มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปฏิบัติวิปัสสนาเพื่ออะไร? (๓)






ปฏิบัติวิปัสสนาเพื่ออะไร? (๓)

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร

บรรยายเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๓



ตอนที่ผ่านมา


ฟุ้งซ่าน คือ การที่จิตระลึกนึกไปถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้ว และยังไม่เกิดขึ้น จัดว่าเป็นฟุ้ง เพราะนั่นคือไม่ใช่ความจริงในปัจจุบัน อดีตคือความปด อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง ฉะนั้น เรานั่งอยู่นี่ปุ๊บนึกไปที่โรงงาน นี่เขาเรียกว่าฟุ้งซ่าน ฟุ้งไปแล้วรำคาญใจเกิดขึ้น จึงเป็นธรรมชนิดหนึ่ง ซึ่งจัดว่า เป็นนาม เวลาฟุ้งท่านจึงให้ดูนามฟุ้ง แรกๆ ไปกำหนดว่านามฟุ้ง ไม่ใช่เราฟุ้ง เอาออกไปละกัน ส่วนรูปนั้นเป็นรูปทางใจเกิดกับคนไม่มากหรอก จะมาเกิดกับผู้มีราคะมากกับมีโทสะมาก เช่นเรารักใครสักคน ก็นึกถึงอยู่เรื่อยๆ เป็นรูปทางใจ

ฉะนั้น รูปทางใจมันไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่หรือเวลาฟุ้งไปนี่เป็นเรื่องเป็นราว เราจะไปเห็นเรื่องรูปนี่ก็ยาก แต่เราไปรู้รวมหมดแล้วเป็นเรื่องของนาม ส่วนมากจะเป็นนามฟุ้ง ท่านถึงให้ใช้นามฟุ้ง ที่จริงมีรูปด้วยแต่เราไม่ทัน แต่ระลึกไปทีหลังถึงจะมีเรื่องรูปเข้ามา เวลาฟุ้งให้กำหนดนามฟุ้ง

สำหรับผู้ที่ฝึกปฏิบัติเป็นบ้างแล้ว เรื่องการฟุ้งเป็นธรรมะที่ปรากฏให้รู้ได้ ไม่ใช่ขับไล่ โดยส่วนมากก็กำหนดลงไปเลยว่า “นามฟุ้ง” เมื่อกำหนดอย่างนั้น ความฟุ้งก็หายสนิทเพราะเกิดความกระตุ้นเตือน ให้กลับมาที่อาการ เช่น รูปนั่ง จริงๆ แล้ว พระอรหันต์ในอดีต สำเร็จด้วยฟุ้งมากมาย ที่ใช้คำว่าสำเร็จนี้ไม่ใช่ขั้นพระอรหัตน์นะ แต่หมายถึง การได้ญาณปัญญาเกิดขึ้นเป็นต้นทางที่แล่นไปได้สภาพมรรคจิตในภายหลัง แต่ที่เรากำหนดกันแต่ญาณปัญญาไม่เกิดเลยนั้น เพราะเกิดแต่เพียงสติระลึกรู้ตัวมากกว่า

โรคบางโรคนั้นไม่รักษาก็หาย ส่วนโรคบางโรคไม่รักษาไม่หาย เช่น ปวดปัสสาวะไม่รักษาไม่หาย ต้องกำหนดทุกข์แล้วไปปัสสาวะจึงหาย ส่วนอาการคันหัวนิดหน่อย เราไม่ต้องถึงขนาดเกาทุกครั้งมันก็หายได้ เพียงจิตไปรับรู้แค่นั้นเอง ฟุ้งก็เช่นกัน ท่านให้ระลึกรู้ในสภาพนามนั้นๆ คือการรู้และสังเกต ซึ่งตรงนี้ต้องผ่านฝึกมามากหน่อยเรียกว่าต้องโยนิโสเป็น

ถาม : หมายถึงว่าให้ดูรายละเอียดในการฟุ้งหรือว่าให้ดูสภาวะของมัน แต่ไม่ดูรายละเอียด

ตอบ : แทนที่จะกำหนดลงไปเลยว่า “นามฟุ้ง” ซึ่งการกำหนดเช่นนี้ดีสำหรับคนไม่รู้ว่าฟุ้งเป็นนาม แต่เพราะเราเป็นผู้เข้าใจว่าฟุ้งเป็นนามอยู่แล้ว ก็มีหน้าที่ดูนามนั้น เพราะนามนั้นคือฟุ้ง แล้วมันก็ยังมีเนื้อเรื่องในฟุ้งอีก แต่ไม่ใช่ไปดูเนื้อเรื่อง ให้ไปสังเกตนาม ซึ่งถ้าสติปัญญาคมกล้าพอก็จะเห็นความสืบต่อของสภาพนามเอง และตรงที่สืบต่อนั้นนั่นเอง อาจจะเห็น ได้ คือเห็นจิต (นาม) ที่ต่างกัน ได้

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [12 มิ.ย. 2553 , 22:31:16 น.] ( IP = 58.9.91.195 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

ถูกต้องครับพี่ดา


และความสำคัญของการปฏิบัตินั้น อยู่ที่การหาความชำนาญให้แก่สติปัญญา นะครับผม จะเห็นได้ว่า ...การที่เราหัดใหม่ๆนั้นดูจะยากเย็นจริงๆในการวางใจให้ถูกตรงนะครับ เช่นการเข้าไปรู้ในอิริยาบถว่าเป็นรูป (รูปต่างๆ) ส่วนมากจะไปนึกเอาๆกันนะครับ ไม่ได้เข้าไปรู้สึกในอาการตามสภาพที่ปรากฏ

แต่ถ้าลงได้อาศัยความเพียรและมีศรัทธาเป็นแรงพลักดันให้สร้างนิสัยคุ้นเคยกับการเข้าปฏิบัติแล้ว ความยากความลำบาก โดยเฉพาะความหงุดหงิดลำคาญใจ จะลดน้อยลงๆ จนในที่สุด การดำเนินสติปัฏฐานนั้นเสมือนเป็นชีวิตประจำวันไปเลยครับผม

พี่เณรขออนุโมทนาสาธุกับพี่ดาอย่างยิ่งครับ ที่สร้างอุปนิสัยที่มีคุณค่ามากนี้ให้แก่ตนเองเสมอมา เพียงรักษาศรัทธาไว้อย่าให้เสื่อม สักวันความคุ้นนี้จะกลับมารักษาจิตให้หลุดออกจากความวิปลาสได้ครับผม.


โดย พี่เณร [17 มิ.ย. 2553 , 09:37:45 น.] ( IP = 58.9.54.41 : : )


  สลักธรรม 12


กราบขอบพระคุณค่ะพี่เณร

ขณะนี้เริ่มจะคุ้นเคยกับห้องปฏิบัติแล้วละคะ แต่การปฏิบัตินะสิค่ะ ยังรู้สึกว่ามันยังไม่คล่องตัว ยังไม่ต่อเนื่องยังไงชอบกล

และมีปัญหาอย่างหนึ่งซึ่งยังคงเกิดอยู่ และอยากจะเรียนถามก็คือ เวลาเปลี่ยนอิริยาบถ เช่นนั่ง นามปวด ฯ จนจำเป็นต้องเปลี่ยนไปเดินแล้วแล้ว พอลุกไปเดิน ขณะที่กำหนดอยู่ในรูปเดินนั้นดูเหมือนว่า คำที่บอกว่านามปวด มันยังก้องอยู่เลยค่ะ จะต้องแก้ไขอย่างไรค่ะ

โดย พี่ดา [17 มิ.ย. 2553 , 09:46:24 น.] ( IP = 124.121.175.24 : : )


  สลักธรรม 13

เข้าใจครับๆกับคำถาม เป็นสภาพความปวดมันยังไม่หายขาดไปนิครับ (ไม่มียาแก้ปวดอะไรในโลกนี้ทานปุ๊มหายปั๊ป ยกเว้นยาสลบ อิอิ ) เช่นเดียวกันครับ สภาพความปวดนั้นยังสืบต่อไปได้ในอิริยาบถใหม่นะครับ ธรรมด๊ด ธรรมดาครับ...

ตรงนี้ซิครับที่พี่ดาจะต้องสังเกต ที่นาม (ที่เข้าไปรู้ในอาการ) มากกว่าจะไปดูรูปใหม่นะครับ เพราะจะเห็นความสืบต่อของนามได้ (นามปวด..นามรู้สึก) ไงครับ ถ้าสังเกตได้ชัดตรงจะสามารถเข้าใจน้ำหนักของนามที่รับรู้สึกนั้นได้ หรืออาศัยการสังเกตนี้อีกเช่นกันครับจะเห็นนามเท่านั้นที่ทำหน้าที่รู้ และถ้าชัดเข้าไปอีกจะเห็นว่าคนละนามได้นะครับผม

อย่าไปคิดแก้ไขให้ความรู้สึกว่า นามปวด ให้หมดไปขาดไปนะครับ เราไม่มีสิทธิไปบังคับบัญชา เพียงดูเป็น สังเกตเป็นพอแล้วครับ ธรรมะคือรูปและนามนั้น มีค่าต่อโยคาวจรเสมอนะครับผม

จะแก้ไข ก็ตรงแก้อยากนะครับผม อิอิ...ส่วนความคล่องตัวที่กล่าวมานั้น ต้องใจเย็นๆนะครับ รอการเพาะบ่มสติปัญญาให้คล่องเท่านั้นเอง แหม..คิดซิครับว่า กว่าพี่ดาจะวิ่งได้คล่องนั้น ผ่านการหกล้ม การฝึกเดิน ก้าว จนสามารถวิ่งได้มาไม่ใช่เวลาน้อยๆเลยนะครับผม ใจเย็นๆฝึกไปๆเท่านั้นครับผม.


โดย พี่เณร [17 มิ.ย. 2553 , 09:59:56 น.] ( IP = 58.9.54.41 : : )


  สลักธรรม 14


กราบขอบพระคุณมากค่ะพี่เณร

คือว่า ที่พี่เณรตอบมันก็จะเป็นอีกข้อนึงที่พบเหมือนกันค่ะ คือเวลาเปลี่ยนอิริยาบถแล้ว ปวดมันยังตามไปอยู่เลย ใช่ที่พี่เณรตอบมาหรือเปล่าค่ะ

แต่ที่ถามมันคนละประเด็นกันค่ะ
คือเวลาบอกกับตัวเองว่านามปวดนั้น
แล้วคำว่านามปวดนี้ มันก้องอยู่ในโสตประสาทขณะที่เราอยู่ในอิริยาบทใหม่ค่ะ

โดย พี่ดา [17 มิ.ย. 2553 , 10:11:47 น.] ( IP = 124.121.175.24 : : )


  สลักธรรม 15

เข้าใจครับ ที่ตอบไปแล้วนั้นก็ถูกนะครับ เพียงแต่ไม่ได้เน้นชัดให้พี่ดาทราบว่า สติที่ไปรับรู้ นามปวด มันชัดเจนไงครับ และสติอีกนั่นและครับที่จับปัจจุบันของนามได้ตลอด แต่เราเองขาดความเข้าถึงนามจนดูคล้ายว่ามันก้องอยู่ในโสตประสาท (ที่จริงควรก้องที่จิตนะครับ)

แต่ไม่เป็นไร อาการนี้อาจจะดูเสมือนท่องหรือคิดเอาไว้จนอยู่ในสมองใช่ไหมครับ...ไม่เป็นไรครับ แก้โดยการกำหนด นามอีกเช่นกัน เช่นรู้ว่ามันมีคำว่านามปวดมาก้องอยู่ ก็กำหนดไปเลยครับ นามฟุ้ง (ถ้าปัจจุบันนั้นมันหายปวดไปแล้ว) หรือไม่ก็กำหนด นามรู้ (คือรู้ทันความคิดเอาไงครับ )

หรือตอนกำหนดอยู่ว่านามปวด แทนที่จะกำหนดรู้ที่จิต แต่มันไปก้องในหัวแทน ก็ไม่แปลกครับ ธรรมดาครับ อย่างเสียงที่เราไปตะโกนในถ้ำยังยังสะท้อนก้องไปได้ ไฉนเลยการมีสติกำหนดรู้ ที่นามปวดมันจะสะท้อนไม่ได้ละครับ เพียงอย่าไปใส่ใจก็เท่านั้น มีหน้าที่รู้เท่านั้นนะครับ คือรู้ว่า รู้อะไร ไงครับผม.


โดย พี่เณร [17 มิ.ย. 2553 , 10:18:56 น.] ( IP = 58.9.54.41 : : )


  สลักธรรม 16


เข้าใจแล้วค่ะ กราบขอบพระคุณพี่เณรมากๆๆๆค่ะ

แล้วก็มีคำถามต่อในคำตอบของพี่เณรในกระทู้ที่ 13 ด้วยเลยนะคะ คือเวลาเปลี่ยนอิริยาบถแล้ว ปวดมันยังตามไปอยู่ในอิริยาบถใหม่ พี่เณรบอกว่าจะต้องสังเกต ที่นาม (ที่เข้าไปรู้ในอาการ) มากกว่าจะไปดูรูปใหม่นะครับ เพราะจะเห็นความสืบต่อของนามได้ (นามปวด นามรู้สึก)

อย่างนี้หมายความว่า พอกำหนดในอิริยาบถใหม่แล้ว ก็ เปลี่ยนไปดูหรือสังเกตที่นามปวดนั้นต่อเลยใช่ไหมค่ะ
หากบัญญัติที่มันก้องอยู่ในโสตประสาทนั้น ก็กำหนดเป็นนามฟุ้งไป แล้วก็ไปดูที่เวทนาที่มันยังอยู่ต่อเลย อย่างนี้เข้าใจถูกไหมค่ะ

โดย พี่ดา [17 มิ.ย. 2553 , 10:30:01 น.] ( IP = 124.121.175.24 : : )


  สลักธรรม 17

ใช่ครับ..เพราะความปวดยังเป็นอาการที่มีปรากฏให้จิตรู้อยู่ไงครับ จึงต้องดูต่อครับ เพราะไม่เช่นนั้น จะไม่เห็นความจริงของสันสติครับ ที่ว่า อิริยาบถใหม่ ปิดบังอิริยาบถเก่าไงครับ เพราะอิริยาบถเก่าเป็นทุกข์คือปวด ต้องแก้ไขก็จริง แต่ทุกขเวทนายังมีอยู่ตามมาก็ต้องรู้ด้วยครับ และเรียกว่าละครยังมีต่อเนื่องต้องรู้ทั่วครับ แต่ถ้าในการเปลี่ยนแล้วทุกข์หายขาดไปแล้ว ก็มีหน้าที่ดูที่อิริยาบถใหม่ต่อไปนั่นเองครับ

และอีกคำถามนั้น..หากบัญญัติที่มันก้องอยู่ในโสตประสาทนั้น ก็กำหนดเป็นนามฟุ้งไป แล้วก็ไปดูที่เวทนาที่มันยังอยู่ต่อเลยใช่ไหม ...ครับผมการดูฟุ้งก็คือตามไปสังเกตต่อ ว่ามีเวทนาอะไรเกิดขึ้น ถูกต้องเลยครับผม


โดย พี่เณร [17 มิ.ย. 2553 , 10:40:54 น.] ( IP = 58.9.54.41 : : )


  สลักธรรม 18


กราบขอบพระคุณมากๆๆๆค่ะ
วันนี้ได้รับสาระน่ารู้มากมายเลยค่ะ

กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [17 มิ.ย. 2553 , 10:47:06 น.] ( IP = 124.121.175.24 : : )


  สลักธรรม 19

โดย น้องกิ๊ฟ [18 มิ.ย. 2553 , 14:40:49 น.] ( IP = 58.9.99.232 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org