| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความประทับใจในห้องเสือพิทักษ์ (๒)
![]()
ความประทับใจในห้องเสือพิทักษ์ (๒)
ตอนที่ผ่านมา
คำถาม ทำไมทิฏฐิและมานะจึงอยู่ในกลุ่มของโลภะ
คำตอบ ทิฏฐินั้นปรารภตนเป็นใหญ่ โลกาธิปไตยยะ คนที่มีโลกธรรมเป็นใหญ่ ลาภ ยศสรรเสริญ สุข อัตตาธิปไตยยะ คนที่ปรารภตนเองเป็นใหญ่ ความคิดตนเป็นใหญ่ ธัมมาธิปไตยยะ ปรารภธรรมะเป็นใหญ่
คนแบ่งเป็น ๓ ก็ต้องมีทั้ง มานะและทิฏฐิ คือเรื่องของตน เอาตนตัดสิน เพราะความปรารถนาต้องการที่จะแสดงออก ว่าตนเองมี ตนเองเป็น โลภะ ทิฏฐิ มานะ จึงเป็นตระกูลเดียวกัน ถ้าไม่มีทิฏฐิความเห็นผิด อยากจะฝากธนาคารไหม หนึ่งล้านมีดอกเบี้ยไหม ยังอยากได้ อยากมีลาภไหม ใครเดินมาตบหัว เราไม่ชอบ เพราะเราถือตัวใช่ไหม มานะ เพราะมีความชอบเป็นทุน คือมีโลภะเป็นมูล จึงมีความถือตัว มูลเหตุใหญ่ๆ นี่โลภะมูล
โดย ทวีพร [4 ก.ค. 2553 , 12:42:18 น.] ( IP = 58.11.21.74 : : )
สลักธรรม 1
คำถาม ในเมื่อเจตสิกมีอิทธิพลมาก ทำไมจึงให้ฝึกจิต ไม่ใช่ฝึกเจตสิก
คำตอบ พระพุทธเจ้าประสงค์ให้ทุกคนมีปัญญาจักษุ ..ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต.. การเห็นนั้นเห็นด้วย ปัญญาเจตสิก ไม่ใช่ปัญญาทางโลก
ฉะนั้น คนที่ไม่เรียนอภิธรรมเลย จะรู้จักปัญญาเจตสิกไม่ได้เลย จะไปพระนิพพานจึงไม่ได้ เพราะต้องอาศัยปัญญาเจตสิกนี้ เมื่อปฏิเสธปัญญาทางโลกแล้ว การศึกษาทางโลกเป็นเรื่องบัญญัติขึ้นทั้งสิ้น จิตเกิดทีละขณะ เพื่อรู้อารมณ์ จิตรู้อารมณ์อะไร เจตสิกก็รู้อารมณ์นั้น
คำว่า อารัมมณะ (บาลี) ตรงกับภาษาไทยว่า อารมณ์ ไม่ได้หมายถึงที่เราเข้าใจกันในภาษาไทย ความหมายที่เราพูดว่า อารมณ์ดี ก็หมายความว่า วันนี้ เห็นสิ่งดี ได้ยินดี ได้กลิ่นดี รู้รสดี รู้สัมผัสที่ดี นึกคิดเรื่องราวที่ดีๆ จึงพูดว่าอารมณ์ดี
ส่วนคำว่า อารัมมณะ ต้องคู่กับคำว่าจิต เพราะจิตเป็นสภาพรู้ หรือเรียกว่า จิตเป็นธาตุรู้ เมื่อจิตเกิดขึ้น ต้องรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ปรากฏให้ จิตรู้ เช่น มีหู ต้องมีเสียง จึงจะได้ยิน จิตกำลังรู้สิ่งใด สิ่งนั้นเป็นอารมณ์ของจิตนั้น
โดย ทวีพร [4 ก.ค. 2553 , 12:42:49 น.] ( IP = 58.11.21.74 : : )
สลักธรรม 2
ที่เราบอกว่า อารมณ์ดี เพราะได้ยินเสียงดี ..นี่เรื่องเล่า เลยความจริง ขณะนี้เสียงในป่าก็มี แต่เราไม่ได้ยิน ฉะนั้น เสียงนั้นไม่ใช่อารมณ์ (อารัมมณะ) เพราะไม่มีจิตรู้อารมณ์หรือเสียงนั้น เสียงใดเกิดขึ้น เสียงนั้นก็ต้องดับไป ไม่ว่าใครจะได้ยินหรือไม่ได้ยินก็ตาม แต่ขณะใดก็ตามที่มีเสียงปรากฏขึ้น ก็ต้องแสดงว่า เสียงปรากฏกับสภาพรู้ของจิตที่กำลังได้ยินทันที ถ้าบอกได้ว่านี่มีเสียงตอนนั้นต้องมีจิตด้วย อารัมมณะจึงต้องพูดถึงจิต
ต้องเข้าใจให้ถูกว่าสภาวธรรมเกิดสืบต่อกันมันรวดเร็วเหลือเกิน สภาพธรรมแต่ละขณะมันคืออะไรบ้าง ฉะนั้น นักปฏิบัติจึงต้องเข้าไปคอยสังเกต มันคืออะไรบ้าง ในทางโลก ตั้งฉายาว่า ผู้นี้เป็นผู้มีปัญญา ก็เป็นเพียงปัญญาที่เกิดจากความทรงจำ ตายไปก็ลืม จำเรื่องราวต่างๆ โดยไม่รู้สภาพธรรม
วิชาการทางโลกจะมีผู้มีความรู้มากมายเพียงใด ความรู้ขณะนั้นแบบนั้นไม่ใช่ปัญญาเจตสิก ปัญญาเจตสิกจะต้องเป็นปัญญาที่เข้าใจถูก แล้วก็รู้ถูกต้องตามความเป็นจริงของสภาพธรรมที่ปรากฏจริงๆ ขณะนั้นตามลำดับด้วย ธรรมที่เป็นเหตุมีก่อน แล้วจึงมีธรรมที่เป็นผล ธรรมที่เป็นผลก็คือ ธรรมที่มีเหตุ ผลนี้ก็มีเหตุด้วยเป็นเหตุด้วย ก็คือวิบากวัฏฏ์ มีได้เพราะกัมมวัฏฏ์
เช่น เมื่อเข้าปฏิบัติธรรมที่มีเหตุเช่น ป่วย เจ็บ เพราะมีเหตุจากอดีตชาติ ความป่วยเจ็บที่เกิดที่รูปขันธ์เป็นธรรมที่มีเหตุ ธรรมที่มีเหตุด้วยเป็นเหตุด้วย เป็นเหตุให้เกิด กุศลชาติ อกุศลชาติ วิบากชาติ เป็นเหตุให้เกิดกิเลสวัฏฏ์ แล้วกิเลสวัฏฏ์เป็นเหตุให้ทำกรรม ..กัมมวัฏฏ์ ก็เป็นเหตุให้เกิดวิบากวัฏฏ์ ก็อยู่ในวงกลม ๓ เปลาะนี้ ที่เรียนมาไม่ใช่ให้ท่อง แต่ให้เอามาดูวัฏฏะนี้ เท่าทันวัฏฏะ แล้วตัดกิเลสวัฏฏ์
โดย ทวีพร [4 ก.ค. 2553 , 12:43:07 น.] ( IP = 58.11.21.74 : : )
สลักธรรม 3
ปริจเฉทที่ ๘ นี้เด็ดสังสารวัฏฏ์เข้าใจละเอียดละออ สามารถแยกแยะธรรม รู้เหตุแล้วสะกัดกั้นวัฏฏสงสารตัวเองให้หยุดลงตรงนั้นได้ ไม่เดินต่อไปในวัฏฏะ เราเรียกเป็นวิวัฏฏะ
ธรรมที่มีเหตุ ธรรมที่เป็นเหตุด้วย เป็นเหตุด้วย มีเหตุด้วย ก็รูปนามขันธ์ ๕ นี่แหละ รู้จักกิเลสวัฏฏ์ กัมมวัฏฏ์ วิบากวัฏฏ์อย่างนี้จึงจะเป็นสัมมาทิฏฐิ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าปัญญาเจตสิก แต่เจตสิกนี้เกิดขึ้นกับจิต จิตเป็นประธาน จึงยกประธานขึ้นตั้ง เหมือนกับพระธรรมประเสริฐที่สุด แต่พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ก่อนจึงนำพระพุทธเจ้าวางข้างหน้า จึงให้ฝึกจิต เพราะจิตเป็นที่บรรจุปัญญาเจตสิก
อารมณ์ไม่ดีที่นำมาเล่า มันไม่ใช่เกิดปัจจุบันมันเป็นเรื่องเล่า มันไม่ใช่อารมณ์ เป็นอารมณ์ของคนทางโลกโดยสมมติมันตรงกันข้ามกับทางพุทธศาสนาเลย ในทางพระพุทธศาสนา อารมณ์หรืออารัมมณะ เช่น เสียงเป็นอารมณ์ของจิต ฉะนั้น บอกว่ามีเสียงขณะนี้ ก็ต้องมีจิตรู้ เช่น มีเสียงตรงนี้ คนที่ปากคลองตลาดได้ยินไหม ไม่ได้ยิน ตอนนั้นไม่ใช่อารมณ์ของเขาแล้ว เป็นอารมณ์เฉพาะของเรา เป็นอารมณ์เฉพาะๆ เรียกว่า อารมณ์ปัจจุบัน อย่างนี้เป็นอารัมมณะ แปลว่า อารมณ์ (ปรมัตถ์)
ฉะนั้น ใครบอกอารมณ์เสียแสดงว่าไปคุ้ยของเก่า เหมือนไปเหยียบขี้ไม่พอ เอาขี้มาป้ายหน้าอีก (ตอนเอามาเล่า) อดีตทั้งนั้นเลย ปัญญาเจตสิกเกิดขึ้นกับอารมณ์ปรมัตถธรรม ว่าเป็น นามได้ยิน ฯลฯ
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ![]()
โดย ทวีพร [4 ก.ค. 2553 , 12:43:22 น.] ( IP = 58.11.21.74 : : )
สลักธรรม 4![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [5 ก.ค. 2553 , 15:22:21 น.] ( IP = 125.27.176.190 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |