มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำอย่างไรคนไทยจะรักกัน? ตอน ๔





ทำอย่างไรคนไทยจะรักกัน?

โดย พระราชธรรมวาที


ตอนที่ผ่านมา

ทำอย่างไรคนไทยจะรักกัน? และบันได ๗ ขั้น

การที่ชาวไทยทุกหมู่เหล่า จะสมานสามัคคีและมีไมตรีต่อกันและกัน ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ซึ่งกันและกัน ที่เรียกว่า “รักกันเหมือนพี่ ดีกันเหมือนน้อง ปรองดองกันเสมือนญาติ” ก็ต้องไต่บันไดเช่นเดียวกัน แต่เป็นบันไดพิเศษ เรียกว่าบันไดแห่งสันติสุข บันไดแห่งสันติภาพ บันไดแห่งไมตรีจิต และมิตรธรรม คือต้องไต่ถึง ๗ ขั้น คือ...

ขั้นที่ ๑. มองกันในแง่ดี
ขั้นที่ ๒. มีระเบียบวินัย
ขั้นที่ ๓ มีหัวใจพระพรหม
ขั้นที่ ๔ นิยมสามัคคี
ขั้นที่ ๕ มีความเสียสละ
ขั้นที่ ๖ ลดมานะทิฐิ
ขั้นที่ ๗. ไม่อคติต่อกัน

มองกันในแง่ดี - การมองคนและมองโลกเป็นสิ่งน่าคิดประการสำคัญอยู่ที่แววจิต ถ้าเรามองโลกในแง่ดี เราก็จะพบแต่เรื่องดีๆ เรามองคนในแง่ร้าย ก็จะพบแต่คนเลวๆ และคนร้ายๆ สุดท้ายกลายเป็นประเภทตาบอดสี “เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น” เรื่องการมองนี้ องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาได้ตรัสไว้ว่า สุทสฺสํ วชฺชมญฺญฺสํ อตฺตโน ปน ทุสฺทสํ แปลว่า โทษผู้อื่นเห็นง่าย โทษของตนเห็นยาก ข้อนี้ท่านประพันธ์ถอดความเอาไว้ว่า...

โทษคนอื่นมองเห็นเช่นภูเขา
โทษของเรามองเห็นเท่าเส้นขน
ลมคนอื่นเหม็นเบื่อเราเหลือทน
ลมของตนถึงเหม็นไม่เป็นไร


อีกบทหนึ่งท่านประพันธ์สอนใจเอาไว้ว่า...

มองโลกด้านดีมีผล
เห็นคนอื่นดีมีค่า
ปลุกใจให้เกิดศรัทธา
ตั้งหน้าทำดีมีคุณ

มองโลกด้านร้ายกลายกลับ
ใจรับแต่เรื่องเคืองขุ่น
เหนื่อยหน่ายเลิกร้างทางบุญ
ชีพวุ่นวายแท้แน่เอย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 มิ.ย. 2553 , 07:17:17 น.] ( IP = 58.9.54.57 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

วาทะพุทธทาส

พระเดชพระคุณพระธรรมโกศาจารย์ หลวงพ่อพุทธทาส แห่งสวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้ประพันธ์เรื่องมองกันแต่ในแง่ดีเอาไว้ว่า...

เขามีส่วน....เลวบ้าง....ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา.... ส่วนที่ดี....เขามีอยู่
เป็นประโยชน์....โลกบ้าง.... ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว....อย่าไปรู้.... ของเขาเลย

จะหาคน....มีดี....โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว....ค้นหา....สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา....หนวดเต่า....ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย....มองแต่ดี....มีคุณจริง


เพราะฉะนั้น จงฉลาดมอง และจงมองด้วยแววแห่งความเมตตาปรารถนาดี อย่ารังเกียจผู้ที่มีกรรม อย่าซ้ำเติมผู้ที่หลงผิด จงชี้ทางถูกทางผิดให้แก่ผู้ที่มืดบอด ด้วยเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม และเมตตามโนกรรม ข้อนี้ท่านผู้รู้ยังสอนไว้อีกว่า...

จะหาใคร เหมาะใจ ที่ไหนเล่า
ตัวของเรา ยังไม่ เหมาะใจหนา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
รู้ล่วงหน้า เสียก่อน ไม่ร้อนใจ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 มิ.ย. 2553 , 07:18:08 น.] ( IP = 58.9.54.57 : : )


  สลักธรรม 2

มีระเบียบวินัย - คำว่า วินัย แปลว่า นำไปวิเศษ นำไปแจ้ง นำไปต่าง ภาษาโลกและภาษาราชการ เรียกต่างกันไป เช่น ระเบียบ วินัย กฎ กติกา ข้อบังคับ กฎหมาย จนกระทั่งสูงสุดคือ รัฐธรรมนูญ ส่วนภาษาศาสนา คำว่า วินัย หมายถึง ศีล ไม่ว่าจะเป็น ศีล ๕ สำหรับชาวประชาทั่วไป ศีล ๘ สำหรับอุบาสก – อุบาสิกา ศีล ๑๐ สำหรับสามเณร ศีล ๒๒๗ สำหรับพระภิกษุ และศีล ๓๑๑ สำหรับภิกษุณี ข้อนี้มีคำที่บัณฑิต ท่านกล่าวไว้ให้คิดว่า “คนจะดีเพราะว่ามีวินัย ตรงกันข้าม คนจะร้ายเพราะวินัยไม่มี”

มีคำที่ท่านประพันธ์สอนใจเอาไว้อีกว่า...

เป็นสตรี ไม่มีศีล ก็สิ้นสวย
บุรุษด้วย ไม่มีศีล ก็สิ้นศรี
เป็นสมณะ ไม่มีศีล ก็สิ้นดี
เป็นข้าราชการ ศีลไม่มี ก็หยาบคาย


ในทางตรงกันข้าม...

เป็นสตรี ไม่มีธรรม ก็ทรามชั่ว
บุรุษทั่ว ไม่มีธรรม ต่ำศักดิ์ศรี
เป็นสมณะ ขาดธรรมะ อลัชชี
เป็นข้าราชการ ธรรมะไม่มี กาลีเมือง


เหตุนี้...ในเรื่อง “หัวใจเมือง” คุณถนอม อัครเศรณี ผู้เป็นปราชญ์ทางกวีได้ประพันธ์เอาไว้ว่า...

เมืองใดไม่มีทหารหาญ เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า
เมืองใดไร้จอมพารา เมืองนั้นไม่ช้าอับจน

เมืองใดไม่มีพาณิชเลิศ เมืองนั้นย่อมเกิดขัดสน
เมืองใดไร้ศิลป์โสภณ เมืองนั้นไม่พ้นเสื่อมทราม

เมืองใดไม่มีกวีแก้ว เมืองนั้นไม่แคล้วคนหยาม
เมืองใดไร้นารีงาม เมืองนั้นสิ้นความภูมิใจ

เมืองใดไม่มีดนตรีเลิศ เมืองนั้นไม่เพริศพิสมัย
เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่เอย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 มิ.ย. 2553 , 07:19:05 น.] ( IP = 58.9.54.57 : : )


  สลักธรรม 3

พรหมานุภาพ

มีหัวใจพระพรหม – คำว่าพระพรหม หมายถึงผู้ใหญ่ หรือผู้ประเสริฐ พระพรหมที่บันดาลความร่มเย็นเป็นสุข ท่านเรียกว่า “พรหมวิหาร” มีหัวใจ ๔ ห้อง หรือ ๔ ข้อ คือ เม กะ มุ อุ

เม ย่อมาจาก เมตตา แปลว่า มีความรักใคร่
กะ ย่อมาจาก กรุณา แปลว่า มีจิตใจสงสาร
มุ ย่อมาจาก มุทิตา แปลว่า เบิกบานพลอยยินดี
อุ ย่อมาจาก อุเบกขา แปลว่า มีใจเป็นธรรม

ยังมีพรหมอีกประเภทหนึ่ง ที่นอกจากไม่บันดาลความอยู่เย็นเป็นสุขแล้ว กลับนำมาซึ่งความอยู่ร้อนนอนทุกข์ ท่านเรียกว่า “พรหมวินาศ” คือ อยู่ที่ไหนสังคมก็มีแต่ความพินาศ ประเทศชาติมีแต่ความฉิบหาย มี ๔ ประการเช่นเดียวกัน คือ...

๑. อิสฺสริยมทนํ - บ้าอำนาจ
๒. ทุจริตํ - ฉ้อราษฏร์บังหลวง
๓. กุหกํ - หลอกลวงลูกน้อง
๔. นิคฺคาหรํ ปคฺคาโห - ยกย่องคนชั่ว

พรหมชนิดนี้ ยามดีเรียกใช้ เจ็บไข้ไม่รักษา มรณาไม่เหลียวแล!

องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสถึงเรื่องนี้ว่า วโส อิสฺสริยํ โลเก อำนาจเป็นใหญ่ในโลก และเตือนเอาไว้ว่า ยโส ลทฺธา น มชฺเชยฺย ความว่า ได้ยศอย่าประมาท ได้อำนาจอย่าไปเมา อย่าให้เข้าลักษณะที่โบราณว่า “คนลืมตัว วัวลืมตีน ต้นไม้ลืมดิน ปักษิณลืมไพร”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 มิ.ย. 2553 , 07:20:00 น.] ( IP = 58.9.54.57 : : )


  สลักธรรม 4

นอกจากนี้ องค์สมเด็จพระบรมศาสดา ยังได้ตรัสคาถาเครื่องป้องกัน มิให้นักบริหาร หรือผู้นำประพฤติผิดพลาด และหลงตัวลืมตน ปรากฏใน สัมภวชาดกว่า...

