มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บารมี ๑๐ ทัศ




บารมี ๑๐ ทัศ

โดย ..หลวงพ่อเสือ ‏




บารมี ในที่นี้หมายถึง คุณงามความดีที่ควรบำเพ็ญ คุณความดีที่ได้บำเพ็ญมาเป็นธรรมส่วนหนึ่งที่สำคัญในอันที่ช่วยเหลือเกื้อหนุนให้ถึงซึ่ง โพธิญาณ ดังที่ในชินลังการฏีกา แสดงว่า ปารํ นิพฺพานํ อยนฺติ คจฺฉนฺติ เอตาหีติ ปารมิโย การกระทำที่ประกอบด้วย กุศลเจตนาที่ยังให้ถึงฟากฝั่งพระนิพพานนั้น เรียกว่า บารมี

บารมี มาจากคำว่า ปรม (ประเสริฐ) สนธิ อิ (การกระทำ) คำว่า “บารมี” จึงหมายถึง การกระทำที่ประเสริฐ จริยปิฏกอรรถกถา แสดงลักษณะของบารมีไว้ดังนี้ สพฺเพปิ ปารมิโย ปรานุคฺคหลกฺขณา ปางบารมี ย่อมมีการอนุเคราะห์แก่บุคคลอื่น เป็นลักษณะ

บารมี ๑๐ ทัศ ก็คือ บารมี ๑๐ ประการนั้นเอง ได้แก่

๑.ทานบารมี ปฏิปักขธรรม คือ มัจฉริยะ (ตระหนี่)
๒.ศีลบารมี ปฏิปักขธรรม คือ ทุศีล (ละเมิดศีล)
๓.เนกขัมมบารมี ปฏิปักขธรรม คือ กามมะ
๔.ปัญญาบารมี ปฏิปักขธรรม คือ อญาณะ
๕.วิริยบารมี ปฏิปักขธรรม คือ โกสัชชะ (เกียจคร้าน)
๖.ขันติบารมี ปฏิปักขธรรม คือ อขันติ
๗.สัจจบารมี ปฏิปักขธรรม คือ วิสังวาทะ (ตบตา, หลอกลวง, พูดปด)
๘.อธิษฐานบารมี ปฏิปักขธรรม คือ อนธิษฐาน
๙.เมตตาบารมี ปฏิปักขธรรม คือ โทสะ
๑๐.อุเบกขาบารมี ปฏิปักขธรรม คือ โลกธรรม

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [31 พ.ค. 2553 , 08:36:20 น.] ( IP = 58.9.149.113 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๑. ทานบารมี

ปุตฺตทารธนานิ อุปกรณ ปริจาโค ทานปารมีฯ (จริยปิฏกอรรถกถา) เจตนาที่สามารถสละ ให้ซึ่ง บุตร ภรรยา ธนสารสมบัติเป็นต้นนั้น เรียกว่า ทานบารมี

คำว่า ทาน หมายถึงการให้สิ่งที่เป็นประโยชน์สุขแก่ผู้รับ จัดเป็นการให้เพื่ออนุเคราะห์ (ช่วยเหลือ) หรือให้เพื่อสงเคราะห์ (การช่วยเหลืออุดหนุน) หรือให้เพื่อบูชาคุณให้เพื่ออนุเคราะห์ เป็นการให้แก่ผู้ที่ด้อยกว่าตนในด้านอายุกำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังปัญญา เช่น การเลี้ยงดูบุตรธิดา ให้แก่ผู้ที่ยากจนขัดสน หรือคนพิการทุพพลภาพ เป็นต้น การให้เพื่ออนุเคราะห์นี้ มีความเมตตากรุณาเป็นมูล

ให้เพื่อสงเคราะห์ เป็นการให้แก่บุคคลในชั้นเดียวกันหรือเสมอกัน เช่น เพื่อนฝูง มิตรสหายเป็นต้น การให้เพื่อสงเคราะห์นี้ มีความรักความนับถือเป็นมูล

ให้เพื่อบูชาคุณ เป็นการให้แก่บุคคลที่ทรงพระคุณ ควรแก่การคารวะบูชา ได้แก่ บิดา มารดา ครู อาจารย์ อุปัชฌาย์ ท่านผู้มีคุณแก่ตน หรือ ผู้ทรงคุณวุฒิ การให้เพื่อบูชาคุณนี้มีความกตัญญูกตเวที และความเคารพบูชาเป็นมูล

อนึ่ง การบริจาคทรัพย์เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาก็ดี และบำรุงสาธารณกุศลทั่วไป เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน สร้างถนน สร้างสะพานต่างๆ เหล่านี้ ก็อนุโลมเข้าในการให้เพื่อบูชาคุณ คือ บูชาคุณความดีแห่งบุญกุศลที่ทำให้ตนได้เกิดมาเป็นมนุษย์ อันเป็นความกตัญญูต่อบุญกุศลนั่นเอง

ทานนี้จำแนกประเภท ได้เป็นหลายอย่าง ในที่นี้ขอนำมาแสดงเพียง ๒ นัย คือ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [31 พ.ค. 2553 , 08:42:49 น.] ( IP = 58.9.149.113 : : )


  สลักธรรม 2

นัยที่หนึ่ง จำแนกทานออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ วัตถุทาน อภัยทาน และ ธรรมทาน

๑.วัตถุทาน คือการทำบุญให้ทานด้วยการให้สิ่งของต่างๆสิ่งของที่ให้นั้นเมื่อสรุปแล้วมี ๕ อย่าง คือ

ก. ธนปริจาค (การสละซึ่งทรัพย์สินธนสารสมบัติ)

ข. ปุตฺตปริจาค (การสละซึ่งบุตร)

ค. ภริยาปริจาค (การสละซึ่งภรรยา)

ง. องฺคปริจาค (การสละซึ่งส่วนของร่างกาย)

จ. ชีวิตปริจาค (การสละซึ่งชีวิต)

๒. อภัยทาน คือการทำบุญด้วยการช่วยชีวิตคนหรือสัตว์ให้พ้นจากการถูกทำลายทรัพย์สมบัติให้สูญเสียไป ตลอดจนการให้ความไม่มีภัยแก่ผู้ที่ทำให้ตนเดือดร้อนเสียหาย

๓. ธรรมทาน คือการทำบุญด้วยการสอน เช่น การแสดงธรรมให้ผู้อื่นเข้าใจถึงบาปบุญคุณโทษ ตลอดจนการสร้างหนังสือธรรมะต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [31 พ.ค. 2553 , 08:47:11 น.] ( IP = 58.9.149.113 : : )


  สลักธรรม 3

นัยที่สอง จำแนกทานออกเป็น ๓ ชั้น ได้แก่ หีนทาน เป็นทานชั้นต่ำ มัชฌิมทาน เป็นทานชั้นกลางๆ และปณีตทาน เป็นทานชั้นสูง

๑. หีนทาน กล่าวโดยเจตนาในการให้ เป็นการบริจาคด้วยความมุ่งหวังในชื่อเสียงเกียรติคุณ กล่าวโดยวัตถุสิ่งของที่ให้ เป็นการให้วัตถุสิ่งของที่เลวกว่า ที่ด้อยกว่าที่ตนเคยบริโภคใช้สอยเป็นประจำตามปกติ

๒. มัชฌิมทาน กล่าวโดยเจตนาในการให้ เป็นการบริจาคที่มุ่งหวังความสุขในมนุษย์สมบัติ ในเทวสมบัติ กล่าวโดยวัตถุสิ่งของที่ให้เป็นการให้วัตถุสิ่งของที่ดีทัดเทียมกับที่ตนเคยบริโภคใช้สอยอยู่เสมอๆ นั้นเอง

๓.ปณีตทาน กล่าวโดยเจตนาในการให้ เป็นการบริจาคที่มุ่งพระนิพพาน หวังพ้นจากกองทุกข์ทั้งมวล กล่าวโดยวัตถุสิ่งของที่ให้ เป็นการให้วัตถุสิ่งของที่ประณีตกว่า ดีกว่าที่ตนเคยบริโภคใช้สอยอยู่เป็นประจำ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [31 พ.ค. 2553 , 08:50:18 น.] ( IP = 58.9.149.113 : : )


  สลักธรรม 4

อานิสงส์แห่งทานกุศล ในอังคุตตรอรรถกถาได้แสดงไว้ ดังนี้

ทานํ สคฺคสฺส โสปานํ ทานกุศลจัดเป็นบันไดขั้นแรกที่จะนำขึ้นสู่สวรรค์

ทานํ ปาเถยฺยมุตฺตมํ ทานกุศลจัดว่าเป็นเสบียงอันประเสริฐ

ทานํ อุชุคตํ มคฺคํ ทานกุศลจัดว่าเป็นทางสายตรงไปสู่พระนิพพาน

ทานํ โมกฺขปทํ วรํ ทานกุศลจัดว่าเป็นบาทให้ถึงซึ่งความหลุดพ้น

ในคัมภีร์ สัททสารัตถชาลินี แสดงว่า ปุพฺเพ ทานาทิกํ กตฺวา อิทานิ ลภตี สุขํ มูเลว สิญฺจิตํ โหติ อคฺเค จ ผลทายกํ ฯ บุคคลผู้บำเพ็ญบุญมีทานเป็นต้น ในปางก่อน ย่อมได้ความสุขในบัดนี้ เหมือนคนรดน้ำที่โคนต้นไม้ (ต้นไม้นั้น)ย่อมให้ผลที่ยอด (คือปลายกิ่ง) ฉะนั้น..

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [31 พ.ค. 2553 , 08:53:52 น.] ( IP = 58.9.149.113 : : )


  สลักธรรม 5

ปริจาคลกฺขณา ทานบารมีฯ (จริยปิฏกอรรถกถา) ทานบารมี มีการบริจาค เป็นลักษณะ

ทานบารมี ที่กล่าวขยายความไปมาก เพราะทานบารมีเป็นเครื่องอุปการะให้เกิดบารมีอื่นๆ กล่าวคือ ความสำเร็จแห่งบารมีอื่นๆ นั้น ต้องอาศัยทานบารมีนี้เป็นพื้นฐาน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญมหาทานอันยิ่งเมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร ดังปรากฏในพระไตรปิฏกเล่มที่ ๒๘ ชื่อขุททกนิกายชาดก ภาคที่ ๒ (สุตตันตปิฏก) เนื้อความย่อว่า

ครั้งพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรพระราชโอรส ในพระเจ้ากรุงสญชัย ตั้งแต่พระชนม์เยาว์วัยก็ทรงบริจาคทานตลอดมา ครั้งหนึ่งได้พระราชทานช้างเผือกคู่บ้านคู่เมืองแก่พราหมณ์ชาวกลิงคะ ซึ่งมาขอช้างไปเพื่อให้หายฝนแล้ง แต่ประชาชนโกรธแค้นขอให้เนรเทศ พระราชบิดาจึงจำพระทัยเนรเทศให้ไปอยู่ในป่า พระนางมัทรีพร้อม พระโอรสธิดาได้ตามเสด็จไปด้วย เมื่อชูชกไปขอพระกุมารทั้งสอง ก็พระราชทานอีก ภายหลังพระเจ้าสญชัยพระราชบิดาทรงไถ่พระราชนัดดา แล้วเสด็จไปรับกลับเข้าเมืองอย่างเดิม (เรื่องนี้แสดงการเสียสละ ส่วนน้อยเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ คือการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า อันจะเป็นทางให้ได้บำเพ็ญประโยชน์ส่วนรวมได้ดียิ่งมิใช่เสียสละโดยไม่มีจุดหมายหรือเหตุผล) จึงเป็นการเสียสละที่ยิ่งเรียกว่า ทานบารมี


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร..นำมาฝาก [31 พ.ค. 2553 , 08:57:44 น.] ( IP = 58.9.149.113 : : )


  สลักธรรม 6


กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [31 พ.ค. 2553 , 10:45:11 น.] ( IP = 124.121.175.211 : : )


  สลักธรรม 7

โดย น้องกิ๊ฟ [1 มิ.ย. 2553 , 10:18:33 น.] ( IP = 125.27.180.146 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org