| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มุมมองที่สำคัญ
สลักธรรม 1
ทุกวันนี้ ไม่ว่าใครต่อใครต่างมีแต่โรคเพราะว่าโลกร้อน และภาวะของโลกร้อนนี้ก็ไม่มีใครพูดถึงกรรมเลย จึงต้องบอกว่า ถ้าหากเรามีมุมมองว่า ถึงเวลาแล้วที่ภัยธรรมชาติจะมีมาก เป็นเพราะมลภาวะที่มีมากขึ้น นี่ก็คือการที่สามารถมองไปที่ต้นสายปลายเหตุได้นั่นเอง
เช่นเดียวกัน บางครั้งเราก็อยู่ในชีวิตในครอบครัวหรือชีวิตการทำงาน เราก็มีเรื่องส่วนตัวที่ถูกเจ้านายตำหนิ คนในครอบครัวไม่เข้าใจ เพื่อนฝูงไม่เข้าใจ แล้วก็เกิดความซึมเศร้าต่อว่า ว่าโลกโหดร้าย
บางครั้งเราเข้ากับใครเขาไม่ได้เพราะอะไร ? ทำไมเราจะต้องมีชีวิตที่ลำพังทั้งโดดเดี่ยวอ้างว้างและเดียวดาย?
เราต้องสังเกตจากมุมมองของเราก็คือ เราเป็นคนอย่างไร? แทนที่จะไปมองผู้อื่นก็มองมาที่ตัวเองและอ่านตัวเองให้ออก
และมุมมองที่สำคัญก็คือ มองให้ถึงกรรมและวิบาก
อย่างบางคนนั้นมีความเสื่อมในทรัพย์อยู่เสมอ เช่นลูกศิษย์คนหนึ่งเขาชอบรองเท้า ก็เคยไปเป็นเพื่อนเขาซื้อรองเท้าช่วงพักกลางวัน ตอนที่ซื้อนั้นเขามีบัตรลด ๑๐% แต่พอตอนเย็นเขาเดินกลับไปซื้อของเพิ่มเติมแล้วก็ผ่านร้านรองเท้าร้านนี้ ก็มีการติดป้ายลดราคา ๕๐% โดยรองเท้าที่นำมาลดราคาก็เป็นแบบเดียวกับที่เขาซื้อไปนั่นแหละ นี่เรียกว่าเสื่อมในทรัพย์ เพราะอดีตชาติเคยทำอกุศลข้ออภิชฌา เพ่งเล็งอยากได้ของๆ ผู้อื่นมาเป็นของตน ทำให้เสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี อย่างนี้เป็นต้น
โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.ค. 2553 , 14:32:55 น.] ( IP = 125.27.176.46 : : )
สลักธรรม 2
ถ้าหากมองให้กว้างไกล มองให้ถึงกรรมและวิบาก ก็จะทำให้รู้สึกว่าเราสามารถอยู่ในโลกนี้ได้ และโลกไม่ได้โหดร้ายเกินไป แม้วันนี้เราอาจมีความรู้สึกว่ามันแย่ไปหมดเลย ไปทำงานก็เงินเดือนไม่ขึ้น ทำไมถูกไล่ออก ทำไมชีวิตจึงล้มเหลว
วันนี้เราอาจพ่ายแพ้ แต่วันหน้าเราอาจลุกขึ้นมาชนะได้ วันนี้การเจริญสติของเราอาจยังไม่ดี อาจจะไม่ได้ปัจจุบัน หรือไม่ได้สติปัญญาที่เกิดในปัจจุบัน แต่วันหน้าเราอาจลุกขึ้นมาชนะได้ ก็คือได้ปัจจุบัน เพราะไม่มีอะไรแน่นอนเท่ากับความไม่เที่ยงแท้
หลักไตรลักษณ์ มีอยู่ ๓ อย่าง คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่ขอยกมาเพียงตัวเดียวก็คือความไม่เที่ยง ที่ไม่เที่ยงเพราะอะไร? เพราะเป็นทุกข์ เป็นทุกข์เพราะอะไร? เพราะบังคับบัญชาไม่ได้ที่เรียกว่าอนัตตา ทำไมถึงเป็นอนัตตา? เพราะสิ่งเหล่านั้นมันไม่เที่ยง สิ่งเหล่านั้นทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้เป็นทุกข์ จึงเป็นอนัตตา ทำไมทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้(เป็นทุกข์) ? เพราะว่ามันไม่เที่ยง และเป็นอนัตตา
ก็จะเห็นว่า เอาความไม่เที่ยงกับอนัตตามาตอบทุกข์ก็ได้ เอาทุกข์อนัตตามาตอบความไม่เที่ยงก็ได้ เอาทุกข์กับความไม่เที่ยงมาตอบอนัตตาก็ได้ เพราะมันเป็นสภาพที่ล้อถึงกัน
โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.ค. 2553 , 14:33:13 น.] ( IP = 125.27.176.46 : : )
สลักธรรม 3
ไม่มีอะไรแน่นอนเท่ากับความไม่เที่ยง ฉะนั้น การที่เราจมปลักอยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง แล้วก็คิดคำนึงเศร้าโศกอยู่นั่น ท่านบอกว่าไม่ดี เพราะโลกไม่ได้โหดร้ายจนเกินไป จึง ควรใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังด้วยสติเสมอ สติเป็นตัวเอกสำคัญที่ทำให้เราระลึกรู้สึกตัวได้
สุภาษิตกรีกบอกว่า มีชีวิตวันเดียวที่อยู่กับกาลเทศะได้ ดีกว่ามีชีวิตอยู่สองวันสามวัน ทุกคนมีกิเลสมากเลย แต่ถ้าเราฝึกปรือสติบ่อยๆ สติก็จะมีกำลังสกัดได้ทันเมื่อเกิดอกุศล ถ้าเราฝึกสติแล้วเราก็จะรู้ว่าเราควรทำอะไร ควรจะทำอย่างไร สตินี้เป็นตัวละครเอกที่สำคัญที่สุดแต่เราขาดการฟื้นฟู
ขออานุภาพแห่งความรักที่เกิดจากเมตตาจิตที่เรามีต่อกันจงเป็นดั่งร่มใจ ขอกุศลผลบุญที่ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนจงเป็นดั่งร่มธรรม ที่จะช่วยกันฝนกันแดดซึ่งกันและกัน จูงกันพากันเดินทางไป ด้วยสติสัมปชัญญะ และสามารถเพียรละเพียรระวัง เพียรสร้างเพียรรักษา พ้นทุกข์พ้นโศก พ้นโรค พ้นภัย และพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ได้โดยไว อนุโมทนา
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.ค. 2553 , 14:33:33 น.] ( IP = 125.27.176.46 : : )
สลักธรรม 4กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
มาติดตามธรรมะที่มีค่า ไว้เพื่อสร้างความเจริญทางจิตใจ และเตือนสติให้กับตนเองอยู่เนืองๆ
ขอบพระคุณน้องกิ้ฟมากค่ะ และทุกๆคนที่เกี่ยวข้องกับกุศลในครั้งนี้ค่ะโดย น้องอุ๊ [12 ก.ค. 2553 , 20:42:06 น.] ( IP = 125.24.31.212 : : )
สลักธรรม 5เป็นบทความที่ให้แง่คิดที่ดีมากครับ
การใช้ชีวิตให้พ้นทุกข์ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
ผู้มีสติ และมีปัญญา จะสามารถยกระดับจิตวิญญาณ ให้ปราศจากซึ่งกิเลส และหลุดพ้นห้วงแห่งความทุกข์ได้
ขออนุโมทนาสาธุ ผู้นำธรรมะดีๆ มาเผยแพร่ครับโดย ธันวันตรี [13 ก.ค. 2553 , 13:29:35 น.] ( IP = 113.53.109.144 : : 192.168.2.53 )
สลักธรรม 6ขณะที่ผมได้มาศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมและมาปฏิบัติธรรมเพื่อนที่ทำงานบอกว่าผมชักเพี้ยนและแต่ก่อนนี้ก็ยังมาหาบ่อยไปกินด้วยกันเที่ยวด้วยกันตอนนี้หายหน้าหายตาไปและยังโทรมาต่อว่าหลายอย่างแถมยังบอกว่ารักเพื่อนถึงบอกกันว่าซะเสียเลยแต่ที่ว่าเนี่ยเห็นเป็นเพื่อนรักนะ ผมควรจะบอกเขาอย่างไร ให้เขาเข้าใจเพราะเขาเชื่อมั่นในตัวเองสูง
โดย gunput@hotmail.com [13 ก.ค. 2553 , 14:07:49 น.] ( IP = 124.121.46.111 : : )
สลักธรรม 7ก่อนอื่นต้องให้คำตอบตัวเองให้ถูกก่อนนะคะว่า...ที่เรามาศึกษานั้น เรารู้เรื่องชีวิตมากขึ้นไหม และเราชอบไหมที่จะรู้ และตลอดเวลาที่เรามานั้นใจเรามีความสุขสงบไหม คือถามตัวเองนะคะ
เมื่อถามตัวเองและตอบตัวเองได้แล้ว ขั้นต่อไปก็วางใจเสีย เพราะเขากับเราไม่เหมือนกัน สุขเขาสุขเราไม่เหมือนกัน ชอบของเขากับชอบของเราไม่เหมือนกัน รู้แบบนี้แล้วก้พยายามเป็นตัวของตัวเองนะคะ แบ่งเวลาให้เป็น ไม่ใช่หลบหนีสังคม แต่สามารถเอาความรู้ไปอยู่ในสังคมได้อย่างดีด้วย ที่ว่าดีคือมีความเห้นถูก และเมื่อมีความเห็นถูกแล้ว ความประมาทในชีวิตก็น้อยลง นั่นคือการมีชีวิตเสี่ยงๆกับบาป คือ โลภ โกรธ หลง ก็น้อยลงเอง ที่สำคัญนะคะ อย่าพยายามยัดเยียดความรู้ (ความรู้สึกชอบ) ของเราใส่ลงในเพื่อนฝูง เพราะเราไม่รู้เลยว่า โอกาสนั้นเปิดหรือยัง วิบากดีของเขามีหรือยัง ขืนให้ๆๆไปนั่นละคะเป้นการเปิดทางให้เขาว่าเราได้ว่าเพี้ยนไงคะ
คุณเองลองนึกดูนะคะว่าทำไมเพิ่งมาที่มูลนิธิ ทั้งๆที่มีมาตั้ง 50 ปีแล้วมูลนิธิแห่งนี้ คำตอบก็คือ ถึงเวลา คือวิบากกุศลเปิดทางไงคะ ดังนั้นทุกๆอย่างเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งสิ้น ไม่ประสบกับตนยากที่จะเข้าใจนะคะ
เพียงตั้งใจให้ดี รักษาศรัทธาเอาไว้ อย่าให้เสียงมามีอิทธิพลทำให้หวั่นไหวนะคะ ปล่อยให้เขาพูดไปเถิดคะ เพราะสิทธิของเขาที่จะคิดอย่างไรก็ได้ และหหันกลับมารักษาสิทธิตนเองไว้ดีกว่า ชีวิตเป็นของเราคนเดียว และเราก็ได้อาศัยชีวิตสร้างทางให้ตนเองเสมอมา ไม่ว่าใคร เลิกดีย่อมได้ดีเสมอนะคะ เพียงอดทนและชนะอารมณ์ให้ได้นะคะ
มีหลายคนเลยนะคะที่มาปรึกษาแบบนี้ และก็คล้ายๆกันคือ ตนเองพยายามเอาธรรมะไปให้เพื่อน ใช่คะเจตนาดี แต่ขอโทษนะคะ บารมียังไม่มา ถึงพูดให้ตายเขาก็ไม่ศรัทธาในคำพูดนะคะ สู้ทำตนสบายๆ เพียงแค่รู้ว่าอะไรควรทำ ในขณะที่อยู่กับเพื่อนฝูง อะไรไม่ควรทำ เพราะรู้ว่านั่นคือบาปพอแล้วนะคะคุณสุทนต์
เป็นกำลังใจให้นะคะ ยินดีให้คำปรึกษาเสมอค่ะ.
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [13 ก.ค. 2553 , 17:07:25 น.] ( IP = 58.9.155.81 : : )
สลักธรรม 8
พี่เจอปัญหาแบบนี้เหมือนกันค่ะ คือเพื่อนฝูงเขาว่างเสาร์-อาทิตย์ มีอะไรก็นัดกันเสาร์-อาทิตย์ ทีนี้พอเรามาเรียนพระอภิธรรมที่มูลนิธิฯ เอาละสิ เสาร์-อาทิตย์เราก็ไม่ว่างแล้ว ก็เพียงแต่บอกให้เพื่อนๆรับทราบค่ะว่าแต่ต่อนี้ไปหากมีงานอะไรวันเสาร์-อาทิตย์ ฉันไม่ว่างนะ และก็ไม่เคยใส่ใจค่ะว่าเพื่อนฝูงจะพูดอะไรกัน แล้วก็ไม่เคยไปร่วมงานใดๆด้วยนะคะ เมื่อวันเวลาผ่านไป ผ่านไป และผ่านไป เพื่อนๆเขาก็จะเข้าใจกันเองแระค่ะ แถมพอมีปัญหาอะไรเขาก็ยังโทรฯมาปรึกษาเราอีกด้วยนะคะ
ฉะนั้นไม่ต้องไปคิดอะไรมากหรอกค่ะ เรากำลังเลือกทางเดินชีวิตที่ถูกที่ควรแล้ว อย่าให้เสียงมามีอิทธิพลทำให้หวั่นไหวดังที่พี่ดอกแก้วบอกไว้นะคะ
(รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์) ขอเป็นกำลังใจค่ะ คุยกันต่อได้ที่มูลนิธินะคะโดย พี่ดา [13 ก.ค. 2553 , 17:53:11 น.] ( IP = 124.122.236.154 : : )
สลักธรรม 9มองสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น...ให้เห็นถึงกรรมและวิบาก
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
ขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟค่ะโดย เซิ่น [14 ก.ค. 2553 , 19:06:09 น.] ( IP = 61.90.167.18 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |