มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ลิขิตชีวิตเราเองดีกว่า




เราต้องยอมรับว่า "กรรม" นี้แหละเป็นผู้บันดาล ชีวิตเราจะดีจะชั่วก้าวหน้า ถอยหลังหรือรุ่งโรจน์สดใส แม้จะไม่ถึงขั้นโชติช่วงชัชวาลก็ตาม หาใช่เป็นเพราะพระพรหม หรือพระเจ้าเป็นผู้ลิขิต ดังบางท่านเข้าใจก็หาไม่ ชีวิตจะสุขทุกข์ขาดทุนหรือกำไร ขึ้นอยู่กับกรรมคือ การกระทำเท่านั้น

มิใช่เพราะสิ่งอื่น หรืออำนาจภายนอกบันดาลให้….
มิใช่เทวาดอกมาอุ้มสม
มิใช่พระพรหมดอกมาเสกสรร
มิใช่ศุกร์เสาร์หรืออาทิตย์จันทร์
จะมาดลบันดาลให้เราชั่วดี
แต่กรรมลิขิตชีวิตของคน
จะยากดีมีจนก็สุดแต่วิถี
กฎแห่งกรรมทำดีได้ดี
ถ้าทำชั่วแล้วก็มีแต่เลวทราม ฯ

หรือว่า

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
คนชั่วดี อยู่ที่กรรม นำจำแนก
ให้ดูแตก ต่างกัน ชั้นยศฐาน
ให้ทุกข์สุข สรรเสริญ และนินทา
กัมมุนา วัตตะตี ที่แจกแจง (โดยถิรธัมม์)

โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [8 มิ.ย. 2553 , 07:58:41 น.] ( IP = 58.9.75.112 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ดังนั้น จะเห็นได้ว่ากรรม เท่านั้นเป็นผู้ลิขิต ท่านจะเห็นด้วย หรือไม่ก็ตาม แต่ผู้เขียนขอยืนยันว่า ทางพระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อกรรม จะเสื่อม หรือเจริญขึ้นอยู่กับกรรมที่เราประกอบขึ้นมาเอง อะไรบ้างที่เป็นความดี ความชั่วอยู่ในวิสัยที่ท่านทั้งหลาย ย่อมจะพิจารณาและเข้าใจได้ด้วยตนเอง แต่ก็นั่นแหละสังคมไทยมักจะมีจุดอ่อนเสมอ สังคมไทยที่เกิดปัญหาเดือดร้อนทุกวันนี้ไม่ใช่เกิดจากผู้ไม่รู้ ล้วนเกิดจากผู้รู้แล้วทั้งสิ้น แต่ก็มักเข้าตำราที่ว่า "ผู้รู้ดีแต่ไม่ทำดี ผู้รู้ชั่วแต่ไม่เว้นชั่ว" เสียส่วนมาก นี่ต่างหาก คือต้นตอที่กอให้เกิดปัญหา ถ้าทุกคนรู้ดี แล้วแข่งขันกันทำดี รับรองสังคมยอมปลอดภัย แต่เท่าที่ปรากฏทุกวันนี้มักจะมีแต่ผู้รู้ชั่วแล้วแข่งขันกันประกอบความชั่วจึงเป็นเหตุให้สังคมระส่ำระสาย โดยเฉพาะข้าราชการ ซึ่งมีหน้าที่ทำงานเพื่อให้เกิดความชุ่มชื่นใจแก่ประชาชน ถ้ามีจิตสำนึก และพยายามปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ตามที่รู้ และได้รับมอบหมายแล้ว ข้าราชการจะน่ารักไม่น้อย เท่าที่เป็นอยู่…มีแต่รับ…"ชอบ"…ส่วน "ผิด" รีบปฏิเสธทันที

อนึ่ง ผู้ที่กำหนดหัวใจประชาชนทั้งประเทศนั้นคือ ข้าราชการ ยิ่งเป็นทหารด้วยแล้ว หน้าที่ย่อมมีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ และการเป็นอยู่ของประชาชนเคยได้ยินคนแต่ก่อนพูดเป็นเชิงยกย่องว่า "ตำรวจเป็นบ้านทหารเป็นรั้ว" แสดงให้เห็นว่าบ้านใด เมืองใดถ้าขาดรั้วขาดกำแพงเยี่ยงตำรวจ ทหาร แล้วบ้านนั้นเมืองนั้นย่อมไม่มั่นคง หมิ่นเหม่ต่ออันตรายรอบด้าน

ท่านเป็นข้าราชการสังกัดกองทัพเรือ ทำอย่างไรจึงจะก่อให้เกิดความชื่นใจแก่ประชาชน และกองทัพของท่าน ผู้เขียนขอเสนอแนะตามแบบพุทธวิธีว่าขณะที่ท่านทำงานทุกอย่างนั้นคือ ท่านกำลังประกอบกรรมเพื่อส่วนรวมคือ ประเทศชาติ แต่ความมั่นใจใจงานที่ทำนอกจากปัญญาคือ ความรู้แล้ว จะต้องอาศัย สติสัมปชัญญะ เข้าควบคุมทุกขณะ ทั้งนี้ เพื่อมิให้งานนั้นพลาด เหมือนขับรถ ถ้าขาดสติสัมปชัญญะแล้วไม่รู้สึกสำนึกตัวว่ากำลังทำอะไร หรือจะไปไหน แทนที่จะไปสู่จุดหมายปลายทางก็จะกลายเป็นว่าจุดหมายปลายทางนั้นคือ "ป่าช้า"

ฉะนั้นนักทำงานทุกคนต้องสำนึกอยู่ตลอดเวลาว่าทำงานนั้น ทำทำไม ทำเพื่ออะไร ถามตัวเองให้รู้จุดประสงค์ เสียก่อน แล้วค่อยลงมือทำงานนั้น แล้วความผิดพลาดก็จะเกิดได้ยาก.


บรรยายธรรมโดย...พระพิจิตรธรรมพาที
วัดประยุรวงศาวาส

โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [8 มิ.ย. 2553 , 08:04:47 น.] ( IP = 58.9.75.112 : : )


  สลักธรรม 2

โดย น้องกิ๊ฟ [8 มิ.ย. 2553 , 08:51:25 น.] ( IP = 125.27.177.159 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org