อตฺตานํ นาติวตฺเตยฺย อธมฺมํ น สมาจเร
อติตฺเถ นปฺปตาเรยฺย อนตฺเถ น ยุโต สิยา


แปลความว่า...
นักบริหาร อย่าลืมตัว
อย่ามัวประพฤติไม่เป็นธรรม
อย่าถลำไปในที่ไม่เป็นท่า
อย่าใฝ่หาสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์


เพราะอำนาจเป็นอนิจจัง เป็นสิ่งไม่ยั่งยืน ความมีสติกำกับอยู่ตลอดเวลาว่า...

ยามเมื่อนั่งบนเก้าอี้มีคนไหว้
ก็อย่าได้เหิมจิตคิดจองหอง
ฉวยพลาดพลั้งพลัดตกถึงฟกพอง
น่ากลัวต้องถูกซ้ำซ้ำกายาฯ

มีอำนาจต้องมีธรรมคุมอำนาจ
อย่าเอามาดบาตรใหญ่ไปข่มเหง
รู้วิธีเปลี่ยนแปลงพลิกแพลงเพลง
อย่าเอาโคลนเข้าละเลงเพื่อล้างโคลน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 มิ.ย. 2553 , 07:20:37 น.] ( IP = 58.9.54.57 : : )


  สลักธรรม 5

อย่าลืมว่า...
ยามทรงศักดิ์อัครฤทธิ์คิดว่าเอก
บริวารใหญ่เล็กล้อมหน้าหลัง
เหมือนน้ำหลากมากนองท้องชลัง
พอเอวังฝั่งโผล่ก็เจอตอฯ


การต่อสู้ทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นในสังคมไทย จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องของบุคคล ๓ ฝ่าย คือ...

๑.ฝ่ายที่มีอำนาจ
๒.ฝ่ายที่สูญเสียอำนาจ
๓.ฝ่ายที่อยากเข้าไปมีอำนาจ


ที่สาดกระสุนน้ำลายระบายเข้าใส่กัน อย่างขาดสติสัมปชัญญะ มีพฤติกรรมที่แสดงออกในทาง รุกเร้า รุกราน อีกฝ่ายหนึ่งก็ปกป้อง ปกปิด เกิดการ ประท้วง มีการ ปะทะ มีการ ลากไส้ออกมาถลุง ลากพุงออกมาประจาน ฝ่ายหนึ่งมี ท่อน้ำเลี้ยง อีกฝ่ายมีท่อน้ำลาย ฝ่ายหนึ่งมุ่งหมายที่ธรรมนูญแห่งชาติ ฝ่ายหนึ่งก็ตีกัน จนลืมคำนึงถึงธรรมนูญแห่งชีวิต อันเป็นเหตุให้เกิดวิกฤตในบ้านเมืองเกิดการสูญเสียบาดเจ็บล้มตาย สุดท้ายก็คนไทยหันมาฆ่ากันเอง ด้วยอำนาจแห่งระเบิด ทั้งระเบิดอารมณ์ ระเบิดเวลา และระเบิดอาวุธ...!

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 มิ.ย. 2553 , 07:21:25 น.] ( IP = 58.9.54.57 : : )


  สลักธรรม 6

กุศโลบายนักบริหาร

นักบริหารหรือผู้นำที่ดี ต้องมีกุศโลบาย ในการคลี่คลายปัญหา ด้วยการแก้ “วิบัติ” ให้เป็น”วิวัฒน์” ประการสำคัญ ต้องรอบรู้สถานการณ์ด้วยอำนาจแห่งปัญญา ต้องรอบคอบด้วยอำนาจแห่งสติ

อย่าลืมว่า “สติมาปัญญาจะเกิด สติเตลิดจะเกิดปัญหา” ต้องนั่งในหัวใจคน มิใช่ขึ้นไปนั่งบนหัวคน ถ้าได้ใจ ถือว่าได้ทุกอย่าง ต้องสร้างความเป็นมิตร พิชิตความเป็นศัตรู ต้องทำลายความเป็นศัตรู มิใช่มุ่งทำลายคนเป็นศัตรู มิตรนั้นมีร้อยคนก็น้อยไป แต่ศัตรูมีคนเดียวก็มากไป...!

การปกครองในระบอบประชาธิปไตย หมายถึง การถือเอาเสียง หรือมติ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นประมาณ คำว่า “อธิปไตย” แปลว่า เป็นใหญ่ พระพุทธเจ้าทรงแบ่งเป็น ๓ ลักษณะ คือ...

๑. อัตตาธิปไตย - ถือตนเป็นใหญ่ ไม่สนเสียงใคร เป็นพวกเผด็จการ
๒. โลกาธิปไตย - ถือคนหมู่มากเป็นใหญ่ ประเภทพวกมากลากไป
๓. ธรรมาธิปไตย - คือกฎ ระเบียบ กติกา ข้อบังคับ กฎหมาย รัฐธรรมนูญ และความถูกต้อง เป็นหลัก เป็นพวกหลักการ

ผู้นำประเภท อัตตาธิปไตย ใช้พระเดชมากกว่าพระคุณ ชอบนั่งบนหัวคน มากกว่านั่งในหัวใจคน ผู้นำประเภทนี้ อาจได้งานแต่ไม่ได้หัวใจจากบริวาร หรือคนรอบข้าง

ผู้นำประเภท โลกาธิปไตย หรือประเภทพวกมากลากไป ส่วนมากเป็นพวกไม้หลักปักขี้เลน คือเป็นเสาหลักให้ใครพึ่งและพิงไม่ได้ ซ้ำร้ายมักจะหูเบา ประเภทใครเป่าก็ปลิว ทำให้งานส่วนตนก็พินาศ งานของชาติก็เสียหาย

ผู้นำประเภท ธรรมาธิปไตย ยึดถือความถูกต้อง เป็นธรรมเป็นหลักในการบริหารราชการ เป็นที่พึ่งพิงอาศัยของประชาชนได้ เป็นผู้นำที่ตระหนักในคุณธรรมและจริยธรรม บริหารราชการโดยอาศัยหลักรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ ไม่สุดโต่งอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มีความประสาน และมีการประนีประนอม ผู้นำประเภทนี้ได้ทั้งงาน ได้ทั้งใจของพวกพ้องน้องพี่ จัดเป็นผู้นำมหาชน นำสังคมประเทศชาติไปสู่ความสวัสดี

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 มิ.ย. 2553 , 07:22:11 น.] ( IP = 58.9.54.57 : : )


  สลักธรรม 7

สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารและผู้นำต้องท่องจำให้ขึ้นใจ คือ...

ผู้นำจงจำมั่น ต้องขยันในหน้าที่
ผูกจิตมิตรไมตรี และพึงมีความซื่อตรง

รักษาศีลและสัตย์ ทรัพย์สมบัติอย่าลุ่มหลง
ชีวิตแม้ปลิดปลง อย่าระย่อต่อศัตรู

อย่าหลงพะวงกาม เรื่องเลวทรามน่าอดสู
ระวังหัวและหู พวกโฉดเขลาชอบเป่าลม

ระวังโอฏฐ์ยามโกรธจัด อย่าพลั้งพลัดจงหัดข่ม
ขันติธรรมค้ำอารมณ์ อย่าเบือนบิดผิดคลองธรรม

คนดีรี่ส่งเสริม คนเหิมเกริมข่มให้หนำ
ทศพิธราชธรรม เป็นคุณค้ำผู้นำเอย


นักบริหารและผู้นำ ควรน้อมนำพระบรมราโชบาย ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ มาเป็นหลักปฏิบัติเพื่อขจัดความขัดแย้ง ความขัดข้อง ให้สลาย แล้วขยายเป็นความเจริญ ตามหลัก เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา

เข้าใจ – ด้วยให้ความรัก ให้ความชอบ ขจัดความชัง สร้างความหวัง ทำลายความชั่ว ส่งเสริมความดี สืบสานวัฒนธรรมประเพณี และจัดให้มีพิธีกรรมทางศาสนา

เข้าถึง - ด้วยเข้าไปใกล้ชิด เข้าไปด้วยมิตรไมตรี เข้าไปคลุกคลีช่วยเหลือ เข้าไปเป็นเลือดเนื้อเดียวกัน ด้วยความสนิทสนม บริสุทธิ์ และจริงใจ

พัฒนา - ด้วยนำความเจริญเข้าไปหา นำความก้าวหน้าเข้าไปสู่ เริ่มต้นแต่พัฒนาท้องให้มีกิน พัฒนาถิ่นให้น่าอยู่อาศัย พัฒนาสุขภาพพลานามัย พัฒนาการศึกษา คมนาคม ประปา ไฟฟ้า หยูกยารักษาโรค ตลอดถึงเสื้อผ้าอาภรณ์ เพื่อให้มีความอยู่ดีกินดี

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 มิ.ย. 2553 , 07:22:53 น.] ( IP = 58.9.54.57 : : )


  สลักธรรม 8

โดย น้องกิ๊ฟ [28 มิ.ย. 2553 , 09:12:52 น.] ( IP = 125.27.176.199 : : )


  สลักธรรม 9


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย ดอกดาหลา [28 มิ.ย. 2553 , 15:19:44 น.] ( IP = 124.121.171.199 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org