| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เรียนเพื่อรู้ รู้เพื่อละ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
กรรม คือ การกระทำ
การกระทำของเรามีสามอย่าง คือ กระทำทางกายเรียกว่ากายกรรม กระทำทางวาจาเรียกว่าวจีกรรม กระทำทางใจเรียกว่ามโนกรรม
และการกระทำของเรามีสองแบบ คือ ดี - กุศลกายกรรม กุศลวจีกรรม กุศลมโนกรรม และชั่ว - อกุศลกายกรรม อกุศลวจีกรรม อกุศลมโนกรรม
กรรมทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่วนี้เราทำมามากมายในอดีตชาติ เราจึงเป็นเจ้าของกรรม และต้องเป็นผู้เสวยผลกรรมนั้นเอง คนมั่งมีศรีสุขที่เราเห็นคนในโลกนี้ก็เพราะว่าเขาทำกรรมดีมา เช่น เขามีทานเป็นการกระทำ ทาน จึงเป็นที่ตั้งของโภคทรัพย์ทั้งปวง เป็นที่มาของโภคทรัพย์ทั้งปวง ผู้ให้ย่อมได้รับความสุข เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย เป็นที่รักของเทวดาทั้งหลาย แล้วแม้กระทั่งตายแล้วก็ได้สุคติภูมิเป็นต้น
ฉะนั้น การที่เราจะเห็นใครมั่งมีศรีสุข ถ้าเรามีความเข้าใจก็จะทำให้มองไปถึงเหตุ พอเรามองไปถึงเหตุได้ เราก็ร้องอ๋อ! เป็นเพราะอย่างนี้เอง เมื่อเราเข้าใจต้นสายปลายเหตุ เราก็สามารถหยุดความมองผิด ความอิจฉาริษยาก็ไม่เกิดขึ้นเพราะเราเห็นต้นสายปลายเหตุ
ก็เหมือนกับสายน้ำ ...ที่เรามีกินมีใช้อยู่ทุกวันนี้นั้นเปรียบเหมือนปลายน้ำ โดยมีต้นน้ำมาจากภูเขาลูกโน้น ถ้าหากบนภูเขาน้ำแห้ง ในคลองในบึงก็จะไม่มีน้ำไปด้วย ฉะนั้น ที่เรามาอยู่ทุกวันนี้หรือผลของกรรมที่เราเสวยอยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ล้วนเป็นปลายเหตุทั้งสิ้น โดยมีต้นสายคืออดีตกรรมที่ต่างคนต่างทำมา
และในปัจจุบันชาตินี้... เมื่อเราได้รับปลายเหตุแล้ว เราก็ยังตั้งต้นสายใหม่ขึ้นมาอีก โดยจะได้ชาติหน้าคือปลายเหตุ .. ชีวิตก็เป็นอย่างนี้อยู่ด้วยกรรม มีเพราะกรรมทั้งดีทั้งชั่ว ทั้งสุขทั้งทุกข์ ไม่มีใครดลบันดาลให้ใครเป็นอย่างไรได้
โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2553 , 12:03:14 น.] ( IP = 125.27.178.214 : : )
สลักธรรม 2
เมื่อเราเข้าใจในทฤษฏีของชีวิต
ตามหลักเหตุผลขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
เราก็จะวางชีวิตได้อย่างสบาย
เมื่อเราจะต้องได้รับความทุกข์ของเวทนา .. ไม่ว่าจะเป็นจากโรคภัยไข้เจ็บ เราก็ยินดีต้อนรับเพราะว่าเราทำมาเอง แต่เราก็ไม่เฉื่อยชาต่อการบำบัดดูแลรักษา เพราะโรคบางโรคไม่รักษาก็หาย โรคบางโรครักษาอย่างไก็ไม่หาย แต่โรคบางโรคต้องรักษาจึงจะหาย และโรคต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีสมุฏฐานมากจากกรรม จิต อุตุ อาหาร เมื่อเราเข้าใจในหลักพระอภิธรรมเราก็จะใช้ชีวิตได้อย่างคล่องแคล่วเอาตัวรอดได้
คำว่า เอาตัวรอด ในที่นี้หมายถึง เอาจิตใจรอดจากความทุกข์ที่จมปลัก
การที่เราได้รับอะไรหรือมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต ขั้นแรกเลยเราต้องรู้ว่า เรามีกรรมเป็นของของตน เมื่อเรามีกรรมเป็นของของตนแล้ว เราจะมาคาดหวังอะไรก็ไม่ได้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าเราทำกรรมอะไรมา
หลวงพ่อท่านจึงบอกว่า หวังมากผิดหวังมาก ไม่หวังเลยไม่ผิดหวังเลย แต่ทุกวันนี้เราอยู่กับความหวังมากมาย แต่เราไม่รู้เลยว่าเราได้ทำต้นสายคือเหตุมาหรือเปล่า
ดูได้เลยจากคนที่ซื้อลอตเตอรี่ ไม่มีใครที่ซื้อเพื่อต้องการไม่ถูกรางวัล แล้วเราลงทุนเท่าไหร่? ลงทุนหนึ่งร้อยบาทแต่หวังจะได้หนึ่งล้านหรือสิบล้าน ...ลงทุนน้อยแต่หวังผลมาก นี่คือชีวิตอย่างเราๆ เมื่อเรามาทำความรู้จักชีวิตแล้ว ก็จะรู้ว่าเราหวังแน่นอนอะไรไม่ได้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าเราทำทานมาหรือเปล่า
โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2553 , 12:03:41 น.] ( IP = 125.27.178.214 : : )
สลักธรรม 3
ถึงเราจะมีสมบัติพัสถานมากมาย แต่ถ้าหากเราไม่มีทานส่งผล สมบัตินั้นมันก็วิบัติไม่สามารถเป็นสมบัติได้ ที่เรามีที่ทางมีบ้านช่องเป็นสมบัติ แต่ถ้าผลของทานในอดีตชาติของเราให้ผลมาแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่ามันจะอยู่กับเราได้ตลอดไปหรือเปล่า หรือถ้าเราคิดจะขายเราก็ยังไม่รู้เลยว่า ผลของทานที่จะให้ผลเป็นเงินจะมาส่งผลเราหรือเปล่า
ฉะนั้น เมื่อเราจะประกาศขายก็จะต้องมีผลของทานอีกเหมือนกันที่ส่งมาให้ได้ทรัพย์อีก เราพิจารณาเช่นนี้แล้วก็จะรู้ว่า การจะมีสมบัติพัสถานได้ทานต้องให้ผล และทานก็ได้ให้ผลมาแล้วกี่ครั้งในชีวิต แล้วถ้าเผื่อทานยังไม่ให้ผลในช่วงเวลานี้ ถึงเราจะอยากขายอย่างไร ก็ขายไม่ได้ เพราะไม่มีผลของทานเป็นตัวผลักดันให้ขายได้ ถ้าเราเข้าใจต้นสายปลายเหตุเสีย แล้วจะได้ไม่หวังมาก โดยทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แต่เราอย่าคิดว่า เราจะต้องได้เสมอไป เพราะไม่มีใครเก่งเกินกรรม ไม่มีใครดลบันดาลให้ใครเป็นยังไงได้
ชีวิตเราทุกคนก็ใกล้ตายเข้าไปทุกวันแล้ว และชีวิตนี้ก็มีกรรมเป็นใหญ่ ดลบันดาลอะไรไม่ได้ เพียงแต่มีอำนาจจิตช่วยอุดหนุนสนับสนุนเท่านั้นเอง แต่ถ้าอำนาจจิตสนับสนุนในขณะที่เราขาดผลของทาน เราก็ไม่สมหวัง ฉะนั้น อำนาจของทานคืออำนาจกรรมจึงต้องมาก่อน เมื่อเข้าใจแล้วก็จะวางใจเป็นแล้วทำใจถูก
หลวงพ่อพูดเสมอๆ ว่า คนเราอาจจะเก่งเกินกัน แต่ไม่เก่งเกินกรรม เมื่อหมดกรรมก็ตาย หมดอายุขัยก็ตาย คนที่หมดทั้งกรรมหมดทั้งอายุขัยก็ตาย คนที่มีกรรมตัดรอนขึ้นมาก็ต้องตาย ไม่ว่าคนนั้นจะเก่งจะมียศถาบรรดาศักดิ์เศรษฐีขนาดไหน ก็ไม่พ้นความตาย ดังคำประพันธ์ที่ว่า
กระต่ายเจ้าเป็นสัตว์น้อย เอ็งก็ด้อยกว่าข้า เจ้าก็ทรามต่ำช้า ไอ้ข้านี่สิคน แกคนก็คนป่า ชาวนาก็ต่ำตน แกมันก็แค่สามัญชน แต่ก็ไม่พ้นความตาย แต่ละชั้นวรรณะที่ลดหลั่นกันด้วยความจริงที่เราเห็นได้และยอมรับกันได้ทุกคนคือแต่ไม่พ้นความตาย
โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2553 , 12:04:08 น.] ( IP = 125.27.178.214 : : )
สลักธรรม 4
เมื่อเราเข้าใจว่า..
ทำไมเราถึงต้องมีชีวิตอยู่ ก็เพราะเรายังมีกิเลส และกิเลสนี้มันเป็นตัวเย็บภพให้ติดกัน ระหว่างชาตินี้กับชาติหน้า ชาติที่แล้วกับชาตินี้
ทำไมเราจึงยังเกิดอยู่ เพราะเรามีกิเลสเป็นพืชเชื้อ เมื่อพืชเชื้อถูกบ่มปุ๊บก็เจริญมีกิเลสขึ้นมา ทำให้มีการเวียนว่ายตายเกิดใน ๓๑ ภูมิ และกิเลสพวกนี้เก่งมาก แอบแฝงมาในรูปแบบต่างๆ ทั้งมาใน แบบที่พร้อมจะถูกผู้อื่นชักชวนกับชวนตัวเอง อย่างในโลภมูลจิตที่มีถึงแปดแบบ
กิเลสทำให้เกิดชีวิต และชีวิตคือตัวทุกข์เพราะมีขันธ์ดังบทที่สวดว่า ภารา หะเว ปัญจักขันธา ภาระหาโร จะ ปุคคะโล ภาราทานัง ทุกขังโลเก ภาระนิกเขปะนัง สุขัง นิกขิปิตวา คะรุง ภารัง อัญญัง ภารัง อะนาทิยะ สะมูลัง ตัณหัง อัพพุฬหะ นิจฉาโต ปะรินิพพุโตฯ ..ขันธ์ห้านั้นเป็นของหนัก บุคคลเป็นผู้แบกของหนักพาไป ฯ
เมื่อรู้ว่าชีวิตต้องเกิดก็เพราะมันกิเลสตรงนี้แหละ... ที่ต้องละ เรามีหน้าที่ต้องละโลภ ละโกรธ ละหลง ..เรียนเพื่อให้รู้ รู้เพื่อให้ละ ไม่ใช่เรียนเพื่อให้แต่ไม่ละ ก็เท่ากับไม่รู้อะไรเลย
โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2553 , 12:04:28 น.] ( IP = 125.27.178.214 : : )
สลักธรรม 5
ถาม มีความไม่สงบและกังวลมาก อยากได้วิธีที่จะทำให้เกิดความสงบ
ตอบ ความไม่สงบเกิดขึ้นเพราะฟุ้งซ่าน จิตใจไม่มีความตั้งมั่นในการเรียน อ่านหนังสือก็ไม่จำเพราะว่าเราสมาธิน้อย เราจึงต้องฝึกทำสมาธิ วิธีการฝึกก็มีหลายแบบซึ่งสมารถนำไปทำเองได้ที่บ้านถ้าเป็นคนมีวินัย แต่ถามว่า เราเป็นคนมีวินัยจริงไม่? การสวดมนต์ก็เป็นทำสมาธิอย่างหนึ่ง เมื่อสวดมนต์แล้วก็ค่อยเริ่มเดินจงกรม จิตก็จะเริ่มมีอำนาจขึ้นมาก็คือความมั่นคง
แต่ต้องขอบอกว่า ที่นี่สอนให้รู้เรื่องราวของชีวิต และสอนให้ใช้เวลาอย่างมีค่าโดยให้หยุดทำทุกอย่างที่ไม่จำเป็น เพราะการกระทำนั้นเป็นกิเลสแล้วทำให้เวียนว่ายตายเกิด ที่นี่จึงเหมือนกับการจับคนมาทำหมันไม่ให้มีลูก เพราะเราเรียนจนเข้าใจแล้วว่า มีลูกเป็นทุกข์ ต้องเลี้ยงต้องดูแล เมื่อเรายอมรับแล้วเราก็ทำหมันคือทำหมันกิเลส กำจัดกิเลสที่เป็นโรคร้ายไม่ให้ออกลูกมานั่นเอง
โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2553 , 12:04:51 น.] ( IP = 125.27.178.214 : : )
สลักธรรม 6
ถาม ทำทานอย่างไรถึงจะดีที่สุด?
ตอบ ต้องมีองค์ประกอบพร้อมมูลและหลายอย่าง คือ วัตถุ ผู้ทำ ผู้รับ เช่น วัตถุที่ทำเป็นของบริสุทธิ์ เช่นเป็นเงินได้มาอย่างสุจริต สิ่งของเป็นของดีก็จัดเป็นสามีทาน ผู้ทำมีศีลหรือไม่ และก็ต้องเลือกเนื้อนาบุญที่จะหว่านกล้าด้วยคือผู้รับที่มีคุณธรรมมีศีลอย่างไร นอกจากนี้ก็มีการแบ่งเป็นการทานแบบไม่เฉพาะเจาะจง กับการทำทานแบบเฉพาะเจาะจงคือปาฏิบุคลิกทานที่แบ่งออกเป็น ๑๔ อย่าง ... ทำกับผู้ทุศีลก็ได้บุญ แต่ทำแล้วได้บุญน้อยกว่าผู้มีศีล ทำบุญกับผู้มีศีลก็ยังได้บุญน้อยกว่าทำกับสาธารณประโยชน์หรือไม่เจาะจง
พูด สั้นๆ เลยก็คือ อย่าไปคิดอะไรมาก เพียงแต่เรามีความตั้งใจให้ดีทำให้เพียบพร้อม เคารพในทาน เชื่อเรื่องกรรม ว่าทำอย่างไรได้อย่างนั้น เชื่อเรื่องกรรมดี เมื่อเราทำไปแล้วดี ผลย่อมต้องดี จะดีมากดีน้อยแต่ก็ต้องดี
บางครั้งเราอาจจะเหนื่อยมีอารมณ์ไม่ค่อยใสจิตไม่ค่อยสบายในการที่จะทำอะไร ก็จะมองว่าพระพุทธเจ้าท่านเหนื่อยมากกว่าเราอีก พระองค์เจออะไรๆ มากกว่าเราเยอะ ที่เราเจอมาแค่นี้..ไม่เป็นไร จึงเข้าสู่หลักที่หลวงพ่อท่านสอนไว้ว่า มองทางโลกให้มองทางต่ำ มองทางธรรมให้มองทางสูง
มองทางโลกให้มองทางต่ำให้มองอย่างไร? เรามีความรู้เท่านี้ เรามีความสามารถเท่านี้ เรามีที่อยู่อาศัยแค่นี้ เรามีแค่นี้.... ก็ยังดีกว่า คนอีกหลายๆ คน เรามีบ้านหลังเล็กๆ ดีกว่าต้องเช่าเขาอยู่ ยังมีเงินเช่า ดีกว่าไปอาศัยวัด มีวัดอาศัยยังดีกว่าไปนอนข้างถนน มองทางโลกให้มองทางต่ำ ส่วนมากทางธรรมให้มองทางสูง เรารู้ขนาดนี้นิดหน่อย มีผู้ที่รู้มากกว่าเราอีก เราทำงานเหนื่อยแค่นี้ เรามีเมตตาจิตแค่นิดเดียว แต่ผู้ที่เขาทำมากกว่าเราก็มี และมีพระพุทธเจ้าเป็นที่สุดในพระมหากรุณาธิคุณ
เมื่อมองทางโลกทางต่ำ ก็จะเห็นว่าเราสบายกว่า...ความน้อยเนื้อต่ำใจก็ถูกสกัด พอมองทางธรรมให้มองทางสูง... ทิฏฐิมานะถูกสกัด ทิฏฐิฉันนี่ถูก มานะความลำพองตัวก็หยุด เมื่อทองได้อย่างนี้ เราก็จะไม่ไหลลงไปในโลกธรรมทั้งหลาย
โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2553 , 12:05:10 น.] ( IP = 125.27.178.214 : : )
สลักธรรม 7
ถาม การทำทานทำให้ได้มรรคผลนิพพานหรือไม่?
ตอบ การทำทานไม่ได้ให้พบมรรคผลนิพพาน แต่เป็นการอำนวยความสะดวกให้เราไปปฏิบัติเพื่อมรรคผลนิพพานได้ อย่างเราตั้งใจอธิษฐานว่า ขอกุศลเจตนาพร้อมกับการกระทำนี้ ที่ข้าพเจ้าจะสละทรัพย์นี้ เพราะรู้ว่าทานนี้ เป็นบาทบันได ที่ทำให้ชีวิตนั้นก้าวไปข้างหน้าด้วยความสะดวก เมื่อมีความสะดวกแล้ว จะอาศัยความสะดวกนี้เพื่อหาความรู้ เพื่อมีเวลาในการประพฤติพรหมจรรย์ให้สะดวกขึ้น บุญดีหรือไม่ดีต้องประกอบไปด้วยปัญญา
ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ ขอให้ทุกคนสามารถพาตัวเองรอดปลอดจากภัยพิบัติและปลอดจากความรู้เป็นท่อนๆ เป็นเรื่องๆ ขอให้รู้รอดตลอดฝั่ง ขอให้สามารถนำความรู้นั้นมาประดับชีวิต และก็ใช้กับชีวิตเป็น ไม่ใช่แค่เป็นเพียงความทรงจำ ขอให้ได้อันนี้จริงๆ เพราะว่าเมื่อได้อันนี้แล้ว ท่านเองแหละเป็นผู้ได้ของประเสริฐ แต่ถ้าเผื่อมีความรู้แค่ความทรงจำ ก็ไม่ต่างอะไรกับหนังสือที่รกตู้ ที่เราไม่เคยหยิบออกมาอ่าน ไม่ได้เป็นประโยชน์
ด้วยเจตนาอันแรงกล้าขออวยพรให้ทุกคนได้มีประโยชน์เกิดขึ้นในชีวิตทุกท่าน อนุโมทนา
โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.ค. 2553 , 12:05:31 น.] ( IP = 125.27.178.214 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
ที่นำธรรมที่มีคุณค่ามาให้ได้ศึกษา
และขอบพระคุณน้องกิ้ฟมากค่ะ ที่มอบสิ่งดีๆมาฝากเสมอๆโดย น้องอุ๊ [6 ก.ค. 2553 , 19:26:24 น.] ( IP = 125.24.17.123 : : )
สลักธรรม 9เรียนเพื่อนำความรู้มาละกิเลส กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
ขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟ ค่ะโดย เซิ่น [6 ก.ค. 2553 , 20:49:00 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 10การละ นี้สำคัญมากเลยนะครับ เพราะถ้าเรียนรู้สารพัดแต่ไม่ละก็เรียกได้ว่าไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะไม่มีการพัฒนาแล้วก็ไม่ต่างกับผืนดินที่รกไปหมด มีทั้งต้นไม้ใหญ่เล็กและวัชพืชมากมาย เหมือนคนที่มีความรู้ดี หลากหลายข้อธรรม และหลากครูที่สอนแนะนำ แต่ลงไม่นำมาใช้เสียแล้วป่วยการ
พี่เณรเองพบชีวิตแบบนั้นมามาก หรือเรียกว่าเห็นผืนดินที่รกไปหมด มิหน่ำซ้ำเจ้าของพยายามอวดด้วยว่าตนเองมีไม้หอมนานาพันธ์ แต่น่าสงสารที่ไม่สามารถนำมาบูชาพระได้ เพราะไม่สามารถเข้าไปตัดได้มันรกเกินไปนั่นเอง
ขอบพระคุณน้องกิ้ฟมากนะครับ ที่พยายามนำข้อแนะนำที่ดีๆมีประโยชน์มาให้อ่านกันเสมอมานะครับ..สาธุ
![]()
![]()
โดย พี่เณร [7 ก.ค. 2553 , 08:58:14 น.] ( IP = 58.9.60.112 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |