| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทำอย่างไรคนไทยจะรักกัน? ตอน ๗
ทำอย่างไรคนไทยจะรักกัน?
โดย พระราชธรรมวาที
ตอนที่ผ่านมา
พุทธวิธีสลายความขัดแย้ง
ในโอวาทปาติโมกข์ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนภิกษุ ก่อนแต่จะส่งไปประกาศพระศาสนาและอยู่ร่วมกับชาวโลก ในถิ่นฐานย่านต่างๆ ทรงแนะนำวิธีที่จะผูกไมตรีจิตมิตรภาพ และอยู่ร่วมกันฉันท์มิตร ว่า อนูปวาโท อนูปฆาโต ปาฏิโมกฺเข จ สํวโร ฯ แปลถอดความโดยสรุปเป็น ๔ ต้อง กับ ๒ อย่า คือ...
๑.ต้องไม่โจมตี - อย่าเพาะศัตรู อย่าเพิ่มศัตรู โดยใช้วาจาเป็นอาวุธ แต่รู้จักใช้วาจาให้เป็นลิ่มสลักใจ อย่าใช้ปากเป็นหอก เป็นดาบ นักบริหาร หรือผู้นำที่ยิ่งใหญ่นั้น มักถือคติว่า...
จะปกครอง ผู้ใดให้เขารัก
อย่าหาญหักพูดจาพาเสียดสี
ให้เขาเกิดน้อยใจในไมตรี
ใครชั่วดีติชมพอสมควร
๒. ต้องไม่บีฑา - อย่ากดขี่ อย่าข่มเหง อย่ารังแก ให้เจ็บกายและเจ็บใจ กล่าวคือ ไม่ใส่ร้าย ไม่ให้ร้าย และไม่ประทุษร้าย
๓. ต้องไม่ประจันหน้า - หลีกเลี่ยงการปะทะ ทั้งด้วยกำลังพล หรือกำลังอาวุธ อันจะก่อให้เกิดการสูญเสีย แล้วหันหน้าเข้าสู่การเจรจา หาทางประนีประนอม ด้วยพบกันครึ่งทางหรือ ถอยคนละก้าว ก้าวเดียวไม่พอก็ต้องสองก้าว เพื่อช่วยกันเสาะหาแสงสว่าง หรือทางออก การเจรจาจะทำให้พบทางเตียน การไม่จะเจรจาจะทำให้พบทางตัน เรื่องนี้ แม้แต่ปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นคู่กรณีกับอิสราเอล มานาน เกิดพิพาทกันอยู่เป็นประจำ ก็ยังแสวงหาวิถีแห่งการปรองดอง ด้วยการเจรจา ทั้งเปิดเผย และวิธีลับๆ โดยมีผู้ที่ทั้งสองฝ่ายให้การยอมรับเป็นผู้ประสาน ประเทศไทย ที่ผ่านมาต่างก็พยายาม แสวงหาทางออกซึ่งเป็นที่ยอมรับด้วยกัน ทุกๆ ฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ยกเว้นฝ่ายผู้ต่อต้านไม่เห็นด้วยที่ปฏิเสธการเจรจา
ทางสู่ความสมานฉันท์ของฝ่ายรัฐบาล เรียกว่า Roadmap
ทางสู่ความสมานฉันท์ของชาวเสื้อแดง เรียกว่า Red map
ทางสู่ความสมานฉันท์ของฝ่ายทั่วๆ ไป หรือหลากสี เรียกว่า Multi-Color map
๔. ต้องไม่ท้าทาย - ไม่ยั่วยุ ไม่เติมเพลิงพิโรธให้โหมใส่หรือแก้ไขปัญหาแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน อันจะเป็นเหตุให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ไม่ต้อนจนอีกฝ่ายจนแต้มจนตรอก และจนมุม ซึ่งทุกฝ่ายต้องไม่ประมาท มีความรอบคอบ ชอบธรรม ไม่วู่วามตามกระแส ใช้เหตุผลเป็นที่ตั้ง เว้นการใช้อารมณ์ชอบและชังเป็นประมาณในการตัดสินใจหรือแก้ไขปัญหา โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 ก.ค. 2553 , 07:41:56 น.] ( IP = 58.9.152.252 : : )
สลักธรรม 1
รวมความว่า นักบริหาร นักปกครอง หรือผู้นำ จะกระทำสิ่งใดต้องนึกถึง ๔ นึกไว้ให้มากจะช่วยแก้วิกฤตให้เป็นวิวัฒน์ แก้วิบัติให้เป็นสมบัติ คือ...
๑.นึกถึงภัยของความโกรธ ดับไฟโทสะด้วยอำนาจแห่งเมตตา ภาวนาไว้เสมอว่า... ยามโกรธโทษกรุ่นฉุนอยู่
อย่าพรูพูดพร่ำทำวุ่น
ใจสงบปากมือถือคุณ
เมตตาการุณย์บุญงาม
๒. นึกถึงโทษของกิเลส - กิเลสคือเหตุแห่งความเศร้าหมอง ทำให้ผู้หลงผิด คิด พูด ทำในสิ่งไม่ชอบ ผู้ใดประกอบขึ้นแล้ว ก็จะเป็นพิษแก่ใครๆ และจะเป็นภัยแก่ตน
๓. นึกถึงเหตุแห่งหายนะ อำนาจก็ดี อบายมุขก็ดี หากไม่รู้เท่ารู้ทัน ใช้อำนาจในทางที่ผิด และติดในอบายมุข ความสุขจะหมดไป ความวิบัติฉิบหายจะตามมา
๔. นึกถึงพระ ๓ องค์ ได้แก่นึกถึงพระไตรลักษณ์ คือพระอนิจจัง (ความไม่เที่ยง) พระทุกขัง (ความทนอยู่ไม่ได้) และพระอนัตตา (ความไม่เป็นแก่นสาร และความไม่เป็นไปตามอำนาจที่จะบังคับบัญชาได้)
๒ อย่า... ได้แก่...
๑. อย่าท้อแท้ - ได้แก่ สู้ ไม่ถอย ไม่หมดหวัง ไม่หมดกำลังใจ เมื่อยังไม่ประสบความสำเร็จ
๒. อย่าทำลาย ได้แก่ อย่าทำลายขนบธรรมเนียมและประเพณีที่เขาปฏิบัติ
ทำดี ๔ ไม่
อีกประการหนึ่ง ขอพี่น้องชาวไทยผู้มีใจรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยกันทั้งหลาย โปรดสร้างสรรค์บันดาลสุขให้เกิดแก่สังคมประเทศชาติ ด้วยวิธีทำดี ๔ ไม่ คือ...
๑.ไม่ว่าเบื้องบน
๒.ไม่ชนเบื้องล่าง
๓.ไม่ขวางทางใคร
๔.ไม่ใจอยุติธรรมโดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 ก.ค. 2553 , 07:44:41 น.] ( IP = 58.9.152.252 : : )
สลักธรรม 2
ในบทพระราชนิพนธ์เรื่อง หนามยอกเอาหนามบ่ง ในล้นเกล้า รัชกาลที่ ๖ ได้พระราชนิพนธ์เตือนใจชาวไทยเอาไว้ว่า...
เสียแรงเกิดมาอย่าเสียที
ที่ได้มีทั้งชาติศาสนา
ทั้งมีกษัตริย์ขัตติยา
เป็นปิ่นประชาชาวเรา
ไม่ควรนั่งนิ่งทั้งหญิงชาย
ไม่ควรให้อายขายหน้าเขา
อย่าให้ใครตำหนิติเรา
ว่าเอาแต่แก่งแย่งกัน
เพ่งดูประโยชน์หมู่มาก
ตัวยอมลำบากทุกสิ่งสรรพ์
ประนีประนอมพร้อมกัน
ทุกวันมุ่งรักษ์สามัคคี
เลือดเนื้อร่างกายถวายไว้
ภายใต้บาทบงสุ์พระทรงศรี
ยืนยงจงรักภักดี
วางชีวีแทบเบื้องบาทยุคล
ขอบใจประชาชน
ถ้วนทุกคน ณ ธานี
มีจิตตะไมตรี
เราเห็นชอบจะตอบเตือน
หญิงชายทั้งหลายนั้น
ควรเห็นกันว่าเป็นเพื่อน
ทหารและพลเรือน
จงฟังคำและจำดี
ชาติเดียวกันทุกคน
รักแต่ตนจะเสียที
มัวแก่งและแย่งดี
จนแตกพวกไม่ควรการ
ทหารอย่าข่มเพื่อน
พลเรือนก็เท่าทหาร
พลเรือนอย่าใจพาล
อย่าชิงชังซึ่งโยธา
ต่างฝ่ายต้องพึ่งกัน
ทุกสิ่งสรรพ์สำเร็จนา
โบราณะสุภา
ษิตะกล่าวก็ควรฟัง
เสือพีเพราะป่าปก
และป่ารกเพราะเสือยัง
ดินเย็นเพราะหญ้าบัง
และหญ้ายังเพราะดินดี
ร่วมชาติต้องร่วมรัก
และสมัครสามัคคี
จงรักษะภักดี
ต่อพระปิ่นนรากร
ทั่วกันจงกั่นกาจ
รักษาชาติสโมสร
ศาสนาให้ถาวร
อิศระอวะสาน
ให้เกียรติขจรจบ
บรรฦาลบถึงบาดาล
เทพไทในวิมาน
ให้สรรเสริญทั้งโลกา ฯโดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 ก.ค. 2553 , 07:45:25 น.] ( IP = 58.9.152.252 : : )
สลักธรรม 3
สูตรแห่งรัก หลักแห่งสามัคคี
ในสาราณียธรรมสูตร พระพุทธเจ้าตรัสถึงคุณธรรมอันเป็นเหตุแห่งความรัก ความสมัครสมาน ความประสานสัมพันธ์ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันไว้ ๖ ประการ คือ...
๑. ปิยกรณา - รักใคร่สายสัมพันธ์
๒. ครุกรณา - เคารพกันอย่างมั่นคง
๓. สงฺคหาย - สงเคราะห์เมื่อยามยาก
๔. อวิวาทาย - ระวังปากเมื่อยามเจรจา
๕. สามคฺคิยา - อยู่ด้วยสามัคคี
๖. เอกีภาวาย - มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
เพราะฉะนั้น รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย จะเกิดภาคไหนๆ ก็ไทยด้วยกัน เชื้อสายประเพณี ไม่มีกีดกั้น เกิดใต้ธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 ก.ค. 2553 , 07:46:01 น.] ( IP = 58.9.152.252 : : )
สลักธรรม 4
วิถีแห่งความเป็นไทย
พระราชนิพนธ์ใน ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ที่ได้ทรงแสดงวิถีแห่งความเป็นไทย และทรงเตือนสติชาวไทยไว้ ให้มีสายใยสายสัมพันธ์ มีความสมานฉันท์ ในเรื่อง รักชาติบ้านเมือง ยังทรงคุณค่า ควรแก่การนำมาจดจำและน้อมนำไปปฏิบัติเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะบทที่ว่า...
ธงชาติไทยไกวกวัดสะบัดพลิ้ว
แลริ้วริ้วสะบัดงามป็นสามสี
ผ้าผืนน้อยบางเบาเพียงเท่านี้
แต่เป็นที่รวมชีวิตและจิตใจ
ไทยรุ่นเยาว์ยืนเรียบระเบียบแถว
ดวงตาแน่ว เพ่งตรงธงไสว
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
ฟังคราใดลือดซ่านแล่นพ่านทรวง
เราแสนรักและแสนจะแหนหวง
แผ่นดินไทยไทยต้องครองทั้งปวง
ชีพไม่ล่วง ใครอย่าล้ำ มาย่ำยี
เธอร้องเพลงชาติไทยมั่นใจเหลือ
พลีชีพเพื่อชาติที่รักเป็นศักดิ์ศรี
เพลงกระหึ่มก้องหล้าก้องธาตรี
แม้ไพรีได้ฟังยังถอนใจ
แต่สิ่งหนึ่งที่ไทยร้าวใจเหลือ
คือเลือดเนื้อเป็นหนอนคอยบ่อนไส้
บ้างหากินบนน้ำตาประชาไทย
บ้างฝักใฝ่สัทธิชั่วน่ากลัวเกรง
ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง
แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง
หากคนไทยหันมาฆ่ากันเอง
จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟังโดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 ก.ค. 2553 , 07:46:33 น.] ( IP = 58.9.152.252 : : )
สลักธรรม 5
อีกบทหนึ่งว่า...
เรานี้เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง
ควรคำนึงถึงชาติศาสนา
ไม่ควรให้เสียทีที่เกิดมา
ในหมู่ประชาชาวไทย
แม้ใครตั้งจิตรักตัว
จะมัวนอนนิ่งอยู่ไฉน
ควรจะร้อนอกร้อนใจ
เพื่อให้พรั่งพร้อมทั่วตน
อันชาติใดไร้รักสมัครสมาน
จะทำการสิ่งใดย่อมไร้ผล
แม้นชาติย่อยยับอับจน
บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร
ความหวังแห่งฟ้า
ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้พระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรี ข้าราชการและสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรฯ เข้าเฝ้า ถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ มีพระราชดำรัส ความตอนหนึ่งว่า ... ความสุข ความสวัสดีของข้าพเจ้า จะเกิดมีขึ้นได้ ก็ด้วยบ้านเมืองของเรา มีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข ความเจริญมั่นคงทั้งนั้น จะสำเร็จผลเป็นจริงไปได้ ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติ มุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติ รู้ตัว ด้วยปัญญา รู้คิด และด้วยความสุจริต จริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่นฯ
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 ก.ค. 2553 , 07:47:23 น.] ( IP = 58.9.152.252 : : )
สลักธรรม 6
ในที่สุดแห่งธรรมกถา ขอเชิญชวนพี่น้องพุทธบริษัท อุบาสก อุบาสิกา ชาวจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ใจบุญใจกุศล ท่านผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทุกคน ได้เปล่งวาจาถวายพระพรชัยมงคล ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ จงทรงพระเกษมสำราญ ทั้งพระวรกาย และพระราชหฤทัย สถิตเป็นพระร่มโพธิ์ทองของพสกนิกรชาวไทยเป็นจิรัฐิติกาล โดยอาตมาภาพจักกล่าวนำ ขอทุกท่านกรุณาว่าตาม ณ บัดนี้
ข้าพระพุทธเจ้า ปวงชนชาวไทย
ประกอบด้วยใจ จงรักภักดี
สวดมนต์ภาวนา ในคราครั้งนี้
บูชาพระศรี - รัตนตรัย
อันบุญญกิจ ตั้งจิตสวดมนต์
เพิ่มพูนกุศล ธรรมาภิสมัย
ด้วยเจตต์จำนง เจาะจงจอมไทย
ปราศโรคปราศภัย ไร้ขันธมาร
ปวงไท้เทวา ศักดาเรืองฤทธิ์
ที่สิงสถิต ทุกทิศถิ่นฐาน
จวบแดนพรหมินทร์ ถึงถิ่นบาดาล
ดับขันธมาร ราชันภูมี
ขอทรงพระชนม์ ร้อยยี่สิบดล
ด้วยบุญกุศล แห่งพระทรงศรี
และบุญหลั่งไหล ไทยบรรดามี
จงทรงสวัสดี เป็นจิรัฐิติกาลฯ
สุดท้ายนี้... ขอให้ไทยจงเป็นไทยทุกแหล่งหล้า
ขอให้ศาสน์กษัตราคู่ฟ้าสยาม
ขอให้ไทยใจรักกันทุกโมงยาม
ขอส่งความสุขสันต์ทุกท่านเทอญ.
ขอเจริญพร
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 ก.ค. 2553 , 07:53:13 น.] ( IP = 58.9.152.252 : : )
สลักธรรม 7
กราบขอบพระคุณ และ อนุโมทนาค่ะโดย ดอกดาหลา [1 ก.ค. 2553 , 09:22:12 น.] ( IP = 124.121.176.6 : : )
สลักธรรม 8![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.ค. 2553 , 12:55:26 น.] ( IP = 125.27.181.212 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |