มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำอย่างไรคนไทยจะรักกัน? ตอน ๕






ทำอย่างไรคนไทยจะรักกัน?

โดย พระราชธรรมวาที


ตอนที่ผ่านมา

ธรรมะกับธรรมชาติ

นิยมความสามัคคี – คือ ไม่นิยมความแตกแยก ต้องทำตนประดุจน้ำ น้ำมีคุณสมบัติพิเศษ ๔ ประการ คือ...
๑. มีปกติชุ่มเย็น
๒. รวมตัวกันเป็นนิตย์
๓. มีความเที่ยงธรรม
๔. ปรับตัวเข้ากับภาชนะได้ทุกรูปแบบ

ชุ่มเย็น - เปรียบได้กับเมตตา โลโก ปตฺถมฺภิกา เมตฺตา เมตตาธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนโลก “โลกโสภีเพราะว่ามีเมตตา โลกโสภาเพราะเมตตาค้ำจุน, โลกจะพินาศถ้าขาดเมตตา โลกจะโสภา ถ้าเมตตาเกื้อหนุน”

รวมตัวกันเป็นนิตย์ - เปรียบได้กับสามัคคี น้ำมีปกติชอบประสานหรือสมาน ไม่นิยมความแตกแยก ยามใดที่เอาไม้เข้าไปกรีด เอามีดเข้าไปฟัน เอาขวานเข้าไปผ่า พอยกมีดยกไม้ขึ้นมาจะหารอยแตกแยกไม่เจอ เพราะน้ำจะรีบเข้าสมานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สังคมทุกวันนี้ มีความน่าห่วงใยที่ชาวไทยไร้สมานฉันท์ หรือสมานบ้างแต่เป็นสมานแต่พวกฉัน...!

เมืองไทยทุกวันน่าหวั่นยิ่งนัก...................แบ่งพวกแบ่งพรรคต่างจ้องข่มขี่
ลืมความสมัครร่วมสามัคคี......................ตัวอย่างเคยมีแต่ก่อนมา

บทเรียนมีไว้ในประวัติศาสตร์..................ชะตาเมืองขาดคนไทยเป็นข้า
เสียสามัคคีศรีอยุธยา..............................เป็นทาสพม่าอยู่ตั้งหลายปี

กว่าจะกู้นครให้คงกลับคืน......................ต้องทนขมขื่นหมดสิ้นศักดิ์ศรี
ยังจำกันได้ใช่ไหมน้องพี่........................อันความถือดีตัวใครตัวมัน

เหมือนกองกรวดทรายที่ขาดน้ำแทรก......ย่อมจะแตกแยกถึงความร้านฉาน
เมื่อถูกศัตรูจู่เข้ารุกราน..........................มิอาจต้านทานอำนาจริปู

คิดแล้วหวั่นใจชาติไทยเมืองทอง............ขาดความปรองดองแยกพรรคแยกหมู่
มานะดื้อดึงโน่นมึงนี่กู...........................ไม่ขอรับรู้ความดีของใคร

เกิดเป็นช่องว่างในทางสังคม..................บ้างปลุกระดมเพื่อก่อเหตุร้าย
เอ็งไพรข้าเจ้ามึงบ่างกูนาย.....................แกขวาเข้าซ้ายพวกใครพวกมัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 มิ.ย. 2553 , 07:53:47 น.] ( IP = 58.9.251.94 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เหมือนดังจิ้งหรีดกิเลสปั่นหัว..................กลับใจกลับตัวเสียเถิดทุกท่าน
เราใช่อื่นไกลเป็นไทยด้วยกัน.................หันมายึดมั่นคำสอนสัมมาฯ

เราท่านเกิดมาได้ร่วมพิภพ....................ต้องเจอจุดจบวันหนึ่งข้างหน้า
ทั้งหญิงทั้งชายล้วนไปป่าช้า...................ทั้งศักดินาและกรรมกร

ทั้งขวาและซ้ายทั้งนายและบ่าว..............ทั้งข้าทั้งเจ้าล้วนเป็นเหยื่อหนอน
ตายแล้วเหม็นเน่าเป็นที่แน่นอน.............เกยเชิงตะกอนทุกคนด้วยกัน

ถึงเป็นเศรษฐีหรือมีอำนาจ.....................ก็จะมิอาจติดสินบนท่าน
องค์มัจจุราชและยมบาล........................ให้ไว้ชีวันต์นั้นอย่าหวังเลย

นี่เป็นความจริงท่านหญิงท่านชาย............กระทำในใจไว้เถิดท่านเอ๋ย
อย่าหลงขึ้งเคียดเบียนเบียดกันเลย.........ไม่นานก็เกยซึ่งเชิงตะกอน

มีทุกข์กันอยู่แล้วเต็มแบกเต็มบ่า............ควรจะมุ่งหน้าช่วยกันผันผ่อน
บรรเทาทุกข์โศกโรคร้ายหนาวร้อน..........แก่ปวงนิกรร่วมพื้นโลกา

ยิ่งเราเป็นไทยอยู่ร่วมเมืองทอง..............เหมือนเกิดร่วมท้องบิดรมารดา
ยิ่งมิควรแยกแตกสาขา .........................น่าจะคิดว่าเราพี่น้องกัน

เศรษฐีนายทุนหรืออนาถา.......................ควรมีเมตตาสมัครสมาน
เหมือนพี่ร่วมท้องเหมือนน้องร่วมครรภ์....ช่วยเหลือเจือจานกันด้วยน้ำใจ

เมตตาปรานีมีความเอื้อเฟื้อ...................พริกอยู่เรือนเหนือเกลืออยู่เรือนใต้
พี่ให้ไก่มาน้องเอาปลาไป ......................วิสัยคนไทยย่อมมีเมตตา

ลืมประเพณีแล้วหรือพี่น้อง......................มาถอยหลังเข้าคลองกันอีกเถิดหนา
ขึ้นสูงเกินสอยจะลอยเกินฟ้า....................เราท่านเกิดมาร่วมพื้นเดียวกัน

คอยสอดคอยส่องคอยมองคอยเมียง........บ้านใกล้เรือนเคียงคอยเรียกขาน
ไต่ถามยามทุกข์ข้าวสุกข้าวสาร..............ขาดเหลือเจอจานกันไปตามมี

เนกาสี ลภเต สุขํ...................................องค์พระพุทธังท่านตรัสชี้
ว่ากินคนเดียวความสุขบ่มี......................ถึงจะอ้วนพีก็ไม่สักกี่วันฯ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 มิ.ย. 2553 , 07:54:35 น.] ( IP = 58.9.251.94 : : )


  สลักธรรม 2

มีความเที่ยงธรรม - น้ำมีปกติเที่ยงตรง เที่ยงธรรรม ไม่ลำเอียง ไม่เอนเอียง คนแต่ก่อนโดยเฉพาะช่างก่อสร้าง จึงใช้น้ำเป็นเครื่องวัดระดับหามาตรฐานความเที่ยงตรง ท่านทั้งหลาย ลองเอาน้ำใส่ภาชนะ เช่น แก้วหรือขัน เวลาเราเอียงภาชนะที่ใส่ น้ำที่อยู่ในแก้วในขันจะไม่เอนหรือเอียงตามไปด้วย แต่กลับรักษาระดับความเที่ยงตรงเที่ยงธรรมไว้ เพราะฉะนั้น ที่ใดก็ตาม “ถ้าความยุติธรรมมี ความสามัคคีก็มา, ถ้าความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีก็ไม่มา, ความรักมีสามัคคีก็มา ความรักโรยราเพราะไม่มาของสามัคคี” อย่าลืมว่า “สิ้นธรรมคือสิ้นดี สิ้นสามัคคีคือสิ้นชาติ...!”

ปรับตัวเข้ากับภาชนะได้ทุกรูปแบบ – น้ำเป็นธรรมชาติที่อ่อน ไม่แข็งกระด้าง ข้อนี้ ธรรมชาติสอนให้เรารู้จักปรับตัวเข้ากับสังคมและยุคสมัย จักได้วางตัวได้เหมาะสมพอดี ผู้ที่เข้าสังคมไม่ได้หรือถูกสังคมปฏิเสธ เหตุเพราะไม่รู้จักวางตัวหรือไม่รู้จักปรับตัว จึงทำให้ขาดความเหมาะสมพอดี ดังที่ท่านกล่าวว่า...

ถ้าแคบนักมักคับขยับยาก
กว้างมากไม่มีอะไรจะใส่สม
สูงนักมักจะลอยไปตามลม
ต่ำนักมักจะจมธรณี


แท้จริง ธรรมชาติสอนให้เราปราศจากมานะทิฐิ ความอหังมมังการ หรือ “ตัวกู-ของกู” คำว่า มานะ แปลว่า แข็งกระด้าง หรือถือตัวถือตน ท่านจัดไว้เป็น ๓ ระดับ

๑. อวมานะ - ถือว่าตัวเองต่ำต้อยน้อยหน้า เป็นชนชั้นต่ำ
๒. มานะ - ถือว่าทุกคนที่เกิดมาเสมอเหมือนกันหมด
๓. อติมานะ - ถือว่าตนเป็นผู้ยิ่งกว่าใครใดๆ ทั้งหมด

ผู้ที่ถือว่าตนต่ำต้อย – ย่อมน้อยเนื้อต่ำใจ กลายเป็นคนมีปมด้อย ไม่สมาคมคบหากับผู้ที่มีฐานะภาวะสูงกว่าตน

ผู้ที่ถือว่าทุกคนเกิดมาเสมอกันหมด – ไม่มีใครสูงไม่มีใครต่ำเป็นเหตุให้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ยกตนเทียมท่าน ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร

ผู้ที่ถือตนว่าเป็นผู้ยิ่งกว่าใครใดๆ ทั้งหมด - จะมีความรู้สึกเห็นผู้อื่นเป็นฝุ่นเป็นผง จึงจ้องเหยียดย่ำซ้ำเติม ดูหมิ่นเหยียดหยาม และทำลายตามใจชอบ เป็นเหตุให้เกิดความร้าวฉาน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 มิ.ย. 2553 , 07:55:18 น.] ( IP = 58.9.251.94 : : )


  สลักธรรม 3

เสียที่ไม่สูญ

มีความเสียสละ - คนที่รักตนรักประเทศชาติ รักพระพุทธศาสนา และรักสถาบันพระมหากษัตริย์ ย่อมจะเป็นผู้ที่มีความเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว แต่เห็นแก่ความผาสุกของส่วนรวมเป็นที่ตั้งเสียสละสุขส่วนตน เพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม เป็นการเสียเพื่อได้ไม่ใช่เสียแล้วสูญ อย่าลืมว่า “ความเสียสละไม่มี ความสามัคคีก็ไม่มา”

ความเสียสละเป็นคุณธรรมที่สำคัญมาก จัดว่าเป็นหลักของโลก เนื่องจากคนเราจะอยู่ตามลำพังคนเดียวไม่ได้ จำต้องพึ่งพาอาศัยกัน เริ่มแต่เกิดจนกระทั่งตาย แต่การที่จะพึ่งกันได้ก็เพราะอีกฝ่ายหนึ่งยอมเสียสละให้ เช่น...

- ลูกๆ ที่เจริญเติบโตขึ้นมาได้ก็เพราะการเสียสละของพ่อแม่

- เยาวชนที่มีความรู้ความสามารถก็เพราะการเสียสละของครูบาอาจารย์

- ประเทศชาติที่ยังคงเป็นเอกราชอยู่ได้ก็เพราะการเสียสละของบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าและเหล่าวีรชน

- บ้านเมืองที่เจริญรุ่งเรือง ก็เพราะประชาชนพลเมืองร่วมใจกันเสียสละ เสียภาษี

- พสกนิกรอยู่ดีกินดี ก็เพราะพระราชาทรงเสียสละพระราชทานความช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน

- ผู้ที่ได้รับยกย่องว่า เป็นคนดี เป็นศรีแก่ชาติ ก็เพราะเขาเหล่านั้นได้ผ่านการเสียสละความชั่วมาแล้วฯ

การเสียสละเป็นการเสียเพื่อได้ ซึ่งทุกคนควรบำเพ็ญให้ติดเป็นนิสัย ตามธรรมดาการเสียอื่นๆ โดยมากเสียแล้วไม่ได้ เช่น เสียเกียรติ เสียชื่อ เสียหาย แต่การเสียสละยิ่งเสียยิ่งได้ ยิ่งให้ยิ่งมี ยิ่งเสียยิ่งดี เพราะลงทุนน้อยแต่กำไรงาม คนใจแคบเห็นแก่ตัวไม่กล้าเสียสละ ชีวิตจะไม่ก้าวหน้า เหมือนพ่อค้าที่ไม่กล้าลงทุนการค้าจะเจริญได้อย่างไร การเสียสละคือกุญแจแห่งความสำเร็จ

ฉะนั้น ผู้หวังความเจริญจงบำเพ็ญตนเป็นคนเสียสละพยายามขจัดความเห็นแก่ตัว ขยายใจที่คับแคบให้กว้างขวาง เพื่อที่จะมองเห็นความทุกข์ยากของผู้อื่นได้ ปัจจุบันประเทศชาติ พระศาสนา ยังต้องการนักเสียสละอยู่อีกมาก ในเรื่องนี้องค์สมเด็จพระชินสีห์ บรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงสอนไว้ ปรากฏในมหาสุตโสมชาดก ว่า...

จเช ธนํ องฺควรสฺส เหตุ
องฺคํ จเช ชีวิตํ รกฺขมาโน
องฺคํ ธนํ ชีวิตญฺจาปิ สพฺพํ
จเช นโร ธมฺมมนุสฺสรนฺโต
แปลความว่า...
พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ
พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต
และพึงสละทั้งทรัพย์และชีวิตเพื่อรักษาความถูกต้องเป็นธรรม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 มิ.ย. 2553 , 07:55:55 น.] ( IP = 58.9.251.94 : : )


  สลักธรรม 4

รักทำให้มั่นคง – หลงทำให้คลอนแคน

ท่านทั้งหลาย อักษรภาษาไทยมี ๔๔ ตัว บางตัวก็เป็นมงคล คือดี บางตัวก็เป็นอัปมงคล คือไม่ดี ท่านผู้รู้บอกว่า อักษรที่เป็นมงคล เช่น พ. ห. ช.

พ. ย่อมาจากคำว่า รู้จักพอ เช่น พอใจ พอใช้ พอได้ พอดี พอมี พอเพียง ถ้ารู้จักพอจะก่อสุขทุกสถาน ไม่รู้จักพอจะก่อทุกข์ทุกสถาน ให้มีสันโดษ คือ พอใจในสิ่งที่ตนมี ยินดีในสิ่งที่ตนเป็นตนได้ ไม่โลภ เรียกว่า “เป็นอยู่เท่าที่มี ดีกว่าเป็นเศรษฐีผ่อนส่ง”

ห. ย่อมาจากคำว่า รู้จักให้ เช่น ให้เกียรติ ให้โอกาส ให้อภัย และให้น้ำใจ นักบริหารต้องเป็นนักให้ นักช่วยเหลือ ไม่ใช่ช่วยเถือ...!

ช. ย่อมาจากคำว่า ช่าง อันเป็นลักษณะของผู้เตรียมใจและทำใจได้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เช่น ช่างเถอะ ช่างเขา ช่างมัน ช่างหัวมันฯ อันเป็นลักษณะของการปลงใจ ปล่อยวาง ไม่ถือโทษ ไม่โกรธแค้น ไม่โจมตี ไม่บีทา อันจะนำมาซึ่งทุกข์ ท่านเจ้าคุณ พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้แสดงไว้ให้คิดว่า...

ทุกข์มี เพราะยึด
ทุกข์ยืด เพราะอยาก
ทุกข์มาก เพราะพลอย
ทุกข์น้อย เพราะหยุด
ทุกข์หลุด เพราะปล่อย


อักษรที่เป็นอัปมงคล เช่น ห. ก. ต. แปลว่า เห็นแก่ตัว ร.ท.ม. แปลว่า ราคะ โทสะ โมหะ และ ล. ก. ล. แปลว่า โลภ โกรธ และหลง ล้วนเป็นชื่อของกิเลส ซึ่งนำผลเสียมาสู่ผู้หลง เช่น...

หลงโลภ จะทำให้เสียศักดิ์
หลงรัก จะทำให้เสียโสด

หลงโกรธ จะทำให้เสียสุข
หลงอบายมุข จะทำให้เสียสมบัติ

หลงคำชม ลมจะพองภายใน
หลงการกราบไหว้ เท้าจะไม่ติดดิน

หลงใหญ่หลงยศ จะกดขี่เขาไปสิ้น
หลงอยากมีทรัพย์สิน จะโกงกินเงินทอง

หลงกาม จะเดินสู่ความเมามัว
หลงคบคนชั่ว จะพาตัวให้มัวหมอง

หลงลืมตน จะทำให้คนเมินไม่อยากมอง
จงไตร่ตรอง ตัดความหลงลงบ้างเอย.

ดีให้ต่อ - ชั่วให้ตัด

เพราะฉะนั้น อะไรดีให้รู้จักต่อ อะไรชั่วให้รู้จักตัด อะไรวิบัติให้รู้จักด้าน “อย่าทำบาปเพราะเห็นแก่ตัว อย่าทำชั่วเพราะเห็นแก่คนอื่น”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 มิ.ย. 2553 , 07:56:26 น.] ( IP = 58.9.251.94 : : )


  สลักธรรม 5

ลดมานะทิฐิ - โบราณกล่าวไว้คำหนึ่งว่า ยอมไม่เป็นเย็นไม่ได้ การมุ่งหมายเอาชนะคะคานซึ่งกันและกันจนกระทั่งลืมความถูกต้องเป็นธรรม นำความวิบัติหายนะมาสู่หมู่คณะ การมุ่งเอาชนะผู้อื่นไม่ใช่สิ่งจีรังยั่งยืน ชนะได้ก็กลับแพ้ได้ ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมเป็นทุกข์ พระพุทธองค์ทรงแสดงให้เห็นผลเสียหายกับความสุขสบายในเรื่องนี้ไว้ว่า...

ชยํ เวรํ ปสวติ ผู้ชนะ ย่อมถูก ผูกอาฆาต
ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต ผู้พ่ายแพ้ นอนอนาถ ฤทัยถอน
อุปสนฺโต สุขํ เสติ ผู้สงบ อยู่เป็นสุข ไม่ทุกข์ร้อน
หิตวา ชย ปราชยํ เพราะเพิกถอน เสียทั้งแพ้ และชนะ


การชนะตนเป็นชัยชนะที่จีรังยั่งยืน ไม่ก่อเวรสร้างกรรม ไม่สร้างความชอกช้ำแก่ใครๆ ข้อนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ว่า...

อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย ยา จายํ อิตรา ปชา
อตฺตทนฺตสฺส โปสสฺส นิจฺจํ สญฺญตจาริโน

แปลถอดความว่า...

ตนนั่นแลใครชนะประเสริฐกว่า
ฝูงประชานอกนี้ดีไฉน
ที่คนต่อสู้ปะทะชนะไป
ความมีชัยนั้นไม่เลิศประเสริฐเลย

การชนะคนอื่นหมื่นแสนหน
เดี๋ยวกลับตนเป็นแพ้ไม่แน่หนอ
ชนะตนจากชั่วเท่านั้นพอ
ย่อมเกิดก่อสุขแท้แก่ตนเอย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 มิ.ย. 2553 , 07:57:34 น.] ( IP = 58.9.251.94 : : )


  สลักธรรม 6

ตีนกับตาพาวิบัติ

เรื่องการมุ่งเอาชนะคะคานซึ่งกันและกัน อันเกิดจากมานะทิฐิ การไม่ยอมซึ่งกันและกัน นำความหายนะมาให้แก่ตนและส่วนรวมเป็นอันมาก ดังนิทานเรื่องตีนกับตา ที่ท่านเล่าเอาไว้ว่า...

ตีนกับตา อยู่กันมา แสนผาสุก
จะนั่งลุก ยืนเดิน เพลินนักหนา
มาวันหนึ่ง ตีนทะลึ่ง เอ่ยปรัชญา
ว่าตีนมี คุณแก่ตา เสียจริงๆ

ตีนช่วยพา ตาไป ที่ต่างๆ
ตาจึงได้ ชมทาง และสรรพสิ่ง
เพราะฉะนั้น ดวงตา จงประวิง
ว่าตีนนี้ เป็นสิ่ง ควรบูชา

ตาให้ฟัง ตีนคุยโม้ ก็หมั่นไส้
จึงร้องบอก ออกไป ด้วยโทสา
ว่าตีนนี้ เดินไปได้ ก็เพราะตา
ดูมรรคา เศษแก้วหนาม ไม่ตำตีน

เพราะฉะนั้น ตาจึง สำคัญกว่า
ตีนไม่ควร จะมา คิดดูหมิ่น
สรุปแล้ว ตามีค่า สูงกว่าตีน
ทั่วธานินทร์ ตีนไปได้ ก็เพราะตา

ตีนได้ฟัง ให้คั่งแค้น แสนจะโกรธ
วิ่งกระโดด โลดไป ใกล้หน้าผา
เพราะอวดดี คุยเบ่ง เก่งกว่าตา
ดวงชีวา จะดับไป ไม่รู้เลย

ตาเห็นตีน ทำเก่ง เร่งกระโดด
ก็พิโรธ แกล้งระงับ หลับตาเฉย
ตีนพาตา ถลาล้ม ทั้งก้มเงย
ตกแล้วเหวย ตายห่า ทั้งตาตีน ฯ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 มิ.ย. 2553 , 07:58:03 น.] ( IP = 58.9.251.94 : : )


  สลักธรรม 7

ชาวไทย อะไรๆ ก็ดี ถึงจะมีข้อด้อยข้อเสียอยู่บ้างก็ไม่หนักหนาอะไร แต่ที่แย่ก็คือคนไทยบางพวกชอบแตกแยกกัน เช่น...

พี่น้อง แตกแยกกัน
มิตรสหาย แตกแยกกัน
หมู่คณะ แตกแยกกัน
ชุมชน แตกแยกกัน
สังคม แตกแยกกัน
สถาบัน แตกแยกกัน
นักการเมือง แตกแยกกัน
ภูมิภาค แตกแยกกัน
ผู้ใหญ่ แตกแยกกัน
ประชาชนต่อประชาชน แตกแยกกัน

บางคน บางครั้ง ก็ไม่รู้ว่าแตกแยกกันเรื่องอะไร แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นปัญหาที่คนทั้งโลกประสบ คือ...

๑.แย่งที่กันทำกิน
๒.แย่งถิ่นกันอยู่
๓.แย่งคู่กันพิศวาส
๔.แย่งอำนาจกันเป็นใหญ่

รวมความว่า แตกแยกกันเพราะชีพก็มี แตกแยกกันเพราะชาติ เช่น แย่งกันรักชาติ ผูกขาดกันรักสถาบันก็มี แตกแยกกันเพราะทิฐิ มานะ ราคะ ตัณหา หรือศักดิ์ศรี ก็มี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมองเห็นจุดด้อยหรือข้อเสียของคนไทยในข้อนี้ ได้มีพระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ชาวไทยอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะได้พระราชทานแก่เหล่าทหารรักษาพระองค์ ในพิธีตรวจพลสวนสนาม ณ ลานพระราชวังดุสิต ในโอกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษา เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๐๔ และ ๓ ธันวาคม ๒๕๑๒ ความว่า...

“การที่ประเทศของเราได้รักษาอธิปไตย และดำรงฐานะมาด้วยดีได้ตลอดมานั้น ก็ด้วยอาศัยความร่วมมือของทุกๆ ฝ่าย ต่างช่วยกันปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ด้วยความสามัคคี และความพร้อมที่จะเสียสละ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมมาแล้วแต่หนหลัง”

“ความสมัครสมานสามัคคีของเรานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะต้องรักษาไว้ให้ยั่งยืนอยู่ตลอดไป หากเรามีความประมาท เราแตกสามัคคีกันเมื่อใด เราก็จะเป็นอันตรายย่อยยับลงเมื่อนั้น ไม่มีใครอื่นที่ไหนจะช่วยเราได้ นอกจากตัวเราเอง”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 มิ.ย. 2553 , 07:58:43 น.] ( IP = 58.9.251.94 : : )


  สลักธรรม 8

ประวัติศาสตร์ชาติไทย

เหตุการณ์บ้านเมืองในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันประวัติศาสตร์น่าจะเป็นบทสอนใจให้ได้คิดในอันที่จะได้ลดมานะทิฐิต่อกันและกัน ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้พระราชทานเป็นการเตือนสติแก่ผู้นำประเทศและผู้นำมวลชนในยุคนั้น อันเป็นเหตุให้เกิดวิกฤติชาติเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ ความตอนหนึ่งว่า

“ขอให้ท่านทั้งสองช่วยกันคิด คือหันหน้าเข้าหากัน ไม่เผชิญหน้ากัน เพราะว่าเป็นประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคน เป็นประเทศของทุกคน ให้หันหน้าเข้าหากัน ไม่เผชิญหน้ากัน เพราะปัญหามีอยู่...ที่เวลาเกิดจะใช้คำว่า “บ้าเลือด” เวลามีการปฏิบัติรุนแรงจะลืมตัว ลงท้ายก็ไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะแล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ ประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ประชาชนเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมุติว่าในกรุงเทพมหานครเสียหายไป ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมด แล้วก็จะมีประโยชน์อะไรที่จะทะนงว่าตัวชนะอยู่บนกองสิ่งปรักหักพัง” รวมความว่า...

“อันตรายทั้งนั้นมีแต่แพ้ .....................คือต่างคนต่างแพ้” แย่ทั้งนั้น
จะทนงว่าชนะอะไรกัน........................เมื่อร่องรอยโทษทัณฑ์นั้นเกลื่อนกรุง

“แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ..................กี่เวลาจะสามารถจัดเรืองรุ่ง
กลิ่นสยามเมืองยิ้มเคยจรุง..................กลับคละคลุ้งสยามเราน่าเศร้าใจ

อยากจะดีอยากจะได้ให้สมอยาก..........มันแสนยากแสนเข็ญจะเป็นได้
มีสูญเสียสมหวังเราคละเคล้าไป..........คือหัวใจธรรมะโลกธรรม

พฤษภาบ้าเลือดเดือดร้อนเร่า .............ทั้งทุบเผาเข่นฆ่ากันคราคร่ำ
ได้ผลลัพธ์เป็นผลลบพบซอกช้ำ............เป็นผู้นำนำอย่างไรให้ล่มจม

ด้วยเดชะพระบารมีปก.......................จึงปลิดยกปัญหาที่ถาถม
ชาวประชาชีพชื่นพ้นขื่นตรม...............ด้วยบรมกษัตริย์ปัดป้องภัย

ให้ “รู้รักสามัคคี”ที่ล้ำเลิศ.................. จะประเสริฐสูงค่ากว่าไหนไหน
ให้ความยุติธรรมนำเมืองไทย.............จงเป็นไทสงบสุขทุกผู้คน ฯ

เพราะฉะนั้น....

เตือนใคร ไม่ดีเท่า เราเตือนตัว
ฝึกอะไร ไม่ดีเท่า เราฝึกตัว
ฟ้องใคร ไม่ดีเท่า เราฟ้องตัว

ตัดสินใคร ไม่ดีเท่า เราตัดสินตัว
ดูอะไร ไม่ดีเท่า เราดูตัว
รู้อะไร ไม่ดีเท่า เรารู้ตัว
ชนะใคร ไม่ดีเท่า เราชนะตัวฯ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 มิ.ย. 2553 , 07:59:21 น.] ( IP = 58.9.251.94 : : )


  สลักธรรม 9


อ่านแล้วได้รับความรู้ นำไปใช้สอนตนได้อย่างดีทีเดียวเลยค่ะ แถมได้รับความสนุกสนาน...๕๕๕ ไปกับ "ตีนกับตาพาวิบัติ"

กราบขอบพระคุณอนุโมทนาค่ะ

โดย ดอกดาหลา [29 มิ.ย. 2553 , 09:56:52 น.] ( IP = 124.121.175.80 : : )


  สลักธรรม 10

โดย น้องกิ๊ฟ [29 มิ.ย. 2553 , 15:31:17 น.] ( IP = 125.27.173.224 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org