| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บารมี ๑๐ ทัศ...ตอน ๘
บารมี ๑๐ ทัศ
โดย หลวงพ่อเสือ
ตอนที่ผ่านมา
๙. เมตตาบารมี
โลกสฺส หิตสุขูปสํหาโร อตฺถโต อพฺยาปาโต เมตฺตาปารมีฯ (จริยปิฏกอรรถกถา) จิตตุปปาทะ ที่ยังให้โลกได้รับประโยชน์สุขโดยพ้นจากการพยาบาทปองร้ายนั้นเรียกว่า เมตตาบารมี
เมตตาบารมี เป็นบารมีที่สร้างได้ไม่ง่ายนัก เพราะบุคคลส่วนมากไม่มีความอิสระ เนื่องจากต้องตกเป็นทาสของอารมณ์ที่เกิดทางทวารทั้ง ๖ นั้น ความวู่วามจึงมักเกิดขึ้นเสมอ ทำให้ขาดความเมตตาที่มีความประสงค์ดีต่อกันและกัน ดังนั้น เพื่อให้เมตตาธรรมนี้ได้เกิดขึ้นและดำรงคงเจริญอยู่ในขันธสันดาน จึงจำต้องหมั่นแผ่เมตตาให้แก่ปวงสัตว์ โดยไม่มีการกำหนดขีดคั่นประการใดๆ โดยถือหลักในการแผ่เมตตา ๔ ประการ คือ
อเวรา โหนฺตุ จงอย่ามีเวรแก่กันและกันเลย
อพฺยาปชฺฌา โหนฺตุ จงอย่าพยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อนีฆา โหนฺตุ จงอย่าได้มีความทุกข์ร้อนกันเลย
สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ จงมีความสุขทุกอัตตภาพโดยทั่วกันเทอญ
ดังที่ได้กล่าวไว้ตอนต้น เมตตาบารมี เป็นความรักที่เกิดขึ้น โดยมิได้เกี่ยวแก่ตัณหาเป็นเหตุ แต่เป็นความรักใคร่เอ็นดูต่อเพื่อนมนุษย์ตลอดจนสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงไม่มีจำกัดโดยเฉพาะ มีเจตนาจะให้เขาทั้งหลายได้มีความสุขความสบายโดยทั่วหน้ากัน ส่วนความรักใคร่เอ็นดูต่อลูกหลาน ญาติพี่น้อง ภริยาสามี บิดามารดา เหล่านี้ เป็นต้น เป็นเมตตาตามธรรมดาสามัญ ไม่ใช่เมตตาบารมี เพราะเมตตานี้เกิดจาก ตัณหาเปมะ คือความรักด้วยตัณหา จึงเกิดเมตตา ขึ้นในวงแคบโดยเฉพาะพวกของตัว
เมตตาเกิดขึ้นมาได้ก็ด้วยมีทานเป็นสิ่งอุปการะเกื้อหนุน เพราะผู้ที่ยากจนก็มักจะคิดเสียว่า ไม่มีใคร เขาจะมารักใคร่ใยดีต่อคนยากจนเช่นเรา เราก็ไม่จำเป็นจะไปรักใคร่คนอื่นเขา ดังนี้เมตตาจิตจึงไม่เกิด ส่วนผู้มีทรัพย์มักจะได้รับความเคารพนับถือจากผู้อื่นก็ย่อมจะเกิดความเอ็นดูรักใคร่เป็นการตอบแทน การมีใจรักใคร่เอ็นดู ปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับความสุขเช่นนี้ นับว่ามีเมตตาจิตเกิดขึ้นแล้ว เรียกได้ว่าเป็นเมตตาบารมี อันสืบเนื่องมาจากทานบารมีเป็นปัจจัยโดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 มิ.ย. 2553 , 08:33:02 น.] ( IP = 58.9.213.101 : : )
สลักธรรม 1หิตาการปวตฺติลกฺขณา เมตฺตาปารมี ฯ (จริยปิฏกอรรถกถา) เมตตาบารมี ย่อมมีการทำให้เกิดประโยชน์สุข เป็นลักษณะ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญเมตตาอันยิ่งในครั้งเสวยพระชาติเป็นพระสุวรรณสาม ดังปรากฏในพระไตรปิฏกเล่มที่ ๒๘ ชื่อ ขุททกนิกายชาดก ภาคที่ ๒ (สุตตันตปิฏก) เนื้อความย่อของชาดกเรื่องนี้ แสดงถึงการบำเพ็ญเมตตาบารมี คือการแผ่ไมตรีจิตคิดจะให้สัตว์ทั้งปวงเป็นสุขทั่วหน้า มีเรื่องเล่าว่า
สุวรรณสามเลี้ยงมารดาบิดาของตนซึ่งเสียจักษุในป่า และเนื่องจากเป็นผู้มีเมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่น ฝูงเนื้อก็เดินตามแวดล้อมไปในที่ต่างๆ วันหนึ่งถูกพระเจ้ากรุงพาราณสีชื่อเสียงกปิลยักษ์ ยิงเอาด้วยธนูด้วยเข้าพระทัยผิด ภายหลังเมื่อทราบว่าเป็นมาณพผู้เลี้ยงมารดาบิดา ก็สลดพระทัย จึงไปจูงมารดาบิดาของสุวรรณสามมา มารดาบิดาของสุวรรณสามก็ตั้งสัจจกิริยาอ้างคุณความดีของสุวรรณสาม ขอให้พิษของศรหมดไป สุวรรณสามก็ฟื้นคืนสติ และได้สอนพระราชาแสดงคติธรรมว่า ผู้ใดเลี้ยงบิดามารดาโดยธรรม แม้เทวดาก็ย่อมรักษาผู้นั้น ย่อมมีคนสรรเสริญในโลกนี้ ละโลกนี้แล้วก็บันเทิงในสวรรค์
ต่อจากนั้นเมื่อพระราชาขอให้สั่งสอนต่อไปอีก ก็สอนให้ทรงปฏิบัติธรรมปฏิบัติชอบในบุคคลทั่วไป
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [9 มิ.ย. 2553 , 08:36:41 น.] ( IP = 58.9.213.101 : : )
สลักธรรม 2![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [9 มิ.ย. 2553 , 09:55:54 น.] ( IP = 125.27.179.45 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |