มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธิดาของนายช่างหูก




ธิดาของนายช่างหูก

ในสมัยนั้นพระพุทธองค์ได้ไปตรัสเทศนาที่เมืองอาฬวีเรื่องมรณสติว่า “ชีวิตไม่ยั่งยืน ความตายเป็นของแน่นอน ชีวิตไม่เที่ยง ความตายเที่ยง บุคคลที่เจริญมรณสติจะไม่หวาดกลัวความตาย” มีธิดาของนายช่างหูกได้ฟังแล้วมีความประทับใจมาก หลังจากได้ฟังพระพุทธองค์แล้ว นางได้เจริญมรณสติตลอดเวลา
ต่อมมาอีกสามปีพระพุทธองค์ได้เสด็จมาที่เมืองอาฬวีอีก ธิดาของนายช่างหูกมีความปรารถนาที่จะไปฟังพระธรรมเทศนา แต่เผอิญบิดาจะต้องรีบทอผ้าให้ลูกค้าจึงสั่งให้นางกรอด้ายไว้ นางจึงรีบกรอด้ายหลอดจนเสร็จจะนำไปให้บิดา นางก็เดินไปที่ที่พระพุทธองค์แสดงเทศนาก่อน เมื่อพระพุทธองค์เห็นธิดาของนายช่างหูกเข้ามาก็ทรงถามว่า “กุมาริกาเธอมาจากไหน”
นางตอบว่า “ไม่ทราบพระเจ้าข้า”
พระพุทธองค์ “เธอจะไปที่ไหน”
นางตอบว่า “ไม่ทราบพระเจ้าข้า”
พระพุทธองค์ “เธอไม่ทราบหรือ”
นางตอบว่า “ทราบพระเจ้าข้า”
พระพุทธองค์ “เธอทราบหรือ”
นางตอบว่า “ไม่ทราบพระเจ้าข้า”
ขณะนั้นผู้คนก็ร้องอื้ออึงดุว่านางที่ตอบเช่นนั้น เพราะนางก็รู้อยู่ว่ามาจากเรือนช่างหูก (โรงทอผ้า)
พระพุทธองค์จึงให้นางเฉลยคำตอบของนาง นางกล่าวว่า “เมื่อตรัสถามว่ามาจากไหนก็ไม่ทราบว่ามาจากที่ไหนจึงมาเกิดที่นี่ และจะไปไหนก็ไม่ทราบว่าถ้าจากโลกนี้แล้วไปเกิดที่ไหน แต่ที่ตรัสถามว่า ไม่ทราบหรือ หม่อมฉันก็ทราบแต่ความตายของหม่อมฉัน และที่ตรัสถามว่า ทราบหรือไม่นั้น หมายถึงจะตายในกลางวันหรือกลางคืนหรือวันใด หม่อมฉันไม่ทราบ”
พระพุทธองค์ประทานสาธุการที่นางเฉลยคำตอบ และได้ประทานเทศนาเรื่องไตรลักษณ์ ธิดาของนายช่างหูกได้ฟังและเกิดกระจ่างในธรรมบรรลุมรรคผลขั้นโสดาบัน
เมื่อได้ฟังพระเทศนาแล้วธิดาของนายช่างหูกก็นำกรอด้ายหลอดไปให้บิดาที่โรงช่างหูก ขณะนั้นบิดาของนางนั่งคอยกรอด้ายหลอด มือกุมฟืมทอผ้าอยู่แล้วหลับไป ธิดาของนายช่างหูกจึงนำกรอด้ายหลอดใส่เข้าไปทำให้เกิดเสียงดัง ช่างหูกสะดุ้งตื่นมือจับฟืมพุ่งไป ฟืมถูกอกธิดาของนายช่างหูกถึงแก่ความตาย
ช่างหูกมีความเสียใจมากที่ตนทำให้ธิดาถึงแก่ความตาย ชาวบ้านจึงชักชวนให้เขามาเฝ้าพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ได้ตรัสปลอบด้วยพระเทศนาอนมติคคสูตรจนความโศกบันเทา ช่างหูกจึงขอบวชในพุทธศาสนา และศึกษาพระธรรมจนสำเร็จมรรคผลบรรลุอรหัตตผล

อ่านแล้วสงสัยว่า อนมติคคสูตรเป็นอย่างไรใครทราบโปรดบอกต่อหน่อยค่ะ

ขอบคุณค่ะ
เล็กเจ้าค่ะ

โดย เล็ก [23 ก.ค. 2545 , 07:37:59 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยพระสูตรที่มีคุณค่า ขอบคุณมากค่ะที่นำเรื่องดีๆมาลงให้อ่านอยู่เรื่อยๆ น้องกิ๊ฟชอบบริการนี้ของพี่เล็กมากค่ะ..

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ก.ค. 2545 , 11:01:41 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2


ขอบคุณค่ะ ที่นำเรื่องราวที่ดีๆมาให้อ่าน อ่านแล้วก็สังเวชตนเอง ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่คนสมัยก่อนเขามีปัญญามากจริงๆเลยนะคะ

โดย หมออุ๊ [23 ก.ค. 2545 , 16:11:22 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )


  สลักธรรม 3

การที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกลับมาตรัสถามปัญาหาดังกล่าวแก่บุตรสาวนายช่างเพราะก่อนหน้านี้ 3 ปีหลังจากที่นางได้ฟังพระธรรมเทศสนาแล้วในใจของนางก็มีอารมณ์อยู่ 3 อย่างคือ
1.คิดถึงความตายเป็นปกติ
2.คิดถึงพระรูปโฉมวงหน้าขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดเวลา จัดเป็นพุทธานุสติ
3.รักษาศีลยิ่งชีวีต
นางปฏิบัติอย่างนี้ตลอด 3 ปีซึ่งจัดได้ว่านางได้ถึงอริยะมรรคเท่านั้นยังมีคติไม่แน่นอนพูดอีกอย่างคือกำลังใจยังไม่มุ่งตรงสู่นิพาน
เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรวจดูด้วยญาญของพระองค์ทรงทราบว่าเช้าวันนี้นางต้องตายแต่ยังมีคติไม่แน่นอนเพราะฉะนั้นจึงทรงเสด็จมาเพื่อทำให้กำลังใจของนางมีคติที่แน่นอนนางจึงสำเร็จเป็นพระโสดาบันปฏิผลหลังจากตอบปัญหาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสร็จสิ้น
สรุปนิดนึงนะครับ
อารมณ์พระโสดาบัน
1.คิดว่าเราต้องตายหมายความว่ารู้เพียงว่าชีวิตเป็นของไม่เที่ยงต้องตายในที่สุดแต่พระโสดาบันท่านคิดได้มากกว่าคนธรรมดาตรงที่หากความตายมาถึงท่านจะเห็นความตายเป็นของธรรมดาไม่เศร้าโศกเสียใจแต่ท่านยังมี รัก โลภ โกรธ หลง อยู่นะครับ
2.มีความเคารพเชื่อฟังพระพุทธเจ้าอย่างยิ่งการสิ่งใดที่ขัดต่อคำสังสอนของพระองค์ผู้ที่เป็นพระโสดาบันจะไม่ก้าวล่วงอย่างเด็จขาด
3.รักษาศีลยิ่งชีวิตไม่ยอมให้ศีลขาดพระโสดาบันท่านรักษาศีล 5
4.สุดท้ายใจท่านคิดอย่างเดียวว่าหากตายจากชาตินี้เราจะไม่ไปสวรรค์ มนุษย์ อบายภูมิ จะไม่ไปเกิดที่ไหนอีกใจท่านคิดอย่างเดียวคือนิพพานความไม่เกิดอีกแล้ว
สรุปพระโสดาบันท่านมีอารมณ์คิดเพียงแค่นี้นะครับหากใครที่มีอารมณ์ถึงขนาดมองว่ารางกายไม่ใช้ของเรา เราไม่มีในเรา แล้วละก็ท่านเป็นพระอรหันต์แล้วละครับ

โดย ธรรมทูต [23 ก.ค. 2545 , 19:18:21 น.] ( IP = 203.113.71.68 : : )


  สลักธรรม 4

สาธุ สาธุ อนุโมทนามิขอรับ พี่เล็ก และ ท่านธรรมทูต ที่ได้กรุณานำความรู้ความเข้าใจมาเอื้อเฟื้อแจกจ่ายแจกแจงให้ได้รับกัน ขอบพระคุณขอรับ

โดย ซาโยจัง [24 ก.ค. 2545 , 12:15:37 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org