| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บารมี ๑๐ ทัศ ตอน ๒.
บารมี ๑๐ ทัศ
โดย ...หลวงพ่อเสือ
ตอนที่ผ่านมา
๒. ศีลบารมี
อกตฺตพฺพวิรติ กตฺตพฺพกรณ เจตนา ทโย จ สีลปาริมิตาฯ (จริยปิฏกอรรถกถา) เจตนาที่เว้นจากสิ่งที่พึงเว้น และการกระทำในสิ่งที่ควรทำนั้น เรียกว่า ศีลบารมี
สิ่งที่พึงเว้น เรียกว่า ปฏิกเขปะ
ศีลที่พึงเว้นชื่อว่า จาริตตศีล ถ้าไม่เว้นแล้วเป็นบาป เป็นสิ่งชั่ว ถูกปรับโทษทางวินัย
จาริตตศีลฆราวาส ก็ได้แก่ ศีล ๕ ศีล ๘ จาริตตศีลของบรรพชิตก็ได้แก่ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗
ผู้รักษาจาริตตศีล นั้นเปรียบไว้ว่าเหมือนกับดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม
สิ่งที่ควรทำนั้น เรียกว่า อนุญญาตะ ศีลที่ควรทำ ชื่อว่า จาริตตศีล ถ้าไม่กระทำก็ไม่ถึงกับเป็นบาป ต้องถูกปรับโทษแต่อย่างใด แต่ถ้าทำได้ก็ยิ่งพอกพูนคุณงามความดี เพิ่มบุญบารมียิ่งขึ้น จาริตตศีลนี้ได้แก่ ธุดงค์ ๑๓. การเจริญสมถภาวนา การเจริญวิปัสสนาภาวนา ตลอดจนการสอน การเรียน การเขียน การแสดงธรรม
ผู้รักษาจาริตตศีลนั้น เปรียบไว้ว่าเหมือนกับดอกไม้ที่มีสีสวยสดงดงาม
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2553 , 09:06:33 น.] ( IP = 58.9.228.52 : : )
สลักธรรม 1พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญอันยิ่งในครั้งเสวยพระชาติเป็นพระภูริทัตตนาคราช ซึ่งปรากฏในพระไตรปิฏกเล่มที่ ๒๘ ชื่อขุททกนิกายชาดก ภาคที่ ๒ (สุตตันตปิฏก) เนื้อความย่อของชาดกเรื่องนี้ แสดงถึงการบำเพ็ญศีลบารมี คือการรักษาศีล มีเรื่องเล่าว่า
ภูริทัตตนาคราชไปจำศีลอยู่ริมแม่น้ำยมุนา ยอมอดทนให้หมองูจับทรมานต่างๆ ทั้งๆ ที่สามารถทำลายหมองูได้ด้วยฤทธิ์ แต่มีใจมั่นต่อศีลของตน ในที่สุดก็ได้อิสรภาพ
ศรัทธา ความเลื่อมใสแต่อย่างเดียวก็เป็นปัจจัยนำ ทำให้ จาริตตศีล สำเร็จลงได้ แต่ จาริตตศีล นั้นจะสำเร็จลงได้ก็ต้องประกอบทั้ง ศรัทธา และ วิริยะ เป็นปัจจัยนำด้วยกันทั้งคู่
ทาน ย่อมเป็นเครื่องอุปการะให้เกิดศีล กล่าวคือ เมื่อการให้ได้สำเร็จลงแล้ว ก็ยังให้จิตใจแช่มชื่นเบิกบาน มีกายวาจา เรียบร้อยอ่อนโยน เพื่อมิให้กายวาจาตกไปในทางที่ไม่ดี อันจะมีแต่ความหมองหม่น จึงพึงเว้นในสิ่งที่ควรเว้น และการกระทำในสิ่งที่ควรกระทำ นั่นคือ การรักษาศีล
ทาน กับ ศีล ย่อมเนื่องกันด้วยประการอย่างนี้อีกก็คือ หาก ทายก (ผู้ให้ทาน) เป็นผู้ไม่มีศีล ทานนั้นก็ไม่มีผลพิเศษใหญ่หลวง ด้วยว่าทานนั้นมีศีลเป็นเครื่องชำระให้บริสุทธิ์ ปฏิคาหก (ผู้รับทาน) เป็นผู้ไม่มีศีล ทานนั้นก็ไม่มีผลใหญ่หลวง ด้วยว่าศีลนั้นเหมือนพื้นแผ่นดิน ต่อเมื่อทายก(ผู้ให้) ปฏิคาหก (ผู้รับ) มีศีลอันบริบูรณ์ด้วยกันแล้วไซร้ ทานนั้นจึงจะมีผลไพบูลย์ยิ่งนัก ประหนึ่งพืชดีเกิดในเนื้อนาอันดีฉะนั้น
สีลนลกฺขณา สีลปารมีฯ (จริยปิฏกอรรถกถา) ศีลบารมี มีการรักษาไว้ซึ่งกายวาจา เป็นลักษณะ.โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2553 , 09:11:11 น.] ( IP = 58.9.228.52 : : )
สลักธรรม 2๓. เนกขัมมบารมี
กามภเวหิ นิกฺขมฺมนจิตฺตุปฺปาโท เนกฺขมฺมปารมิตาฯ (จริยปิฏกอรรถกถา) จิตตุปปาท ที่ใคร่พ้นจากกามและภพนั้น เรียกว่า เนกขัมมบารมีจิตที่ใคร่พ้นจากกามนั้น คำว่า กาม ในที่นี้จำแนกเป็น ๒ ประการ
ก. วัตถุกาม หมายถึง อารมณ์ที่อยู่ในภพทั้ง ๓ คือ อารมณ์ ๖ นั้นเอง ซึ่งมีรูป รส กลิ่น เสียง
สัมผัสถูกต้อง และ ความนึกคิด
ข. กิเลสกาม หมายถึง เครื่องเศร้าหมอง และเร่าร้อน รวมยอดแล้ว มี ๓ ได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ
คำว่า ภพ ในที่นี้จำแนกเป็น ภพ ๓ คือ
ก. กามภพ ได้แก่ กามภูมิ ๑๑ ภูมิ
ข. รูปภพ ได้แก่ รูปภูมิ ๑๖ ภูมิ
ค. อรูปภพ ได้แก่ อรูปภูมิ ๔ ภูมิ
เนกขัมมะ ความใคร่หลุดพ้นนั้น ก็จำแนกได้เป็น ๓ เหมือนกัน คือ
ก. ปัพพัชชะ ออกบวช
ข. เพื่อเจริญสมถภาวนา วิปัสสนาภาวนา
ค. เพื่อให้ถึงซึ่งความหลุดพ้น คือ พระนิพพานโดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2553 , 09:16:24 น.] ( IP = 58.9.228.52 : : )
สลักธรรม 3เนกขัมมบารมี ย่อมมีทานบารมีเป็นเครื่องอุปการะ กล่าวคือ บุคคลบางคนมีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา อยากจะสละเวลามาถือศีล ฟังธรรม เล่าเรียนศึกษาธรรม แต่ก็ติดขัดเพราะไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอ ต้องทำมาหากินตัวเป็นเกลียว ก็ยังไม่ใคร่จะคุ้มปาก คุ้มท้อง ทั้งนี้เป็นเพราะไม่ได้สร้างสมทานบารมีมาแต่ปางก่อน ในชาตินี้จึงต้องยากจน ถ้าเป็นผู้ที่ได้สร้างสมทานบารมีมาพอควร ก็จะไม่ถึงกับขัดสน ไปฟังเทศน์ศึกษาธรรมได้สะดวก อันจะเป็นเหตุให้เกิดสติปัญญาเห็นโทษในการหมกมุ่นอยู่ในกามคุณ มีความเบื่อหน่ายต่อความเป็นอยู่ในทางโลก สละบ้านเรือนอันเป็นสมบัตินอกกาย ไปแสวงหาทรัพย์ภายใน คือ การออกบวชเรียน บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่พระศาสนาสืบไป
กามโต จ ภวโต จ นิกฺขมฺมลกฺขณา เนกฺขมฺมปารมีฯ (จริยปิฏกอรรถกถา) เนกขัมมบารมี ย่อมมีการใคร่พ้นจากกามและภพ เป็นลักษณะ ในบรรดาบารมี ๑๐ ทัศ จัดว่า เนกขัมมบารมีนี้เป็นหัวใจของบารมี
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญออกบวชอันยิ่งในครั้งเสวยพระชาติเป็นพระเตมิยราช ซึ่งปรากฏในพระไตรปิฏกเล่มที่ ๒๘ ชื่อ ขุททกนิกายชาดก ภาคที่ ๒ (สุตตันตปิฏก) เนื้อความย่อของชาดกเรื่องนี้ มีความย่อที่แสดงถึงการบำเพ็ญเนกขัมมบารมี คือการออกบวชหรือออกจากกาม มีเรื่องเล่าว่า
เตมิยราชกุมารเกรงการที่จะได้ครองราชย์สมบัติ เพราะทรงสลดพระทัยที่เห็นราชบุรุษลงโทษโจรตามพระราชดำรัสของพระราชา เช่น เฆี่ยนพันครั้งบ้าง เอาหอกแทงบ้าง เอาหลาวเสียบบ้าง จึงใช้วิธีแสร้างทำเป็นง่อยเปลี้ย หูหนวก เป็นใบ้ไม่พูดจากับใคร แม้จะถูกทดลองต่างๆ ก็อดกลั้นไว้ ไม่ยอมแสดงอาการพิรุธให้ปรากฏ
ทั้งนี้ เพื่อเลี่ยงการครองราชย์สมบัติ พระราชาจึงปรึกษาพราหมณ์ ก็ได้รับคำแนะนำให้นำราชกุมารไปฝังเสีย พระราชมารดาทรงคัดค้านแต่ไม่สำเร็จ จึงทูลขอให้พระราชกุมารครองราชย์สัก ๗ วัน แต่พระราชกุมารก็ไม่ยอมพูด เมื่อครบ ๗ วันแล้ว สารถีนำพระราชกุมารขึ้นสู่รถไปเพื่อจะฝังตามรับสั่งของพระราชา
ขณะที่ขุดหลุมอยู่พระราชกุมารก็เสด็จลงจากรถ ตรัสปราศรัยกับนายสารถี แจ้งความจริงให้ทราบว่า มีพระประสงค์จะออกบวช สารถีเลื่อมใสในคำสอนขอออกบวชด้วย จึงตรัสสั่งให้นำรถกลับไปคืนก่อน
สารถีก็นำความไปเล่าถวายพระราชมารดา และพระราชบิดาให้ทรงทราบ ทั้งสองพระองค์พร้อมด้วยอำมาตย์ราชบริพารจึงเสด็จออกไปหา และเชิญให้พระราชกุมารเสด็จเสด็จกลับไปครองเมือง แต่พระราชกุมารกลับถวายหลักธรรมให้ยินดีในเนกขัมมะ คือ การออกจากกาม และพระราชชนก พระราชชนนี พร้อมด้วยบริวารทรงเลื่อมใสในคำสอน ก็เสด็จออกผนวช และบวชตาม และได้มีพระราชาอื่นอีกเป็นอันมากสดับพระโอวาทขอออกผนวชตาม
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
![]()
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 มิ.ย. 2553 , 09:21:17 น.] ( IP = 58.9.228.52 : : )
สลักธรรม 4![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [1 มิ.ย. 2553 , 10:22:20 น.] ( IP = 125.27.180.146 : : )
สลักธรรม 5กราบขอบพระคุณ และ อนุโมทนาค่ะ โดย พี่ดา [1 มิ.ย. 2553 , 10:35:50 น.] ( IP = 124.121.178.104 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |