มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำอย่างไรคนไทยจะรักกัน?




ทำอย่างไรคนไทยจะรักกัน

โดย..พระราชธรรมวาที



ความเป็นมาพระอุปคุต

ชาวล้านนารู้จักพระอุปคุต ในฐานะพระผู้มีคุณพิเศษทางปกป้องคุ้มครองภัย คำว่า “อุปคุต” เป็นภาษาบาลี ในขณะที่ภาษาสันสกฤตเขียนว่า “อุปคุปต์” ซึ่งตรงกับภาษาที่พี่น้องชาวไทย บางท้องถิ่นขานนามท่านว่า “ส่างอุปคุป” โดยมีความหมายว่า “ผู้คุ้มครองป้องกันภัย” > ในกลางเมืองเชียงใหม่ ก็มีวัดๆ หนึ่ง ซึ่งนามวัดบ่งบอกว่า น่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ คือ วัดอุปคุต...!


ชาวพุทธทั่วไปนิยมสร้างพระอุปคุตเป็นปางต่างๆ ไว้กราบไหว้บูชา แต่ที่นิยมกันมากมีอยู่ ๓ ปาง คือ

๑. ปางล้วงบาตร – หมายถึงกิ๋นบ่เสี้ยง คือกินไม่รู้จักหมด ให้คุณทางโชคลาภ ใครบูชาแล้วจะสมบูรณ์พูนสุข มั่งมีศรีสุขเงินจะไหลนอง ทองจะไหลมา จะมั่งคั่งด้วยโภคสมบัติ

๒. ปางห้ามมาร - ให้คุณทางคุ้มครองป้องกันภัย ปราศจากอุปสรรคศัตรู เหตุนี้ยามมีงาน
ปอยหลวง (งานสมโภชหรือฉลอง) สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นของส่วนรวมและเป็นงานใหญ่ จะมีการอาราธนาพระอุปคุตขึ้นจากแม่น้ำ มาคุ้มครองการจัดงาน เพื่อมิให้เกิดเหตุเภทภัย และให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

๓. ปางสมาธิ - เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “พระบัวเข็ม” ให้คุณทางด้านสติปัญญา ไหวพริบ
ปฏิภาณ จะเป็นผู้เฉลียวฉลาดรู้เท่าทันคน จิตใจผ่องใส ไร้กิเลสราคี ปางนี้จะพบเห็นมากเป็นพิเศษมากกว่าปางอื่นๆ ชาวพม่า รามัญ นับถือพระอุปคุตกันเป็นจำนวนมาก จึงมีการสร้างรูปบูชาขึ้นมากราบไหว้ เห็นได้จากพระบูชาพระอุปคุต ที่มีศิลปะแบบพม่าอยู่มากมายในบางท้องถิ่น ทางล้านนามีความเชื่อว่า พระอุปคุตจะตะแหลง (แปลงร่าง) เป็นสามเณรน้อยขึ้นมาบิณฑบาตในวันเป็งปุ๊ด หรือวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธพอดี

ทางเหนือมักนิยมกันว่าเป็นเวลาหลังเที่ยงคืน บางแห่งก็บอกว่าตั้งแต่ ๐๑.๐๐ น. เป็นต้นไป ผู้คนจึงมักจะพบเห็นสามเณรน้อยออกบิณฑบาตไปตามถนน ทางสี่แพร่ง สามแพร่ง ตลอดจนถนนหนทางทั่วไปโดยเฉพาะริมท่าน้ำต่างๆ จนกระทั่งติ๋นฟ้ายก (ได้แก่แสงเงินแสงทองส่องขอบฟ้า) จึงจะเนรมิตการหายไป นี้เป็นความเชื่อที่ถือกันมานาน ซึ่งนับว่าเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่ควรค่าแก่การเชิดชูบูชาและรักษาไว้ เป็นบุญพิเศษที่ไม่มีในภาคพื้นอื่นใดในประเทศ นอกจากทางล้านนาหรือภาคเหนือบางจังหวัด บุญชนิดนี้จึงจัดเป็นบุญพิเศษ เพราะเป็นบุญดี ๔ ส. คือ.

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [24 มิ.ย. 2553 , 08:56:15 น.] ( IP = 61.90.90.55 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๑. บุญสละ- ด้วยบริจาควัตถุจตุปัจจัยข้าวของเครื่องใช้ถวายพระสงฆ์
๒.บุญสามัคคี- ด้วยร่วมแรงร่วมใจกันจัดให้มีขึ้น
๓. บุญศักดิ์ศรี - ด้วยเป็นบุญเฉพาะกรณีที่มิได้มีบ่อยๆ
๔. บุญศักดิ์สิทธิ์ – ด้วยชาวพุทธยึดถือบุญว่าเป็นนาถะและสรณะ คือเป็นที่พึ่งและที่ระลึก

การที่ทุกท่านได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานบำเพ็ญกุศลเสริมบารมีปีใหม่เมืองเช่นนี้ เป็นเครื่องหมายบอกให้รู้ว่าเราท่านทั้งหลายเป็นผู้มีความรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รักวัฒนธรรมประเพณี รักเอกลักษณ์ของชาติ รักเอกราชทางพระศาสนา เป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามไว้ เมื่อพูดถึงคำว่ารัก นับว่าเป็นคำที่มีมนต์ขลัง มีคุณค่าและมีความหมาย เพราะใครๆ ก็ขาดรักไม่ได้ ดังท่านประพันธ์เอาไว้ว่า


จะหักอื่นขืนหักก็จักได้
หักอาลัยนี้ไม่หลุดสุดจะหัก
สารพัดตัดขาดประหลาดนัก
แต่ตัดรักนี้ไม่ขาดประหลาดใจ


ความรักคือปุ๋ยของชีวิต ที่ใดมีรักที่นั่นมีแต่ความเสียสละ เต็มใจ สดชื่น เบิกบาน แจ่มใส ไร้อุปสรรค เหมือนต้นไม้ที่ได้น้ำได้ปุ๋ย ย่อมมีความเจริญงอกงาม ทั้งกิ่งก้าน ดอกและผล ในสังคมประเทศชาติ ผู้คนทั้งหลายไม่ว่าจะอยู่ภาคไหน ถ้าคนไทยมีไมตรีจิต มิตรภาพต่อกัน “รักกันเหมือนพี่ ดีกันเหมือนน้อง ปรองดองกันเสมือนญาติ” ประเทศชาติก็จะเจริญก้าวหน้าและผาสุก

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [24 มิ.ย. 2553 , 09:00:51 น.] ( IP = 61.90.90.55 : : )


  สลักธรรม 2

รักที่ต้องมี – ดีที่ต้องทำ

ทุกชีวิตมีบุคคลและสถาบันที่ต้องสัมผัสผูกพัน ที่เราจะต้องแสดงความรักเชิดชูอยู่หลายประการ ดังบทประพันธ์ที่ว่า...

ธรรมชาติชนดีอันมีศักดิ์
ย่อมต้องรักธานินทร์ถิ่นสถาน
รักบิดามารดาครูอาจารย์
รักภูบาลร่มเกล้าทุกเช้าเย็น
รักชาติวงศ์พงศ์เผ่าเหล่าภาษา
รักศาสนาสอนแสดงแจ้งให้เห็น
กตัญญูรู้ระลึกนึกเช้าเย็น
สิ่งจำเป็นรักไว้ให้มั่นเอย


ถามว่า.. อะไรที่บุคคลควรรักเป็นที่สุด ?

๑. รักตน - ด้วยทำดี หลีกหนีความชั่ว
๒. รักคน - ด้วยให้และไมตรี
๓. รักของ - ด้วยรู้จักทนุถนอมและบูรณะ
๔. รักความดี - ด้วยรักษาความดีและไม่ทำลายความดี
๕. รักวัฒนธรรมประเพณี- ด้วยปฏิบัติตามวิถีแห่งความเป็นไทย
๖. รักหน้าที่- ด้วยปฏิบัติและรับผิดชอบ
๗. รักความเป็นธรรม - ด้วยไม่ลำเอียงและเข้าข้างในทางผิด
๘. รักธรรมชาติ- ด้วยไม่ทำลายและใช้อย่างรู้คุณค่า
๙. รักประเทศชาติ- ด้วยสมานสามัคคีมีไมตรีต่อกัน
๑๐. รักพระพุทธศาสนา- ด้วยศึกษาและปฏิบัติ อันไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย
๑๑. รักพระมหากษัตริย์- ด้วยจงรักภักดี มีใจเทิดทูน ไม่ลบหลู่ ไม่ดูหมิ่น ไม่กระทำสิ่งใดให้เป็นที่ระคาย เคืองเบื้องพระยุคลบาท

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [24 มิ.ย. 2553 , 09:06:14 น.] ( IP = 61.90.90.55 : : )


  สลักธรรม 3

ขยายความว่า...

รักตน - หมายถึงรู้จักประคองตน และรู้จักรักษาตน มิให้เผลอไผลไปประกอบอกุศลกรรมทำชั่ว อันเป็นเหตุให้ตนเป็นบุคคลน่ารังเกียจ หมดสง่าราศี ต้องด้วยบทกวีที่ว่า...

รักษาตัวกลัวกรรมอย่าทำชั่ว
จะหมองมัวหม่นไหม้ไปเมืองผี
จงเลือกทำแต่กรรมที่ดีดี
จะได้มีความสุขพ้นทุกภัย

รักคน - มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จำต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ดั่งคำที่ว่า “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ข้าพึ่งเจ้า บ่าวพึ่งนาย ป่าพึ่งเสือ เรือพึ่งพาย นายพึ่งบ่าว เจ้าพึ่งข้า” พึ่งกันไปพึ่งกันมา เป็นอัญญมัญญปัจจัยของกันและกัน แต่การที่ตนจะเป็นบุคคลที่รัก ก็จำต้องมีไมตรีจิตมิตรภาพต่อกันและกัน มีความเสียสละ มีน้ำใจ มีไมตรี ไม่ตระหนี่ เพราะคนขาดไมตรีและตะหนี่มีจิตใจคับแคบจะไม่สามารถยึดเหนี่ยวน้ำใจบุคคลทั้งหลายให้เป็นพรรคพวกตนไว้ได้ ดั่งคำที่ว่า “บริวารมาเพราะน้ำใจมี บริวารหนีเพราะน้ำใจหมด บริวารหดเพราะน้ำใจแห้ง” อีกคำหนึ่งว่า “ปรารถนาสารพัดในปัฐพี เอาน้ำใจไมตรีแลกได้ดั่งใจจง”

รักของ - หมายถึงวัตถุสิ่งของเครื่องใช้นานาประการ ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ ตลอดถึงพาหนะเคหสถานบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ต้องรู้จักทนุถนอม เมื่อชำรุดหรือทรุดโทรมต้องรู้จักบูรณปฏิสังขรณ์ ให้มั่นคงถาวร มีสง่าราศี เป็นที่เจริญตาเจริญใจ

รักความดี - ความดีเป็นแก่นของชีวิต เป็นอนุสาวรีย์ของชีวิต ช่วยให้ชีวิตมีค่า “อยู่มีคนรัก จากมีคนอาลัย, อยู่มีผู้อุปัฏฐาก จากมีผู้อุปถัมภ์, อยู่มีผู้เลี้ยงกาย ตายมีผู้เลี้ยงวิญญาณ”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [24 มิ.ย. 2553 , 09:17:07 น.] ( IP = 61.90.90.55 : : )


  สลักธรรม 4

ความดี “ช่วยให้มองข้างหน้าก็มีหวัง ช่วยให้มองข้ามหลังก็มีสุข ช่วยให้บันเทิงเริงใจ ทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า” ความดีที่บุคคลควรปฏิบัติ เช่น ซื่อสัตย์สุจริต เป็นนิตย์ขยัน ประหยัดให้มั่นหันหลังทางอบาย ผู้ได้บำเพ็ญความดีเป็นอนุสาวรีย์แห่งชีวิตเอาไว้มาก แม้ถึงคราวล้มหายตายจาก ก็เป็นการจากเฉพาะสรีระสังขารตามกฎของธรรมชาติ แต่เกียรติยศชื่อเสียงคุณความดี หาได้แตกดับย่อยยับตามไปไม่

องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดา ได้ตรัสรับรองเอาไว้ว่า รูปํ ชีรติ มจฺจานํ นามโคตฺตํ น ชีรติ ท่านแปลเป็นกวีไว้ไพเราะว่า...

อันทรัพย์สินถิ่นฐานทั้งบ้านช่อง
อีกเงินทองไร่นามหาศาล
เป็นสมบัติของตัวได้ชั่วกาล
จำต้องผ่านจากกันเมื่อวันตาย

ส่วนความดีมีความสัตย์สมบัติแท้
ถึงตัวแก่กายดับไม่ลับหาย
จะสถิตติดแน่นแทนร่างกาย
ถึงตัวตายชื่อยังอยู่เชิดชูเอย


รักวัฒนธรรมประเพณี - คือรักเอกลักษณ์ และเอกราชทางความดีงาม ที่ได้ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา ทั้งวัฒนธรรมของชาติ วัฒนธรรมของจังหวัด วัฒนธรรมท้องถิ่น วัฒนธรรมทางศาสนา วัฒนธรรมทางภาษา และวัฒนธรรมทางการแต่งกาย ที่เป็นลักษณะเฉพาะ และแสดงออกสู่สายตาสมาคมโลก


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [24 มิ.ย. 2553 , 09:24:39 น.] ( IP = 61.90.90.55 : : )


  สลักธรรม 5



กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำเรื่องดีๆ และควรประพฤติปฏิบัติเพื่อส่วนตัวและส่วนรวมมาฝาก ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2553 , 14:02:39 น.] ( IP = 125.27.180.204 : : )


  สลักธรรม 6


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย ดอกดาหลา [28 มิ.ย. 2553 , 12:35:04 น.] ( IP = 124.121.171.199 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org