาติของจิตมีความเร้นลับพิสดาร และจิตเกิดขึ้นมากับกิจและมีปัจจัยสนับสนุนต่างๆ อีกมากมาย เมื่อเข้าใจแล้วเราก็ต้องเป็นนายช่างผู้รื้อผู้ถ่ายถอนความเห็นผิดว่าเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นตัวตนออกไป

ฉะนั้น การปฏิบัติจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่ามองข้ามว่าเรียนให้จบก่อน เรียนให้แตกฉานก่อน หรือทำอะไรให้เต็มที่ก่อนให้ปฏิบัติ เพราะว่าสิ่งเล็กน้อยที่เรามองข้ามอาจสร้างความเสียหายได้อย่างใหญ่หลวง

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ค. 2553 , 09:13:06 น.] ( IP = 125.27.176.132 : : )


  สลักธรรม 3

ยกตัวอย่างย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่บอกว่า ขณะนี้เรามีโอกาสพูดธรรมะหรือสวดมนต์ มีเสียงที่ยังดีอยู่ ยังไม่แหบ โอกาสของเรายังมี แต่ถ้าเรามองข้ามว่า ไม่เป็นไรไว้โอกาสหน้าสวดก็ได้ และถ้าโอกาสข้างหน้าถ้าเราเกิดถูกเจอะคอ หายใจไม่ออกหรือตาย ก็เสียหายอย่างใหญ่หลวง เพราะไม่มีโอกาสอีกแล้ว

การที่เราไม่เรียน ไม่ปฏิบัติ ก็เป็นการเสียหายอย่างใหญ่หลวง ถ้าหากพรุ่งนี้ตายไปและเราได้เกิดเป็นมนุษย์ ถามว่ามนุษย์ในยุคนี้ที่เรามองกลับไปว่าลูกหลานเหลนของเราเป็นอย่างไร เราอาจจะเกิดในท้องของเด็กแว้นก็ได้ เราอาจต้องไปเกิดเป็นลูกของแม่ใส่สายเดี่ยว พ่อขี่มอเตอร์ไซด์แว้นพาเราที่อยู่ในท้องตะเวนซิ่งอยู่ก็ได้ ถามว่าความสมประกอบของจิตที่มีบุพการีแบบนั้นจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นขอเตือนว่า สิ่งเล็กน้อยที่เรามองข้ามอาจสร้างความเสียหายได้อย่างใหญ่หลวง

เช่นเดียวกัน การ Forward Mail ประเภทด่าคนนั้นว่าคนนี้ แล้วเราส่งต่อไปอีก ๑๐ คน เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นอาจเสียหายอย่างใหญ่หลวง เพราะเหมือนกับเรากำลังโจมตี กำลังประณาม กำลังว่าบุคคลที่ไม่ได้ว่าเราเลย ประทุษร้ายกับผู้ที่ไม่ประทุษร้ายเราตอบ และยังเป็นการส่งของไม่ดีไปยังที่อื่นๆ อีก

เราต้องเป็นผู้ที่มีหิริโอตตัปปะ หมั่นมีสติระลึกในบาปบุญคุณโทษ รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่ส่งความชั่วที่ผู้ตั้งใจเขียนมีอคติในการเขียนหรือทำภาพไปยังผู้อื่น

วันนี้จึงอยากชวนทุกคนมาทำงานอย่างหนึ่ง คือ แก้กรรม วิธีการนั้นก็ไม่ต้องไปหาพ่อมดหมอผีที่ไหน แต่ก็คือการแก้ไขในสิ่งผิดไปแล้ว และเริ่มต้นใหม่ตั้งใจเลยว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก จิตที่เคยบาป วาจาที่เคยหยาบ กายที่เคยกระด้าง ดูไม่ดี เมื่อไม่ดีแล้ว เราจะไม่ทำอย่างนั้นอีก

การแก้กรรมในหลักพระพุทธศาสนา ก็คือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากชั่วให้เป็นดี นั่นเป็นการแก้กรรมโดยกรรม เราทำที่เรา เราก็จะได้ที่เรา จุดหมายชีวิตของคนเราไม่ได้อยู่ที่การเดินทางไปได้ไกลที่สุด หรือไปได้ไกลที่สุด แต่เป็นการได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ค. 2553 , 09:13:27 น.] ( IP = 125.27.176.132 : : )


  สลักธรรม 4

ในชีวิตของเรา การรู้จักตนเอง ย่อมง่ายกว่าที่จะรู้จักโลกทั้งใบ เพราะในโลกทั้งใบนี้ล้วนเป็นไปด้วย สี่คนหาม สามคนแห่ มีโลภะโทสะโมหะเหมือนกัน มีจิตเป็นตัวรับรู้อารมณ์ แล้วบาปบุญเท่านั้นที่ไป นอกจากนี้ในโลกใบนี้ที่มีคนมากมายหลายร้อยพันชนิด ไม่ว่าจะอยู่ดีอย่างไรต้องตาย

เมื่อสิ้นลมล้มตายกลายไปศพ
ถึงจุดจบเกมชีวิตปิดฉากฉาย
นอนในโลงใบแคบๆ โอบแนบกาย
ไม่มีสหายญาติหรือทรัพย์ไปกับเรา


เมื่อสิ้นลมล้มตายกลายไปศพ จะกระดุกกระดิกไม่ได้แล้ว รุกคืบหน้าเน่าอย่างเดียว คนที่เคยรักเรา เขาก็ไม่อยากมาแตะเราแล้ว เป็นหน้าที่สัปเหร่อ เขายืนร้องไห้อยู่แป๊ปเดียว ศพจริงๆ เขาเรียกผี เราทุกคนต้องตายกลายกับผี คือ ไม่มีลมหายใจ ไม่มีจิตครอง

ถึงจุดจบเกมชีวิตปิดฉากฉาย จะเล่นเป็นบทดี เป็นพระเอกนางเอก นางร้ายนางมารต่างๆ ปิดฉากแล้ว .. ฉากสุดท้ายต้องตายทุกตัวละคร

นอนในโลงใบแคบๆ โอบแนบกาย โอกาสที่นอนในโลงแล้ว ไขว่ห้างไม่ได้ เคยตั้งใจว่าถ้าเผื่อตายให้น้องๆ ที่พร้อมจะทำศพลองจับขาไขว่ห้าง แต่ก็นึกในใจ โลงคงไม่เหมาะกับเรา

ไม่มีสหายญาติหรือทรัพย์ไปกับเรา ส่งได้แค่ที่สุดเลยคือเชิงตะกอน ส่งแล้ว ไฟปิดแล้ว ฉากปิดหมดแล้ว หมดเวลา หมดความเป็นญาติ หมดความมั่งมีศรีสุข หมดทุกอย่างอับปางลงสิ้น

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ค. 2553 , 09:13:47 น.] ( IP = 125.27.176.132 : : )


  สลักธรรม 5

สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป ชีวิตก็ต้องตายกลายเป็นผี โลภะ โทสะ จิตของเราก็รับรู้ มีแค่บาปและบุญ บาปก็ไปอบายภูมิสี่ ส่วนบุญก็ไปสุคติ และไปในสี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไปอย่างนี้ ซ้ำๆ ซากๆ ในวัฏฏสงสาร ยิ่งอยู่นานยิ่งวิปลาสมาก

ฉะนั้น การปฏิบัติจึงเป็นเรื่องสำคัญ แล้วต้องเข้าใจว่าการปฏิบัติพระพุทธเจ้าให้ทำอะไร ทุกข์เป็นของที่มีอยู่ แต่เราไม่ได้กำหนดรู้ หน้าที่คือไปกำหนดรู้ แล้วอะไรเป็นทุกข์ รูปกับนามเป็นทุกข์ อย่าไปดูพฤติกรรมของรูปนาม ทุกข์เป็นของที่มีอยู่แท้จริง แต่เราไม่ได้กำหนดรู้

ตั้งคำถามว่าทำไมถึงเป็นทุกข์? เพราะพระไตรลักษณ์ปิดบังอยู่ รูปนามตกอยู่สภาพความไม่เที่ยง เป็นทุกขัง และเป็นอนัตตา จึงทำให้เห็นว่ามันเป็นสุข...สุขวิปลาส เป็นของดี...สุภวิปลาส เป็นของเที่ยง...นิจจวิปลาส เป็นสาระแก่นสาร...อัตตวิปลาส เป็นวิปลาส ๔ อย่าง

ในการปฏิบัติ ให้ไปกำหนดดูรูปดูนาม ดูจนรูปเขาเปิดเผยประกาศว่าเป็นทุกข์ เราอย่าไปบอกว่ารูปเป็นทุกข์โดยเรา แต่ดูจนว่านามเขาประกาศตัวเองว่านามเป็นทุกข์ ไม่ใช่รู้ไปว่านามต้องไปทำงานอย่างนั้นๆ ดูให้ละเอียดอย่างนั้น...มันไม่ใช่

เราต้องรู้ว่าการปฏิบัติ ท่านบอกว่าให้ไปดูทุกข์ และทุกข์คือรูปนาม เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์แต่เราไม่ได้ละ ฉะนั้น เวลาปฏิบัติ เราต้อง ๑. ไปรู้ ๒ . ไปละ เท่านั้นเอง

หน้าที่ไปรู้ กับไปละกิเลส อย่าทำด้วยความอยาก แต่ทำด้วยการแก้ไข เมื่อพูดให้ตรงสภาวะที่ผู้เรียนต้องรู้ อย่าอาศัยชีวิตเนื่องด้วยตัณหาและอวิชชา อย่ามีชีวิตเนื่องด้วยตัณหาคือความต้องการ และอวิชชาคือความไม่รู้

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ค. 2553 , 09:14:05 น.] ( IP = 125.27.176.132 : : )


  สลักธรรม 6


เมื่อไรก็แล้วแต่ผู้ปฏิบัติละคลายจากตัณหาและอวิชชาในอารมณ์ปัจจุบัน อารมณ์นั้นจัดได้ว่าเป็นอารมณ์ที่ปราศจากมลทิน เพราะมลทินคือกิเลส เหมือนเราล้างน้ำ ล้างเรื่อยๆ เราอาบน้ำก็สะอาดระดับหนึ่ง จิตของเราก็สะอาดปราศจากมลทินระดับหนึ่ง แต่เราต้องขัดถูไปเรื่อยๆ โดยให้เหลือเนื้อในเนื้อทองแท้นพคุณ และทุกครั้งที่เราละออกจากตัณหาและอวิชชา ใช้คำว่า จิตสะอาดได้ แต่ยังไม่ถึงบริสุทธิ์ สะอาดปราศจากมลทิน

ท่านทั้งหลายที่เคารพรักนับถือ สัปาห์หน้าท่านลองไปปฏิบัติวันละนิดๆ ท่านติดอะไร ไม่รู้อะไร เราก็จะมาเสวนาธรรมเรื่องการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกัน สำหรับอาทิตย์นี้ก็บอกว่า

การรู้จักตนเองย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะรู้จักโลกทั้งใบ

สิ่งที่เล็กน้อยที่เรามองข้าม อาจจะสร้างความเสียหายให้เราได้อย่างใหญ่หลวง ถ้าเราประมาท

จุดหมายของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ การไปได้ไกลสุด เช่นเดียวกันระหว่างพระนิพพานไกลที่สุดลงได้แต่เป็นการได้กระทำในสิ่งที่ดีที่สุด และการกระทำในสิ่งที่ดีที่สุดคือ มีสติอยู่กับตัวไม่ต้องกลัวภัย

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์ศิทธิ์ในสากลพิภพจงอภิบาลท่านผู้เป็นญาติ ผู้เป็นกัลยาธรรม ผู้เป็นที่รัก ขอให้พุทธคุณจงคุ้มครองรักษาท่าน ขอให้ธรรมคุณ จงอยู่ในใจของท่านเพื่อช่วยป้องกันความวิปลาสขอพระสังฆคุณจงเป็นต้นแบบเป็นฉบับที่จะนำท่านออกจากวัฏฏะด้วยความเพียรอันแรงกล้า ขออุปสรรคทั้งหลายจนหมดไป ขอความก้าวล่วงจากวัฏฏะภัยจงมีแก่ท่านได้โดยไว สวัสดีค่ะ


โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ค. 2553 , 09:14:34 น.] ( IP = 125.27.176.132 : : )


  สลักธรรม 7


เข้ามารับคำสอนคำเตือนเพื่อนำไปปรับปรุงตนเอง

ซึ่งได้ประโยชน์ทุกครั้งที่เข้ามาอ่าน อย่างน้อยที่สุดวันนี้ก็ได้ถามตนเองว่า

เรากำลังทำในสิ่งที่ยากหรือเปล่า? ที่พยายามจะตามรู้ในสิ่งที่รุดไปข้างหน้าอย่างไม่มีวันหยุด

... โดยทอดทิ้งสิ่งที่ควรดู คือตนเอง


ขอบอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟที่ทำหน้าที่ไปรษณีย์บุญ มาเป็นอย่างดี


กราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์
มากค่ะที่เมตตาลูกศิษย์เสมอมา

โดย วยุรี [13 พ.ค. 2553 , 11:29:30 น.] ( IP = 61.90.96.234 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org